ตอนที่ 135 ผลไม้ของสตรี

ห้องตำรา

หลี่เซวียนพลิกดูข้อมูลในหนังสือ ค้นคว้าเอกสารจำนวนมาก จู่ ๆ ดวงตาเขาก็หรี่ลง จ้องหนังสือเก่าในมือแน่น

ในหนังสือเขียนไว้ว่า

สิ่งประหลาดมีหลายประเภท ในนั้นมีชนิดหนึ่งต้องอาศัยวัตถุเปิดผนึกเฉพาะ จึงจะทำให้สิ่งประหลาดรวมร่างเป็นหนึ่งได้

เหมือนกับเด็กหญิงในวันนี้ นางจัดอยู่ในประเภทนั้น เมื่อพบมนุษย์ จะถามเสมอว่าวัตถุเปิดผนึกอยู่ที่ไหน

ถามมาก ฆ่ามาก

รองเท้าที่นางทำหาย จะค่อย ๆ กลับมาเอง

วิธีแก้ปัญหานี้ จริง ๆ แล้วมีอยู่ทางหนึ่ง คือต้องผนึก “รองเท้าที่หายไป” และปิดผนึกมันอย่างสิ้นเชิง

เช่นนั้น ร่างหลักของสิ่งประหลาด ซึ่งก็คือเด็กหญิง จะถูกขังอยู่ที่เดิมไปอีกนาน กระทั่งอาจหายสาบสูญไปเลยก็ได้

แน่ชัดว่า ตราบใดที่หาพบรองเท้านั้น ปัญหาใหญ่ของเด็กหญิงก็จะถูกแก้ได้ชั่วคราว

ทว่า การหานั้นยากยิ่ง แม้แต่มหาเซียนก็ยากจะพบ วิธีที่ดีที่สุดคือให้มหาเซียนออกมือ ผนึกตัวสิ่งประหลาดเสียโดยตรง

เมื่อร่างหลักถูกผนึก รองเท้าย่อมกลับไปไม่ได้ ปัญหาก็สิ้นสุดเอง

“ยุ่งยากนัก ในแผ่นดินกว้างใหญ่เช่นนี้ จะไปหาคู่รองเท้า ก็ไม่ต่างจากงมหาเข็มในทะเล

ช่างเถอะ ใช้วิธีผนึกดีกว่า อย่างมากก็แค่เสียเลือดหน่อยเดียว”

หลี่เซวียนตัดสินใจจะผนึกเด็กหญิงนั้น โดยใช้ร่างแยกโลหิตห้าพันตนเป็นแก่นหลัก เพื่อบังคับผนึกให้อยู่

ผนึกนี้อาจไม่สามารถขังเด็กหญิงได้ทั้งหมด แต่จะกันไม่ให้รองเท้าของนางกลับไปถึงตัวจริงแน่นอน

แม้รองเท้าจะพยายามกลับมาหาเด็กหญิง แต่เมื่อมีผนึกอยู่ มันก็เข้าไม่ได้ นับเป็นการแก้ปัญหาจากด้านกลับ ผลลัพธ์ก็เช่นเดียวกัน

คิดได้ดังนั้น

หลี่เซวียนสั่งร่างแยกโลหิตห้าพันตนให้นำวัสดุออกเดินทางไปยังหุบเขาเมเปิลแดง

“กันไว้ก่อนย่อมดีกว่า ข้าควรเตรียมการล่วงหน้า”

หลี่เซวียนเกรงจะเกิดเหตุไม่คาดคิด เกรงว่าร่างแยกจะไม่พอ จึงเหาะกระบี่ไปยังหอธุรการของสำนักชิงเหลียน ลาลงจากงานแล้วมุ่งลงภูเขา

“อาไต เมื่อครู่ข้าใช้พลังมารที่เหลือหยดสุดท้ายสืบดูได้ว่าอาจารย์ของเจ้าลงจากภูเขาแล้ว เพราะค่ายกลของสำนักชิงเหลียน ข้าจึงไม่รู้ว่าเขาไปที่ใด
แต่ข้าจะบอกว่า สิ่งประหลาดระดับภัยพิบัติสวรรค์ ไม่มีผู้ใดต้านได้ คนที่นี่จะต้องตายหมด ดังนั้น อาไต รีบตัดสินใจเสียเถอะ” ปีศาจกลืนสวรรค์เร่งเร้า

“แต่ แต่อาจารย์ย่อมไม่อยากให้ข้ารวมร่างกับเจ้า ท่านต้องโกรธแน่” อาไตตอบด้วยความร้อนรน

“ถึงเวลาเช่นนี้แล้วยังพูดเช่นนั้นอีกหรือ เจ้าต้องการเห็นอาจารย์เจ้าตายหรือ อยากเห็นอีกคนที่ดีกับเจ้าต้องสิ้นชีพอย่างนั้นหรือ?” ปีศาจกลืนสวรรค์ยังกระตุ้นต่อ

“ข้า... ข้า...”

