ตอนที่ 94 : ชายโสดหญิงโสด
“จริงสิ…นายชนะฉันแล้ว อยากทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
จางเซียนเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าเธอพูดแบบนั้น แต่ยังไม่ทันเขาจะเอ่ยปาก ถังอ้าวเสวี่ยกลับเป็นฝ่ายทวงขึ้นมาเอง แบบนี้มันจะเรียกว่ามอบโอกาสให้ หรือกำลังลองใจเขากันแน่?
เขามองคนบนเตียงอีกครั้ง—รูปร่างส่วนเว้าโค้งเด่นชัด แม้ขาที่ใส่เฝือกก็ยังมีเสน่ห์แปลก ๆ ส่วนอีกขาที่ยังสมบูรณ์ ยาวเรียว ดูดึงสายตาอย่างร้ายกาจ
“บ้าเอ๊ย…คิดไปถึงนั่นได้ไงวะ!”
เขารีบสะบัดหัว ไล่ความคิดออกไป
“ทำอะไรก็ได้จริง ๆ เหรอ?”
“อืม ขอแค่ฉันทำได้”
ถังอ้าวเสวี่ยหรี่ตาอย่างจับสังเกต—ใช่เลย เธอกำลังลองใจว่าในหัวเขามีแต่เรื่องทะลึ่งหรือเปล่า
“งั้นก็นอนเถอะ!”
จางเซียนพูดเสียงจริงจัง
“นอน…?”
คำว่านอนในภาษาจีนมันกว้าง จะหมายถึงนอนจริง ๆ หรือชวนทำอะไรเเปลกๆเเบบนั้นก็ได้ทำเอาถังอ้าวเสวี่ยชะงักไป
“คุณถัง ขาเธอกระดูกหักอยู่ทั้งที จะมัวคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่ได้ไง นอนเยอะ ๆ ถึงจะช่วยให้กระดูกติดดีเร็วขึ้น”
จางเซียนพูดพร้อมทำเสียงสอนสั่ง “อีกอย่าง เธอมีภาวะไฟในตับแรงเกินไป เลือดลมยังติดขัดอยู่ พรุ่งนี้ฉันจะลองฝังเข็มช่วยลดอาการให้”
ตั้งแต่ได้สกิล เข็มทะลวงสวรรค์ มา วิชาแพทย์ของเขาก็ไม่แพ้ หมอเทวดาหวาซื่อเซียน เลยด้วยซ้ำ
เขาแอบมองลิ้นของเธอสักแวบ ก็ดูออกคร่าว ๆ แล้วว่าใช่จริง
“พูดเหมือนหมอเลยนะ!”
ถังอ้าวเสวี่ยทำปากยื่น “นี่นายฝังเข็มเป็นจริง ๆ เหรอ?”
“แน่นอน แถมเจ๋งด้วย!”
แม้จะยังไม่เคยลองจริง แต่ของที่ระบบแจกให้ จะพลาดได้ไงกันเล่า!
“นายเรียนหมอมารึไง?”
“ไม่ใช่หรอก แต่พี่สาวคนที่ห้าของฉันเรียนปริญญาโทด้านแพทย์”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับที่นายฝังเข็มได้?”
“ก็เล่าให้ฟังไง จะได้รู้จักครอบครัวฉันบ้าง”
ถังอ้าวเสวี่ยถึงกับอึ้ง “แล้วตกลงนายเรียนจากใครกันแน่?”
“ฉันรู้จักหมอเทวดาหวาซื่อเซียนไง”
“หา? อย่าบอกนะว่าหวาซื่อเซียนเป็นคนสอนนาย?”
เธอแทบไม่อยากเชื่อ เพราะหมอคนนั้นคือระดับตำนาน เคยรักษาผู้ใหญ่ในแวดวงจนหายจากโรคที่โรงพยาบาลยังไม่กล้ารับรักษา
“ก็เรียกได้ว่าเรียนกับเขาละกัน”
จางเซียนยืดอกพูดอย่างมั่นใจ “เราเป็นเพื่อนต่างวัยกันน่ะ เขาสอนฉันเรื่องการแพทย์ ส่วนฉันสอนเขาตกปลา!”
