ตอนที่ 122 น้องเมียวัย สิบสองปี

เมื่อเผชิญกับกระจกป้องกันหัวใจที่ท่านป้ารองยื่นมาตรงหน้า เว่ยเฉิงก็พลันหัวเราะออกมาหลังจากเพิ่งรู้ตัว

จากนั้นก็ยืดสองนิ้วออกอย่างหน้าทน “กระจกป้องกันหัวใจของท่านป้านี่ อย่างน้อยก็น่าจะแลกสบู่ได้…สองก้อน”

ท่านป้ารองได้ยินก็ชะงักไป ก่อนจะดีใจสุดขีด “โอ๊ย งั้นก็ดีสิ จะได้ไม่ทำให้เจ้าขาดทุน ใช่ไหมล่ะ?”

เว่ยเฉิงจะพูดอะไรได้อีก ทำหน้าเจ็บใจแกล้ง ๆ แล้วจับมือเล็กของไช่เหยียนไว้ พูดว่า “ขาดทุนนิดหน่อยไม่เป็นไร ท่านก็เป็นป้าของเหยียนเอ๋อร์นี่ ข้าจะไปต่อรองได้อย่างไรเล่า?”

ไช่เหยียนปิดปากหัวเราะเบา ๆ นางเองก็ไม่รู้ว่าต้นทุนของสบู่จริง ๆ เท่าไร แต่จากที่รู้จักนิสัยเว่ยเฉิง ของที่ท่านป้ารองเอามาแลกคงมีค่ามากกว่าสบู่สองก้อนแน่

แม้นางรู้ดีในใจ แต่ก็ไม่พูดออกมา ในเมื่อเป็นสะใภ้ตระกูลเว่ย ย่อมต้องยืนข้างสามี จึงรีบพูดว่า “ท่านพี่ จริง ๆ สบู่ก้อนเดียวก็พอแล้ว ท่านป้ารองก็ยังมีฐานะอยู่บ้าง”

ไม่พูดเสียยังดีกว่า พอพูดเช่นนั้น ท่านป้ารองกลับยัดกระจกป้องกันหัวใจใส่มือให้ “อุ๊ย เหยียนเอ๋อร์นี่ลืมไปหรือเปล่า ป้าพึ่งเสียเงินไปไม่น้อยเพื่อจัดเรื่องแต่งงานของน้องชายเจ้า เอาตามที่ลูกเขยว่าละกัน สบู่ สองก้อน ไว้ทีหลังป้าค่อยคืนให้เจ้า”

เว่ยเฉิงจับมือไช่เหยียน พูดว่า “แค่นี้ก็พอ ท่านป้าก็ลำบากอยู่แล้ว”

“ใช่ ๆ ต้องอย่างนี้สิ ลูกเขยเข้าอกเข้าใจคน แต่เจ้านี่นะเหยียนเอ๋อร์ ป้าเลี้ยงมาฟรีเสียเปล่า ไม่รักป้าเลย” ท่านป้ารองยิ้มกว้างดีใจจนหุบไม่อยู่

ไช่เหยียนแลบลิ้นเล็กน้อย แอบเหลือบมองเว่ยเฉิง ทั้งคู่ทำท่าลับ ๆ เหมือนคู่สามีภรรยาที่รู้ใจกัน แล้วก็ยิ้มออกพร้อมกัน

ท้ายที่สุด กล่องเครื่องทองทั้งกล่อง ถูกแลกกับสบู่สามสิบสองก้อนเต็ม

พอดีเว่ยเฉิงได้ระบายของในคลังหมดเกลี้ยง แถมยังได้เครื่องทองยี่สิบกว่าชิ้น พร้อมหีบไม้หอมลายงามหนึ่งใบ

มองดูทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมเหล่านี้ เขาก็รู้สึกเก้อเล็กน้อย ลังเลอยู่พักใหญ่ แล้วสั่งให้ไช่เหยียนจัดของหวานโต๊ะหนึ่งเลี้ยงพวกนางตอบแทน ทั้งลูกชิ้นสี่มงคล ขนมเย็นมะพร้าวขูด เค้กครีม ผลไม้กระป๋อง ราคาทั้งหมดแพงกว่าสบู่เสียอีก