อาไตเริ่มหวั่นไหว เกล็ดบนใบหน้าค่อย ๆ กลายเป็นสีดำ คมกริบ แววตาแปรจากดำขาวเป็นแดงฉาน

“อาไต เจ้าเป็นอะไร?”

เสียงของชิวเอ๋อดังขึ้น ขัดการแปรสภาพของเขาไว้

“พี่ชิวเอ๋อ ภายนอกเกิดเรื่องใหญ่มาก อาจารย์ออกไปจัดการ ข้ากลัวท่านจะได้รับอันตราย” อาไตซึ่งครึ่งหน้าปกคลุมด้วยเกล็ดตอบกลับ

“ไม่หรอก ต้องเชื่อในอาจารย์ อย่าทำให้อาจารย์ลำบากใจ ท่านเหนื่อยมากพอแล้ว” ชิวเอ๋อลูบเกล็ดบนหน้าเขา ปลอบอย่างจริงจัง

“ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเชื่อในอาจารย์ เชื่อในอาจารย์”

อารมณ์ของอาไตสงบลงทันที แววตากลับมาแจ่มชัด

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ปีศาจกลืนสวรรค์เดือดดาล มันคำรามก้อง

“รอดูเถอะ อาจารย์เจ้าต้องตายแน่ เจ้าจะต้องเสียใจ แน่นอน!!”

นอกหุบเขาเมเปิลแดง

ร่างแยกโลหิตจำนวนมากเดินทางมาถึง มองเด็กหญิงผิวขาวราวหยกที่ยืนอยู่กลางหุบเขา

พวกมันไม่ได้เข้าไปในหุบเขา แต่เริ่มวางค่ายกลและสื่อผนึกมากมายรอบนอก เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน

การกระทำนั้นดึงดูดความสนใจของเด็กหญิง นางกระพริบตากลมโต อยากเข้าไปดู แต่เพียงก้าวเดียวกลับถูกแรงดีดตีกลับ

“ฮิฮิฮิ พวกเจ้ามองเห็นรองเท้าของข้าหรือไม่?” เสียงหวานใสเอ่ยถาม

แต่น่าเสียดาย

ไม่มีผู้ใดตอบ

ร่างแยกโลหิตทั้งหมดก้มหน้าทำงาน วางยันต์ค่ายกลทีละแผ่น รอบหุบเขาอันกว้างใหญ่

เชิงเขาสำนักชิงเหลียน

ภายในเรือนหลบภัย

เรือนนี้มีมานาน ก่อนสำนักชิงเหลียนจะย้ายมาตั้ง เรือนหลบภัยก็มีอยู่แล้ว

หลี่เซวียนซื้อไว้แต่แรก บัดนี้ใช้เป็นฐานหลักได้พอดี

ตอนนี้หลี่เซวียนนั่งอยู่กลางลาน ควบคุมร่างแยกโลหิตทำงานไม่หยุด กระทั่งถึงรุ่งสางวันถัดไปจึงเริ่มรวมพลังค่ายกล

เพื่อเพิ่มพลังของค่ายกล หลี่เซวียนให้จิตวิญญาณตนเองเข้าสิงร่างแยกโลหิตหมายเลข 888 ใช้ร่างนั้นเป็นศูนย์กลาง เริ่มวางมหาผนึกเก้าสวรรค์

ค่ายกลนี้วางยากยิ่ง ซับซ้อนมหาศาล เป็นการเชื่อมค่ายกลเล็กนับหมื่นรวมเป็นหนึ่ง

ทั้งค่ายแบ่งเป็นเก้าชั้น แต่ละชั้นมีค่ายกลย่อยนับหมื่น ซับซ้อนถึงขีดสุด

ทว่ากับหลี่เซวียน มันกลับง่ายราวพลิกฝ่ามือ

ด้วยร่างแยกมากมาย เขาใช้เวลาเพียงครึ่งคืนก็จัดวางเสร็จสิ้น

เพียงแต่ ร่างแยกโลหิตห้าพันตนก็สลาย กลายเป็นพลังเปิดค่าย

“ฟู่ว์... สำเร็จเสียที”

จิตหลี่เซวียนกลับสู่ร่าง เขานั่งสมาธิบนเบาะนั่ง ผ่อนลมหายใจเบา แต่ใจยังไม่สบาย จึงเสริมค่ายกลต่อ

“วางเก้ามหาผนึกเก้าสวรรค์ซ้อนกัน ข้าไม่เชื่อว่ารองเท้านั่นยังจะกลับได้”

หลี่เซวียนชักมีด กรีดแขนซ้ายจากต้นแขนถึงฝ่ามือ

เลือดที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตไหลรินตามแขน ตามจิตคิดแปรเป็นร่างแยกโลหิตทีละตน

