ตอนที่ 180 ซ่อนเร้นระดับสุดยอด

หูเจิ้นมีสีหน้าพึงพอใจ ยิ่งอยากแสดงพลังขั้นสร้างรากฐานของตนต่อหน้าหลี่เซวียนอย่างอดใจไม่อยู่

ไม่มีทางเลือก ครั้งก่อนถูกหลี่เซวียนอัดเสียยับเยิน ความรู้สึกนั้นมันทรมานเกินบรรยาย

โดนอัดจนสามวันพูดไม่ออก ต้องพักรักษาตัวเกือบครึ่งเดือน ความอัดอั้นนั้นช่างทรมานเหลือทน

ตอนนี้มีโอกาสได้อวดฝีมือ หูเจิ้นย่อมไม่ยอมปล่อยผ่าน รีบเร่งมุ่งหน้าไปยังเรือนเล็กของหลี่เซวียนทันที

ระหว่างทาง

หูเจิ้นพลันเห็นสหายสนิท ไป่เสี่ยวเซิง จึงรีบเดินเข้าไปทัก

“ศิษย์น้อง ไม่เจอกันนานเลย ระยะนี้มีข่าวอะไรเด็ด ๆ ไหม เช่น ข่าวของหลี่เซวียน?”

“มีสิ อ้าว? ศิษย์พี่ เจ้าสร้างรากฐานแล้วหรือ?” ไป่เสี่ยวเซิงเอ่ยอย่างประหลาดใจ

“แน่นอน ข้ากินเม็ดยาสร้างรากฐานไป ใช้เวลาแค่สามเดือนก็สำเร็จแล้ว” หูเจิ้นพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

“ยินดีด้วยศิษย์พี่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าศิษย์พี่ก็สร้างรากฐานได้แล้ว สำนักเราจะได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อีกคน ข้านี่อิจฉาจริง ๆ” ไป่เสี่ยวเซิงเอ่ยชื่นชมไม่ขาดปาก

“เจ้าว่าจะเพิ่มอีกคน? นอกจากข้าแล้วยังมีใครสร้างรากฐานอีกหรือ ศิษย์พี่กระบี่คลั่งหรือ?”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘อีกคน’ หูเจิ้นรู้สึกใจหวิวขึ้นมาทันที รีบถามต่อว่าคือใคร

“ไม่ใช่ศิษย์พี่กระบี่คลั่ง เขาตั้งใจจะสร้างรากฐานแบบสมบูรณ์ คงต้องใช้เวลาอีกนาน” ไป่เสี่ยวเซิงอธิบาย

“งั้นใครกัน...อย่าบอกนะว่าเป็นหลี่เซวียน?”

หูเจิ้นถามเสียงเบาเหมือนไม่อยากได้ยินคำตอบที่คิดไว้ในใจ

“ก็ใช่น่ะสิ ศิษย์พี่หลี่เซวียน หลังการประลองใหญ่แค่หนึ่งเดือน เขาก็สร้างรากฐานสำเร็จแล้ว เจ้าสำนักถึงกับประกาศแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ คุมเขตควบคุมสัตว์ทั้งหมดเลยทีเดียว”

“หนึ่งเดือน? ใช้เวลาเพียงเดือนเดียวก็สร้างรากฐานได้เร็วกว่าข้าตั้งมาก น่าแค้นนัก!”

หูเจิ้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน รู้สึกอยากเอาหัวโขกกำแพงนัก ตั้งใจจะอวดศักดาสักครั้ง แต่กลับพบว่าหลี่เซวียนก้าวหน้าไปไกลเสียแล้ว ทำเอาอารมณ์ขุ่นมัวสุดขีด

แต่ในตอนนั้นเอง

เขาก็คิดได้ว่า หลี่เซวียนคงกินเม็ดยาสร้างรากฐานแน่ ๆ ไม่ได้เลือกสร้างรากฐานแบบสมบูรณ์

พอคิดว่าคนพรสวรรค์ดีอย่างหลี่เซวียนไม่อาจสร้างรากฐานสมบูรณ์ได้ หูเจิ้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที

“ฮ่ะฮ่ะฮ่า หลี่เซวียนสร้างรากฐานไวก็จริง แต่เสียดายที่ต้องพึ่งเม็ดยา พรสวรรค์ดีแท้ ๆ ใจกลับอ่อนปวกเปียกเสียได้” หูเจิ้นหัวเราะชอบใจ

