ตอนที่ 150 เขี้ยวกรอดด้วยความริษยา
อีกด้านหนึ่ง
หลี่เซวียนและหนานซีขี่อยู่บนหลังสิงโตเพลิงคำราม มุ่งหน้าไปยังเขตควบคุมสัตว์อสูร ตลอดทางพบผู้คนมากมายมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน
เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของผู้คน หนานซียิ้มพลางกล่าว
“สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษนั้นหายากนัก ครั้งนี้ท่านเจ้าสำนักจับเสือยักษ์สายพันธุ์พิเศษมาได้ ทำให้ผู้คนแตกตื่น หลี่เซวียน เจ้าเคยเห็นสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษบ้างหรือไม่”
“เคยเห็น”
หลี่เซวียนตอบอย่างเรียบเฉย
“เคยเห็นงั้นหรือ ข้านึกว่าเจ้าไม่เคยเสียอีก ข้าเองก็เคยเห็นแมวสายพันธุ์พิเศษครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอยู่ในป่ามายา
ข้าพยายามจะทำให้มันเชื่อง แต่ล้มเหลว มันไม่เหลียวแลข้าเลย แถมยังมองข้าด้วยแววดูแคลน ทำเอาข้าโกรธแทบระเบิด”
หนานซีนึกถึงเหตุการณ์นั้น ใบหน้างามปรากฏแววหงุดหงิด
“ล้มเหลวก็เป็นเรื่องปกติ สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษนั้นหยิ่งทะนง” หลี่เซวียนพยักหน้า
“ใช่แล้ว สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษเกิดมาเป็นราชาโดยธรรมชาติ ดื้อรั้นไม่ยอมเชื่องแต่แรก ตอนนั้นข้ายังคิดว่าด้วยฐานะผู้ควบคุมสัตว์ของข้าจะทำให้สำเร็จได้
แต่ความจริงสอนข้าอย่างเจ็บแสบ หลังจากนั้นข้าจึงเข้าใจถึงความไม่ธรรมดาของมันและความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมจำนน
แน่นอน ข้าก็รู้ถึงความอ่อนด้อยของตนเอง ข้าเพียงอยู่ขั้นฝึกลมปราณระดับสิบ ย่อมไม่มีสิทธิ์ฝึกสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษได้”
หนานซีส่ายศีรษะเบา ๆ แววตางามมีทั้งความพ่ายแพ้และไม่ยอมแพ้เจืออยู่
“อืม”
หลี่เซวียนพยักหน้าอย่างไม่แปลกใจ ราวกับรู้แต่แรกว่านางต้องล้มเหลว
หนานซีเห็นท่าทางเยือกเย็นนั้นก็อยากยั่วเขา
“หลี่เซวียน ก่อนหน้านี้เจ้ากล้าลูบหัวสิงโตเพลิงคำราม ครั้งนี้จะกล้าลูบหัวเสือสายพันธุ์พิเศษหรือไม่”
“ได้สิ”
หลี่เซวียนตอบอย่างไม่ลังเล ก็ในเมื่อเสือตัวนั้นเป็นของตนเอง จะลูบไม่ได้อย่างไร
“มั่นใจนักหรือ” หนานซีตะลึงเล็กน้อย
“แน่นอน ข้าไม่เพียงจะลูบมันได้ แต่จะฝึกให้เชื่องด้วย” หลี่เซวียนยิ้มอย่างมั่นใจ
“ฝึกให้เชื่องงั้นหรือ”
หนานซีเลิกคิ้วงาม จ้องหลี่เซวียนด้วยดวงตาแจ่มใส
เมื่อเห็นสีหน้าเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนพูดอวดดี หนานซีก็ยิ่งประหลาดใจ
ด้วยความไม่แน่ใจ นางถามอีกครั้ง “จริงหรือ เจ้าแน่ใจว่าจะทำให้มันเชื่องได้หรือ นั่นคือสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษนะ ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา”
“ข้ารู้ แล้วอย่างไร เจ้าไม่เชื่อหรือว่าข้าจะทำสำเร็จ” หลี่เซวียนถามพลางมองหญิงงามในชุดเกราะทอง
“มิใช่ไม่เชื่อ เพียงแต่รู้สึกเหลือเชื่อเท่านั้น”
