ตอนที่ 285 เขาเข้าใจฉัน
“นักรบเดียวดาย?”
หว่านเชี่ยนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมองเห็นชื่อเพลงบนหน้ากระดาษ
“คุณหมายความว่า…อยากให้ฉันร้องเพลงนี้ลงในอัลบั้มของซินซินน่ะเหรอ?”
“อืม” เซียวหยางตอบพลางก้มหน้าขีดเขียนต่อไป สำหรับเขาแล้วก็แค่ลอกเพลงที่อยู่ในหัวออกมาเท่านั้น ไม่ได้ยากอะไรเลย
ถึงเพลงนี้ต้นฉบับจะร้องโดยผู้ชาย แต่ผู้หญิงร้องก็ไม่ได้แปลกอะไร ที่สำคัญที่สุด…ตอนนี้หว่านเชี่ยนกำลังต้องการเพลงที่มอบพลังใจแบบนี้พอดี
“แต่ว่านี่มันอัลบั้มของซินซินนะ!” หว่านเชี่ยนยกเสียงขึ้นเล็กน้อย
“เธอจะร้องคู่กับซินซินก็ได้ หรือจะร้องเดี่ยวก็ได้ ฉันว่ามันเหมาะกับเธอนะ” เซียวหยางยังไม่เงยหน้าจากกระดาษ
“มันเหมาะกับสถานการณ์ของเธอตอนนี้สุด ๆ เลยล่ะ อาจเป็นเพลงที่ประกาศการกลับมาของเธอ ไม่มีอะไรจะเหมาะกว่านี้แล้ว” เขาพ่นลมหายใจยาว
หว่านเชี่ยนไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ก้มมองเนื้อเพลงที่เขากำลังเขียน
“…ล้วนเป็นความกล้า
บาดแผลบนหน้าผาก ความต่าง และความผิดพลาดของเธอ
ไม่จำเป็นต้องปกปิด
ตุ๊กตาพัง ๆ หน้ากาก และตัวตนของเธอ
พวกเขาบอกให้ถือแสงสว่างไปปราบสัตว์ร้ายทุกตัว
พวกเขาบอกให้เย็บบาดแผลให้ดี ไม่มีใครรักตัวตลกหรอก
ทำไมความโดดเดี่ยวถึงไม่คู่ควรกับเกียรติ?
เพราะคนเรามีข้อบกพร่อง ถึงควรถูกยกย่อง
ใครบอกว่าคนที่เปื้อนโคลนไม่ใช่วีรบุรุษ”
เนื้อเพลงร่ายยาวลงมาอย่างลื่นไหล ทำเอาหว่านเชี่ยนเบิกตากว้าง
“ใครบอกว่าคนที่เปื้อนโคลนไม่ใช่วีรบุรุษ…”
ในวงการบันเทิงตอนนี้ เธอไม่ก็เหมือน “นักรบเดียวดายเปื้อนโคลน” นั่นแหละ
เดียวดาย แต่ก็ยังกล้าหาญ
พวกเขาทั้งหมดเหมือนยืนอยู่บนหอคอยแห่งความชอบธรรม มองเธอเป็นทั้งสัตว์ประหลาด เป็นตัวตลก ส่วนพวกเขาก็ถือแสงสว่างในมือ คิดแต่จะปราบเธอ
หว่านเชี่ยนกัดริมฝีปากแรง ๆ ถึงแม้ยังไม่ได้ใส่ทำนอง แต่เธอก็สัมผัสได้ทันทีว่า ทำไมเซียวหยางถึงบอกว่าเพลงนี้เหมาะกับเธอ
—ใช่ ต้องเป็นเธอเท่านั้นที่ร้องเพลงนี้!
เธอต้องการเพลงแบบนี้มาตอบโต้เสียงหัวเราะเยาะทั้งหมด
พวกเขาจะสาดโคลนใส่เธอสักกี่ครั้งก็ช่าง
ยังไงเธอก็คือนักรบผู้เดียวดายที่กล้าหาญอยู่ดี!
