ตอนที่ 45 หัวอกพ่อแม่

  ถึงจะเป็นวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ฉู่เหอกับจี้เยว่ก็ยังแอบคิดอยากให้ลูกชายได้กินของดี ๆ บ้าง ทว่าพอคิดอีกที อาหารหรู ๆ ก็อาจทำให้ท้องเสียได้ ถึงโอกาสจะน้อยมาก แต่เพื่อเลี่ยงความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น ทั้งคู่เลยลงมติ—กินข้าวบ้านแบบง่าย ๆ นี่แหละ ปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ไม่เสี่ยงให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันระหว่างสอบ

  ช่วงบ่าย พ่อแม่ก็พาฉู่เทียนหลินกลับไปยังสนามสอบอีกครั้ง เวลา บ่ายสองถึงบ่ายสาม—เป็นชั่วโมงที่แดดแรงที่สุดของเดือนมิถุนายน แต่ถึงจะร้อนขนาดนั้น หน้าประตูโรงเรียนก็ยังแน่นไปด้วยเหล่าผู้ปกครอง ไม่มีใครยอมถอย เพราะนี่คือเรื่องสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตลูก บางคนบอกเลยว่า ถ้าไม่ซ้ำชั้นก็มีโอกาสแค่ครั้งเดียว จะให้ยอมเหนื่อยตากแดดนิดหน่อยได้ยังไงกัน

  วิชาที่สอบบ่ายนี้คือ “คณิตศาสตร์” …สำหรับฉู่เทียนหลิน มันง่ายพอ ๆ กับโจทย์บวกลบเลขในร้านโชห่วย เขาลุยตั้งแต่ข้อเล็ก ๆ ไปจนถึงโจทย์พิสูจน์ ข้อใหญ่สุดท้ายที่ใคร ๆ บ่นว่ายาก เขาแค่อ่านจบก็รู้คำตอบทันที ราวกับข้อสอบถูกออกมาเพื่อให้เขาเล่นฆ่าเวลา

  สี่สิบนาทีถัดมา เขาก็เขียนครบทุกข้อ จากนั้นก็เปิดโหมด “ตรวจทานซ้ำๆ”—ตรวจคำตอบวนไปสามรอบ จนมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน ก่อนจะนั่งกอดอกนิ่ง ๆ รอเสียงเก็บข้อสอบ

  พอผู้คุมสอบประกาศหมดเวลา นักเรียนทยอยลุกออก ฉู่เทียนหลินก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

  ดวงอาทิตย์ยังคงแผดเผาอยู่บนฟ้า เขาเห็นเหล่าผู้ปกครองที่ยืนเฝ้าลูกไม่ยอมไปไหน ใจก็อุ่นวาบขึ้นมา—ในนั้นก็มีพ่อแม่ของเขาด้วย

  ดวงตาของเขาเผลอชื้นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ ก้าวเดินตรงไปหาพ่อแม่พร้อมประกาศเสียงดัง “วิชานี้…เต็มร้อย!”

  ฉู่เหอหัวเราะลั่น ตบไหล่ลูกชายปั๊ก ๆ “เจ้าหนุ่ม เอ็งนี่มันของจริง!”

  ห้านาทีต่อมา ทั้งครอบครัวก็ขับรถกลับบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มที่แขวนอยู่บนทุกใบหน้า

  กลับถึงบ้าน จี้เยว่รีบจัดกับข้าวให้อย่างเต็มโต๊ะ ฉู่เทียนหลินกินเสร็จก็ถูกไล่ให้เข้านอนเร็ว ๆ แน่นอน เด็กทั่วไปคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เพราะวันรุ่งขึ้นยังเหลืออีกสองวิชาหนัก แต่พระเอกของเราไม่ใช่เด็กทั่วไป—เขาจัดการดูดค่าพลังกับค่าจิตออกเก็บเข้าเตาสร้างสรรค์จนหมด ร่างกายเลยสลบไสลเหมือนกรรมกรยกหินกว่าสิบชั่วโมง แค่หลับตาก็เข้าสู่โหมด “หลับเป็นตาย” ได้ทันที

  รุ่งเช้า วันสอบวิชาวิทย์รวม—ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ รวมคะแนน 300 เต็ม ถือเป็นวิชาที่เด็ก ๆ เรียกกันว่า “ตัวตัดคะแนน” เพราะข้อสอบยากและเยอะสุด ๆ

  ปกติทุกคนจะเริ่มทำจากชีวะหรือเคมีก่อน เพราะง่ายกว่า แล้วค่อยทิ้งฟิสิกส์ไว้ท้าย ๆ แต่ฉู่เทียนหลินกลับตรงข้าม—โจทย์ฟิสิกส์ที่คนอื่นมองว่านรก เขากลับมองเหมือนโจทย์อนุบาล ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งที่ทำเคมีเสียอีก

