ตอนที่ 7 : “แผนการนอนกินของจางเซียน”
“ซูลาน รอเดี๋ยวสิ”
ทันทีที่เห็นจางตงซานกับจางเซียนเดินเข้าบ้านไป ลุงหลิว—หลิวฝูเซิงก็รีบวิ่งตามหวังซูลานมา
“พี่หลิว มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” หวังซูลานหันมามองอย่างสงสัย
“ก็มีนิดหน่อยน่ะ”
เขาหันไปมองหญิงสาวข้างกาย “นี่หลานสาวเธอ เจียเจียใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว” หวังซูลานพยักหน้า “เจียเจีย นี่ลุงหลิว”
“สวัสดีค่ะลุงหลิว” หวังเจียเจียรีบกล่าวทักทายด้วยท่าทีสุภาพ
“อืม ดี ๆ” หลิวฝูเซิงยิ้มกว้าง “เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักจริง ๆ”
เขาหรี่ตาถามต่อ “ว่าแต่ ได้ยินมาว่าไม่ถูกใจกับเจ้าลูกชายบ้านจางเหรอ?”
“ลูกชายบ้านจาง?” หวังเจียเจียไม่เข้าใจ
หวังซูลานรีบอธิบาย “ก็จางเซียนไง เขามีพี่สาวตั้งห้าคน เลยเรียกกันว่า ‘ลูกชายคนเล็กบ้านจาง’”
“อ๋อ… ก็เพราะทัศนคติไม่ตรงกันน่ะค่ะ” หวังเจียเจียตอบอ้อม ๆ
หลิวฝูเซิงหัวเราะหึ “ฉันดูออกเลยนะว่าเธอพูดออมชอมเกินไปน่ะ! จริง ๆ แล้วไม่ถูกใจมันก็ปกติแหละ เด็กนั่นเอาแต่เที่ยวเล่น ไม่ทำงานสักอย่าง ผู้หญิงคนไหนไปแต่งด้วยมีหวังลำบากตาย!”
“ตั้งแต่ตกงานมา ไม่คิดหางานใหม่เลย วัน ๆ เอาแต่หิ้วเบ็ดไปตกปลา ไอ้หมอนี่มันเสียคนแล้ว!”
“เธอไม่คบกับมันน่ะ ถือว่ารอดไปแล้วเจียเจีย!”
เขาว่าพลางส่ายหัว
หวังซูลานรีบเบี่ยงเรื่อง “พี่หลิว ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่ามีธุระอะไรนี่นา?”
“อ๋อ ใช่ ๆ” หลิวฝูเซิงพยักหน้า “ลูกชายฉัน—ตงซวี่ เพิ่งกลับมาจากอเมริกา ตอนนี้ก็ยังไม่มีแฟน พอดีเจียเจียกำลังหาคู่พอดี จะให้ลองคุยกันไหม?”
เขารีบอวย “บอกเลยนะ ตงซวี่เรียนจบเมืองนอก การหางานในประเทศง่ายเหมือนเล่น ปี ๆ หนึ่งหาได้หลายแสนหยวนแน่นอน! บ้านฉันก็ไม่ได้ด้อยกว่าบ้านจางหรอกนะ!”
“ว่าไงล่ะ สนใจหน่อยไหม?”
หวังซูลานหันไปมองหลานสาว “เจียเจีย เธอว่าไง?”
“ได้สิคะ!” หวังเจียเจียตอบทันที ตั้งแต่ออกจากบ้านจางมา เธอก็คิดอยู่แล้วว่าจะหาคนใหม่ให้เร็วที่สุด ไม่คิดเลยว่าจะมีคนยื่นมาให้ถึงที่ แถมยังเป็นหนุ่มเรียนเมืองนอกอีกต่างหาก …เรียกได้ว่ามืดไปทางหนึ่ง แต่กลับเจอทางสว่างใหม่!
