ตอนที่ 34 เจ็บจนรัดอกเลยใช่ไหม!
เฉินหรานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้—มาเจอเจ้านายเก่าของแฟนเก่าที่เมืองหลิงซื่อได้ยังไง
ดีที่ฉู่ซีไม่ได้จำเขาได้ชัด เพียงแค่คิดว่าอาจจะจำคนผิด ไม่งั้นมีหวังได้เป็นฉากอับอายขายหน้าคนทั้งคลับแน่นอน
พอเดินมาถึงฝั่งเล่ยหมิง พวกเพื่อน ๆ ก็รีบล้อมเข้ามาทันที
GT-R สีดำด้านราวกับสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ที่หลับใหลมานาน พร้อมจะคำรามปลดปล่อยพลังบ้าคลั่งออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
หงคุนยิ้มพลางบอก “พี่เล่ยเขาอยากให้นายพาเขาลองซิ่งสักรอบ นายว่าไง?”
เล่ยหมิงเองก็มองมาด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง ที่จริงวันนั้นเขาไม่กล้านั่งรถด้วยเพราะกลัวเสียหน้า พอมาฟังโจวเว่ยกับคนอื่น ๆ ที่ได้นั่งวันนั้นเล่าอย่างชื่นชม เขาก็เสียดายแทบตาย
เฉินหรานหัวเราะรับ “ได้สิครับ แต่เครื่องยนต์คันนี้ดุแรงกว่า 911 เยอะ งั้นผมขอวิ่งวอร์มรอบหนึ่งก่อน ให้ผมปรับมือสักหน่อย”
เล่ยหมิงรีบพยักหน้ารัว ๆ “เอาเลย ๆ เอาตามที่น้องว่าเลย ฮ่า ๆ ๆ”
พอได้รับไฟเขียว เฉินหรานเปิดประตู GT-R กุญแจยังเสียบอยู่ที่คอ พวงมาลัยแบบเก่า ๆ ที่สาว ๆ ไม่เข้าใจอาจมองว่าดูเชย แต่สำหรับคนรักรถ นี่คือเสน่ห์สุดโรแมนติกของซูเปอร์คาร์
เขาคาดเข็มขัด กดคลัตช์ เหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์คำรามก้องสนั่นหน้าคลับในทันที…
เสียงดังสะเทือนจนหนุ่มสาวรอบสนามหันขวับมามองกันพรึ่บ เฉินหรานกลายเป็นจุดสนใจทันที
วันนี้แทบจะเป็นการรวมตัวใหญ่ของคลับเล่ยหมิง ทั้งสมาชิกเก่าใหม่ รวมถึงแขกพิเศษก็มาเพียบ
เช่นเดียวกับสาวสวยสามคนที่ยืนข้างหลังซูเสี่ยว เดิมยังหัวเราะคุยกันอยู่ พอเสียงเครื่องดังขึ้นก็พากันจับจ้องมาที่เฉินหรานทันที
เสื้อยืดสีขาวสะอาดแนบอก กล้ามแขนชัดราง ๆ แถมยังมีนาฬิกา Breguet มูลค่ากว่า 1.4 ล้านหยวนอยู่บนข้อมือ—แค่ภาพนี้ก็พอจะทำเอาสาว ๆ ใจละลายแล้ว
แม้แต่ฉินหงที่เพิ่งบอกว่าเขาธรรมดา พอเห็นเข้าก็ถึงกับตาเป็นประกาย มุมปากยกยิ้มเหมือนค้นเจอของล้ำค่าเข้าให้
ทันใดนั้น ประตูฝั่งผู้โดยสารก็เปิดออก ซูเสี่ยวทิ้งเพื่อนไว้แล้วพุ่งขึ้นมานั่งทันที
“อยากลองนั่งรถอีกเหรอ?”
ดวงตาเธอเป็นประกายอย่างตื่นเต้น หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งก่อนก็แทบถอนตัวไม่ขึ้น คราวนี้มีโอกาสอีกทั้งที เธอไม่มีวันพลาดแน่
เฉินหรานที่กำลังปรับกระจกมองหลังก็แทบจะเดาได้ว่าใคร เขาเหลือบไปเห็นกางเกงขายาวลายวินเทจบนขาของซูเสี่ยว ก็อดยิ้มขมขื่นไม่ได้ “อืม…แล้วทำไมเธอถึงขึ้นมาล่ะ?”
ซูเสี่ยวหน้าร้อนผ่าว ด่ากลบเกลื่อน “ไอ้เจ้าโรคจิต!”
แต่ถึงอย่างนั้นขาก็หนีบแน่นแล้วคาดเข็มขัดเรียบร้อย “ก็ขึ้นมานั่งเป็นเพื่อนไง”
เฉินหรานยักไหล่ ไม่เถียงต่อ พอเห็นเธอพร้อม เขาก็กดคันเร่งทันที คราวนี้ไม่ได้แค่เร่งเครื่องเปล่า แต่ใส่เกียร์ลากยาวขึ้นไปห้าทันที…
พ่นฝุ่นใส่หน้าเล่ยหมิงที่วิ่งตามหลังจนไอค่อกแค่ก
บูมมม——!
