ตอนที่ 1 กลับบ้านเกิด

  นครซีปั๋ว เขต P ย่านซินหนาน

  เฉินหรานยิ้มขมพลางดันบัตรธนาคารที่อยู่บนโต๊ะกลับไป

  “อาหญิง ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นหรอกครับ ผมจะไม่ไปตามตื้อจื่อเชี่ยนหรอก อาหญิงสบายใจได้”

  อู๋ฮุ่ยรีบอธิบายอย่างร้อนรน “เสี่ยวเฉิน อาก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นหรอกนะ เงินห้าหมื่นนี่แค่เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทางเรา พ่อของเธอนอนโรงพยาบาลก็เสียเงินไปเยอะแล้ว อาได้ยินจากจื่อเชี่ยนแล้วล่ะ ตอนนี้สำคัญคือช่วยคน ไม่ต้องปฏิเสธหรอก”

  เฉินหรานรู้สึกซาบซึ้งใจนัก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหัวหนักแน่น “ไม่เป็นไรครับ ค่ารักษาพ่อผม ผมจัดการเองได้อยู่แล้ว อาหญิงกับอาไม่ได้ติดหนี้ผมสักหน่อย อีกอย่าง ถ้าจะว่าไป ผมต่างหากที่ทำให้จื่อเชี่ยนเสียหาย ต้องเป็นผมที่ขอโทษเธอมากกว่า”

  อู๋ฮุ่ยคาดไม่ถึงว่าเฉินหรานจะพูดแบบนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ “เด็กคนนี้…พูดจริง ๆ นะ อาหญิงกับอาก็ชอบเธอมาก แต่บ้านเรามีลูกสาวคนเดียวคือจื่อเชี่ยน…เฮ้อ หวังว่าเธอจะเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่หน่อยเถอะ”

  “ผม…ผมเข้าใจครับ” เฉินหรานเม้มปากอย่างท้อแท้ พลางถามเสียงเบา “แล้วจื่อเชี่ยนยังไม่ยอมเจอผมเลยเหรอ”

  อู๋ฮุ่ยส่ายหัว สีหน้ามีแววตำหนินิดหน่อย “ครั้งนี้เธอทำเกินไปจริง ๆ ต่อให้มีเหตุผล ก็ไม่ควรแอบลาออกโดยไม่บอกจื่อเชี่ยน เธอเสียใจอยู่มากนะ ไว้เดี๋ยวอาหญิงจะบอกให้จื่อเชี่ยนโทรหาเธอ”

  เฉินหรานพยักหน้ารับด้วยสีหน้าสับสน

  อู๋ฮุ่ยกวาดตามองข้าวของในห้อง ก่อนเอ่ยถาม “เธอเก็บของหมดแล้วจริง ๆ จะกลับบ้านเกิดแน่นะ?”

  “ครับ”

  เฉินหรานถอนหายใจยาว “สถานีรับซื้อของเก่าที่พ่อสร้างมากับมือทั้งชีวิต ผมไม่อยากปล่อยให้มันพังหรอกครับ จริง ๆ ผมคิดจะสืบต่อกิจการนั้นมาตั้งนานแล้ว แค่ครั้งนี้มันเร็วกว่าที่คิดไว้หน่อย”

  “เอ่อ…”

  อู๋ฮุ่ยอึ้งไปชั่วขณะ ในใจยังอดโล่งใจไม่ได้ที่ลูกสาวตนไม่ได้ดึงดันจะไปกับเขา ไม่งั้นอนาคตต้องไปคุมกิจการรับซื้อของเก่า มันน่าอายเกินไปหน่อย

  ไม่ใช่ว่าอู๋ฮุ่ยดูแคลนคนเก็บของเก่า แต่ในฐานะคนซีปั๋ว ก็มีความหยิ่งทนงอยู่ในใจบ้าง หากใครมาถามว่าเขยทำอาชีพอะไร จะให้ตอบว่า “เก็บของเก่า” ได้ยังไงกัน

