ตอนที่ 40 ผู้หญิงช่างเข้าใจยาก
ผู้หญิงช่างเข้าใจยาก
เสียงน้ำจากห้องน้ำดังพรากไม่ขาดสาย เฉินหรานนั่งฟังอยู่ข้างนอก หัวสมองตีกันยุ่งไปหมด
ตอนอยู่กินกับโจวจื่อเชี่ยนสมัยก่อน ชีวิตช่างเรียบง่ายเสียจนกระทั่งเธอเปิดประตูอาบน้ำทิ้งไว้ เขายังไม่เคยรู้สึก “ทรมาน” แบบทุกวันนี้เลย
เขากดความร้อนรุ่มลงอย่างฝืน ๆ ลุกไปเปิดตู้เย็น แล้วยื่นหัวเข้าไปให้ความเย็นช่วยเรียกสติ
ว่าแต่…คนจะเปลี่ยนกางเกง แค่เปลี่ยนก็จบสิ ทำไมต้องอาบน้ำด้วยล่ะ?
เขาหยิบถุงเกี๊ยวสดออกมาหนึ่งถุง โบกมือไล่ภาพชนิด “ชวนเลือดสูบฉีด” ให้พ้นหัว
ฝีมือทำครัวเขาถือว่าใช้ได้ วันนี้กะจะต้มเกี๊ยวให้เธอกับเขากิน แล้วก็ทำ “บะหมี่คลุกน้ำมันต้นหอม” ให้ตัวเองอีกชาม
กินเกี๊ยวมาหลายวันแล้วเหมือนกัน—เปลี่ยนรสสักหน่อยก็ดี
ขณะที่เฉินหรานกำลังวุ่นอยู่หน้าเตา ซูเสี่ยวในห้องน้ำก็ตื่นเต้นจนมือเท้าชา
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอมาบ้านผู้ชายตามลำพัง แถมยังเป็นผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน
ฟังดูไม่น่าเชื่อ แม้แต่ตัวเธอเองตอนนี้ยังรู้สึกว่า—คงเพี้ยนไปแล้วล่ะ
เธอมองใบหน้าตัวเองในกระจก—ยังดูอ่อนวัยสดใส แต่กลับหน่ายใจขึ้นมาเฉย ๆ
หางตาเหมือนมีรอยตีนกาชัดขึ้น ร่องมุมปากก็เหมือนจะลึกกว่าเดิม …หรือฉันควรยิ้มน้อยลงหน่อย? เขาเพิ่งยี่สิบสี่ ส่วนฉันสามสิบสอง…เฮ้อ น่ารำคาญจัง!
เปลี่ยนกางเกงเสร็จ เธอนั่งยอง ๆ ซ่อนอยู่หลังประตู หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ สมองก็ยุ่งเหยิงไปหมด—ออกไปแล้วเขาจะมองว่าเป็นผู้หญิงง่ายไหมนะ?
ฟังให้ดี—ถึงอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่ซูเสี่ยว ยังไม่เคยมีใคร ประวัติรักว่างเปล่า
บางคนอาจว่า “เว่อร์ไปไหม” แต่มันเกิดขึ้นจริงกับผู้หญิงที่ “เกินดี” หลายคน—คนรอบตัวไม่คิดว่าเธอจะโสด เธอเองก็ตั้งมาตรฐานสูง เพราะผู้ชายดี ๆ ก็วนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงรอ…รอคนที่ “ดีกว่า” เธออีก
แล้วก็รอไปเรื่อย ๆ จนแก่เข้า และกลายเป็น “สาวโสดสายบู๊ในตำนาน” อย่างในคำเล่าลือ
เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ตามด้วยเสียงถามอย่างเกรงใจ “พี่ซูเสี่ยว ยังอาบอยู่ไหม?”
เธอสะดุ้ง รีบปิดน้ำ “เสร็จแล้ว ๆ”
“ดีเลย ออกมากินเถอะ เกี๊ยวต้องกินตอนร้อน ๆ นะ”
ซูเสี่ยวยืนหน้ากระจก พยายามทำหน้าเย็น ๆ สุขุมตามสไตล์เดิม
แต่ต่อให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นกี่รอบ แก้มก็ยังแดงไม่ยอมจาง—ไม่ทันรู้ตัวตั้งแต่ลำคอ แนวคอเสื้อ จนถึงใบหู ก็แดงเถือกไปหมดแล้ว…
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที
เธอเปิดประตูออกมา เฉินหรานที่นั่งรออยู่เหลือบตามอง—แววตาไหววูบแปลก ๆ
ซูเสี่ยวชะงัก ทำตามสายตาเขาลงไป—กางเกงกีฬาของ เฉินเสวี่ย ตึงคับไปหมด โครงกางเกงรัดจนเห็นขอบชั้นในและเนื้ออ่อนตรงต้นขาชัดแจ๋ว
“อ๊ะ… นะ–นาย…อย่ามอง!”
