ตอนที่ 170 เฉินหลิงฮวา
ฉู่เทียนหลินได้ยินดังนั้นก็พูดว่า “อ๋อ แบบนี้สินะ คราวนี้ได้ยินชัดแล้ว งั้นฉันก็ตอบให้ชัด ๆ เหมือนกันนะ ไปเล่นที่ไหนก็ไปเถอะ!” เมื่อได้ยินคำของฉู่เทียนหลิน หน้าของนักศึกษาใหม่คนนั้นก็เปลี่ยนสี “ไอ้หนุ่ม คนทั้งแผ่นดินฮั่วเซี่ย ยังไม่มีใครกล้าพูดกับฉันแบบนี้มาก่อนเลยนะ!”
นักศึกษาใหม่คนนั้นพูดจบก็ยื่นมือขวาคว้าหมายจะจับไหล่ของฉู่เทียนหลิน ดูท่าว่าคงเห็นว่าแค่พูดไม่พอ คงอยากจะลงมือแล้ว ฉู่เทียนหลินเห็นดังนั้นก็ถีบออกไปเต็มแรง ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาบ้าง ตอนลงมือฉู่เทียนหลินก็รู้สึกได้ว่าแรงมือของอีกฝ่ายมากกว่าคนทั่วไปอยู่หลายส่วน แต่เมื่อเทียบกับปีศาจอย่างฉู่เทียนหลินแล้ว ความต่างนั้นเรียกได้ว่าไกลลิบ
ขาซ้ายของนักศึกษาใหม่คนนั้นโดนฉู่เทียนหลินถีบเข้าเต็ม ๆ เขาร้องโอดครวญเสียงหลง ก่อนจะทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นต่อหน้าอีกฝ่าย ฉู่เทียนหลินมองเขาแล้วพูดว่า “เจอกันครั้งแรก ไม่ต้องถึงกับสุภาพขนาดนี้หรอกนะ มาคารวะใหญ่โตแบบนี้เชียว ไปเล่นที่อื่นเถอะ!”
ฉู่เทียนหลินพูดพลางเอื้อมมือผลักไหล่ของอีกฝ่ายให้หน้าทิ่มพื้นเป็นท่าหมาหัวทิ่ม แน่นอนว่าถึงนักศึกษาใหม่จะดูท่าทางน่าสมเพชอยู่บ้าง แต่ในเมื่อวันนี้ทุกคนต้องไปมหาวิทยาลัยจิงฮวารายงานตัว ฉู่เทียนหลินเองก็ไม่อาจทำเกินไปนัก จึงทำให้เขาเจ็บตัวแค่ถลอกปอกเปิกเท่านั้น ขาไม่ได้หักแต่อย่างใด
ขณะนั้นเอง ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามา มองฉู่เทียนหลินด้วยสายตาเข้มงวดแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
เขาเห็นเต็มตาว่าฉู่เทียนหลินเป็นฝ่ายลงมือ มหาวิทยาลัยจิงฮวานั้นรับแต่นักศึกษาระดับหัวกะทิ โดยเฉพาะผู้สมัครจากต่างจังหวัดที่อยู่นอกเมืองหลวง หากจะสอบเข้าได้ต้องได้คะแนนสูงมากเป็นพิเศษ นักเรียนพวกนี้ส่วนใหญ่ทุ่มเทกับการเรียนแทบทั้งหมด เรื่องทะเลาะวิวาทไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่โอกาสเกิดก็น้อยมาก
และตอนนี้ ยังไม่ทันถึงโรงเรียนดี แค่ขึ้นรถบัส ฉู่เทียนหลินกลับทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นจนบาดเจ็บ รุ่นพี่คนนั้นจึงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ในสายตาเขา ฉู่เทียนหลินดูเป็นนักเรียนหัวแข็งที่ชอบก่อเรื่อง
แต่ฉู่เทียนหลินตอบกลับทันที “คุณก็น่าจะเห็นนะว่าเป็นเขาที่เข้ามาหาผมก่อน แถมยังเป็นฝ่ายเริ่มลงมือด้วย ผมก็แค่ป้องกันตัวตามสิทธิ์เท่านั้นเอง” รุ่นพี่คนนั้นได้ยินแล้วพูดเสียงเข้ม “ลุกขึ้นมาก่อนสิ จะมาคุยกับรุ่นพี่แบบนั่งอยู่เฉย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง?”
นักศึกษาชั้นปีสามของมหาวิทยาลัยจิงฮวาคนนั้นพูดกับฉู่เทียนหลินอย่างเคร่งขรึม เขาไม่เพียงเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบการต้อนรับนักศึกษาใหม่ในปีนี้เท่านั้น แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน มหาวิทยาลัยยังมีนโยบายให้รุ่นพี่ปีสูงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของรุ่นน้อง โดยเลือกนักศึกษาที่มีความรับผิดชอบและความสามารถมาช่วยดูแลรุ่นใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้รุ่นพี่ได้ฝึกฝนประสบการณ์การบริหาร
เนื่องจากอาจารย์หนุ่มสาวส่วนใหญ่ต้องรับภาระงานวิจัยมาก ทำให้ไม่อาจทุ่มเวลาให้กับงานบริหารนักศึกษาได้เต็มที่ การให้รุ่นพี่ช่วยดูแลรุ่นน้องจึงช่วยลดภาระของคณาจารย์ได้มาก และรุ่นพี่ปีสามคนนี้ที่ชื่อเฉินหลิงฮวา ก็คือผู้รับผิดชอบดูแลนักศึกษาใหม่ของสาขาเภสัชศาสตร์ พูดอีกอย่างก็คือ เขาเปรียบเสมือนครึ่งหนึ่งของ “อาจารย์ประจำชั้น” ของฉู่เทียนหลินนั่นเอง
เขายืนพูดอยู่ ส่วนฉู่เทียนหลินนั่งตอบ จึงทำให้ไม่พอใจนัก แต่ฉู่เทียนหลินไม่รู้ถึงเรื่องนั้น ในสายตาเขา อีกฝ่ายแค่เรียนมาก่อนตนไม่กี่ปี ไม่ใช่ผู้ใหญ่หรือคนมีอำนาจอะไร แล้วทำไมเขาจะต้องยืนคุยด้วย?