น้ำตาแห่งความตื้นตันพลันไหลออกมาโดยไม่ทันตั้งใจ แค่เนื้อเพลงยังทำให้เธอสะเทือนใจได้ถึงเพียงนี้
“…รักเธอที่เดินลำพังในตรอกมืด
รักเธอที่ไม่เคยยอมคุกเข่า
รักเธอที่ต่อสู้กับความสิ้นหวัง
ไม่ยอมร้องไห้แม้สักครั้ง
รักเธอในชุดเก่า ๆ
แต่ยังกล้าขวางปืนของโชคชะตา
รักเธอที่ช่างเหมือนกับฉัน
แม้รอยแผลก็ยังเหมือนกัน
ไปไหม คู่ควรไหม กับผ้าคลุมขาดวิ่นนี้
สู้ไหม สู้สิ แม้จะเป็นเพียงความฝันอันต่ำต้อย
เพื่อเสียงสะอื้นและคำตะโกนในความมืด
ใครบอกว่าคนที่ยืนในแสงเท่านั้นถึงจะเป็นวีรบุรุษ”
อ่านถึงตรงนี้ กำปั้นของหว่านเชี่ยนก็กำแน่น เธอมองชายหนุ่มที่ก้มหน้าขีดเขียนอย่างจริงจังแล้วรู้สึกสะเทือนใจอย่างที่สุด
“เดินลำพังในตรอกมืด” ไม่ใช่ชีวิตเธอตลอดหลายปีนี้หรือ? แบกเสวี่ยนฮวามาลำพัง ถูกจิงลิ่วสั่งแบน ถูกคนหันหลังให้ แต่ก็ยังไม่เคยคุกเข่ายอมแพ้
ทุกคำ ทุกประโยค สะท้อนชีวิตเธอราวกับเขียนจากหัวใจของเธอเอง
เธอเคยคิดมาตลอดว่าความลำบากที่แบกไว้นั้นมีเพียงตัวเองที่รู้
แต่ตอนนี้ เนื้อเพลงตรงหน้ากลับพิสูจน์ว่า…เขาเข้าใจเธอ!
หว่านเชี่ยนเริ่มเชื่อแล้วว่า เซียวหยางพูดจริง—เขาเป็นแฟนคลับของเธอตั้งแต่สมัยมัธยม และไม่ใช่แฟนธรรมดาด้วย แต่เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เฝ้ามองเธอมาโดยตลอด
ไม่อย่างนั้น…เขาจะเข้าใจเธอขนาดนี้ได้ยังไง?
…
“…สู้สิ สู้เข้าไป แม้จะเป็นเพียงความฝันอันต่ำต้อย!”
นี่มันคือคำประกาศสงครามต่อวงการทั้งวงเลยไม่ใช่เหรอ…
เธอจะใช้ความฝันที่ถูกมองว่าเล็กน้อยต่ำต้อยนี่แหละ ไปสู้กับทั้งวงการ!
ใบหน้าของหว่านเชี่ยนค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ
ในเมื่อเซียวหยางยังเขียนเพลงเพื่อสนับสนุนให้เธอสู้ต่อ เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์จะยอมแพ้อีกแล้ว!
“ใครบอกว่าคนที่ยืนอยู่ในแสงเท่านั้นถึงจะเป็นวีรบุรุษ… ฉันนี่แหละ—หว่านเชี่ยน!”
—จะลากพวกที่อ้างตัวว่าถือแสงสว่าง อยู่บนหอคอยศีลธรรม ลงมาทีละคนให้หมด!
เธอยกมือปาดน้ำตาที่เอ่อซึมออกมา พยายามไม่ให้ตัวเองสะอื้น
ไม่ได้! ห้ามร้องไห้!
เนื้อเพลงบอกอยู่แล้ว—ไม่ยอมร้องไห้แม้สักครั้ง…
เธอจะทำให้เซียวหยางผิดหวังไม่ได้!
