ตอนที่ 57 : เพื่อนผู้หญิง
“หะ…คุณฮาน คุณหมายความว่าจะมาเป็นแฟนพี่เซียนเหรอ!?”
หลิวตงซวี่เหมือนโดนฟ้าผ่า สภาพหน้าตกตะลึงสุดขีด
“อื้ม แล้วนายคิดว่าฉันกับพี่เซียนเหมาะกันไหมล่ะ?”
ฮานจื่อเวยยิ้มหวาน ดูก็รู้ว่าเธอจำได้ว่าหลิวตงซวี่น่าจะเป็นเพื่อนของจางเซียน
“เอ่อ…ก็เหมาะอยู่นะ”
หลิวตงซวี่ทำอะไรได้นอกจากพยักหน้า—ถามหน่อย ใครจะกล้าบอกว่าไม่เหมาะกัน ในเมื่อคนถามคือฮานจื่อเวย ถึงจะดังน้อยกว่าฉู่โหย่วหรง แต่เธอก็ยังเป็นซูเปอร์สตาร์ของจริง ทั้งหน้าตา ทั้งหุ่น ทุกอย่างล้วนระดับท็อปที่ผู้หญิงธรรมดาเทียบไม่ได้เลย
“แล้วพี่เซียนล่ะ คิดว่ายังไง?”
ฮานจื่อเวยหันมาถามเขาโดยตรง
“เวยเวย เธอกับโหย่วหรงเป็นเพื่อนสนิทกัน มันไม่เหมาะหรอก”
จางเซียนส่ายหัวปฏิเสธทันที “อีกอย่าง ฉันเพิ่งเลิกกันมาเอง ยังไม่อยากเริ่มรักครั้งใหม่ตอนนี้หรอก”
ว่าไปแล้วก็มีสุภาษิต—กระต่ายไม่กินหญ้าข้างรัง
ตอนนี้ในค่าย เซียนอวี่มิวสิก นอกจากพ่อแล้ว ก็มีศิลปินสองคนคือ ฉู่โหย่วหรง (แฟนเก่า) และฮานจื่อเวย (เพื่อนสนิทของแฟนเก่า)
ถ้าเธอกลายมาเป็นแฟนใหม่เขาอีก มันจะออกหน้าออกตาไปหน่อยมั้ย?
ยิ่งไปกว่านั้น จางเซียนเพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการมาได้สด ๆ ร้อน ๆ จะให้ตัวเองกลับไป “ติดแห” ใหม่ทันทีได้ยังไง!
สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว—ตอนนี้เขามีเงิน มีฐานะแล้ว ชีวิตคนรวยก็ต้องใช้ให้เต็มที่
สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนก็คือ “ความคิด” …คนรวยมักจะมีผู้หญิงมากมาย แต่กลับไม่มี “แฟนสาว” ตายตัว
เพราะถ้ามีแฟนจริง ๆ การไปยุ่งกับคนอื่นมันจะถูกเรียกว่า “นอกใจ” แล้วก็โดนด่า
แต่ถ้าไม่มีแฟนอยู่แล้ว ก็ไม่มีคำว่า “นอกใจ” ให้ใครด่าน่ะสิ!
สรุปง่าย ๆ คือ ทุกคนเป็น “เพื่อน” กันทั้งนั้น ไม่มีใครนอกใครในหรอก!
ฮานจื่อเวยไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่เซียน…เราคุยกันสองคนได้ไหม?”
“เอ่อ ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ!” หลิวตงซวี่รีบหาทางถอยออกให้อย่างรู้กาลเทศะ ทิ้งพื้นที่ไว้ให้ทั้งสองได้คุยกันต่อ
จางเซียนได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ จริง ๆ เขาไม่อยากคุยกับฮานจื่อเวยเป็นการส่วนตัวเลย—ก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร
“พี่เซียน ความจริงเรื่องของนายกับโหย่วหรง ฉันรู้อยู่แล้วนะ”
ทันทีที่หลิวตงซวี่เดินไป ฮานจื่อเวยก็เปิดประเด็นทันที “แถมยังเป็นความคิดของฉันเองด้วย”
“หา? ความคิดของเธอ?”
