ตอนที่ 34 : “เปิดไพ่! ฉันนี่แหละ ลูกดารา”
วันนี้แม้หลินซีเวยจะแต่งตัวเรียบร้อยออกแนว “คุณหนูบ้าน ๆ” แต่จริง ๆ แล้วนิสัยเธอออกจะร่าเริงพอสมควร พอได้ยินหูชวนพูดแบบนั้นก็หัวเราะแหย่กลับไปทันที
“งั้นนายก็รอผู้โดยสารคนอื่นเถอะ เราไม่ไปทางเดียวกันหรอก!”
พูดจบ หลินซีเวยก็เลือกนั่งลงข้างจ้าวเผิงทันที
“อย่าเพิ่งดิ ตอนนี้ฉันรับประกันว่าเป็นรถว่างนะ เธอบอกเลยจะไปไหน ฉันพาไปหมด!”
หูชวนยังหน้าด้านยังยิ้มกว้างเดินไปจะนั่งข้างหลินซีเวย แต่สวี่หยวนหยวนกลับตัดหน้ามานั่งเสียก่อน
“พี่เผิง สลับที่หน่อยดิ!”
หูชวนหันไปหาจ้าวเผิงที่นั่งอยู่ระหว่างจางเซียนกับหลินซีเวย
“ไม่เปลี่ยน!”
จ้าวเผิงตอบทันควัน “กว่าจะได้เจอเซียนสักที มีเรื่องคุยเพียบเลย!”
แม้ปากจะอ้างถึงจางเซียน แต่ในใจจริง ๆ เขาก็อยากใกล้ชิดหลินซีเวยเหมือนกัน สมัยมัธยมเขาเป็นดาวเด่นสายกีฬา แอบชอบเธอมานาน เพียงแต่ไม่เคยออกตัวแรงแบบหูชวน
พอหลินซีเวยเริ่มคบกับจางเซียน เขาก็จำต้องเก็บความรู้สึกเงียบ ๆ ไว้ …วันนี้ได้เจออีกครั้ง แถมเธอยังโสด จะบอกว่าไม่มีความคิดเลยก็คงโกหก
แต่ตอนนี้หุ่นเขาอ้วนฉุไปเยอะ ทำให้ใจแอบฝ่ออยู่ไม่น้อย ถ้ารู้ว่าจะได้มานั่งข้าง “เทพธิดา” แบบนี้ เขาคงรีบลดน้ำหนักมาตั้งแต่เนิ่น ๆ
การปรากฏตัวของอดีต “ดาวโรงเรียน” อย่างหลินซีเวย ทำเอาบรรดาหนุ่ม ๆ รอบโต๊ะต่างแข่งกันโชว์เหมือนนกยูงรำแพนพยายามดึงความสนใจเธอ
ยกเว้นจางเซียน …เพราะเขาเคยเป็น “คนเดียวที่ได้เธอ” มาก่อน ตอนนี้เลยนั่งเฉย ๆ ทำตัวโลว์โปรไฟล์สุด ๆ
“ว่าแต่เซียน ช่วงนี้ไปโกยเงินที่ไหนมาเหรอ?”
หูชวนโม้ถึง “ธุรกิจครอบครัว” ของตัวเองจบ ก็หันมาลากจางเซียนเข้ามาเปรียบเทียบ
เขาอยากให้หลินซีเวยรู้ว่า โลกหลังเรียนจบมันไม่เหมือนสมัยเรียนอีกต่อไป ครอบครัวและฐานะสำคัญกว่ามาก …เหมือนเขาเองที่สืบกิจการเต็นท์รถมือสองของพ่อแม่ รายได้ก็งามอยู่
ที่สำคัญ ได้จับรถหรูเปลี่ยนขับทุกวัน จีบสาวก็สะดวกขึ้นเยอะ ถึงรถพวกนั้นจะเก่าแล้วก็เถอะ
ตรงกันข้าม หลินซีเวยยังเป็น “ดวงใจเก่า” ที่เขาไม่เคยลืม พอเจออีกครั้งก็ยิ่งจุดไฟให้เขาอยากโชว์
พอหูชวนถามขึ้น ทุกสายตาก็พุ่งไปที่จางเซียนทันที เรื่องงานถือว่าเป็นหัวข้อชี้วัดสำคัญของคนวัยนี้ ใครได้งานดี ก็ถูกมองว่าชีวิตไปได้สวย
“ฉันเหรอ… ตอนนี้ก็นอนอยู่บ้านเฉย ๆ น่ะ”
จางเซียนตอบตามจริง
คราวนี้ทุกคนอึ้ง …เด็กปักกิ่งแท้ ๆ เรียนจบปริญญาตรีแล้วแท้ ๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ 985 หรือ 211 ก็น่าจะหางานได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็พอเลี้ยงตัวเองไหว ไหงถึงไม่มีงานสักที่?
“ฉันจำได้ว่านายเรียนเศรษฐศาสตร์การค้านี่นา หางานยากขนาดนั้นเลยเหรอ?” จ้าวเผิงถามต่อ
“สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เธอคิดว่าเรียนเศรษฐศาสตร์แล้วจะหางานง่ายเหรอ?”
จางเซียนยักไหล่ พูดตรง ๆ
เขาเรียนที่ “มหาวิทยาลัยพาณิชย์ปักกิ่ง” …ไม่ใช่ 985* ไม่ใช่ 211* แถมบางคนยังไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ
“งั้นไม่ลองมาขายรถกับฉันล่ะ? เงินปีละหลายแสนง่าย ๆ เลยนะ แถมเศรษฐศาสตร์การค้าก็เกี่ยวกับการขายรถเหมือนกันแหละ!”
หูชวนหัวเราะหึ ๆ เสนอขึ้น
“พี่บ้าโชว์ เลิกโม้เถอะ!”
จ้าวเผิงสวนกลับทันที “พวกนายขายรถทีละคัน นั่นเรียกพ่อค้ารถ แต่ของจริงต้องส่งออกเป็นล็อต ๆ ไปต่างประเทศ แบบนั้นถึงจะเรียก ‘การค้า’ เฟ้ย!”
“ไม่ใช่พ่อค้ารถ! ฉันคือ ‘นักธุรกิจรถยนต์มือสอง’ ต่างหาก!”
หูชวนรีบแก้ …เรื่องนี้เขาเซนซิทีฟมาก
ทว่าสวี่จื้อหยางกลับเอ่ยขึ้นมาบ้าง “เดี๋ยวนะ เซียน นายไม่มีงานทำ แต่กลับขับ AITO เวิ่นเจี้ยม M8 มานะ รถคันนั้นตั้งสี่แสนกว่าแน่ะ!”
“หา?! เซียน รถนั่นของนายจริงดิ?”
หูชวนอุทานลั่น ในฐานะคนขายรถ เขารู้ราคาดีที่สุด รถหรูพลังงานใหม่รุ่นนี้คือของแรงในตลาด
สำหรับกลุ่มวัยเพิ่งเรียนจบ ส่วนมากยังไม่มีรถ หรือถ้ามีก็แค่คันสิบกว่าหมื่น …แต่จางเซียนกลับขับคันละสี่แสนกว่าออกงาน แบบนี้มัน “เทพเหนือมนุษย์” แล้ว!
“เว้ย เซียน นายมันซ่อนของเก่งนี่หว่า!”
“มิน่า ไม่ทำงานก็ยังอยู่ได้ สรุปคือโคตรรวยแต่แกล้งถ่อมตัวนี่เอง!”
“บอกหน่อยสิ ทำยังไงถึงอายุ 22 แล้วได้ขับเวิ่นเจี้ยม M8!”
สายตาทุกคนเปลี่ยนไปทันที จากเมื่อกี้ที่มองเหมือนคนตกงานไร้อนาคต กลายเป็นอิจฉาตาร้อนจนแทบไหม้
จางเซียนหัวเราะหึ ๆ มองไปรอบวง “งั้นเอาเถอะ ไหน ๆ วันนี้ก็มาเจอกันแล้ว ฉันขอเปิดไพ่เลยละกัน”
“ฉันไม่แกล้งทำตัวถ่อมแล้ว …ความจริงก็คือ ฉันเป็น ‘ลูกดารา!’”
“ห๊ะ?! ลูกดารา?”
ทุกคนอึ้งกิมกี่ …ก็รู้กันอยู่ว่าพ่อเขาเป็นนักร้อง แต่ก็แค่ดาราระดับ “ไม่ดัง” เองนี่นา
ยังไม่ทันใครได้พูดอะไร เสียงพิธีกรก็ดังขึ้นจากเวที
“ต่อไปนี้คือการแสดงสุดท้ายก่อนเข้าสู่พิธีวิวาห์ …ขอเชิญศิลปินชื่อดัง ‘จางตงซาน’ ขึ้นมาร้องเพลง 《กลิ่นแอปเปิล》!”
“โห—เพลง 《กลิ่นแอปเปิล》 นี่หว่า!”
“เพลงนี้กำลังดังเลยนะ!”
“นี่ตัวจริงมาเองเลยเรอะ?!”
ทันทีที่ชื่อเพลงดังขึ้น คนทั้งงานก็ฮือฮา มือถือถูกยกขึ้นถ่ายกันพรึ่บ
บนเวที จางตงซานในชุดลำลองเดินขึ้นไปยิ้มแย้ม แสงไฟสาดลงมา เขาเปิดปากพูดเสียงดังฟังชัด
“ผมกับพี่หลิวเป็นเพื่อนบ้านกันมาสามสิบปีแล้ว ตงซวี่ก็โตมาให้ผมเห็นกับตา วันนี้ได้เห็นเขาแต่งงาน ผมในฐานะ ‘ลุง’ รู้สึกยินดีมาก ขอมอบเพลงนี้ให้เป็นพรจากใจจริง!”
เดิมทีเขาเคยเป็นนักร้องโนเนม รับงานร้องในงานแต่งงานหรืองานศพเป็นประจำ …แต่ตอนนี้ต่างไปสิ้นเชิง เพลงที่กำลังดังทำให้เขากลายเป็น “ดาราตัวจริง” บนเวที ทุกสายตาจับจ้อง ทุกมือถือถ่ายเก็บไว้ กลายเป็นจุดศูนย์กลางที่แท้จริงของงาน
.....
(จบตอน)
* โครงการ 985 = กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รัฐบาลจีนคัดเลือกและสนับสนุนให้พัฒนาเป็นระดับโลก โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1998 ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งและชิงหัว แล้วขยายต่อมา
* โครงการ 211 = กลุ่มมหาวิทยาลัยสำคัญ 100 แห่ง ที่รัฐบาลคัดเลือกและสนับสนุน โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1995