  เธอจึงยิ้มเก้อ ๆ ลุกขึ้น “ดึกแล้ว อาต้องกลับไปทำอาหารก่อน งั้นอาไปแล้วนะ”

  เฉินหรานรีบลุกขึ้น “ผมไปส่งอาหญิงครับ”

  อู๋ฮุ่ยโบกมือ “ไม่ต้อง ๆ …แล้วเงินนี่ เธอไม่เอาจริง ๆ เหรอ?” เธอยื่นบัตรธนาคารมาอีกครั้ง

  เฉินหรานตอบหนักแน่น “ผมรับไม่ได้หรอกครับ เรื่องเลิกกันเป็นความผิดของผม ถ้ายังรับเงินอาหญิงอีก ผมจะกลายเป็นคนแบบไหนกัน”

  “งั้น…งั้นก็ได้” อู๋ฮุ่ยมองเขาด้วยสายตาเสียดาย เหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็กลืนลงคอ

  หลังส่งอู๋ฮุ่ยกลับไป เฉินหรานทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา สายตาเหม่อมองเพดาน

  เขากับโจวจื่อเชี่ยนคบกันตั้งแต่ปีสอง ทั้งคู่มีงานอดิเรกเหมือนกัน คุยกันถูกคอ เพียงไม่ถึงเดือนก็ตกลงเป็นแฟน หลังจากนั้นก็รักใคร่กันดีมาตลอด

  สองปีแล้วหลังจากเรียนจบ

  เฉินหรานตัดสินใจอยู่ซีปั๋วต่อ เช่าห้อง ทำงาน และย้ายไปอยู่กับโจวจื่อเชี่ยน ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นงดงาม

  แน่นอนว่าก็มีทะเลาะบ้าง เรื่องอนาคต เฉินหรานอยากกลับบ้านเกิด เพราะเขาเป็นลูกคนเดียว ปล่อยพ่อแม่ไว้ไม่ได้ ส่วนโจวจื่อเชี่ยนอยากอยู่ซีปั๋วมากกว่า เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องซื้อบ้านอยู่แล้ว—พ่อแม่เป็นข้าราชการ มีบ้านสองหลัง และหลังหนึ่งก็โอนชื่อเป็นของเธอแล้ว แค่รีโนเวทก้อยู่ได้เลย

  พูดได้ว่าเฉินหรานโชคดีกว่าพระเอกหนังหลายเรื่อง เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องบ้านแต่งงาน

  ตอนนั้นเขาเองยังไม่ค่อยรับได้ แต่โจวจื่อเชี่ยนบอกว่าจะอยู่ซีปั๋วไปก่อน แล้วตอนอายุสี่สิบจะขายบ้านกลับไปอยู่บ้านเกิดกับเขา เลี้ยงลูกดูแลพ่อแม่ให้ด้วย

  คำพูดนั้นทำเอาเฉินหรานประทับใจมาก คิดว่าพ่อแม่ยังไม่แก่เท่าไร จึงยอมตกลงไป

  แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า…

  อยู่ไปนาน ๆ ความขัดแย้งยิ่งทวีขึ้น

  เริ่มแรกคือทัศนคติเรื่องเงิน โจวจื่อเชี่ยนถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เด็ก ของกินดี ๆ ใช้ดี ๆ เป็นเรื่องปกติ

  เงินเดือน 5,000 หยวนที่เฉินหรานหามาได้ เดือนเดียวเธอใช้หมดกับการแค่ซื้อมาส์กยี่ห้อที่มีดาราดังโฆษณา

  เฉินหรานทำงานล่วงเวลาแทบไม่หยุด พยายามหาเงินเพิ่ม แต่แค่งานวันเกิดเดียวของเธอก็ทำเอาเงินครึ่งปีของเขาหายวับไป

  สิ่งเหล่านี้ทำให้เฉินหรานรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ทั้งที่อยู่ด้วยกัน แต่แฟนกลับยังใช้เงินพ่อแม่

  ครึ่งปีมานี้ เขายังเห็นว่าโจวจื่อเชี่ยนไม่ชอบอ่านหนังสือหรือดูหนังเหมือนก่อนแล้ว ตอนกลางคืนชอบออกไปเดินห้างกับเพื่อนสาว

