ตอนที่ 42 นอนตื่นสายก็ได้รากวิญญาณสายฟ้า

  “เป็นเช่นนี้เอง เช่นนั้นหากข้าเรียนคัมภีร์เงาโลหิตสำเร็จ ต้องรีบนำไปมอบให้ท่านอาจารย์ก่อนเป็นอันดับแรก”
  ฉินเยว่ว่าพร้อมใบหน้าน้อยที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

  “นี่…”

  ซิ่งเอ๋อร์ได้ยินก็ทำหน้าอึดอัด นางอยากจะพูดเหลือเกินว่า—พวกเราลำบากยากเย็นถึงเพียงนี้กว่าจะเรียนได้ เจ้าจะไม่เก็บไว้บ้างหรือ ต้องมอบให้อาจารย์เจ้าทุกครั้งเลยหรือ? จะเห็นแก่ตัวสักนิดไม่ได้เชียวหรือ?

  แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาแน่วแน่ของฉินเยว่ ซิ่งเอ๋อร์ก็รู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์

  ในใจของฉินเยว่ ท่านอาจารย์มีค่ายิ่งดั่งแก้วตาดวงใจ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยกให้อาจารย์ก่อนเสมอ

  “เฮ้อออ!”

  ซิ่งเอ๋อร์ถอนหายใจยาว รู้สึกว่าฉินเยว่ช่างโง่งมเกินไป ทุกเรื่องล้วนคิดถึงแต่หลี่เซวียน

  เริ่มตั้งแต่การดูแลเรื่องกินอยู่ ไปจนถึงลูกแก้วเพลิงที่ควบแน่นเป็นน้ำเพลิงวิญญาณก็มอบให้หลี่เซวียน ครานี้ยังเป็นคัมภีร์เงาโลหิตอีก

  ซิ่งเอ๋อร์คิดในใจ ว่าต่อไปหากฉินเยว่ได้เจอสมบัติสวรรค์หรือวัตถุโบราณใด ๆ นางก็ต้องยกให้หลี่เซวียนเป็นแน่

  การกระทำเช่นนี้ ทำให้นางทั้งอิจฉา ทั้งชื่นชม ทั้งริษยา รวมเป็นหนึ่งเดียว

  สุดท้ายซิ่งเอ๋อร์ได้แต่คิดจะหาที่สงบใจ ปลอบขวัญจิตตนที่ปวดร้าว

  ขณะนั้นเอง เสียงสดใสของซ่งเสี่ยวเหม่ยก็ดังขึ้นจากด้านนอก

  “พี่ฉินเยว่ ๆ ข้าเรียนคัมภีร์เงาโลหิตสำเร็จแล้ว! ข้าเรียนสำเร็จแล้วนะ!”

  ถัดมาก็เห็นซ่งเสี่ยวเหม่ยวิ่งผลุนผลันเข้ามา ใบหน้านวลขาวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

  “เจ้า…เรียนคัมภีร์เงาโลหิตสำเร็จแล้ว? เป็นไปไม่ได้! พรสวรรค์เจ้าด้อยกว่าฉินเยว่เล็กน้อย อย่างไรเสียคนแรกที่สำเร็จก็ต้องเป็นฉินเยว่สิ”

  ซิ่งเอ๋อร์ไม่เชื่อเลย ตามที่นางคาดการณ์แล้ว คนที่พรสวรรค์สูงสุดคือฉินเยว่ ต้องเป็นนางที่บรรลุก่อนทุกคน

  แต่ซ่งเสี่ยวเหม่ยกลับบอกว่าตนสำเร็จแล้ว ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังไม่เข้าใจอะไรเลย จะเป็นไปได้อย่างไร

  “ข้าสำเร็จจริง ๆ! พวกเจ้าดูสิ ข้าจะใช้เส้นทางลมปราณของคัมภีร์เงาโลหิตให้ดู”

  ว่าพลางนางก็รีบขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มปรับเคลื่อนพลังเลือดลม เสริมสร้างกายา

  คัมภีร์เงาโลหิตนี้แตกต่างจากเคล็ดวิชาอื่นโดยสิ้นเชิง เส้นทางลมปราณไม่เหมือนใคร

  ขณะซ่งเสี่ยวเหม่ยเริ่มเคลื่อนเลือดลมขึ้นมา ทั้งซิ่งเอ๋อร์และแม้แต่ฉินเยว่ที่เพิ่งศึกษาไปได้ไม่นาน ก็ล้วนเห็นชัดว่ามันคือเส้นทางของคัมภีร์เงาโลหิตจริง ๆ!