จางเซียนประหลาดใจ—ฉู่โหย่วหรงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังเลย
“ใช่ ตอนนั้นฉันกับโหย่วหรงนั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ฉันเห็นนายไปนั่งตกปลาทุกวัน ถึงจะไม่ได้สักตัวก็ยังไม่เคยขาด เลยเสนอให้เธอลองวิธีนี้ดู”
“เดี๋ยว ๆ ขอแก้ไขนิด”
จางเซียนทำเสียงจริงจัง “ตอนนี้ฉันตกได้วันละยี่สิบสามสิบตัวแล้วนะ!”
เขาจะยอมถูกเรียกว่า “มือเปล่า” ได้ยังไงกัน ในเมื่อเขากลายเป็น “เทพตกปลา” ไปแล้ว!
แต่ฮานจื่อเวยไม่ได้สนใจประเด็นนั้น เธอพูดต่ออย่างจริงใจ “ความหมายของฉันคือ…ฉันเองก็ยอมจ่ายนะ แบบเดียวกับโหย่วหรงก็ได้”
“แล้วค่อยคบกันสักพัก พอถึงเวลาค่อยเลิกกัน ถึงตอนนั้นนายก็จะมีแรงบันดาลใจเขียนเพลงให้ฉัน!”
“เอ่อ…”
จางเซียนถึงกับอึ้ง—สรุปว่าเธอไม่ได้อยากเป็นแฟนจริง ๆ แต่แค่อยากได้เพลงนี่หว่า!
“เวยเวย แรงบันดาลใจมันไม่ใช่ว่าจะมีทุกครั้งหลังเลิกกันนะ”
เขารีบแก้ตัว “ที่ฉันเขียนเพลงให้โหย่วหรงได้ เพราะถึงจะเป็นแฟนกันแกล้ง ๆ แต่คบกันนานพอสมควร มันก็มีความรู้สึกอยู่บ้าง พอเลิกกันเลยถึงมีอารมณ์แต่งเพลงออกมาได้”
ว่าไปแล้ว…ผู้ชายปักกิ่งแบบเขามีพรสวรรค์ในการ “โม้” อยู่แล้ว คำแก้ตัวมั่ว ๆ ก็เลยไหลลื่นออกมาเป็นชุด
“งั้นฉันจ่ายเพิ่มเป็นสองเท่าเลย ดีมั้ย?”
ฮานจื่อเวยเล่นใหญ่ หวังปิดดีลให้ได้
“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอก”
จางเซียนโบกมือปฏิเสธอย่างมั่นใจ—ก็จริง ตอนตกลงกับโหย่วหรง เขายังไม่มีเงินล้าน แต่ตอนนี้ แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็มีเงินโอนเข้าบัญชีหกเจ็ดล้านแล้ว จะไปสนใจเงินนิดหน่อยของฮานจื่อเวยทำไมกัน
“พี่เซียน…หรือว่าฉันไม่สวยพอ?”
ฮานจื่อเวยถึงกับทำหน้าผิดหวัง
“ไม่ใช่ ๆ”
จางเซียนรีบโบกมือปฏิเสธ ก่อนพูดเสียงจริงจัง “เธอสวยมากจริง ๆ ผู้ชายคนไหนก็ต้องชอบอยู่แล้ว เพียงแต่…ฉันเพิ่งเลิกมา ยังไม่อยากเริ่มต้นรักครั้งใหม่ ไม่ว่าจะจริงหรือหลอกก็ตาม”
ฮานจื่อเวยถอนหายใจเบา ๆ “สุดท้ายก็ยังไม่คู่ควรสินะ…”
“โธ่ เวยเวย อย่าพูดแบบนั้นสิ”
จางเซียนไม่คิดเลยว่าเธอจะปล่อยประโยคชวนจิ้นแบบนี้ออกมา—นี่มันมุมมองอีกด้านของเธอชัด ๆ
เขาไอเบา ๆ ก่อนจะพูด “ถึงจะเป็นแฟนกันไม่ได้ แต่เธอเป็น ‘เพื่อนผู้หญิง*’ ของฉันได้นะ”
“เพื่อนผู้หญิง?”