หนานซีส่ายหน้า นางรู้สึกว่าเขาไม่น่าจะพูดโกหก เหมือนตั้งใจทำจริง ๆ
ผลเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งนัก
ต้องรู้ไว้ว่า
ในชีวิตของหนานซี ไม่เคยมีผู้ใดทำสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษให้เชื่องได้เลย
แม้แต่สำนักป่าครามผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังล้มเหลวมาแล้วนับร้อยปี
แต่หลี่เซวียนกลับพูดว่าเขาทำได้ ทำให้นางถึงกับตกใจ
เหตุผลบอกว่านั่นเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่ออยู่กับหลี่เซวียนมาระยะหนึ่ง นางกลับรู้สึกว่าเขาไม่น่าจะโกหก จึงเริ่มลังเล
แต่พอนึกถึงว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษไม่เคยมีใครทำให้เชื่องได้เลย นางก็อดถามอีกไม่ได้ “เจ้าทำให้เชื่องได้จริงหรือ”
“จริงสิ”
หลี่เซวียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เช่นนี้เถิด หากข้าทำให้มันเชื่องได้ เจ้าต้องคารวะข้าเป็นอาจารย์ ดีหรือไม่”
“นี่…”
หนานซีเม้มปากแดง ดวงตาสุกใสเพ่งมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นก็เผลอเหม่อไปชั่วขณะ
ครู่ต่อมา
นางกัดฟันแน่น พลันมองสบตาเขาอย่างแน่วแน่ ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่
“ตกลง หากเจ้าทำให้สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษเชื่องได้ ข้าจะยอมเป็นศิษย์เจ้า
แต่หากเจ้าทำไม่ได้ เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขหนึ่งของข้า ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”
“ได้เลย!” หลี่เซวียนตอบโดยไม่ลังเล
“เจ้าไม่คิดจะถามหรือว่าข้าจะให้เจ้าทำสิ่งใด” หนานซีหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาใส กะพริบถาม
“ไม่จำเป็น เพราะเจ้าต้องแพ้อยู่ดี” หลี่เซวียนโบกมือราวกับไม่ใส่ใจ
“เจ้านี่!!”
หนานซีโกรธจนแทบอยากกระโจนเข้ากัดเขา ท่าทางของหลี่เซวียนนั้นน่าหมั่นไส้นัก ราวกับไม่เห็นนางอยู่ในสายตา
แต่ความนิ่งสงบของเขากลับดึงดูดใจ นางได้แต่ถลึงตาใส่แล้วหันหนีไปงอน
ด้านข้าง
หลี่เซวียนมองนางอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าหญิงผู้นี้มองเขาเข่นนั้นทำไม รู้สึกงงนัก
“ยังไงเสียก็ยังข้าชอบฉินเยว่ของข้ามากกว่า” เขาพึมพำเบา ๆ ในใจผุดภาพหญิงสาวผู้เรียบร้อยน่ารักชื่อฉินเยว่ ก็ยิ่งคิดถึงจับใจ
ในห้วงความคิดถึงนั้น
ทั้งสองเดินทางมาถึงเขตควบคุมสัตว์อสูร เห็นพื้นที่กว้างใหญ่ถูกห้อมล้อมด้วยค่ายกลมหึมา
ภายในถูกแบ่งเป็นหลายส่วน มีสัตว์อสูรนานาชนิดถูกกักไว้ในแต่ละเขต
ส่วนแรกสุดของค่ายกล คือพื้นที่ที่เสือสายพันธุ์พิเศษถูกคุมอยู่
ขณะนั้น เสือยักษ์สายพันธุ์พิเศษนอนหมอบ หลับตานิ่ง ร่างกายแผ่ออกซึ่งกลิ่นอายปีศาจแรงกล้า
หมู่ผู้บำเพ็ญเพียรยืนอยู่ห่างจากค่ายกลประมาณร้อยเมตร ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ เกรงจะกระตุ้นให้มันโกรธ