  แน่นอน ความยากมันก็มีอยู่ เขายังต้องใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่งกว่าจะทำครบทุกข้อ แต่พอเช็กเสร็จ เขาก็มั่นใจได้เลยว่า วิชานี้คะแนนไม่ต่ำกว่า 298 จาก 300 แน่ ๆ

  บ่ายต่อด้วยวิชาภาษาต่างประเทศ คราวนี้เขาใช้เวลาน้อยยิ่งกว่าเดิม แค่ครึ่งชั่วโมงก็ตอบครบทุกข้อ ที่เหลือก็นั่งหาวนั่งง่วง อยู่ในห้องสอบสองชั่วโมงเต็ม รอจนกว่าจะถึงเวลาเก็บข้อสอบ

  ปัญหาคือ—คราวนี้เขาไม่สามารถใช้วิธี “ดูดพลังแล้วสลบ” ได้ เพราะกฎห้องสอบห้ามนอนหลับ เขาเลยทำได้แค่นั่งกลอกตาไปมา สังเกตเพื่อนร่วมสนามสอบที่กำลังสู้ชีวิตตอบข้อสอบอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่ออนาคตของตัวเอง

  ฉู่เทียนหลินได้แต่นั่งคิด—ถ้าไม่มี “เตาสร้างสรรค์” คงได้เห็นภาพตัวเองนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่แบบนั้นเหมือนกัน

  ใช่แล้ว…เจ้าเตานี่แหละที่เปลี่ยนชะตาของเขาไปตลอดกาล! มันคือบัตรผ่านชีวิตที่ทำให้เขาก้าวข้ามจากเด็กธรรมดา กลายเป็น “พระเอกเทพ” ได้จริง ๆ

  เขาคิดพลางก็ยิ่งฮึกเหิม “ต้องเก็บเชื้อเพลิงเพิ่มให้มาก ๆ หลังสอบเสร็จ ต้องสร้างของวิเศษออกมาอีกเพียบแน่!”

  ถึงตอนนี้เขาหลอมของออกมาได้หลายอย่างแล้ว แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าการเก็บเชื้อเพลิงยังช้าเกินไป—ค่าร่างกายพอจะตุนได้จากการกินบุฟเฟต์ไม่อั้น แต่ค่าพลังกับค่าจิตที่ฟื้นได้จากการนอนหลับ มันช้าเกินไปจริง ๆ …หลังสอบเสร็จ คงต้องหาวิธีใหม่ ๆ มาช่วยเสริมแล้วล่ะ

  ในที่สุด การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็สิ้นสุดลง!

  ฉู่เทียนหลินเดินออกจากสนามสอบพร้อมรอยยิ้ม มั่นใจสุด ๆ ว่า คะแนนรวมเกิน 740 แน่นอน!

  พอเจอพ่อแม่ก็ประกาศกร้าวทันที “รอบนี้ชัวร์ ๆ คะแนนเกิน 740 แน่ครับ!”

  ฉู่เหอกับจี้เยว่ดีใจจนยิ้มแก้มแทบปริ ฉู่เหอพูดทันที “งั้นสอบเสร็จแล้ว เดี๋ยวไปกินเลี้ยงใหญ่กัน เชิญลุง ป้า อา ทุกคนมากินพร้อมหน้าเลย!”

  แต่ฉู่เทียนหลินรีบโบกมือ “ยังไม่ต้องครับ อีกสิบกว่าวันผลสอบออกก่อน ค่อยเลี้ยงทีเดียวจะได้เซอร์ไพรส์เต็ม ๆ”

  ฉู่เหอได้ยินก็หัวเราะ “จริงของแกนะ แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย!”

  ใช่แล้ว—ถ้ารีบจัดเลี้ยงตอนนี้ อาจโดนญาติ ๆ ลับหลังเม้าท์ว่า “ลูกบ้านนี้แต่ก่อนเรียนแย่ พอสอบเสร็จยังกล้าอวด” เอาไว้ให้ผลสอบออกมาแล้วค่อยเฉลยทีเดียว ให้ทุกคนตะลึงไปเลย แบบนี้สะใจกว่า!

  หลังกลับถึงบ้าน จี้เยว่ก็ลงครัวทำกับข้าวเต็มที่ สองวันก่อนกลัวลูกชายกินแล้วท้องเสียเลยทำแค่ของง่าย ๆ แต่พอสอบเสร็จเธอก็จัดเต็ม เมนูทั้งโต๊ะในที่สุดก็ถูกยกขึ้นมาเสิร์ฟ

  ฉู่เทียนหลินก็มองพ่อแม่ด้วยสายตาอ่อนโยน—เขารู้ดีว่าทั้งคู่เป็นห่วงแค่ไหน ถึงตัวเขาจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไปห้าหกเท่า จะให้กินยาระเบิดท้องยังไม่สะเทือน แต่สำหรับพ่อแม่แล้ว เขาก็ยังเป็น “ลูกชายที่น่าเป็นห่วง” อยู่ดี

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 45 หัวอกพ่อแม่

ตอนถัดไป