“เม็ดยาสร้างรากฐานหรือ ไม่ใช่นะ ศิษย์พี่หลี่เซวียนไม่ได้ใช้เลย” ไป่เสี่ยวเซิงส่ายหน้า

“ไม่ได้ใช้เม็ดยา? แล้วเขาสร้างรากฐานได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเขาใช้เวลาแค่เดือนเดียวสร้างรากฐานสมบูรณ์น่ะ!” หูเจิ้นร้องเสียงหลง

“ก็ใช่สิ เป็นการสร้างรากฐานสมบูรณ์ ข่าวนี้แพร่ไปทั่วทั้งสำนักแล้ว เจ้าเพิ่งออกจากการปิดด่านเลยไม่รู้” ไป่เสี่ยวเซิงอธิบายต่อ

“ทั่วทั้งสำนัก? ใช้เวลาแค่เดือนเดียวสร้างรากฐานสมบูรณ์? เป็นไปไม่ได้! แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ เยว่จื่อจวิน ยังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึงขั้นนั้น หลี่เซวียนจะทำได้ภายในเดือนเดียวได้ยังไง! ข้าไม่เชื่อ ต่อให้ตายก็ไม่เชื่อ! เขาต้องกินเม็ดยาแน่!”

หูเจิ้นปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกหนาวเยือก

“เรื่องนี้เป็นความจริงแน่นอน หลี่เซวียนไม่ได้แตะเม็ดยาเลย ข้ายืนยันได้ เขายังฝากข้าไปติดต่อขายเม็ดยาสร้างรากฐานให้ราชวงศ์ต้าซา วันนี้เองคนจากวังหลวงจะมาเอาของ แลกกับผลวิวัฒนาการต่างหาก ถ้าไม่เชื่อก็ตามไปดูสิ” ไป่เสี่ยวเซิงกล่าวต่อ

“นี่...”

หูเจิ้นพูดไม่ออกเสียแล้ว

เขาจ้องหน้าไป่เสี่ยวเซิง เห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายก็รู้ว่าไม่ได้โกหก หลี่เซวียนสร้างรากฐานสมบูรณ์ได้ภายในเดือนเดียวจริง ๆ

คิดถึงตัวเองที่แม้กินเม็ดยาแล้วยังต้องใช้เวลาสามเดือนกว่า กว่าจะสำเร็จ ขณะที่อีกฝ่ายไม่ต้องใช้ยาเลยแต่กลับทำได้ภายในเดือนเดียว

ช่องว่างนี้กว้างเกินไป จนเขารู้สึกสิ้นหวังแทบยืนไม่อยู่

“ช่างน่าชัง! ทำไมหลี่เซวียนถึงสร้างรากฐานได้เร็วขนาดนั้น แถมยังเป็นรากฐานสมบูรณ์อีกด้วย สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!”

หูเจิ้นร้องโวยวายเสียงแหบพร่า เดินเซไปมา ตั้งใจจะหาที่เงียบ ๆ เพื่อปลอบใจหัวใจที่แตกสลายของตนเอง

อีกด้านหนึ่ง

เรือนเล็กในเขตควบคุมสัตว์ของหลี่เซวียน

หลี่เซวียนและปิงเซวียนเอ๋อยืนอยู่หน้าประตู มองตามขบวนราชวงศ์ต้าซาที่เพิ่งจากไป ใจทั้งสองเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

เขาย้อนนึกถึงเมื่ออายุสิบห้า ปีนั้นเขาเคยเห็นราชวงศ์ครั้งหนึ่งที่เมืองไป๋อวิ๋น

ตอนนั้นเขาทำได้แค่มองจากที่ไกล เห็นผู้คนต้อนรับราชวงศ์อย่างยิ่งใหญ่ ตนเองได้แต่ชื่นชมอยู่ห่าง ๆ

แต่ตอนนี้

คนของราชวงศ์กลับเป็นฝ่ายมาขอพบเขาด้วยความเคารพ เรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพลังคือสิ่งที่กำหนดสถานะ เขาจึงยิ่งให้ความสำคัญกับคำว่า “พลัง”

