ตอนที่ 78 : กลายเป็นน้องเขย
เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดัง “ซ่า ๆ” ไม่ขาดสาย
จางเซียนที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหน้าต่าง รีบฉวยจังหวะนี้แอบย่องออกมา
แต่ก่อนจะไป เขาก็อดหันไปชำเลืองทางห้องน้ำไม่ได้—ภาพที่เห็นผ่านรอยแยกของม่านเมื่อครู่เล่นเอาเขาอึ้งไปเลย
ไม่แปลกเลยที่เธอจะได้ฉายา “โหย่วทรงโต” จริง ๆ ของเขาใหญ่เวอร์!
…
พอออกจากบ้านหานจื่อเวยได้ จางเซียนก็ถอนหายใจยาวโล่งอก ถึงเขาไม่กลัวการเผชิญหน้ากับฉู่โหย่วหรงนัก แต่ความสัมพันธ์กับหานจื่อเวยมันเพิ่งเริ่มต้น ถ้าเกิดถูกจับได้ตั้งแต่ตอนนี้ก็คงยุ่งแน่
อีกอย่าง บริษัทตอนนี้มีนักร้องหญิงอยู่แค่สองคนคือฉู่โหย่วหรงกับหานจื่อเวย ถ้าเขาเลือกปฏิบัติกับใครคนหนึ่งมากไป มันอาจกระทบความสามัคคีก็ได้
…
เขาขับรถกลับบ้าน แวะรับจางเจาจี้ แล้วตรงไปที่ “โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนตระกูลหวา”
ห้องทำงานที่ตกแต่งแบบโบราณคลาสสิก วันนี้เขาได้พบกับหมอเทวดาแห่งยุค—หวาซื่อเซียนอีกครั้ง คราวนี้แต่งชุดถังสูทโคร่ง ๆ มือยังบีบลูกแก้ววอลนัตคู่หนึ่ง ดูต่างจากภาพ “ลุงตกปลา” เมื่อวานราวฟ้ากับดิน
“เสี่ยวเซียน มานั่งสิ”
หวาซื่อเซียนชี้ไปที่โซฟารับแขก ก่อนหันไปบอกให้จางเจาจี้นั่งบนเก้าอี้ผู้ป่วยอีกตัว
“ตามอาการของเจาจี้ ฉันวางแผนไว้เป็นการฝังเข็ม 81 วัน มาทำทุก 9 วันต่อครั้ง”
“รอดูผลการรักษารอบแรกก่อน แล้วค่อยวางแผนขั้นต่อไป”
พูดพลางก็เปิดกล่องเข็มคู่ใจขึ้นมา
จางเซียนพยักหน้าเบา ๆ ตามความรู้แพทย์จีนที่เขาได้จากระบบ การใช้ฝังเข็มกระตุ้นเส้นลมปราณแบบนี้ก็พอมีหวังเห็นผลจริง ๆ …แต่ยังไงก็คือ “พอมีหวัง” เท่านั้น ไม่ได้การันตี
ที่จริงเขายังมี “เข็มทะลวงปราณ” ที่ระบบมอบให้ ผลดีกว่ามาก แต่ไม่อาจเอามาใช้ตรง ๆ ได้ ไม่งั้นโดนจับได้แน่ เขาจึงคิดจะปล่อยให้หวาซื่อเซียนทำสักสองครั้งก่อน แล้วค่อยคืบเข้ามาทำเองในฐานะ “ศิษย์”
…
หวาซื่อเซียนลงมือฝังเข็มอย่างตั้งใจ ทุกเข็มที่ปักลึกตื้นต่างกันไปชัดเจน เห็นได้ว่ามีหลักการอยู่จริง พอทำเสร็จก็ถึงกับใช้ผ้าเช็ดเหงื่อ—เพราะฝังเข็มอย่างจริงจังนี่ก็กินแรงไม่น้อย
“เดี๋ยวอาจมีเลือดซึมออกมานิดหน่อย ถือว่าเป็นเรื่องปกติ”
จางเซียนพยักหน้า เขารู้เรื่องนี้ดี
“งั้นฉันจะสอนพื้นฐานการฝังเข็มให้บ้าง ถือเป็นการแลกเปลี่ยน”
หวาซื่อเซียนทำตามที่รับปากไว้จริง ๆ หลังรักษาเสร็จ เขาก็อธิบายหลักการเบื้องต้นให้ฟัง จางเซียนก็ทำทีตั้งใจฟังสุด ๆ เล่นใหญ่ราวกับนักเรียนดีเด่น
…
ตึก ตึก ตึก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้”
หวาซื่อเซียนขยับนั่งตรงขึ้น
ทันใดนั้น ประตูถูกผลักออก เด็กหนุ่มหน้าตาสดใสวัยราว 20 ต้น ๆ เดินยิ้มกว้างเข้ามา “คุณตา! ท่านมาจริง ๆ ด้วยเหรอครับ ผมยังไม่เชื่อเลยตอนคนอื่นบอกว่าท่านอยู่โรงพยาบาล!”
