ตอนที่ 20 หนิงจื้อหยวน
ซูกั๋วตงขมวดคิ้วแน่น “ถ้าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎปากหวานยังพอไล่ได้ง่าย แต่ไอ้หมอนี่หน้าตาธรรมดา แถมไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักอย่าง ยิ่งไม่รู้ว่าลูกสาวไปชอบมันตรงไหน จะหาทางแก้ยังไงก็คิดไม่ออก”
ความคิดของเขาง่ายมาก—แค่หาว่าฉู่เทียนหลินมีดีตรงไหน จากนั้นก็หาคนที่เหนือกว่านั้นมายืนข้างลูกสาว แค่นี้เธอก็จะรู้เองว่า “ผู้ชายดี ๆ มีถมไป ทำไมต้องผูกชีวิตไว้กับคน ๆ เดียว?” อย่างน้อยเธอก็จะถอยห่าง รู้จักถนอมตัว ไม่ปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบง่าย ๆ
แต่ปัญหาคือ…เขามองไม่ออกจริง ๆ ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นไปสะกดลูกสาวได้ยังไง
เจ้าเยี่ยนหวี่จึงแนะ “หรือว่าเราจะไปเจอเด็กคนนี้ตรง ๆ ให้เขารู้ว่าคิดผิด แล้วเลิกยุ่งเอง?”
ซูกั๋วตงส่ายหัวทันที “ไม่ได้! เด็กสมัยนี้หัวรั้นจะตาย ถ้าไปขัดตรง ๆ เดี๋ยวมันดันดื้อ อยากหนีตามละครทีวีขึ้นมา ยิ่งยุให้รักแน่นแฟ้นกว่าเดิมอีก เห็นใน ทีวีชอบเล่นบทแบบนี้ตลอด”
“งั้นทำยังไงดี? จะปล่อยไปตามยถากรรมเหรอ?” ภรรยาถาม
“ยิ่งไม่ได้ใหญ่!” เขาตอบหนักแน่น “บอดี้การ์ดบอกแล้วว่าพวกเขาจูบกัน ถ้าปล่อยต่อไปอีกนิดเดียวก็…”
เจ้าเยี่ยนหวี่ขมวดคิ้ว คิดครู่หนึ่งแล้วเสนอ “งั้นเรียกเด็กที่เคยมีสัญญาหมั้นหมายกับหลิงเฟยมาที่นี่เถอะ ตอนนี้ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เดี๋ยวสอบเสร็จก็จะหลุดจากการควบคุมของโรงเรียนจริง ๆ ถ้าไม่รีบเตรียม ลูกสาวอาจเลยเถิดจริง ๆ ก็ได้ ถ้ามีคู่แข่งเข้ามาแทรกสักคน อย่างน้อยเธอก็จะรักษามารยาทมากกว่านี้”
ซูกั๋วตงนิ่งคิด ก่อนพยักหน้า “เอาสิ”
ที่จริงเขาเคยพูดเล่น ๆ เรื่องหมั้นหมายลูกไว้กับเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แต่ทั้งสองครอบครัวก็ไม่เคยจริงจังอะไร ต่างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องเล่าเล่น ๆ มากกว่า ไม่เคยคิดจะบังคับลูก ๆ อยู่แล้ว ถ้าเข้ากันได้ก็ดี ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป
ทว่าในตอนนี้ เห็นลูกสาวยังไม่จบม.ปลาย แต่เหมือนจะใจอ่อนให้ใครไปเสียแล้ว ซูกั๋วตงก็เลยต้อง “ยืมมือ” ลูกเพื่อนมาช่วยสักหน่อย
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาเพื่อนเก่า ไม่นานปลายสายก็ต่อรับ “โธ่ กั๋วตง นี่มันกี่โมงแล้ว ถึงโทรมาหาฉัน?”
“ฉันจนปัญญาแล้ว ลูกสาวฉันดันไปชอบเด็กโนเนมคนนึง ทั้งที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลย ฉันอยากให้ลูกนายมาช่วยให้ลูกสาวฉันตาสว่างหน่อย”
ปลายสายอึ้งไปนิด ก่อนหัวเราะ “พูดจริงดิ? ไอ้ลูกชายฉันเพิ่งพูดถึงลูกสาวนายไปหยก ๆ นี่เอง! แต่ก่อนฉันก็ไม่กล้าส่งไปหา กลัวจะดูเหมือนบังคับเอาเรื่องหมั้นหมายเก่ามาอ้าง แต่ไหน ๆ นายพูดเองแล้ว ก็เตือนกันก่อนนะ—ถ้าเกิดเด็กสองคนมันเข้ากันได้จริง อย่ามาขวางนะ!”