  บางทีอาหารเช้าที่เฉินหรานตั้งใจทำแต่เช้า ยังถูกวางทิ้งไว้ทั้งวันไม่แตะ

  สิ่งที่ทำให้เขาท้อสุด ๆ คือเรื่องบนเตียงก็ห่างหายไป

  เขาเริ่มรู้สึกว่าที่แท้โจวจื่อเชี่ยนย้ายมาอยู่ด้วย แค่เพื่อหนีการคุมของพ่อแม่เท่านั้น

  พ่อของเธอเป็นคนหัวโบราณจริงจัง ตอนแรกถ้าไม่เห็นว่าเฉินหรานเป็นคนซื่อ ก็คงไม่ยอมให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

  ยิ่งกว่านั้น พ่อยังมีใจอยากให้เฉินหรานมาเป็นลูกเขยเข้าบ้าน ถึงไม่เคยพูดตรง ๆ แต่ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมบ้าน เขาก็อึดอัด จนหลัง ๆ เลี่ยงไม่ไปถ้าไม่ใช่งานสำคัญ

  จริง ๆ แล้ว พ่อแม่ของโจวก็พอใจเฉินหรานไม่น้อย เขาหล่อ ใจดี ทำงานบ้านเก่ง ดูแลคนได้ ถึงเงินเดือนจะไม่สูง แต่มีความก้าวหน้า เรียกว่าอนาคตมีแวว

  ไม่งั้นแม่โจวจะมาหาเขาด้วยตัวเองเหรอ ทั้งที่รู้ว่าลูกสาวอยากเลิกกับเขา แถมยังยื่นเงินให้แทนที่จะด่า

  ความคิดสารพัดวนเวียนในหัว เฉินหรานเก็บข้าวของใส่กระเป๋าทีละชิ้น

  พอเห็นเวลา ก็เป็นเที่ยงแล้ว เครื่องครัวก็ล้างเก็บเรียบร้อย เขาไม่ค่อยอยากกินอะไรเลย ตัดสินใจอดมื้อกลางวันไป

  เก็บของเสร็จ เขาโทรเรียกบริษัทขนส่งมารับของ

  วุ่นวายถึงบ่ายสองกว่า ๆ เฉินหรานสะพายเป้กลับบ้าน

  เจ้าของห้องเช่ายังถามอย่างสงสัย “แล้วจื่อเชี่ยนไม่กลับไปด้วยกันเหรอ?”

  เฉินหรานเพียงยิ้มส่ายหัว ไม่ได้อธิบายอะไร

  ความจริงแล้ว เขาไม่ได้ติดต่อจื่อเชี่ยนมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว

  เมื่อเดือนก่อน พ่อของเฉินหราน—เฉินเจี้ยนกั๋ว โดนของหนักหล่นใส่จนขาหักทั้งสองข้าง อวัยวะภายในแตกและมีเลือดออก ถูกหามส่งเข้าห้องไอซียูฉุกเฉิน รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

  แต่เสาหลักของบ้านพังครืนลงมาแล้ว แม่ของเฉินหรานร้องไห้ทุกวัน ถ้าไม่ได้ญาติ ๆ มาช่วยดูแล คงล้มป่วยไปอีกคน

  เฉินหรานรู้ข่าวก็รีบลาออกจากงาน ตั้งใจกลับไปดูแลพ่อแม่

  คืนนั้นเขากลับบ้านเล่าเรื่องนี้ให้โจวฟัง แต่สิ่งที่เธอถามไม่ใช่อาการพ่อ กลับต่อว่าเขาทำไมต้องลาออกจากงานดี ๆ แบบนั้น

  เฉินหรานถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่มองเธอเดินสะบัดก้นออกไป…

  หัวใจเขาในตอนนั้นเหมือนถูกน้ำแข็งราดจนเย็นเฉียบ

【จบตอนที่ 1】

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 1 กลับบ้านเกิด

ตอนถัดไป