“อืม วันนี้มีคนไข้พิเศษ”
หวาซื่อเซียนพยักหน้า ก่อนชี้มาที่จางเซียน “นี่ เรียกเขาว่า…ลุงเสี่ยวเซียนก็แล้วกัน”
“หา? ลุงเสี่ยวเซียน??”
เด็กหนุ่มถึงกับอึ้ง—ก็เล่นอายุใกล้กันแท้ ๆ จะให้เรียกลุงมันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?
เหตุผลคือ หวาซื่อเซียนกับจางเซียนคุยกันในฐานะ “เพื่อนร่วมรุ่น” การจะให้หลานเรียก “ปู่เสี่ยวเซียน” ก็ดูแปลกไป เลยให้เรียกลุงแทน ยังไงก็ต้องมีระยะห่างของลำดับญาติไว้
“ไม่ต้อง ๆ เรียกกันตามปกติก็พอ”
จางเซียนรีบโบกมือ “ฉันชื่อจางเซียน แล้วเธอล่ะ?”
“ผมชื่อหวามิ่งเซวียน เรียนอยู่ปี 3 คณะแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยการแพทย์”
“อ้าว อย่างนี้ก็เป็นเพื่อนกับพี่สาวห้าของฉันเลยสิ” จางเซียนถึงกับตาโต “เธอก็เรียนที่มหาวิทยาลัยการแพทย์เหมือนกัน ตอนนี้เรียนต่อปริญญาโทปี 1 แล้ว”
“จริงเหรอครับ? พี่สาวห้าของคุณชื่ออะไร?”
“เธอชื่อจางพั้นตี้”
“ห๊ะ?! พั้นตี้รุ่นพี่คือพี่สาวคุณเหรอ?!”
คราวนี้หวามิ่งเซวียนตกใจจนตาโตเป็นไข่ห่าน
“เธอรู้จักพี่สาวห้าของฉันด้วย?”
“ไม่ใช่แค่รู้จักนะครับ ผมสนิทด้วยเลยต่างหาก!”
หวามิ่งเซวียนรีบหุบยิ้มไม่ทัน เดินมานั่งข้าง ๆ จางเซียน “รุ่นพี่พั้นตี้เป็นพี่สาวแท้ ๆ คุณจริงดิ?”
“ใช่ เธอคือพี่สาวห้าของฉันเอง ส่วนคนนี้พี่สาวสาม จางเจาจี้”
“โอ้โห แบบนี้ก็โคตรมีบุญสัมพันธ์เลยสิ!”
ว่าแล้วเขาก็คว้ามือถือออกมา “มา ๆ แอด WeChat กันหน่อยครับ!”
จางเซียนไม่ปฏิเสธ—อีกฝ่ายทั้งเป็นหลานหวาซื่อเซียน ทั้งยังเป็นรุ่นน้องของพั้นตี้ ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธอยู่แล้ว แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อที่อีกฝ่ายเซฟไว้กลับแทบสะดุ้ง—
…หวามิ่งเซวียนตั้งชื่อเขาใน WeChat ว่า “น้องเขย”!!!
จางเซียนงงหนัก—พั้นตี้ยังไม่ได้มีแฟนไม่ใช่เหรอ? แล้วไอ้ตำแหน่งน้องเขยนี่โผล่มาจากไหนกัน?!
“มิ่งเซวียน ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ออกไปก่อน อย่ามากวนตอนฉันกำลังสอนอยู่”
หวาซื่อเซียนขมวดคิ้วใส่หลานชาย
“สอน?”
หวามิ่งเซวียนหันขวับมามอง “เสี่ยวเซียน นายจะเรียนแพทย์จีนด้วยเหรอ?”
“ใช่ ฉันตั้งใจจะฝังเข็มให้เป็น”
“งั้นเดี๋ยวผมสอนเองก็ได้ครับ เรื่องพื้นฐานผมก็คล่องเหมือนกัน ให้ถึงด่านยาก ๆ ค่อยให้คุณตาสอนต่อ”
เหตุผลจริง ๆ ก็คือ—เขาอยากตีซี้กับ “น้องเขย” ให้แน่นขึ้นต่างหากล่ะ! เพราะเขาตามจีบพั้นตี้มาหนึ่งปีเต็มแล้วแต่ก็ยังไม่คืบหน้า ตอนนี้เห็นช่องทางใหม่ก็ต้องรีบคว้าไว้
แต่ยังไม่ทันที่จางเซียนจะตอบอะไร หวาซื่อเซียนก็ทำหน้าเข้ม “ด้วยวิชาแมวสามขาของแกจะไปสอนใครได้!”
หวามิ่งเซวียนหัวเราะกลบเกลื่อน ไม่กล้าเถียง
“เอาเถอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็นั่งฟังไปด้วยแล้วกัน อย่างน้อยก็ได้ทบทวนพื้นฐานอีกที”
หวาซื่อเซียนสรุปเสียงเข้ม
…
(จบตอน)