ฮานจื่อเวยมองเขางง ๆ “ฉันก็เป็นผู้หญิง แล้วก็เป็นเพื่อนนายอยู่แล้ว นี่มันไม่ใช่เพื่อนผู้หญิงเหรอ?”
“ไม่ใช่สิ” จางเซียนส่ายหน้า “เธอลองแยกคำออกดูดี ๆ สิ”
ฮานจื่อเวยลองสะกดใจนึกตาม…แล้วทันใดนั้น หน้าเธอก็แดงก่ำขึ้นมาทันที!
“พี่เซียน! นี่นาย…”
เธอมองเขาอย่างเขินอายปนโกรธ ไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะนักแต่งเพลงจะพูดอะไรทะลึ่งแบบนี้ มันแทบไม่ต่างกับพวกผู้บริหารหื่นกามที่เคยคิดจะลวนลามฉู่โหย่วหรงเลย!
“คือแบบนี้นะ งานวิจัยบอกว่าแรงบันดาลใจกับสารโดพามีนมันสัมพันธ์กัน”
จางเซียนทำหน้าเคร่งเครียด “พอมีโดพามีนมาก ก็จะกระตุ้นให้มีไอเดียสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด และวิธีปล่อยโดพามีนที่ดีสุดก็คือ…เอ่อ เธอก็รู้นี่แหละ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อศิลปะนะ!”
เขาเงยหน้ามองฟ้า ทำเสียงเศร้าลึกเหมือนศิลปินผู้เสียสละ
ฮานจื่อเวยขมวดคิ้วแน่น ลองทบทวนที่เขาพูด ก่อนถามเสียงแผ่ว ๆ “แล้วที่นายแต่งเพลงให้โหย่วหรงได้สองเพลง…ก็เพราะพวกนาย ‘ทำแบบนั้น’ แล้วใช่ไหม?”
“เรื่องส่วนตัวของคนอื่น ฉันไม่ขอพูดหรอกนะ” จางเซียนโบกมือเลี่ยงตอบ ปล่อยให้ตีความเอาเอง
“งั้น…ขอให้ฉันกลับไปคิดดูก่อนแล้วกัน”
ฮานจื่อเวยยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะเธอเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นเลย
“อื้ม คิดไปเรื่อย ๆ ก็ได้”
จางเซียนพยักหน้า “ถึงจะเพื่อศิลปะ แต่ก็ต้องเลือกวิธีที่เข้ากับตัวเองเหมือนกัน”
(จบตอน)
* คำว่า “เพื่อนผู้หญิง” ปกติแล้วในภาษาจีนมันหมายถึง “เพื่อนที่เป็นผู้หญิง” ธรรมดาแต่จางเซียนจงใจเล่นคำ บอกให้ “แยกคำ” เพราะถ้าอ่านติดกัน = เพื่อนผู้หญิง (ความหมายปกติ) แต่ถ้า “ตัดคำ” ออกมาเป็น “ผู้หญิง” + “เพื่อน” → กลายเป็น “ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนบนเตียง” หรือ “เพื่อนที่มีสัมพันธ์เชิงชู้สาว” พูดง่าย ๆ เขาหมายถึง “เพื่อนที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้หญิงของฉัน” → ซึ่งจริง ๆ คือการบอกอ้อม ๆ ว่า อยากให้เธอเป็นคู่นอน ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา