ตอนที่ 37 : วิกฤติของฉู่โหย่วหรง

  สองคนไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าเดิมที่แพงหูฉี่

  ร้านนี้จะว่าไงดีล่ะ นอกจากแพงแล้วจริง ๆ ก็แทบไม่มีข้อเสียอะไรเลย

  บรรยากาศก็ดี ของกินก็อร่อย

  รอบนี้เป็นฉู่โหย่วหรงเป็นคนเลี้ยง จางเซียนก็ไม่เกรงใจ มื้อนี้สองคนซัดไปกว่าสองพัน

  พอจางเซียนกินอิ่มแล้ว ฉู่โหย่วหรงก็พูดถึงเรื่องจริงจัง “《มีศักดิ์ศรี》 อีกสามวันก็จะปล่อยแล้ว นายเห็นทีเซอร์หรือยัง?”

  “อืม เห็นแล้ว”

  “พอเพลงนี้ออนไลน์ ฉันอาจจะประกาศเลิกกัน แต่ก็ต้องดูว่ากระแสสังคมตอบสนองยังไงก่อน”

  “เรื่องพวกนี้ฉันไม่เข้าใจหรอก เธอจัดการเองก็แล้วกัน แต่อย่าเอาฉันไปเปิดเผยก็พอ”

  จางเซียนแค่อยากใช้ชีวิตแบบนอนกิน สบาย ๆ เฉย ๆ ไม่อยากเอาหน้าออกไปวุ่นวายอะไร ถึงยังไงเขาก็เป็น “คนมีระบบ” แล้ว ไม่จำเป็นต้องโชว์ตัวหาเงิน แต่กับการปล่อยเพลง 《มีศักดิ์ศรี》 เขายังใส่ใจอยู่ เพราะผลลัพธ์ของมันจะตัดสินว่าเขาจะได้เงินมากน้อยแค่ไหน

  จนถึงตอนนี้ ฉู่โหย่วหรงในฐานะ “ผู้ช่วยนอนกินเบอร์สอง” ยังไม่เคยทำให้เขาได้เงินสักหยวนเดียวเลย!

  ช่วยหาเงินไม่ได้ จะเรียกว่าผู้ช่วยได้ยังไง!

  ในเวลาเดียวกัน

  หรงซู่เอนเตอร์เทนเมนต์

  บรรดาผู้บริหารกำลังประชุม

  “เพลงใหม่ของฉู่โหย่วหรงจะปล่อยในอีกสามวัน เราจะปล่อยผ่านเฉย ๆ ได้เหรอ?”

  “ฉันว่าต้องขวาง ไม่งั้นใคร ๆ ก็คิดว่าหรงซู่เอนเตอร์เป็นของเล่น!”

  “ใช่ ต้องทำให้เธอรู้ว่าออกจากหรงซู่เอนเตอร์ไปแล้ว เธอไม่มีอะไรเหลือเลย!”

  ทุกคนต่างเห็นด้วย

  “ผอ.ตู๋ คุณมีแผนอะไรบ้าง?”

  ประธานบริษัท อวี่ข่าย หันไปถามตู๋เยว่ ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการที่นั่งอยู่ด้านซ้าย

  ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตอนนี้โครงสร้างในบริษัทบันเทิงก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

  เมื่อก่อนบริษัทเน้นทำ “เนื้อหา” เพราะทำเนื้อหาได้ดีก็ช่วยดันศิลปินและทำเงินได้

  แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว แค่เนื้อหาพอใช้ แต่ถ้าการตลาดดี ก็ยังทำเงินได้มากมาย

  เพราะงั้นฝ่ายปฏิบัติการเลยกลายเป็นฝ่ายที่มีบทบาทมากขึ้น

  ตู๋เยว่พูดขึ้น “อยากจะขวางฉู่โหย่วหรงก็ง่ายมาก แค่เลื่อนเวลาออกเพลงของสวีเหยา กับซุนเจียเหริน มาในอีกสามวันเหมือนกัน!”

  “สองคนนั้นเพลงเสร็จแล้ว เดิมทีก็จะปล่อยสิ้นเดือน แค่ขยับมาก่อนหน่อยเท่านั้นเอง”

  สวีเหยากับซุนเจียเหรินเป็นศิลปินของหรงซู่เอนเตอร์ ทั้งคู่ก็เคยอยู่ในวง “มูนเกิร์ล” วงเดียวกับฉู่โหย่วหรงมาก่อน

  หลังจากวงมูนเกิร์ลดังขึ้น บริษัทก็รีบให้สมาชิก “แยกบิน” ไปทำงานเดี่ยว ๆ ตามสไตล์และความสามารถ เพื่อทำเงินให้บริษัทได้มากกว่า

  ถ้ายังทำงานเป็นวงเดียวกัน รายได้รวมก็มีเพดาน แต่ถ้าแยกเป็นเจ็ดศิลปิน แม้ค่าตัวแต่ละคนจะไม่สูงเท่าทั้งวง แต่บวกรวมกันแล้วมากกว่าหลายเท่า

  แถมยังรับงานได้หลายแบบมากขึ้นด้วย!

  เพราะงั้น หลังดังมาได้ปีหนึ่ง วงมูนเกิร์ลก็แทบไม่ค่อยรวมตัวอีก ต่างคนต่างเดินสายของตัวเอง

  ในเจ็ดคนนั้น มีสี่ที่ยังทำเพลงต่อ ซึ่งรวมถึงฉู่โหย่วหรง ซุนเจียเหริน และสวีเหยา

  ซุนเจียเหรินแนวคล้ายโหย่วหรง กลุ่มแฟนซ้อนกันเยอะ ส่วนสวีเหยาก็เป็นสายร้องหลัก ร้องสดได้เต็มที่

  “แผนล่ะ?” อวี่ข่ายเคาะโต๊ะ

  ตู๋เยว่ยิ้ม “ง่ายมาก ซุนเจียเหรินออกเพลงแนวสาวหวาน พ่วงกับข่าวฉู่โหย่วหรงจะแต่งงาน เอากระแสดึงแฟนคลับผู้ชายไป ส่วนสวีเหยาก็ใช้เพลงสายคุณภาพ กดทับไปตรง ๆ แล้วปล่อยกระแสว่าเสียงร้องของฉู่โหย่วหรงกากไปเลย!”

  “สองทางพร้อมกัน เพลงของฉู่โหย่วหรงก็ไม่เหลืออนาคตแล้ว”

  เธอมั่นใจสุด ๆ เพราะรู้จักฉู่โหย่วหรงอย่างทะลุปรุโปร่ง เรียกได้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

  “ดี! ทำตามนี้เลย!” อวี่ข่ายพยักหน้าหนักแน่น “นอกจากจะชนะ ยังต้องให้ศิลปินคนอื่นเห็นด้วย ว่าถ้าใครคิดออกจากหรงซู่เอนเตอร์ จะเจอจุดจบแบบไหน!”

  “สบายใจได้เลย”

  ไม่นาน ซุนเจียเหรินกับสวีเหยาก็อัปเดตเว่ยป๋อ ประกาศจะปล่อยเพลงใหม่ “อีกสามวัน” วันเดียวกันเป๊ะกับฉู่โหย่วหรง

  “ห๊ะ? อีกสามวัน? บังเอิญเกินไปปะ!”

  “สมาชิกมูนเกิร์ลเล่นตีกันเองแล้วเหรอ? ปล่อยพร้อมกันสามคนเลย!”

  “ก็ชัดเจนแล้วไง บริษัทเก่ากลั่นแกล้งเธออยู่ชัด ๆ!”

  “แล้วไง จะให้มีแค่ฉู่โหย่วหรงคนเดียวที่ปล่อยเพลง คนอื่นจะปล่อยไม่ได้?”

  “เพลงใหม่ของโหย่วหรงเจอทั้งสวีเหยากับเจียเหริน แบบนี้ไม่เละเป็นขี้เหรอ?”

  ชาวเน็ตถกกันสนั่น

  แล้วทีมการตลาดก็เริ่มลงสนาม

  “สวีเหยาคือของจริง! นี่แหละการเคลียร์ประตูบ้านที่แท้!”

  “โหย่วหรงกำลังจะแต่งงานแล้ว จะเป็นคุณนายอยู่แล้ว จะมาเป็นไอดอลอะไรอีก!”

  “เมื่อก่อนยังลังเลว่าจะตามเจียเหรินหรือโหย่วหรง ตอนนี้ไม่ต้องลังเลแล้ว ผู้หญิงแต่งงานแล้วก็ออกไปเถอะ!”

  “ทรยศก็แบบนี้แหละ ออกมาไวเกินไปชัด ๆ!”

  “มูนเกิร์ลตอนนี้คือหกคนแล้วนะ ไม่ใช่เจ็ด! ต้องบอยคอตคนทรยศ!”

  …คอมเมนต์ถล่มทลาย

  และการเคลื่อนไหวรอบนี้ของเธอก็ได้ผลจริง ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่มีความคิดเป็นของตัวเองจริง ๆ มีไม่มาก ส่วนใหญ่ก็มีนิสัย “ไหลตามกระแส” คนอื่นด่า เขาก็ด่าตาม คนอื่นชม เขาก็ชมตาม

  ดังนั้น ภายใต้การนำทางของกองทัพคีย์บอร์ด ความคิดเห็นใต้เว่ยป๋อที่ฉู่โหย่วหรงประกาศจะปล่อยเพลงใหม่ก็พังทันที สิบความเห็นมีเจ็ดแปดเป็นด่าล้วน ๆ ไหนจะในติ๊กต็อกก็มีบล็อกเกอร์สายบันเทิงทำคอนเทนต์เชียร์คนนึง เหยียบอีกคนแบบ “ดันคนหนึ่ง กดอีกคนหนึ่ง”

  เหมือนกับว่าภายในพริบตาเดียว ชื่อเสียงของฉู่โหย่วหรงก็พังทลาย กลายเป็น “คนทรยศ” ที่ใคร ๆ ก็พร้อมจะรุมด่า

  พอเห็นว่ากลยุทธ์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ตู๋เยว่ที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพ์อยู่ถึงกับหัวใจพองโต เริ่มคิดแล้วด้วยซ้ำว่าจะไปขอความดีความชอบจากประธานอวี่ข่ายยังไงดี

  แต่สิ่งที่เธอลืมไปก็คือ แต่เดิมเรื่องฉู่โหย่วหรงจะปล่อยเพลงใหม่ในอีกสามวัน ไม่ได้เป็นข่าวที่มีคนสนใจอะไรมากมาย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นที่รู้กันไปทั่ว แถมแฮชแท็ก #เพลงใหม่ฉู่โหย่วหรง ยังพุ่งติดเทรนด์ฮ็อตอีกต่างหาก

  พูดง่าย ๆ ก็คือ ในขณะที่เธอกำลังโดนด่า ฉู่โหย่วหรงก็กำลังได้กระแสถล่มทลายมหาศาลกลับมา

  ส่วนกระแสนี้จะเปลี่ยนเป็นผลตอบรับในทางบวกได้หรือไม่นั้น…ก็ต้องรอดูตอนที่เพลงปล่อยจริงแล้วค่อยว่ากัน!



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 37 : วิกฤติของฉู่โหย่วหรง

ตอนถัดไป