ตอนที่195 คืนกรรมให้ผู้ก่อกรรม
ทว่า หนึ่งปีต่อมา แฟนสาวของเจิ้งชางหมิงก็ทนไม่ไหว เพราะเธอไม่สามารถอดกลั้นกับชีวิตที่ต้องคอยคิดเล็กคิดน้อย แม้กระทั่งจะนั่งแท็กซี่หรือดูหนังสักเรื่องยังต้องคำนวณทุกสตางค์
ในเวลานั้น มีคนหนึ่งเริ่มจีบเธอ ชายคนนั้นคือเพื่อนสมัยประถมของเจิ้งชางหมิง ตั้งแต่เด็กเขาเป็นพวกซุกซนเกเร พอขึ้นมัธยมก็ถูกไล่ออกเพราะใช้มีดฟันคน หลังจากนั้นก็กลายเป็นอันธพาลเต็มตัว
ต่อมา พ่อของเจิ้งชางหมิงกลับถูกใจเขา เพราะอยากให้ลูกชายรู้ว่า ในสังคมนี้ “คนมีเงินคือเจ้านาย” ถ้าไม่มีเงิน ต่อให้ขยันหรือมีศีลธรรมแค่ไหน ก็ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น
ดังนั้นพ่อของเจิ้งชางหมิงจึงมอบบ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน พร้อมเงินสดอีกสองแสนหยวน ให้ชายคนนั้นไปแย่งแฟนของลูกชาย และไม่นาน แฟนของเจิ้งชางหมิงก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินอย่างรวดเร็ว
แรก ๆ เธอยังพยายามปิดบังเจิ้งชางหมิง แต่ด้วยแผนของเพื่อนคนนั้น วันหนึ่งเมื่อเจิ้งชางหมิงกลับถึงบ้าน ก็เห็นเพื่อนสมัยประถมคนนั้นกำลังมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาวของตนบนเตียง เสียงดังสะท้านห้อง
ชายคนนั้นยังจงใจบังคับให้หญิงสาวพูดคำหยาบชั่วสารพัดให้เจิ้งชางหมิงได้ยิน เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พุ่งเข้าไปหมายจะสู้ตาย
ทว่าเพื่อนคนนั้นเป็นอันธพาล ส่วนเขาเป็นเพียงคนธรรมดา จะสู้ได้อย่างไร แค่ไม่กี่ทีเขาก็ถูกซัดล้ม ต่อหน้าต่อตาเขา อันธพาลคนนั้นยังคงทำเรื่องต่ำช้าอยู่บนเตียงอย่างหน้าตาเฉย
หลังจากนั้น อันธพาลโยนเงินสองหมื่นให้เขา แล้วราดปัสสาวะบนหัวก่อนจะพาแฟนสาวของเขาออกไป นับแต่นั้น เจิ้งชางหมิงก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ต่อมา พ่อของเขาเรียกมาคุย ไม่มีใครรู้ว่าพูดอะไรกัน แต่วันรุ่งขึ้น เจิ้งชางหมิงก็สั่งลูกน้องจับเพื่อนเก่าและแฟนของตนมาขังไว้
ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไร ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องดังต่อเนื่องสามวันสามคืน เขาเตรียมมีด กรรไกร และสารเคมีนานาชนิด เสียงโหยหวนไม่หยุดจนวันที่เจ็ด จึงออกมาจากห้องนั้น
แต่เมื่อเขาออกมา ภายในห้องกลับไม่มีแม้แต่ศพ แม้แต่หยดเลือดยังไม่เหลือ ตลอดเจ็ดวันเขาไม่ได้กินอาหารเลย แต่ร่างกายกลับดูแข็งแรงดีราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น
แม้ไม่มีใครรู้รายละเอียด แต่คนข้างล่างล้วนพูดกันว่า หลังจากทรมานทั้งคู่ สุดท้ายเขาก็กินพวกนั้นทั้งเป็น กินจนหมดสิ้น แม้แต่กระดูกก็เอาเข้าไปต้มในหม้อความดัน จนเปื่อยนุ่มแล้วกินลงไป
หลังจากนั้น ชื่อของเจิ้งชางหมิง ลูกชายหัวหน้ากลุ่ม ก็เริ่มน่าเกรงขามในกงหลงบัง ไม่มีใครกล้าท้าทาย ไม่นานพ่อของเขาก็ตาย ว่ากันว่าเป็นฝีมือของเขาเอง
ต่อมา เจิ้งชางหมิงใช้ความโหดเหี้ยมป่าเถื่อนยึดอำนาจกงหลงบังไว้ได้ทั้งหมด กิจการของกลุ่มก็ขยายขึ้นเรื่อย เมื่อรวมกับสมบัติของบิดา ทรัพย์สินของเขาเกินหนึ่งพันล้านหยวนแล้ว
หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจิ้งชางหมิงพูด “ฉันขอซื้อชีวิตตัวเอง สองร้อยล้าน”
ฉู่เทียนหลินตอบ “ตกลง ชีวิตนาย ฉันขายให้นายก็ได้ แต่พวกลูกน้องของนายล่ะ คิดจะจ่ายเท่าไร?”