  “นี่…นี่มันใช่จริง ๆ หรือ! เจ้าสำเร็จได้อย่างไรกัน เมื่อครู่ยังไม่รู้อะไรเลย ไฉนเพียงชั่วอึดใจเจ้ากลับทำได้แล้ว?”

  ซิ่งเอ๋อร์ตกตะลึง เอ่ยถามด้วยความเหลือเชื่อ

  “ก็เพราะท่านอาจารย์สิ! ท่านอาจารย์เข้าใจคัมภีร์เงาโลหิตทั้งหมดแล้ว ซ้ำยังบรรลุถึงขั้นที่สุดด้วยนะ” ซ่งเสี่ยวเหม่ยเอ่ยยิ้ม ๆ

  “หลี่เซวียน? เข้าใจทั้งหมดแล้ว? ซ้ำยังถึงที่สุด…เจ้าแน่ใจหรือ?”

  ซิ่งเอ๋อร์รีบถาม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

  “แน่นอน อีกทั้งท่านอาจารย์ยังเรียกพี่ฉินเยว่ไปแล้ว เพื่อจะได้สอนให้พี่เรียนสำเร็จไว ๆ”

  “เอ๋? ท่านอาจารย์เรียกข้าแล้วหรือ เช่นนั้นข้าต้องรีบไป!”

  ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องตรงไปยังเรือนของหลี่เซวียน

  ซิ่งเอ๋อร์ได้แต่ถอนใจ นางอยากรู้ความจริงจึงจำใจตามไปด้วย

  สุดท้ายในห้องก็เหลือเพียงซ่งเสี่ยวเหม่ยผู้เดียว

  นางกลับไม่ใส่ใจนัก หากแต่เผลอทำตาหวานระยิบระยับ พึมพำเสียงแผ่ว “ท่านอาจารย์น้อยช่างลึกลับนัก แถมยังรูปงามยิ่งอีกด้วย”

  …

  ไม่นานนัก ฉินเยว่ก็กลับมา ใบหน้าน้อยเปี่ยมด้วยความยินดี ดวงตาส่องประกายเปี่ยมสุข

  ตรงกันข้าม ซิ่งเอ๋อร์กลับเดินอย่างหมดเรี่ยวแรง ราวกับมิใช่ผู้ฝึกเซียนผู้เข้มแข็งอีกต่อไป

  “เป็นเช่นไรบ้าง ๆ ท่านอาจารย์สุดยอดหรือไม่!” ซ่งเสี่ยวเหม่ยรีบถาม

  “ใช่แล้ว หลี่เซวียนเก่งเกินไปจริง ๆ เพียงห้าวันก็บรรลุวิชาขั้นฟ้านี้ถึงที่สุดได้แล้ว พรสวรรค์เช่นนี้…เกินกว่าที่จะจินตนาการ”

  ซิ่งเอ๋อร์เอ่ยเสียงขมขื่น นางไม่อยากเชื่อเลยว่ามนุษย์คนหนึ่งจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ ตัวเองผู้เป็นถึงผู้ฝึกเซียนแท้ ๆ ยังไม่อาจก้าวเข้าสู่ขั้นแรก แต่หลี่เซวียนกลับทำได้ถึงขั้นสุดแล้ว

  “ท่านอาจารย์คือที่สุดของที่สุดแล้วจริง ๆ!”