เว่ยเฉิงไม่คิดมาก่อนเลย ว่าหนิวหนิวแม่ลูกที่ตนเคยช่วยไว้ จะกลายเป็นยอดฝีมือของหวาน แม่หนิวไม่เก่งอาหารคาวเท่าไร แต่พอเป็นขนม แค่เว่ยเฉิงสอนเล็กน้อย นางก็ทำได้ดีราวช่างหลวง

ตอนเว่ยเฉิงลองใช้เตาเผาดินอบเค้ก ล้มเหลวเป็นสิบครั้ง แต่นางเพียงฟังผ่าน ๆ กลับทำสำเร็จในครั้งแรก

บวกกับน้ำตาลทรายขาว ผงมะพร้าว และผลไม้กระป๋องที่เว่ยเฉิงเตรียมไว้ พักหลังไช่เหยียนกับเซี่ยอวี้กินของหวานแทบทุกมื้อ พากันอวบขึ้นคนละรอบ สัมผัสนุ่มนิ่มน่าจับ

“อืม ขนมแผ่นนี้นุ่มจัง กลิ่นนมหอมหวานทั่วปากเลย!”

“ของที่เรียกว่าพุดดิ้งนี่ก็อร่อย ไม่เพียงอร่อยแต่ยังสวยอีก ดูสิ ข้างในยังมีดอกไม้อยู่ด้วย”

“รีบชิมน้ำขนมถ้วยนี้สิ มีผลไม้หลายสีอยู่ข้างใน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”

“พี่หญิง นี่คืออะไรหรือ อร่อยจังเลย!”

ไช่เหยียนมีน้องสาวแท้ อายุเพียงสิบสอง ตัวพอ ๆ กับอาหนิง ดูบอบบางขี้กลัวนัก

ไช่เหยียนกอดน้องยิ้ม “นี่เรียกว่า ‘หิมะน้อย’ ดูสิ น้ำตาลขาวด้านบนเหมือนหิมะในฤดูหนาวไหม ส่วนลูกกลม ๆ ข้างล่างก็เหมือนตุ๊กตาหิมะที่พวกเราเคยปั้นไงล่ะ”

เจินจีกัดลูกข้าวเหนียว พยักหน้า แล้วหันไปมองพี่เขย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่ก่อนนางมักได้ยินบรรดาป้าและสะใภ้พูดกันว่า พี่เขยของนางไม่ดี เป็นคนอ่อนแอเจ็บป่วย สงสารพี่สาวที่แต่งเข้ามา ต้องลำบากแน่ ยังบอกอีกว่าพี่สาวคงถูกไล่กลับบ้านในไม่ช้า จากนั้นคงแต่งใหม่ยากนัก

ทว่าหลังได้เห็นวันนี้ นางกลับรู้สึกว่าพี่เขยไม่เหมือนที่พูดกันเลย พี่เขยหล่อ อ่อนโยน ยังมีมารยาท ดีกว่าพี่ชายทั้งสองของนางเสียอีก ที่สำคัญ พี่เขยรักพี่สาวมาก มักจับมือนางอยู่เสมอ มารดาเคยบอกไว้ ว่ามีเพียงคนที่ใกล้ชิดกันมากจริง ๆ เท่านั้น ถึงจะสัมผัสเนื้อกายกันได้

เว่ยเฉิงกำลังคิดหาข้ออ้างหนีจากดงสตรี พลันรู้สึกถึงสายตาของน้องเมีย จึงหันไปมอง

เจินจีชะงัก ใบหน้ากลมใสขึ้นสีแดงเรื่อ รีบหลบตา

เว่ยเฉิงเห็นแล้วก็หัวเราะ มองสำรวจน้องเมียคนนี้ หน้าตาสละสลวย อาจเพราะนิสัยขี้อาย เลยไม่กล้าสบตาผู้คน เสียงพูดก็เบา ดูนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอม

เห็นนางชอบกินหิมะน้อย เขาจึงคีบชิ้นสุดท้ายใส่ชามให้

เด็กน้อยอมขนมอยู่ในปาก ไม่รู้จะพูดอย่างไร ได้แต่จ้องของในถ้วยตาแป๋ว แก้มแดงเป็นลูกตำลึง น่ารักนัก

ไช่เหยียนเอื้อมมือมาบีบแก้มเบา ๆ แกล้งว่า “เป็นอะไร ไม่รู้จักขอบคุณพี่เขยหรือ?”