เมื่อปรากฏ ร่างเหล่านั้นอาศัยเสื้อผ้าคู่กายและพรสวรรค์เปลี่ยนหน้า กลายเป็นคนหลากรูปทันที

พวกมันพุ่งออกจากเรือนหลบภัย มุ่งหน้าสู่หุบเขาเมเปิลแดง

ไม่เพียงเท่านั้น

เกือบทุกร่างแยกล้วนเคลื่อนไหว มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ

พริบตาก็ล่วงไปห้าวัน

รุ่งเช้าวันหนึ่ง

หลี่เซวียนใบหน้าซีดขาว เดินออกจากเรือนหลบภัย ไอเบา ๆ ก้าวขึ้นเขา แม้ร่างจะอ่อน แต่ดวงตากลับสุกใส

บนใบหน้าเขามีรอยยิ้มอ่อนโยน เปี่ยมด้วยความสงบ ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ฟุ่บ!

ร่างแยกโลหิตหนึ่งปรากฏ ส่งผลวิวัฒนาการสองลูกให้หลี่เซวียน ก่อนจะหายไป

ผลวิวัฒนาการทั้งสองนี้ เป็นของที่ร่างแยกซอมบี้ฝังไว้ บัดนี้นำกลับมาแล้ว

“ช่างเป็นเรื่องดีซ้อนดี ถ้ามีอีกสักสามก็สมบูรณ์แบบเลย” หลี่เซวียนคิดอย่างได้ใจ

【ติ๊ง! ศิษย์ของท่าน ฉินเยว่ ได้รับผลไม้ประหลาดหนึ่งลูก แอบเก็บไว้หวังจะมอบให้ท่าน
แต่ภายหลังพบว่าผลไม้นั้นหญิงเท่านั้นที่กินได้ สุดท้ายจึงกินเอง พลังเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น】

【ติ๊ง! ท่านได้รับรางวัล : ระดับบ่มเพาะเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น】

“เจ้าหนูน้อยนี่ ข้าเริ่มคิดถึงนางแล้วสิ”

หลี่เซวียนก้าวกลับสู่สำนัก ไอเบา ๆ จนถึงหน้าบ้านตน

“หลี่เซวียน หลายวันมานี้เจ้าหายไปไหน สำนักมีเรื่องใหญ่ พวกเราเพิ่งได้รับข่าว มีสิ่งประหลาดระดับภัยพิบัติสวรรค์ปรากฏที่แผ่นดินต้าซา
เจ้าสำนักเพิ่งเหาะกระบี่ออกไปตรวจสอบ ดูท่าคงเป็นปัญหาใหญ่” หนานซี่พูดด้วยความกังวล

“ไม่เป็นไร อย่ากังวลไปเลย” หลี่เซวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไร นั่นคือภัยพิบัติสวรรค์นะ! เดี๋ยวสิ ทำไมหน้าของเจ้าซีดเช่นนี้ ระดับพลังยังสูงขึ้นอีกขั้น
ข้ารู้แล้ว เจ้าคงฝืนทะลวงจนร่างบอบช้ำ ต้องรีบรักษา กลับไปพักก่อน ข้าจะไปขโมยยาจากสวนสมุนไพรของท่านปู่มาให้”

หนานซี่ว่าแล้วก็พุ่งเหาะจากไป เหยียบหอกยาวตรงไปยังสวนสมุนไพรของมหาอาวุโส

“ขอบใจนะ”

หลี่เซวียนยิ้มบาง รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ช่างดีนัก มีผู้คนห่วงใย มีที่อยู่มั่นคง ยังมีศิษย์คอยรายงานความก้าวหน้า

ชีวิตอันอบอุ่นเช่นนี้ เขาไม่ต้องการให้ใครมาทำลาย หากมีใครกล้า เขาจะลงมือเองแน่

สำนักสามกระบี่

ในหอใหญ่โอ่อ่า

สตรีรูปร่างอรชรเอวคอดผู้หนึ่งค่อย ๆ ลืมตา แววตาเต็มไปด้วยความฉงน

“ท่านป้า เป็นอย่างไรบ้าง สิ่งประหลาดระดับภัยพิบัติสวรรค์นั้นปรากฏจริงหรือ?” หญิงสาวงดงามชื่อถังเข่อเอ๋อถามด้วยความเป็นห่วง

“ปรากฏจริง แต่บางอย่างดูไม่ชอบมาพากล ไม่ได้ ข้าต้องดูอีกที รู้สึกเหมือนตาตัวเองฝาดไป” หญิงงามเอ่ยพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะหลับตาเพ่งสมาธิอีกครั้ง

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 135 ผลไม้ของสตรี

ตอนถัดไป