เฉินหรานรีบหันหน้าหนี แล้วชี้ไปที่ราวแขวนใกล้ ๆ—มีเสื้อบอลสีขาวตัวใหญ่ห้อยอยู่
เธอรีบสวมทันที—ดีที่ชายเสื้อยาวพอจะปิด “เจ้ากางเกงตัวปัญหา” ได้มิด
ทว่าในพริบตา—ลุค ‘เสื้อยาวเหมือนไม่ใส่กางเกง’ ก็เกิดขึ้น ขาเรียวขาวแน่นสองข้างโผล่พ้นชายเสื้อ มองเผิน ๆ เหมือนเสื้อข้างในไม่มีอะไร—ยิ่งน่ามองกว่าเดิมเข้าไปอีก
เฉินหรานกระแอมไอหนึ่งที แล้วชี้เกี๊ยวบนโต๊ะ “มากินเถอะ เดี๋ยวเย็น”
ซูเสี่ยวค้อนใส่หนึ่งวง ก่อนหมุนตัวกลับเข้าห้องน้ำ…ตัดใจถอดกางเกงกีฬาออก—มันรัดจนทนไม่ไหวจริง ๆ
“รู้งี้ใส่เสื้อนายตั้งแต่แรกก็ดี กางเกงตัวนี้ เดี๋ยวซักแล้วฉันเอามาคืนนะ”
เฉินหรานหลุบตา—ไม่กล้ามองเรียวขาคู่นั้น รู้สึกเหมือนเลือดขึ้นหน้า รับกางเกงจากมือเธอแล้วส่ายหัว “ไม่เป็นไร ๆ เธอใส่ไม่นานเอง เดี๋ยวผมเอาไปเก็บให้เฉินเสวี่ยได้”
“ไม่ได้สิ ฉันใส่ไปแล้วนะ”
“โอเค งั้นคืนนี้ผมซักรวมทีเดียวก็ได้—ผ้าชิ้นเล็กนิดเดียวเอง ไม่ลำบากหรอก”
เธอมองกางเกงในมือเขา หน้าแดงขึ้นอีก “งั้น…รบกวนด้วยนะ”
บนโต๊ะมีเกี๊ยวสองแบบ—ชามหนึ่งเป็นเกี๊ยวน้ำ อีกจานเป็นเกี๊ยวแบบ จิ้มซอส
“ผมไม่รู้ว่าเธอชอบแบบไหน เลยทำอย่างละสิบชิ้น ลองชิมดูก่อนนะ”
ซูเสี่ยวชอบแบบจิ้มซอสเป็นทุน แต่กลับตัก “เกี๊ยวน้ำ” ขึ้นมาชิมลูกแรก—ไส้เห็ดหอมหมูบด แป้งบางไส้แน่น กลิ่นหอมฉ่ำลิ้น
“เป็นไง อร่อยไหม?”
“อื้ม…อร๊อยยย”
เขาเห็นแก้มเธอฟูเป็นลูกฮามิถึงกับยิ้ม “ค่อย ๆ กิน ไม่พอในตู้ยังมีอีก”
เธอกินไปสามสี่ลูกแล้วถามอย่างสงสัย “ไม่เหมือนเกี๊ยวแช่แข็งเลย นายห่อเองเหรอ?”
“เปล่า แม่ผม ห่อ”
“เอ่อ…คุณป้า เหรอ?”
ซูเสี่ยวเม้มริมฝีปากมันแวววาว แล้วถามเขิน ๆ “งั้นฉันควรเรียก ‘ป้า’ หรือเรียก ‘พี่’ ดีล่ะ?”
เฉินหรานยังไม่ทันจับสังเกตความหมายแฝง ตอบตามจริง “ก็ต้องเรียกป้าดิ แม่ผม ห้าสิบสองแล้ว”
ดวงตาซูเสี่ยวสว่างวาบ “บังเอิญจัง! แม่ฉันปีนี้ห้าสิบสี่—แก่กว่าแม่นายนิดเดียวเอง!”
เฉินหรานซดบะหมี่คลุกหนึ่งคำ พลางงง ๆ—พ่อแม่อายุมากขึ้น…แล้วเธอดีใจทำไมเนี่ย?
อารมณ์เธอกลับดีเป็นพิเศษ ยังกินเกี๊ยวไป หัวเราะไป ชมไม่หยุด “ฝีมือคุณป้าดีมากเลยอะ 86Iป้าคงสวยมากแน่เลย ดูสิ เกี๊ยวเหมือนงานศิลป์เลย ฮ่า ๆ ๆ”
เฉินหรานยิ่งงง—ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริง ๆ
กินเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดสนิท
เขาตั้งใจจะเก็บจาน แต่ซูเสี่ยวกลับยืนยันจะล้างเอง แถมสั่งห้ามไม่ให้เขาเหยียบเข้าไปในครัวแม้แต่ก้าวเดียว—บอกให้นั่งดูข่าวอยู่ในห้องนั่งเล่นอย่างเดียว
เขาก็พยักหน้า…ปล่อยให้เธอจัดการ
ข่าวค่ำกำลังออกอากาศ—แต่สำหรับเฉินหราน ครั้งนี้การดูทีวีกลับทำให้ใจคอไม่ค่อยดี
เพล้ง!
“ชิ้นที่สามแล้ว…”
เพล้ง!
“ชิ้นที่สี่…”
ปิ้งปั้ง!
“เสียงนี้—น่าจะตะเกียบสินะ…”
กึงฉึก!
“ไม่ดีล่ะ คราวนี้หม้อยักษ์โดนด้วย!”
ในครัว—ซูเสี่ยวทั้งตัวฟองสบู่ขาวฟู นั่งยอง ๆ ชันเข่า ชายเสื้อคลุมปิดต้นขา มือซ้ายถือผ้า มือขวาถูฝอยเหล็ก มองกระทะเหล็กใบใหญ่ที่หมุนติ้ว ๆ อยู่บนพื้น แล้วครางเสียงแผ่ว “ฮือ…ฉันจะไม่อวดเก่งอีกแล้วก็ได้…”
(จบตอน)