เจินจีเงยหน้าขึ้นมองเว่ยเฉิง อ้ำอึ้งอยู่นาน ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เขย”

เสียงเบาจนเว่ยเฉิงไม่ได้ยิน เขายิ้มไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร อยากกินอะไรก็บอกพี่เขยได้เลยนะ” พูดพลางยื่นมือไปบีบแก้มกลมของนางคืนหนึ่งที

นั่นเป็นเพียงท่าทางเอ็นดูแบบผู้ใหญ่กับเด็ก หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปตอบคำถามของพี่สะใภ้ใหญ่ต่อ

แต่เจินจีกลับนั่งจ้องแผ่นหลังของเขา ดวงตาใสแจ๋วกระพริบถี่ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

ไช่เหยียนชินกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเว่ยเฉิงอยู่แล้ว เขาก็ทำแบบนี้กับอาหนิงและหนิวหนิวบ่อย จึงไม่คิดอะไร

นางกอดน้องพูด “คืนนี้นอนกับพี่นะ เดี๋ยวพี่มีของขวัญให้ รับรองว่าต้องชอบแน่”

เจินจีพยักหน้าเขิน แต่สายตายังแอบเหลือบไปทางเว่ยเฉิงเป็นระยะ

ครั้นเขาหันกลับมา นางก็รีบหลบตาอีก แก้มแดงกว่าเดิม ดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก

คืนนั้น

ไช่เหยียนพาน้องสาวลงแช่น้ำร้อนด้วยกัน

ห้องอาบน้ำใหม่มีบ่อขนาดใหญ่ มีท่อน้ำสองทาง น้ำร้อนและน้ำเย็นแยกกัน อีกไม่นานก็เข้าหน้าหนาว เว่ยเฉิงชอบแช่น้ำอุ่น จึงสั่งให้คนสร้างไว้เมื่อสองวันก่อน

เมื่อเทียบกับอ่างไม้เดิม บ่อใหม่นี้กว้างขวางมาก สามสี่คนลงพร้อมกันยังได้

คืนนั้นเซี่ยอวี้ออกไปฝึกพิเศษยังไม่กลับ ไช่เหยียนจึงพาน้องมาผ่อนคลายกันสองคน

สองพี่น้องพูดคุยหยอกกัน เจินจีแอบบ่นให้พี่ฟัง ว่าบรรดาป้า ๆ พูดจาไม่ดี ว่าพี่เขยป่วยอ่อนแรง บอกว่าพี่ต้องอยู่คนเดียวจนตาย คำพูดพวกนั้นฟังแล้วขมขื่นนัก

ไช่เหยียนหน้าสงบนิ่ง อาจเพราะชินแล้ว นางเพียงกอดน้องเล่าเรื่องอบอุ่นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ระหว่างที่หัวเราะคุยกันเพลิน

แกร๊ก~

“เหยียนเอ๋อร์ ข้าเข้าไปได้ไหม?” เว่ยเฉิงโผล่หน้าเข้ามา เห็นว่าเซี่ยอวี้ไม่อยู่ ตั้งใจจะมาสานสัมพันธ์กับภรรยา

“กรี๊ด!”

“โอ้โห! อะไรกัน น้องสาวก็อยู่ด้วยหรือ!?”

เว่ยเฉิงเห็นภาพตรงหน้า ผิวขาวโพลนวับตา สวยจับใจ แต่ไม่ทันไรก็โดนน้ำร้อนสาดใส่ จนรีบเผ่นหนีแทบไม่ทัน

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 122 น้องเมียวัย สิบสองปี

ตอนถัดไป