“เซวียนเอ๋อ ราชวงศ์ต้าซามีผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่ขั้นไหนหรือ?” หลี่เซวียนหันไปถามหญิงสาวร่างบางข้างกาย

“ผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่เพียงขั้นปลายของการสร้างรากฐานเท่านั้น ต้าซาเป็นดินแดนที่ทรัพยากรขาดแคลน พลังวิญญาณบางเบา ไม่เพียงพอให้ผู้คนก้าวสู่ขั้นแก่นทอง ผู้แข็งแกร่งจึงมีน้อย อีกทั้งการจะขึ้นสู่ขั้นแก่นทองได้ ต้องผ่านการสร้างรากฐานสมบูรณ์เท่านั้น ส่วนผู้ที่สร้างรากฐานธรรมดาแทบไม่มีทาง ขนาดสำนักชิงเหลียนของเราก็ยังไม่มีผู้ถึงขั้นแก่นทอง มีเพียงสำนักกระบี่สามที่มีอยู่หนึ่งคน และเขาก็มาจากแผ่นดินจงโจว”

ปิงเซวียนเอ๋อพูดเสียงนุ่ม พลางบอกถึงสถานการณ์ของต้าซาและเหล่ายอดฝีมือแห่งจงโจวอย่างละเอียด

“เสี่ยวเย่ว์อยู่ที่จงโจวหรือไม่?” หลี่เซวียนถามขึ้น

“ใช่ นางอยู่ที่สำนักอวี้เซียน ที่นั่นสูงส่งยิ่งนัก เป็นสำนักใหญ่แท้จริง เสี่ยวเย่ว์เติบโตเร็วมาก เวลานี้กำลังพยายามสร้างรากฐานสมบูรณ์ ส่วนเสี่ยวเหมยก็เช่นกัน”

ปิงเซวียนเอ๋อพูดต่อด้วยความทึ่ง เห็นว่าฉินเย่ว์และซ่งเสี่ยวเหมยนับว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง พึ่งไม่นานก็เริ่มฝึกขั้นนี้ได้แล้ว

แต่ถึงอย่างไร นางก็ยังเห็นว่าหลี่เซวียนต่างหากคืออัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ เพราะเขาสร้างรากฐานสมบูรณ์ได้แล้วจริง ๆ

คิดถึงคนที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาพรสวรรค์ทั้งหลายอยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวก็อดเหลือบมองเขาอย่างลอบชมไม่ได้

“ไปเถอะ กลับไปฝึกต่อกัน”

หลี่เซวียนลูบถุงเก็บของ หันกลับเข้าห้องใต้ดินพร้อมปิงเซวียนเอ๋อ แล้วหยิบผลวิวัฒนาการสองผลที่แลกมาจากเม็ดยาสร้างรากฐานออกมา ใช่แล้ว มีเพียงสองผลเท่านั้น

ผลวิวัฒนาการมีค่ามากกว่าที่เขาคิดไว้มาก หลี่เซวียนเพิ่งเข้าใจถึงความล้ำค่าของมัน และตระหนักถึงความทุ่มเทของฉินเย่ว์ ซ่งเสี่ยวเหมย รวมถึงปิงเซวียนเอ๋อ

ด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขากลืนผลวิวัฒนาการทั้งสองลงไป รอเสียงประกาศจากระบบอย่างเงียบงัน

[ติ๊ง! พรสวรรค์ “พละกำลังกำเนิดเทพ” วิวัฒน์เป็น “พละกำลังอสูรเทพ” พลังร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล]

[ติ๊ง! ความสามารถ “การซ่อนเร้นสูงสุด” วิวัฒน์เป็น “การซ่อนเร้นระดับสุดยอด” ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสิบเท่า]

ทันทีที่เสียงกลไกดังขึ้น หลี่เซวียนรู้สึกได้ว่าพลังมหาศาลพลุ่งพล่านทั่วร่าง ราวกับจะสามารถทำลายทุกสิ่งได้

“พลังนี้ช่างรุนแรงน่ากลัวนักจริง ๆ”

เขาสูดลมหายใจลึก ระงับแรงปั่นป่วนในใจ แล้วใช้ความสามารถซ่อนเร้นระดับสุดยอด ปิดกั้นกลิ่นอายทั้งหมดให้หายวับไป

“เอ๊ะ?”