“เพื่อนต่างวัย? นายไม่เรียกเขาว่าอาจารย์?”
“ไม่หรอก เราแลกเปลี่ยนความรู้กันเฉย ๆ ไม่มีเรื่องศิษย์อาจารย์”
“แลกเปลี่ยนความรู้?”
ถังอ้าวเสวี่ยเบิกตากว้าง “งั้นเราก็ทำแบบนั้นได้เหมือนกันสิ!”
“ทำอะไร?”
“แลกเปลี่ยนความรู้กันไง!”
จางเซียนเกาหัว “เธอจะเรียนตกปลา?”
“ใครบอกล่ะ! ฉันอยากเรียนศิลปะการต่อสู้ต่างหาก ท่าที่นายเตะฉันเมื่อกี้ แรงดี มุมก็ดี ฉันว่าโคตรเจ๋งเลย!”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง…”
จางเซียนพยักหน้า “แล้วเธอจะสอนฉันอะไรล่ะ?”
“ก็…สืบสวนคดีไง!”
ถังอ้าวเสวี่ยยกคิ้ว “ฉันเป็นตำรวจ จะสอนให้ก็ได้”
“ฉันเป็นนักแต่งเพลงนะ จะไปเรียนสืบสวนไว้ทำไม?”
“ก็จริง…”
เธอนิ่งคิดแล้วถอนหายใจ รู้สึกตัวเองเหมือนมีแต่ทักษะสายงานอื่นนอกนั้นไม่มีอะไรเลย
“ไม่เป็นไร ค่อยคิดก็ได้ รอให้ขาเธอหายก่อนเถอะ”
จางเซียนหาววอดใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงญาติ กดมือถือเล่น
ระหว่างนั้นเขาเห็นข้อความของ หานจื่อเวย ส่งมาถามว่า “เมื่อไรจะมาดูแมวตลกคว่ำ” ที่บ้านเธอสักที
ตอนกลางวันเขารับปากแล้ว แต่ดันมีเรื่องถังอ้าวเสวี่ยโผล่มา เลยเบี้ยวเธอไป
เขารีบส่งรูปถ่ายในห้องผู้ป่วยกลับไป พร้อมโกหกเบา ๆ ว่า “เพื่อนป่วยหนักเลยต้องเฝ้าอยู่โรงพยาบาล”
อีกฝั่งตอบมาแทบจะทันที “เพื่อนเธอบาดเจ็บหนักมากเหรอ อยู่โรงพยาบาลไหน ให้ฉันไปหาไหม?”
จางเซียนรีบปฏิเสธ—ผู้หญิงเจอกันมันชวนปวดหัวเปล่า ๆ เลยเลื่อนไปวันอื่นแทน
…
“จางเซียน…”
เสียงถังอ้าวเสวี่ยดังขึ้น
“ว่าไง?”
“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”
เธอพูดพลางหน้าแดงอย่างเขิน ๆ
“ได้สิ เดี๋ยวฉันพยุง”
จางเซียนตอบอย่างไม่คิดมาก โชคดีที่ห้องผู้ป่วยเป็นแบบ VIP มีห้องน้ำในตัว เขาพยุงเธอไปถึงแล้วหยิบไม้ค้ำให้
พาไปถึงหน้าประตู เขาหยุดแล้วบอก “โอเค เสร็จแล้วก็เรียกฉันนะ ฉันจะเฝ้าอยู่หน้าประตู”
“ไม่ต้องเฝ้าก็ได้มั้ง…”
ถังอ้าวเสวี่ยหน้าแดงหนักกว่าเดิม คิดแล้วก็เกร็งไปหมด—แค่คิดว่ามีเขายืนฟังอยู่หน้าประตู ก็แทบจะไม่กล้า “ปล่อยเสียง” ออกมาเลย…
(จบตอน)