“กลิ่นอายปีศาจแรงกล้านัก เพียงขั้นแรกยังมีอานุภาพถึงเพียงนี้ ไม่เสียแรงที่เป็นสายพันธุ์พิเศษ” ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งเอ่ยชม
“นี่แค่ยังมีค่ายกลกั้นอยู่ หากปล่อยมันออกมา เกรงว่าความกดดันจะยิ่งรุนแรงกว่านี้แน่”
“ได้ยินว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ บางตนถึงขั้นข้ามได้สองหรือสามระดับ จริงหรือไม่”
“จริงแท้ สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษเกิดมาเป็นราชา มีร่างกายทรงพลังยิ่งนัก พลังต่อสู้ย่อมเหนือกว่าผู้ในระดับเดียวกัน ข้ามขั้นต่อสู้เป็นเรื่องธรรมดา”
หมู่ผู้บำเพ็ญเพียรต่างพูดคุยกันถึงความแข็งแกร่งของมัน พร้อมทั้งใฝ่ฝันอยากมีสัตว์เช่นนี้ไว้ครอบครอง
ทว่ายังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ได้แต่ยืนมองอยู่ไกล ๆ
ขณะนั้นเอง
มีคนเห็นสิงโตเพลิงคำรามปรากฏขึ้น เห็นหลี่เซวียนกับหนานซีนั่งอยู่บนหลังด้วยกัน
“นั่นพี่หญิงหนานซี นางนั่งกับชายคนหนึ่งหรือ นั่นใครกัน!” ศิษย์ผู้หนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาจากภารกิจถามอย่างประหลาดใจ
“เขาชื่อหลี่เซวียน ตอนนี้โด่งดังในสำนักไม่น้อย เพราะสนิทกับพี่หญิงปิงเซวียนเอ๋อด้วย คราวก่อนเขายังให้พี่หญิงปิงล้างถ้วยแทนอีกนะ”
“พี่หญิงปิงเซวียนเอ๋อหรือ เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งต้าซางั้นหรือ” มีคนเบิกตาโตไม่อยากเชื่อ
“ใช่นั่นแหละ เจ้าลองจินตนาการสิ เทพธิดาน้ำแข็งผู้สูงส่งนั่งล้างถ้วยอยู่ข้างชายคนหนึ่ง ภาพนั้นน่าตะลึงเพียงใด”
“โอ้สวรรค์ นั่นคือพี่หญิงปิงเซวียนเอ๋อเชียวนะ ถึงกับช่วยชายคนหนึ่งล้างถ้วย ช่างน่าอิจฉาเกินไปแล้ว”
“ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้เขายังนั่งร่วมกับพี่หญิงหนานซีอีก โชคดีเกินมนุษย์แล้ว!”
“ให้ตายเถอะ ข้าอยู่มาตั้งสามสิบปี ยังไม่มีหญิงอัปลักษณ์สักคนชายตามอง แต่หมอนี่กลับได้อยู่ใกล้สองหญิงงามพร้อมกัน มันไม่ยุติธรรมเลย!”
“จริงด้วย ข้าอยากระเบิดแล้ว!”
กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรต่างพูดจาเดือดดาล มองหลี่เซวียนด้วยฟันเขี้ยวกรอด ราวอยากเตะเขาให้ปลิวแล้วแทนที่เสียเอง
ความรู้สึกเดือดดาลเหล่านั้นกลับกลายเป็นพลังอารมณ์ด้านลบที่หลั่งไหลมาหาเขา
สำหรับหลี่เซวียนแล้ว ค่าความรู้สึกพวกนี้คือของมีค่า ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งดี เขาถึงกับคิดว่าจะหาทางกระตุ้นผู้คนอีก เพื่อเก็บแต้มอารมณ์เพิ่ม
แน่นอน
สิ่งสำคัญกว่าคือการรับศิษย์ ดังนั้นเขาหันไปมองหนานซีในชุดเกราะทองที่เผยเรียวขางามระยับ
“ส่งยันต์ควบคุมเขตมาให้ข้าเถอะ”
“นี่ไง”
หนานซียื่นยันต์หยกจากมือตนส่งให้ “เจ้าจะเข้าไปจริงหรือ อันตรายมากนะ”
“ไม่เป็นไร เจ้าดูอยู่ตรงนี้ก็พอ”
หลี่เซวียนพูดจบ ร่างพลันเหินขึ้นเบา ๆ ลอยลงแตะพื้นอย่างสงบ แล้วก้าวเดินตรงไปยังค่ายกลเขตแรก
“ข้าจะไปด้วย”
หนานซีเกรงว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ จึงรีบเหินตามไปยืนเคียงข้าง เดินคู่กันเข้าสู่ค่ายกล
(จบตอน)