ดังนั้นฉู่เทียนหลินจึงพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ถ้าไม่อยากลงไปนอนคลานเหมือนไอ้นี่ล่ะก็ แนะนำให้อยู่ห่าง ๆ ฉันไว้จะดีกว่า” เขาไม่ชอบพวกที่ชอบทำท่าเหนือกว่า แค่เรียนมาก่อนหนึ่งสองปีก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์มาวางอำนาจกับเขา
ถ้าเป็นอาจารย์มาพูดด้วย ฉู่เทียนหลินคงยืนขึ้นตอบด้วยความเคารพแน่ แต่คนตรงหน้านี้ก็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง จะมาทำวางท่าอะไรนักหนา ยังให้เขายืนขึ้นอีกด้วย ถ้าเขายืนขึ้นจริง ๆ มีหวังอีกฝ่ายคงต้องคุกเข่าลงแน่! เฉินหลิงฮวาได้ยินดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย
เขาเห็นตอนที่ฉู่เทียนหลินลงมือเมื่อครู่แล้ว แรงของอีกฝ่ายมหาศาลจริง ๆ ถ้าฉู่เทียนหลินคิดจะเล่นงานเขาบ้างละก็ วันนี้คงเสียหน้าไปทั้งปีแน่ ดังนั้นเฉินหลิงฮวาจึงพูดว่า “เธอชื่ออะไร?” ฉู่เทียนหลินได้ยินก็หยิบจดหมายตอบรับเข้าเรียนออกมายื่นให้ “ทำไมล่ะ คิดจะเอาคืนเหรอ? ยินดีเสมอนะ”
ตอนนั้นหลานซือหานพูดขึ้นว่า “เทียนหลิน พอเถอะ” หลานซือหานไม่อยากให้ฉู่เทียนหลินเพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยจิงฮวาก็ไปขัดใครเข้า โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่ยังไม่รู้พื้นเพ เพราะอาจทำให้มีปัญหาตามมาได้ไม่น้อย ส่วนเฉินหลิงฮวาเมื่อเห็นจดหมายตอบรับก็พูดว่า “ที่แท้ก็สาขาเภสัชศาสตร์ งั้นเราคงได้เจอกันอีกแน่”
เฉินหลิงฮวาอยู่สาขาเภสัชศาสตร์ และยังเป็นที่ปรึกษารุ่นพี่ของสาขานี้ด้วย หมายความว่าฉู่เทียนหลินจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเขาในอนาคต ถึงตอนนั้น หากเฉินหลิงฮวาคิดจะเอาคืน ก็สามารถใช้ตำแหน่งที่ปรึกษากดอีกฝ่ายได้ตามใจ เขาคิดในใจว่าคงจะได้ “เล่นสนุก” กับฉู่เทียนหลินอีกนานเลยทีเดียว
ส่วนชายหนุ่มที่โดนฉู่เทียนหลินซัดจนล้มก็ลุกขึ้นมาพร้อมจ้องเขาด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนจะไปนั่งเงียบ ๆ ที่มุมหนึ่งในรถ เรื่องนี้... ยังไม่จบแน่! แต่ฉู่เทียนหลินไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขามีเตาสรรค์สร้างอยู่ในครอบครอง พลังของเขากำลังพัฒนาไม่หยุด และเมื่อเข้าใจคุณสมบัติของเตามากขึ้น ความแข็งแกร่งของเขาก็จะยิ่งทวีขึ้นเรื่อย ๆ
ในสาขาเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจิงฮวา ฉู่เทียนหลินไม่เพียงจะได้ใช้เตาสรรค์สร้างเพื่อพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้เท่านั้น ยังมีพวกตัวประกอบให้เขาได้ฝึกฝนเล่นอีกด้วย สำหรับเขาแล้ว นี่คงเป็นเรื่องสนุกไม่น้อย
อีกห้านาทีต่อมา รถบัสก็เต็มทุกที่นั่ง จากนั้นคนขับก็สตาร์ตรถทันที วันนี้คือวันที่หนึ่งกันยายน ส่วนวันที่สี่จะเป็นวันเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยจิงฮวา ตั้งแต่วันที่หนึ่งเป็นต้นไป ทางมหาวิทยาลัยจะเริ่มเปิดรับนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองเพื่อดำเนินการลงทะเบียนและเอกสารต่าง ๆ
ก่อนถึงวันที่สี่ เรื่องพวกนี้ก็คงจัดการได้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็จะเริ่มการฝึกทหารเบื้องต้นตามระเบียบ โดยทั่วไป นักศึกษาใหม่เมื่อมาถึงวันแรก ต้องอยู่ในความดูแลของรุ่นพี่เพื่อพาไปดำเนินการเข้าหอพักและจัดที่นอน ซึ่งทุกอย่างถูกจัดสรรไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่มีการแย่งกันเลือกหรือมาก่อนได้ก่อน
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น อาจเกิดการทะเลาะแย่งที่นอนได้ง่าย แต่ฉู่เทียนหลินไม่คิดจะอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่อยู่ในความสนใจของเขา
(จบตอน)