“แล้วตงซวี่อยู่บ้านหรือเปล่า?” หวังซูลานถาม
“ยังหรอก ออกไปสัมภาษณ์งานน่ะ ส่งเรซูเม่จากอเมริกาไป บริษัทใหญ่เลยทีเดียว… แต่ก็คงใกล้กลับมาแล้ว ทำไมไม่ไปนั่งรอที่บ้านฉันล่ะ?”
สองป้าหลานมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าแล้วเดินตามเขาไป
…
หน้าบ้านจาง
จางเซียนนอนเอกขเนกบนเก้าอี้หวาย ส่วนจางเจาจี้กำลังยืนถือไส้กรอกชิ้นหนึ่ง ป้อนให้สุนัขพันธุ์ผสมที่บ้านเลี้ยงไว้ชื่อ “เวียร์”
หมาตัวนี้เป็นพันธุ์พื้นเมืองแท้ ๆ ที่จางพั้นตี้ (พี่สาวคนที่ห้า) ตั้งชื่อให้เพราะคิดว่ามัน “ดูอินเตอร์”
จริง ๆ แล้วมันก็เป็นหมาพันธุ์บ้าน ๆ ธรรมดา แต่เพราะจางเจาจี้เก็บมันมาจากข้างถนน เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้ก็สองขวบแล้ว ซนและน่ารักสุด ๆ
จางเซียนนั่งไถมือถือขำ ๆ มืออีกข้างก็ลูบหัวสุนัขไปด้วย ชีวิตสบายสุด ๆ
“เสี่ยวเซียน พวกเขากลับมาแล้ว” จางเจาจี้กระซิบเบา ๆ
“พวกเขา?” จางเซียนเงยหน้ามองไป ก็เห็นหวังซูลานกับหวังเจียเจียที่เดินเคียงมากับลุงหลิวทันที เขาก็เข้าใจได้ในบัดดล—ลุงหลิวคนนี้กะจะ “แย่ง” แน่ ๆ
แต่จริง ๆ ก็ไม่ใช่แย่งหรอก เพราะหวังเจียเจียเองก็ไม่ได้ชอบเขาอยู่แล้ว
จางเซียนหันกลับมานอนเล่นต่อ ทำเป็นไม่สนใจ
“เห็นไหม นี่แหละลูกชายคนเล็กบ้านจาง วัน ๆ ไม่ทำอะไร นอกจากตกปลา เล่นมือถือ เล่นเกม” หลิวฝูเซิงพูดกระซิบเบา ๆ ให้สองป้าหลานฟัง
หวังซูลานถอนหายใจ “เด็กคนนี้เมื่อก่อนยังดูเป็นคนดีอยู่แท้ ๆ ไหงกลายเป็นแบบนี้นะ”
หลิวฝูเซิงส่ายหัว “เขาว่ากันว่าเรียนดีมันยาก แต่เสียคนง่ายเหมือนลื่นไถลจริง ๆ!”
ว่าแล้วก็รีบพาสองป้าหลานเข้าบ้าน พร้อมตะโกนเรียกภรรยา “เมียจ๋า มีแขกมา!”