“…พวกเขาบอกให้เลิกความบ้าบิ่นของเธอ
เหมือนเช็ดคราบสกปรกออกไป
พวกเขาบอกให้ก้มหัวแล้วค่อย ๆ ไต่ขั้นบันไดขึ้นไป
แลกด้วยการก้มหัวลง
ถ้างั้น…ก็ให้ฉันบินไม่ได้เถอะ!
แต่เธอจะยังคงภาคภูมิใจในความกล้าของนักรบเดียวดาย
ใครบอกว่าการต่อสู้ของคนธรรมดาไม่ใช่วีรบุรุษ!”
เนื้อเพลงพรั่งพรูออกมาไม่หยุด
หว่านเชี่ยนฟังแล้วเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมา ทั้งร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความฮึกเหิม
ในสายตาของเซียวหยาง ต่อให้เธอเปื้อนโคลน ต่อให้ถูกกดไว้ในความมืด ต่อให้ธรรมดาแค่ไหน…
เธอก็คือ “วีรบุรุษ”!
—เขาเข้าใจฉัน!
ทำไมเขาถึงเข้าใจฉันได้มากขนาดนี้!
น้ำตาของหว่านเชี่ยนแทบจะไหลอีกครั้ง แต่เธอก็พยายามกลั้นไว้
ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่า เซียวหยางต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอมาตลอดแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจเธอขนาดนี้ได้ยังไงกัน
ไม่ใช่แค่ซื้อบริษัทช่วยเธอเท่านั้น…เขาต้องตั้งใจซื้อเพราะอยากพาเธอกลับเข้าวงการแน่ ๆ
ห้าพันล้าน โอนผิด? …โกหกชัด ๆ!
เขาต้องตั้งใจทำ!
เธอร้องไห้ในใจ—เขาช่างดีกับฉันเหลือเกิน…
หัวใจหว่านเชี่ยนสั่นสะเทือนราวกับน้ำในสระถูกโยนหินลงไป ระลอกคลื่นซัดกระเพื่อมไม่หยุด
เธอมองใบหน้าที่ก้มลงเขียนอย่างตั้งใจนั้น รู้สึกว่าแม้แต่ร่องรอยทุกเส้นบนใบหน้าของเขาก็อบอวลไปด้วยเสน่ห์
จนในดวงตาของเธอมีแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด
ในที่สุด เนื้อเพลงบรรทัดสุดท้ายก็ถูกเขียนจบลง
เซียวหยางสะบัดข้อมือเบา ๆ หลังจากเขียนนานจนเมื่อย “เสร็จแล้ว เพลงที่ฉันอยากเขียนให้เธอ…เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
เขาหันกลับมา—ก็เห็นหว่านเชี่ยนกำลังยกมือปิดปาก น้ำตาไหลพราก สายตาจ้องเขาไม่วางตา
“เธอ…ทำไมถึงร้องไห้อีกล่ะ”
เขารีบหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้
แต่หว่านเชี่ยนกลับไม่รับ เขาเลยยื่นมือเช็ดน้ำตาบนแก้มให้เอง
ครั้งนี้เธอไม่หลบ หน้ากลับขึ้นสีแดงเรื่อแทน
“พอแล้ว อย่าร้องอีกเลย”
“เธอเองก็เหมือนเพลงนี้—เป็นนักรบผู้เดียวดายที่กล้าหาญ ต่อให้เดินอยู่ในความมืด ต่อให้ต้องเจอความสิ้นหวัง ต่อให้ต้านลมฝน ฉันก็หวังว่าเธอจะสู้เพื่อตัวเองและความฝันของเธอต่อไป”
“ไม่ว่าต้องเจออุปสรรคแบบไหน…ก็อย่ายอมก้มหัวต่อโชคชะตา จงโบยบินฝ่าเกลียวคลื่นไป!”
คำพูดยังไม่ทันขาด หว่านเชี่ยนก็โผเข้ากอดเขาทันที