ซูกั๋วตงรีบตอบ “ไม่มีปัญหา ถ้าหลิงเฟยชอบจริง ๆ ฉันก็ยินดีอยู่แล้ว”
“งั้นดีเลย พรุ่งนี้ฉันจะส่งลูกชายไปเรียนที่เจิ้งหยางหนึ่ง” (โรงเรียนหลักในเมืองเจิ้งหยาง)
“โอเค”
เขาวางสาย หันไปบอกเจ้าเยี่ยนหวี่ “เรียกกองหนุนมาแล้ว”
เธอถอนหายใจ “จะได้ผลไหมเนี่ย?”
รุ่งขึ้น โรงเรียนมัธยมเจิ้งหยางก็มีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามา กะทันหันทั้งที่ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเต็มที เรื่องเอกสารกับที่นั่งสอบอะไรนั่น สำหรับคนระดับซูกั๋วตง แค่โทรศัพท์เดียวก็เรียบร้อย
และในห้องเรียนของซูหลิงเฟย ก็มีเด็กใหม่ยืนอยู่หน้าห้อง—
หนิงจื้อหยวน
ทันทีที่ก้าวเข้ามา เขาก็ดึงดูดสายตาสาว ๆ ทั้งห้องในพริบตา สูงเกือบหนึ่งเมตรแปด รูปร่างเพรียวกำยำ เสื้อกล้ามรัดรูปโชว์กล้ามอกและซิกแพ็กท้องแขนสวยงาม กางเกงขาสั้นเผยเรียวขายาว หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มแถมยังมีออร่าเสเพลเจ้าเสน่ห์—เรียกได้ว่า “เทพบุตร” ตัวจริงเสียงจริง
ซูหลิงเฟยเองยังชะงักนิด ๆ “ไอ้หมอนี่กลับมาได้ยังไง?”
เธอจำได้แม่น—หนิงจื้อหยวนคือเด็กที่เคยเจอกันตอนเด็ก ๆ แม้หลายปีผ่านไป ร่างกายเขาโตขึ้นชัดเจน สูงใหญ่แข็งแรงขึ้นมาก แต่แววตาและรอยยิ้มนั่นยังคงคุ้นเคย
เมื่อสบตา หนิงจื้อหยวนก็ส่งยิ้มอุ่น ๆ ให้เธอ เขาเองก็จำได้เช่นกัน เพราะพ่อแม่ทั้งสองครอบครัวสนิทกันมาตั้งแต่ก่อน เขาเคยเจอซูหลิงเฟยอยู่หลายครั้ง เขากับซูหลิงเฟยก็เคยเจอกันหลายครั้ง ถึงจะไม่ใช่คู่หมั้นตั้งแต่เด็กที่แท้จริง แต่ก็ถือว่ามีความผูกพันกันพอสมควร
และในใจเขาก็รู้ชัดมาตั้งนานแล้ว—เขาหลงรักเด็กสาวคนนี้ตั้งแต่ยังเล็ก แม้ซูหลิงเฟยจะโตกว่าเขาหนึ่งเดือน แต่ในสายตาเขา เธอก็คือ “พี่สาว” ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงเสมอมา
เมื่อโตขึ้น พ่อของเขา หนิงซานเหอ กลับห้ามไม่ให้มายุ่งวุ่นวาย กลัวซูกั๋วตงจะคิดว่าเขาจะนำสัญญาเล่นๆในอดีตมาอ้างเพื่อบังคับลูกสาวให้ทำการหมั้นหมาย ทั้งที่จริง ๆ แล้วเด็กหนุ่มเพียงอยากพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น
แต่ตอนนี้ คำสั่งห้ามถูกยกเลิกแล้ว—เพราะซูกั๋วตงเป็นคนโทรมาเรียกด้วยตัวเอง!
และเมื่อหนิงจื้อหยวนได้ย้ายมานั่งในห้องเดียวกับซูหลิงเฟย หัวใจเขาก็พองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…
(จบตอน)