ภรรยาของเขา—ซุนเฟิ่งเยี่ยน รีบเดินออกมาจากห้องนอน มือยังถือมือถืออยู่ เธอกำลังติดการดูไลฟ์สดใน “แมนโช่ว” (แอปวิดีโอคู่แข่งโต่วอิน)
เธอเป็นแฟนคลับตัวยงของเหล่า “เศรษฐีพันล้าน ปริ๊นซ์ดูไบ เจ้าชายอาหรับ” ที่แท้ก็เป็นแค่พวกเน็ตไอดอลจีนสร้างคอนเทนต์หลอกคนสูงวัย แต่เธอกลับเชื่อสนิทใจ
“นี่หลานสาวของซูลาน เจียเจีย มาทำงานที่ปักกิ่ง ตอนนี้ยังไม่มีแฟน” หลิวฝูเซิงรีบแนะนำ
ซุนเฟิ่งเยี่ยนมองเจียเจียแล้วก็ยิ้มสดใสทันที “นั่งสิ ๆ ตงซวี่ใกล้กลับแล้วล่ะ หนูอยากดื่มอะไร เดี๋ยวป้าไปหยิบให้”
หวังเจียเจียรีบตอบสุภาพ “น้ำเปล่าก็พอค่ะ”
“ได้เลยจ้ะ” ซุนเฟิ่งเยี่ยนเดินไปหยิบทันที
ไม่นาน หลิวตงซวี่ก็กลับมาถึงบ้าน
แต่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เพราะการสัมภาษณ์งานไม่ผ่าน ตั้งแต่เรื่องรอยสักก็โดนสัมภาษณ์ย้อนถาม เขาเถียงกลับว่า “นี่คือวัฒนธรรมอเมริกา!” สุดท้ายโดนปฏิเสธไปตรงนั้นเลย
เรียกว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ “ไม่ต้องรอผล”
“ไง เสี่ยวเซียน! ไม่เจอกันตั้งนาน!” หลิวตงซวี่เห็นจางเซียนนอนเล่นอยู่ รีบเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มกว้าง
“อ้าว ตงซวี่!” จางเซียนลุกขึ้นรับทักทาย กอดกันพอเป็นพิธี
ทั้งสองอายุเท่ากัน แต่หลิวตงซวี่เกิดทีหลังสี่เดือน เลยเรียกเขาว่า “พี่เซียน” มาตลอด ความสัมพันธ์ก็ใช้ได้ แต่พอขึ้นมัธยมกลับเกือบตัดขาดกัน เพราะทั้งคู่ดันชอบผู้หญิงคนเดียวกัน—และผู้หญิงคนนั้นเลือกจางเซียน สุดท้ายหลิวตงซวี่แอบไปรายงานครูจนทั้งสองโดนทำโทษ ทำให้บาดหมางตั้งแต่นั้นมา
หลังจากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อเมืองนอก ความสัมพันธ์เลยห่างไปอีก
“กลับมาก็รีบไปสัมภาษณ์เลย?” จางเซียนถามตามมารยาท
“ใช่ ๆ พึ่งกลับมาก็เจอเลยน่ะ”
“แล้วเป็นยังไงบ้าง?”
“ก็ดีแหละ แค่ต้องผ่านอีกสองรอบ” หลิวตงซวี่พูดหน้าตาย แต่จริง ๆ ใจเจ็บเพราะเพิ่งถูกปฏิเสธ
เขาทำเป็นยักไหล่ “จริง ๆ ไม่ซีเรียสหรอก ยังไงก็มีหลายบริษัทรอให้ฉันเลือกอยู่แล้ว”
ว่าแล้วก็หันมาถามย้อน “ว่าแต่พี่เซียนทำงานอะไรอยู่ตอนนี้?” ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าจางเซียนไม่ได้ทำงาน
“ฉันเหรอ?” จางเซียนเหยียดแขนหาว “นอนกินสิ!”
“หูย ชิลจังนะ” หลิวตงซวี่ทำเสียงเสียดาย “แต่เสียดายฉันไม่มีสิทธิ์แบบนั้น ต้องเป็นวัวเป็นม้าให้บริษัทใช้แรง”
เขาทำเป็นถอนหายใจ ก่อนพูดต่อ “แต่พี่เซียน นายเพิ่งอายุ 22 เองนะ จะนอนกินไปตลอดมันก็ไม่เวิร์กหรอก เกาะพ่อไปก็ไม่ใช่ว่าจะเลี้ยงไปได้ตลอด”
จางเซียนพยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง พ่อฉันก็ห้าสิบกว่าแล้ว เกาะต่อได้อีกมากสุดก็ยี่สิบปี แผนของฉันคือรีบแต่งเมีย มีลูกชายไว้หนึ่งคน แล้วก็เกาะเมียต่อ เกาะพี่สาวอีกห้าคนด้วย แล้วพอพ่อไม่อยู่ ลูกชายก็โตขึ้นพอดีหาเงินได้—ถึงตอนนั้นฉันก็เกาะลูกชายต่อไป!”
“สุดยอดแผนเลยใช่ไหมล่ะ!”
เขาพูดอย่างภาคภูมิใจสุด ๆ