ตอนที่180 บทเรียน
หากฉู่เทียนหลินพูดดีกับเฉินหลิงฮว่า เกรงว่าเฉินหลิงฮว่าคงเข้าใจว่าเขากลัวและอยากประจบตนเองแน่ ส่วนเฉินหลิงฮว่าเมื่อได้ยินคำพูดของฉู่เทียนหลินก็พูดว่า “นายไม่คิดจะอยู่หอพักงั้นเหรอ? งั้นมารับแบบฟอร์มสมัครที่ฉันสิ ตอนนี้ฉันอยู่ตึกเรียนหมายเลขแปด ชั้นสิบ”
มหาวิทยาลัยจิงฮวามีพื้นที่กว้างมาก หอพักอยู่ห่างจากตึกเรียนพอสมควร นี่ถือเป็นการสร้างความลำบากเล็กน้อยให้ฉู่เทียนหลิน แน่นอน เวลายังมีอีกมาก เฉินหลิงฮว่าที่ถูกฉู่เทียนหลินข่มขู่บนรถเมล์วันนั้น ย่อมต้องการให้ฉู่เทียนหลินรู้ผลของการลบหลู่เขาแน่
ถึงแม้ว่าการที่ฉู่เทียนหลินไม่อยู่หอพักจะทำให้หาเรื่องเขาได้ยากขึ้น แต่เฉินหลิงฮว่าก็ยังมีวิธีมากมาย เช่น ตอนฝึกทหารใหม่ หรือกิจกรรมของชั้นเรียนต่าง ๆ เพราะเฉินหลิงฮ่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชั้นฉู่เทียนหลิน
ตลอดหนึ่งปีข้างหน้า เฉินหลิงฮว่าต้องดูแลนักศึกษาของภาคนี้ เขาคือสะพานเชื่อมระหว่างชั้นเรียนกับอาจารย์ประจำคณะ สามารถรายงานข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อฉู่เทียนหลินให้กับอาจารย์ได้มากมาย และเมื่อถึงจังหวะเหมาะ เขาก็จะให้บทเรียนที่ฝังใจไม่ลืมแก่ฉู่เทียนหลิน
แน่นอน สิ่งที่ทำให้เฉินหลิงฮว่าไม่พอใจเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เพราะถูกฉู่เทียนหลินทำให้อับอายบนรถเมล์เท่านั้น แต่ยังเพราะเขาได้รู้จักตัวตนของนักศึกษาที่ถูกฉู่เทียนหลินชกคนนั้นแล้วด้วย
นักศึกษาคนนั้นชื่อจ้าวเซวียนถิง เป็นทายาทของบริษัทยาใหญ่ระดับผู้นำทางใต้ บิดาของเขาเป็นหนึ่งในร้อยเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ ส่วนจ้าวเซวียนถิงเลือกเรียนสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ก็เพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว
หลังจากจ้าวเซวียนถิงถูกฉู่เทียนหลินทำร้าย เขาก็โกรธมาก ทว่าที่มหาวิทยาลัยจิงฮวา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ วิธีบางอย่างของเขากลับใช้ไม่ได้ จึงไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาเฉินหลิงฮว่า
ขอเพียงเฉินหลิงฮ่าสามารถให้บทเรียนแก่ฉู่เทียนหลินได้มากพอ หรือถึงขั้นทำให้เขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยจิงฮวาได้ จ้าวเซวียนถิงก็จะถือว่าได้ระบายแค้น และจะตอบแทนด้วยการรับเฉินหลิงฮว่าเข้าทำงานในบริษัทของตนภายหลัง แถมให้ตำแหน่งคนสนิทอีกด้วย สำหรับเฉินหลิงฮว่าแล้ว นี่คือสิ่งล่อตาล่อใจมหาศาล
นักศึกษามหาวิทยาลัยจิงฮวาแม้จะมีชื่อเสียงดี หากเป็นหัวกะทิจริง ๆ บางคนอาจกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือก้าวสู่ตำแหน่งระดับสูงของรัฐบาลในอนาคตก็ได้ แต่คนแบบนั้นย่อมมีไม่มากนัก
เหมือนที่ใคร ๆ ชอบพูดว่า “จบจิงฮวาไปขายหมู” ป่าใหญ่ย่อมมีนกหลากชนิด พวกที่โดดเด่นเป็นพิเศษหรือพวกสุดห่วยก็มีน้อย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนธรรมดาทั่วไป
เฉินหลิงฮว่าก็จัดว่าเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ด้วยความสามารถในตอนนี้ หากเพิ่งจบใหม่ ๆ คงหางานในปักกิ่งที่มีรายได้ปีละหนึ่งถึงสองแสนได้ไม่ยาก เพราะความสามารถของเขาอยู่ในระดับนั้น แต่ถ้าอยากก้าวหน้าไปกว่านี้ก็ต้องอาศัยเส้นสายและความสัมพันธ์
ส่วนจ้าวเซวียนถิงนั้น คือคนที่เขาจำเป็นต้องเกาะขาไว้ให้แน่น หากได้เป็นลูกน้องคนสำคัญของอีกฝ่ายในอนาคต เงินเดือนปีละล้านหรือมากกว่านั้นคงเป็นเรื่องง่าย
ดังนั้น เพื่อเอาใจจ้าวเซวียนถิง เขาจึงต้องหาทางกลั่นแกล้งฉู่เทียนหลินให้หนักที่สุด ยิ่งทำให้ฝ่ายนั้นลำบากมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนมากเท่านั้น หากสามารถผลักให้ฉู่เทียนหลินถูกไล่ออกได้ บทบาทของเขาในฐานะ “ลูกน้องคนสนิทของจ้าวเซวียนถิง” ก็จะมั่นคงถาวร
เมื่อฉู่เทียนหลินฟังคำของจ้าวเซวียนถิงจบ จึงหันไปพูดกับหลันซือหานว่า “พี่ซือหาน เขาให้ผมไปเอาเอกสารที่ตึกเรียนก่อนนะ พวกพี่รอสักครู่” หลันซือหานตอบ “ตึกเรียนเหรอ อยู่ตั้งไกล?”