เสียงเย็นใสดังขึ้น ปิงเซวียนเอ๋อกะพริบตากลมโต มองหลี่เซวียนอย่างตกตะลึง

“คุณชายเซวียน ข้าไม่อาจมองเห็นท่านได้เลยด้วยพลังจิต รู้สึกเหมือนท่านหายไปจากโลก ถ้าไม่ยืนอยู่ข้าง ๆ คงหาท่านไม่พบแน่”

“อืม นี่คือความสามารถพิเศษของข้า ต้องใช้ผลวิวัฒนาการและผลรวมพลังถึงจะพัฒนาได้” หลี่เซวียนอธิบายคร่าว ๆ

“อย่างนี้นี่เอง”

ปิงเซวียนเอ๋อพยักหน้าเบา ๆ แล้วตัดสินใจว่าจะเร่งให้ตระกูล รวมถึงฉินเย่ว์กับซ่งเสี่ยวเหมย ช่วยกันตามหาผลเหล่านั้นให้มากขึ้นอีก

แต่ตอนนั้นเอง

นางก็รู้สึกว่าตนเผลอลืมการมีอยู่ของหลี่เซวียนอีกครั้ง เหมือนอยู่คนเดียวในห้องใต้ดิน ทำให้หัวใจเต้นแรง

เพราะยามอยู่คนเดียว นางมักถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่าขาวนวล จึงกลัวว่าจะเผลอทำเช่นนั้นโดยมีเขาอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้ตัว

ปิงเซวียนเอ๋อที่ตกใจกลัวรีบพูดขึ้นว่า “คุณชายเซวียน ข้า...ข้าไปหาอวี้ชิงก่อนนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด”

“เจ้าค่ะ”

ร่างงามโบยบินออกจากห้องใต้ดิน พอถึงยอดเขาก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะนึกถึงผลวิวัฒนาการขึ้นมาอีกครั้ง

นางหยิบยันต์สื่อสารสีฟ้าออกมาติดต่อกลับไปยังตระกูล ไม่นานเสียงของปู่ก็ดังขึ้นจากอีกฝั่ง

“เซวียนเอ๋อ ปู่หาผลรวมพลังได้หนึ่งลูก กับผลวิวัฒนาการอีกหนึ่งลูก เดี๋ยวจะให้คนไปส่งให้” เสียงท่านผู้เฒ่าดังลอดออกมา

“มีแค่สองผลเองหรือ?” คิ้วงามของปิงเซวียนเอ๋อขมวดแน่นเล็กน้อย

“ทำอะไรไม่ได้หรอก ของพรรค์นี้หายากนัก แต่ละตระกูลเก็บไว้เป็นสิบปีถึงได้เท่านี้ แถมตระกูลสายฟ้ายังยอมแลกผลวิวัฒนาการสองลูก แต่ต้องขอเหมืองหินวิญญาณของเจ้าไป เจ้านั่นแหละเป็นสินเดิมของเจ้า จะยกให้พวกนั้นได้ยังไง” เสียงปู่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ท่านปู่ แลกเถอะ ถึงต้องเสียเหมืองไปก็ช่างเถิด”

พอนึกถึงรอยยิ้มที่หาดูยากของหลี่เซวียนเมื่อได้ผลวิวัฒนาการ ปิงเซวียนเอ๋อก็ตัดสินใจทันที

“แต่นั่นเป็นสินเดิมที่แม่เจ้าทิ้งไว้ หากแลกไปเกรงว่าคนจะนินทาเอาได้” ปู่พูดด้วยน้ำเสียงกังวล

“ผลวิวัฒนาการสำคัญกับคุณชายเซวียนมากนัก เขาดูแลข้ามาตลอด ข้าแทบไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้เลย ขอแลกเถิดเจ้าค่ะ” ปิงเซวียนเอ๋อกล่าวอย่างหนักแน่น

“จริงหรือ คิดดีแล้วแน่หรือ?”

“แน่ใจเจ้าค่ะ”

“งั้นดี อีกไม่กี่วันข้าจะให้คนส่งของไปให้”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านปู่”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 180 ซ่อนเร้นระดับสุดยอด

ตอนถัดไป