เจิ้งชางหมิงรู้ดีว่า สิ่งที่เขามีทุกวันนี้ ก็เพราะลูกน้องเหล่านั้น ถ้าพวกนั้นตาย เขาก็เหลือแต่ตัวคนเดียว จึงพูดว่า “ชีวิตของลูกน้องฉัน ฉันจ่ายอีกสองร้อยล้าน”
ฉู่เทียนหลินได้ยินก็หัวเราะ ตบศีรษะเขาเบา ๆ “ยังมีน้ำใจลูกพี่ดีนี่ งั้นเอาเถอะ ชีวิตพวกนาย ฉันขายคืนให้ แต่จัดการให้ฉันหน่อย เปิดบัญชีไม่ระบุตัวตนที่ธนาคารสวิส โอนเงินมาให้ครบ แล้วให้เบอร์โทรที่ติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีหมารับใช้สักคนมันทำงานลำบาก”
ได้ยินฉู่เทียนหลินเรียกพวกตนว่า ‘หมารับใช้’ เจิ้งชางหมิงก็ไม่กล้าโต้ ตอบเพียง “เบอร์ผมคือ 1********** ท่านติดต่อได้ทุกเมื่อครับ”
ฉู่เทียนหลินพูด “ดี งั้นเรื่องแรกที่ฉันสั่ง ไปจัดการไอ้คนที่ทำให้พวกนายหักขาฉัน ตัดแขนขามันซะให้หมด”
ได้ฟังคำสั่งนั้น เจิ้งชางหมิงตอบทันที “ไม่ต้องให้ท่านสั่ง พวกเราก็จะไปทำเองอยู่แล้ว”
ตอนนี้เขาเกลียดจ้าวเสวียนถิงเข้าไส้ ถ้าไม่ใช่มัน พวกเขาคงไม่ต้องมามีเรื่องกับฉู่เทียนหลิน ไม่ต้องเสียเงินสี่ร้อยล้าน แถมเขายังต้องเสียไปหนึ่งนิ้วอีกต่างหาก
พูดได้ว่า คนที่ทำให้พวกเขาซวยขนาดนี้ก็คือจ้าวเสวียนถิง เจิ้งชางหมิงไม่กล้าแตะต้องฉู่เทียนหลิน จึงได้แต่ระบายความแค้นใส่จ้าวเสวียนถิง ส่วนฉู่เทียนหลินเมื่อได้ยินคำตอบก็พยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วจากไป
หลังจากสั่งลูกน้องไปเล่นงานฉู่เทียนหลินแล้ว จ้าวเสวียนถิงก็ไม่ได้สนใจอีก เขาพาเฉินหลิงฮวา ลูกน้องใหม่ ออกตระเวนเที่ยวกลางคืนในปักกิ่ง
วันนั้นพวกเขาเพิ่งจอดหน้าร้านไนต์คลับหรูแห่งหนึ่ง ยังไม่ทันลงจากรถ ก็ถูกชายชุดดำหลายคนกระชากออก แล้วลากขึ้นรถตู้ ขับตรงออกไปชานเมืองทันที
บนรถตู้ จ้าวเสวียนถิงตะโกนลั่น “พวกแกทำอะไรของแก! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!”
เฉินหลิงฮวาได้ยิน ก็พอมีความมั่นใจขึ้น ตะโกนว่า “รู้ไหมนี่ใคร แตะต้องคุณถิง พวกแกตายแน่!”
พูดไม่ทันขาดคำ ชายชุดดำคนหนึ่งคว้าประแจเหล็กฟาดใส่หน้าเฉินหลิงฮวาเต็มแรง ฟันของเขาหลุดออกมา เลือดทะลัก เจ็บปวดจนกรีดร้องสุดเสียง
จากนั้นอีกคนหยิบค้อนเหล็กขึ้นมา พูดกับจ้าวเสวียนถิง “ไอ้หนู แกไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรยุ่ง ถือว่าซวยแล้วกัน!”
จ้าวเสวียนถิงกรีดร้อง “อย่า! อย่าทำฉัน!”
แต่ตอนนั้นคำว่า ‘อย่า’ ไม่มีความหมายอีกแล้ว ชายถือค้อนดึงแขนเขาเหยียดตรง แล้วฟาดซ้ำ ๆ ลงที่ข้อแขนไม่ยั้ง
ไม่นาน แขนของจ้าวเสวียนถิงก็แหลกเละเลือดสาด เฉินหลิงฮวาเห็นภาพนั้นก็ร้องไห้โฮ กลั้นไม่อยู่จนปัสสาวะและอุจจาระราด กลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วรถ ทำให้ชายชุดดำอีกคนเบ้หน้าอย่างรังเกียจ
(จบตอน)