ฉู่เทียนหลินตอบ “ใช่ เขาคือคนที่ผมเคยขู่บนรถวันนั้น คงอยากให้ผมเดินเพิ่มอีกหน่อยล่ะ พี่ ๆ พักก่อนก็แล้วกัน” หลันซือหานพยักหน้า “ได้ แต่ไปแล้วอย่าหัวร้อนนะ เราเคลียร์เอกสารให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
ฉู่เทียนหลินตอบรับสั้น ๆ “ครับ”
เขาพูดจบก็ตรงไปยังตึกเรียน ทว่าไม่ได้ไปตึกแปด แต่ไปตึกสี่แทน เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องเล่นแง่แน่ จึงให้ตัวตัวช่วยยืนยันตำแหน่งของเฉินหลิงฮว่าก่อน
ผลคืออีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่ตึกแปดจริง ๆ ในห้องนั้นยังมีคนเรียนอยู่ ฉู่เทียนหลินจึงไม่สะดวกเข้าไปหา หากบุกเข้าไปจะยิ่งทำให้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ในห้องไม่พอใจ
ส่วนเฉินหลิงฮว่าจริง ๆ แล้วอยู่ที่ตึกสี่ กำลังอ่านหนังสือกับกลุ่มนักศึกษาชายหญิงอยู่ เมื่อผ่านไปสิบนาที ฉู่เทียนหลินก็มาถึงหน้าห้องของเขา แล้วผลักประตูเข้าไปพร้อมพูดว่า “เฉินหลิงฮว่า!”
เฉินหลิงฮว่าที่กำลังรอดูฉู่เทียนหลินขายหน้าถึงกับตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นฉู่เทียนหลินเข้ามา สายตาเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว “นาย…มาที่นี่ได้ยังไง?” ฉู่เทียนหลินตอบ “แน่นอนว่ามาหานายสิ”
“แต่นายรู้ได้ยังไง???” เฉินหลิงฮว่าพูดได้ครึ่งประโยคก็พูดต่อไม่ออก ฉู่เทียนหลินพูดต่อ “ทำไมน่ะ นายไม่ได้บอกไว้เหรอว่าอยู่ตึกแปด? แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? ถ้าไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลละก็ ฉันจะทำให้นายเสียหน้าเดี๋ยวนี้เลย!”
เฉินหลิงฮว่าพูดเสียงแข็ง “อะไรตึกแปด? ฉันโทรบอกนายแล้วว่าตึกสี่ นายคงฟังผิดเอง!” ฉู่เทียนหลินตอบ “ขอโทษนะ คำอธิบายนั้นฉันไม่รับ”
ฉู่เทียนหลินพูดพลางคว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้อง แล้วเดินตรงเข้าไปหาเฉินหลิงฮว่า เฉินหลิงฮว่าหน้าถอดสีทันที “นายจะทำอะไรน่ะ!” นักศึกษาคนอื่นในห้องก็ร้องขึ้น “รุ่นน้อง อย่าใจร้อนสิ!”
กลุ่มนักศึกษาชายสองสามคนลุกขึ้นขวางไว้ แต่ฉู่เทียนหลินไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาหยาม เขาไม่เชื่อคำว่า “สุภาพบุรุษแค้นสิบปีก็ไม่สาย” เพราะในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเล่นสกปรกกับเขา ก็ต้องเตรียมรับผล เขาจ้องพวกนั้นด้วยแววตาอันตราย “ถ้าไม่หลีก ผลมันจะเกินที่พวกนายรับไหวแน่”
ฉู่เทียนหลินเคยฆ่าคนมาก่อน พลังอาฆาตบนร่างแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง เหล่านักศึกษาหัวกะทิแห่งมหาวิทยาลัยจิงฮวารู้สึกถึงแรงกดดันนั้นจนหน้าซีด ก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เดิมทันที
ฉู่เทียนหลินจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาเฉินหลิงฮว่าทีละก้าว จนอีกฝ่ายตัวสั่นด้วยความกลัว เพราะแรงกดดันจากร่างของฉู่เทียนหลินมันน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ราวกับเขากำลังจะฆ่าเฉินหลิงฮว่าจริง ๆ