  ฉินเยว่ยกหมัดเล็กกำแน่น ดวงตาโค้งงามราวเสี้ยวจันทร์

  “ใช่ ๆ ท่านอาจารย์เก่งที่สุด!” ซ่งเสี่ยวเหม่ยพยักหน้ายอมรับเต็มที่ หัวใจน้อยเต็มไปด้วยความภักดี

  ซิ่งเอ๋อร์ได้แต่เงียบไป ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ

  “เป็นอะไรไปหรือพี่ซิ่งเอ๋อร์?” ฉินเยว่สังเกตได้ทันที ถามด้วยความสงสัย

  “ไม่มีอะไรหรอก…เพียงหวังว่าเจ้าทั้งสองจะเร่งฝึกกายให้ถึงขั้นปรมาจารย์โดยเร็ว ครานั้นข้าจะสอนเจ้าเข้าสู่เส้นทางเซียนเอง” ซิ่งเอ๋อร์ตอบจริงจัง

  “เข้าสู่เส้นทางเซียนหรือ…แต่ข้าทำไม่ได้หรอก ข้ามีสายเลือดแมวโลหิต ย่อมมิอาจบ่มเพาะวิถีเซียนได้” ซ่งเสี่ยวเหม่ยส่ายหน้าเศร้า

  “ไม่ เจ้าทำได้แน่ เจ้ากับฉินเยว่ต่างกันออกไป เจ้าทั้งคู่ต่างเป็นผู้แบกรับโชควาสนามหาศาล ต่อให้สายเลือดจะกีดกัน ก็ไม่อาจผูกมัดเจ้าได้หรอก วันหน้าจะต้องกลายเป็นผู้บรรลุเส้นทางเซียน คุมฟ้าควบดิน กลายเป็นมหาผู้ฝึกเซียนอย่างแน่นอน”

  ซิ่งเอ๋อร์ยืนยันหนักแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

  “กลายเป็นมหาผู้ฝึกเซียน? ข้าจะเป็นเซียนได้จริง ๆ หรือ?” ซ่งเสี่ยวเหม่ยแทบไม่เชื่อหูตนเอง

  “ใช่แล้ว ข้าสาบานได้เลย พันธนาการแห่งสายเลือดไม่ใช่ปัญหา เจ้าสองคนจะต้องก้าวข้ามได้แน่”

  “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเร่งฝึกจนถึงขั้นปรมาจารย์ให้ได้!”

  “ข้าก็ด้วย!”

  ฉินเยว่และซ่งเสี่ยวเหม่ยต่างเต็มไปด้วยความหวัง อยากให้ถึงวันที่จะได้เหยียบย่างเส้นทางเซียนโดยเร็ว

  แต่ในใจฉินเยว่ก็ยังนึกกังวลต่อสิ่งที่ซิ่งเอ๋อร์ทำท่าเหมือนอยากพูดแต่ก็หยุดไว้ นางตั้งใจว่าจะหาโอกาสถามให้ได้ ว่าเรื่องนั้นเกี่ยวกับท่านอาจารย์หรือไม่

  …

  อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องของหลี่เซวียน

  เขากำลังเอนกายนอนเกียจคร้านอยู่บนเตียง พลันเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

  【ติ๊ง! ศิษย์ของท่าน ลู่ฉางเซิง ประสบเหตุการณ์ตกหน้าผาระหว่างต่อสู้กับศัตรู กลับพลิกชะตาพบถ้ำโบราณ ได้รับโอสถฝึกกายยุคบรรพกาล】

  【ติ๊ง! ศิษย์ของท่าน ลู่ฉางเซิง พลังพุ่งทะยาน สู่ฝึกกายชั้นหก รางวัลสำหรับท่าน: พรสวรรค์สายฟ้า – รากวิญญาณสายฟ้า】

  【คำเตือน: ท่านได้รับพรสวรรค์สายฟ้า ระบบจะปลดล็อกฟังก์ชันอัปเกรด จะอัปเกรดหรือไม่?】

  “ระบบอัปเกรดรึ? ดีล่ะ เช่นนั้นก็อัปเกรดเถิด”

  หลี่เซวียนตาเป็นประกาย ใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง—การอัปเกรดครั้งนี้เกี่ยวพันกับวิถีเซียนแน่แท้ เขาจึงไม่ลังเลตอบตกลงทันที

  …

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 42 นอนตื่นสายก็ได้รากวิญญาณสายฟ้า

ตอนถัดไป