ตอนที่ 22 ท้าทาย
ซูหลิงเฟยเห็นหนิงจื้อหยวนยกมือปาดน้ำตา ก็อดเอ่ยปลอบไม่ได้
“จื้อหยวน นายร้องไห้ทำไมกัน? ผู้ชายทั้งแท่ง…”
หนิงจื้อหยวนรีบแก้หน้าแดง ๆ “พี่สาวหลิงเฟย ฉันไม่ได้ร้องไห้หรอก แค่ฝุ่นเข้าตาน่ะ…”
ที่จริงเขาเพิ่งถูกฉู่เทียนหลินสะบัดกระเด็นออกมานอกห้อง แถมคราวนี้หน้าดันฟาดพื้น โชคดีทีเป็นลำตัวที่กลิ้ง เลยมีแต่ฝุ่นเปรอะหน้า ไม่ได้ถลอกเลือดตกยางออก แต่ตาก็โดนฝุ่นเข้าจริง ๆ น้ำตาเลยไหลพราก
ซูหลิงเฟยถอนหายใจ “นี่นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย เพิ่งย้ายมาแท้ ๆ ก็ไปหาเรื่องคนอื่นแล้ว แถมเจ้าตัวยังไม่ทันตื่นด้วยซ้ำก็โดนจัดเต็ม รีบไปล้างหน้าซะเถอะ”
หนิงจื้อหยวนได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าเถียงอะไร เดินหายไปกับเธอ ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นของฉู่เทียนหลินกลับมองเขาด้วยสายตาอึ้งตะลึง — นี่มันเทพจริง ๆ คนยังไม่ตื่นแท้ ๆ แต่ซัดคนปลิวออกไปได้สองรอบเต็ม ๆ!
ด้านบนอาคารเรียน บอดี้การ์ดสองคนของซูหลิงเฟยก็กำลังรายงานเหตุการณ์ให้ซูกั๋วตงฟัง
“ท่านครับ เด็กหนุ่มที่ท่านจัดการให้ชื่อหนิง ไปท้าหาเรื่องฉู่เทียนหลินมาแล้ว”
“อ้าว? ถึงขั้นปะทะกันแล้วเรอะ?” ซูกั๋วตงเลิกคิ้ว
“ครับ แต่ผลคาดไม่ถึงเลย”
“ยังไง?”
“ตอนหนิงจื้อหยวนเข้าไปในห้อง ฉู่เทียนหลินยังนอนหลับอยู่ หนิงจื้อหยวนพยายามปลุก แต่ดันโดนสะบัดกระเด็นออกมา! พอจะลุกมาสวนก็โดนดีดปลิวออกไปอีกรอบ คราวนี้ต้องไปล้างหน้าล้างตาเดินตามคุณหนูกลับห้องไปเลยครับ”
“เป็นไปได้ยังไงกัน!” ซูกั๋วตงตกใจ “ฉันรู้จักนิสัยไอ้เด็กหนิงดี ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฝีมือ เขาเหนือกว่าเด็กคนนั้นมากมายแท้ ๆ ทำไมถึงแพ้ได้?”
“ท่านครับ พวกเราเองก็เห็นกับตา ไม่แน่ว่าเด็กชื่อฉู่เทียนหลินนี่…อาจจะเคยฝึกพวกกังฟูหรือพลังลึกลับอะไรก็ได้”
ซูกั๋วตงขมวดคิ้ว “งั้นก็เป็นได้ แต่ถึงจะเก่งมวยเก่งหมัดยังไง สุดท้ายก็แค่พวกใช้แรง ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันหรอก”
ว่าแล้วเขาก็หยิบมือถือโทรหาหนิงจื้อหยวน “จื้อหยวน ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม?”
เสียงปลายสายตอบ “ซูอา…เอ่อ คุณลุง ผมไม่เป็นไร แค่แผลนิดหน่อย”
ซูกั๋วตงหัวเราะเบา “อย่าเรียกลุงซูเลย ฟังแล้วเหมือนเล่นไพ่แล้วแพ้ทุกที เรียกลุงเฉย ๆ ก็พอ ฮ่า ๆ เรื่องวันนี้ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องไปแข่งพลังหมัดกับหมอนั่นหรอก ของแบบนั้นมันสู้ปืนไม่ได้หรอก นายเอาไปแข่งเรื่องที่ดึงดูดผู้หญิงดีกว่า เช่น บาสเก็ตบอล ดนตรี หรือไม่ก็งานศิลป์ พวกนี้นายถนัดทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ?”
หนิงจื้อหยวนกำหมัดแน่น “ผมไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกครับ แต่ลุงเข้าใจผิดไปอย่าง—ถ้าหมัดแข็งแกร่งพอ ต่อให้เป็นปืนธรรมดาก็ไม่อาจหยุดได้!”
*เป็นการแสดงความดื้อรั้นของหนิงจื้อหยวน ว่าตนนั้นแข็งแกร่ง ถึงขั้นที่ปืนธรรมดาไม่สามารถหยุดเขาได้
ซูกั๋วตงส่ายหัว “เฮ้อ เด็กหนุ่มก็แบบนี้แหละ ชอบหมัดต่อหมัด ฉันอยากได้ลูกเขยที่มากความสามารถ โรแมนติก สุภาพ ไม่ใช่พวกนักเลงเถื่อน เข้าใจไหม?”
“ครับ ผมเข้าใจ ผมจะหาทางเอาชนะเขาในด้านอื่นเอง!”
—
พักเที่ยง ฉู่เทียนหลินเพิ่งงัวเงียลุกจากโต๊ะ พอเปิดตาก็เจอจางเฟิงพุ่งเข้ามาหา
“เทียนหลิน! ไม่สิ ต้องเรียก ‘พี่เทียน’ แล้วล่ะ ตอนนี้นายคือไอดอลของฉันเลย! สอนวิชาหน่อยสิ!”
ฉู่เทียนหลินงง “หา? วิชาอะไร?”
“ก็วิชากระเด็นไง! หลับอยู่แท้ ๆ แต่ยังซัดคนปลิวไปได้ โคตรเท่เลย!”
เขาขมวดคิ้วคิด ๆ ก่อนจะนึกได้ “อ๋อ…ไอ้หนุ่มแปลกหน้าที่มาปลุกฉันสินะ?”
จางเฟิงพยักหน้าแรง “ใช่เลย ไอ้คนนั้น! ตอนนี้ก็อยู่นอกห้องนั่นแหละ”
ฉู่เทียนหลินหันไปมอง ก็เห็นซูหลิงเฟยเดินมาพร้อมหนิงจื้อหยวนที่ใบหน้ามีรอยถลอกเล็ก ๆ ดูหมดสภาพไปพอควร เขาเลยถามเสียงเรียบ “เป็นนายสินะ ที่มากวนฉันตอนนอน?”
หนิงจื้อหยวนตอบทันที “ใช่ ฉันเอง! แล้วจะทำไม?”
ฉู่เทียนหลินเหลือบมองแล้วหัวเราะหยัน “เห็นแก่หน้าพี่สาวหลิงเฟย ฉันจะไม่เอาเรื่องแล้วกัน”
คำว่า “พี่สาวหลิงเฟย” ทำเอาซูหลิงเฟยขมวดคิ้วทันที แต่พอนึกถึงทั้งเรื่องจูบและเรื่องเสี่ยวเข่ออ้าย เธอก็จำต้องยอมรับว่า ถึงจะหมั่นไส้แค่ไหน ฉู่เทียนหลินก็คือคนใกล้ตัวเธอจริง ๆ
เธอเลยแนะนำ “เขาคือน้องชายฉัน หนิงจื้อหยวน”
ฉู่เทียนหลินชะงัก “หา…ที่แท้ก็เป็นน้องเขยเรานี่เอง ขอโทษทีนะน้องชาย เมื่อกี้เผลอแรงไปหน่อย”
หนิงจื้อหยวนหน้าเปลี่ยนสีทันที “ฉันกับพี่สาวหลิงเฟยไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน! และที่ฉันมาวันนี้—คือเพื่อท้าทายนาย!”
“ท้า? จะเอาเรื่องอะไรดีล่ะ?” ฉู่เทียนหลินเลิกคิ้ว
“บาสเก็ตบอล!” หนิงจื้อหยวนประกาศเสียงดัง
ฉู่เทียนหลินหัวเราะ “ถ้าจะท้า ก็ต้องมีเดิมพันสิ ว่าไงล่ะ?”
ทันใดนั้น ซูหลิงเฟยนึกถึงเหตุการณ์จูบที่ผ่านมาก็รีบถลึงตาใส่ฉู่เทียนหลินอย่างโกรธ ๆ แต่หนิงจื้อหยวนที่เห็นกลับเข้าใจผิด คิดว่ามันคือสายตาหวานซึ้งระหว่างสองคน เลือดในกายยิ่งเดือดปุด ๆ
เขาตะโกนลั่น “ใครแพ้…ต้องถอดเสื้อวิ่งรอบสนามสามรอบ!”
จริง ๆ เขาอยากเดิมพันเรื่องซูหลิงเฟยด้วย แต่ก็รู้ว่าถ้าพูดต่อหน้าเธอแบบนั้นจะเสียมารยาทเกินไป เลยเลือกเอาเดิมพันแบบฮา ๆ แทน
การแข่งขันบาสที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี—กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
(จบตอน)