ช่วงแรกของสนามคือเส้นตรง เฉินหรานกดทะยานไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะโยกรถเข้าโค้งด้วยการใช้แรงเฉื่อย ดริฟต์เข้าโค้งได้เนียนกริบโดยไม่ต้องแตะเบรกมือสักนิด
เสียงกรี๊ดดังสนั่นจากรอบสนามทันที
ฉู่ซีถึงกับคว้าแขนเพื่อนตาเป็นประกาย “หลี่ซิน ดูสิ! นั่นแหละดริฟต์ของจริง หล่อชะมัดเลย!”
เพื่อนสาวที่ชื่อ หลี่ซิน ก็คือนางเอกหน้าใหม่ที่เพิ่งดังจากบท “สาวขาไก่” เธอเองก็เบิกตากว้างตะลึงกับฝีมือการขับรถ หันไปสบตากับฉินหงทันที
“พี่หง มาคราวนี้ไม่เสียเที่ยวแน่ ถ้าได้เขามาช่วยเล่น บอกเลยว่าผู้กำกับหลัวต้องปลื้มแน่นอน”
ฉินหงพยักหน้าช้า ๆ “ใช่ ทั้งฝีมือ ทั้งหน้าตา พอจะเล่นบทตัวร้ายได้สบาย เพียงแต่…จะผ่านด่านผู้กำกับได้ไหมก็อีกเรื่อง”
หลี่ซินเม้มปาก กังวล “ใช่ค่ะ แต่อีกอย่างคือ เขาจะยอมเล่นหรือเปล่า ฉันดูท่าทางเขาเหมือนฐานะไม่ธรรมดา คนแบบนี้อาจดูถูกพวกเราที่เป็นนักแสดงก็ได้”
คำพูดนั้นทำเอาฉินหงเองก็นิ่งคิด เพราะทุกคนรู้ดี ในสายตาคนมีเงิน นักแสดงไม่ต่างจากเครื่องมือหาเงิน บางทียังถูกเรียกด้วยคำดูถูกเสียยิ่งกว่านั้น
ไม่น่าแปลกที่ “คุณชายไฮโซ” หลายคนเคยเหน็บแนมดาราสาวว่าก็แค่ของเล่นชั่วคราว
แต่พอมองไปที่ซูเสี่ยวที่กำลังหัวเราะกรี๊ดอยู่ในรถข้างเฉินหราน ฉินหงกลับรู้สึกว่าบางทีอาจจะลองเสี่ยงก็ได้
เพียงไม่นาน เฉินหรานก็ขับครบหนึ่งรอบ คราวนี้ไม่ได้เน้นความเร็ว แต่โชว์เทคนิคเต็มที่ เล่นจนคนดูตะลึงกันทั้งสนาม
ทันทีที่รถจอดสนิท เหล่าสาว ๆ ก็พากันกรูกันมาขอขึ้นรถ
เฉินหรานหันไปมองซูเสี่ยวที่หน้าแดงซ่าน ก่อนแกล้งแหย่ “พี่ซูเสี่ยว รัดเจ็บเลยใช่ไหมล่ะ?”
ซูเสี่ยวกัดปากแน่น หน้าบูดเป็นตูดลิง พูดไม่ออก—วันนี้เธอสวมชุดคอวีลึกทุกครั้งที่เฉินหรานดริฟต์ ตัวก็เอียงตามแรงเหวี่ยงจนสายคาดรัดหน้าอกแน่นจนเป็นรอยแดง ถึงจะเสียวสนุกตอนนั้น แต่ตอนนี้แสบระบมไปหมดแล้ว
เธอทำได้แค่ฝืนยิ้มลงจากรถไปแอบหามุมทายาเอง
ด้านเฉินหรานยังคงพาเล่ยหมิงลองขับจริงเพื่อทดสอบสมรรถนะ ทั้งเร่งเครื่อง กระแทกเบรก อัดโค้ง—เขาทำได้อย่างมืออาชีพไม่ต่างจากวิศวกรสนามแข่ง
ขณะที่ซูเสี่ยวแอบเอาครีมมาทาแก้รอยช้ำอยู่นั้น ฉินหงกับหลี่ซินและฉู่ซีก็เดินมาหา พวกเธอได้ยินซูเสี่ยวบ่นพึมพำใส่เฉินหรานแบบไม่มีพิษภัย ก็พากันหัวเราะจนท้องแข็ง
ซูเสี่ยวหน้าแดงหันขวับ “พวกเธอนี่นะ! มัวหัวเราะอะไรเล่า มัวแต่ยืนอยู่ทำไม มาช่วยฉันทาครีมสิ!”
ฉินหงหัวเราะพลางรับหลอดครีมมา ช่วยทาให้แล้วถามเนียน ๆ “พี่ซูเสี่ยว เธอสนิทกับน้องชายคนนั้นมากเลยเหรอ?”
ซูเสี่ยวที่กำลังเคลิ้ม ๆ อยู่ถึงกับชะงัก รีบลืมตาขวับขึ้นมามองอย่างระแวดระวัง “นี่อย่ามาอ่อยนะ! อย่าคิดเลยนะยะ พวก LSP*!”
【จบตอนที่ 34】
*LSP มาจากคำว่า lǎo sè pī แปลตรงตัว = “ไอ้หื่นแก่ๆ / พวกหื่น ๆ” ใช้เรียกผู้ชาย (บางทีก็แซวผู้หญิงได้) ที่ชอบคิดลามก มองโลกแบบ 18+ อยู่ตลอด มักใช้ในโทนขำ ๆ แซวกัน ไม่ได้ด่าแรงจริงจัง