ตอนที่ 70 มีเงินถึงจะได้เลือก
ปี๊น ปี๊น ~
ทั้งสองกำลังคุยกันถึงวิธีสร้างภาพลักษณ์ให้ หวังซิงฮุ่ย อยู่ ก็ได้ยินเสียงแตรดังมาจากทางลานจอดรถ
หันไปดูก็เห็น จ้าวม่อม่อ ขับ Z4 เปิดประทุนค่อย ๆ แล่นมาจากริมถนน
เมื่อเห็น เฉินหราน กับ หลินเซิ่งหนาน นั่งใกล้กันจนแทบชิด ใบหน้าของเธอยังมีรอยยิ้ม แต่แววตากลับไม่เป็นธรรมชาติเท่าไร
หลินเซิ่งหนานเองก็เหมือนจะรู้ตัว จึงรีบขยับเก้าอี้ชายหาดให้ห่างออกไปเล็กน้อย
ส่วน เฉินหราน กลับทำเฉย โบกมือเรียก จ้าวม่อม่อ ให้รีบเข้ามา อย่าอิดออด
จ้าวม่อม่อ ไม่กล้าทำหน้าบึ้งใส่ จึงยิ้มกว้างตอบรับตลอด ก่อนจะนำรถไปจอดในที่ใกล้ที่สุด
ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งในชุดแต่งตัวจัดเดินยิ้มออกมาทันที
รูปร่างพอ ๆ กับ จ้าวม่อม่อ ใบหน้ามีร่องรอยทำศัลยกรรม เวลาเธอยิ้มเปลือกตาจะพับขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
ถึงอย่างนั้น โดยรวมแล้วก็ดูดี เป็นใบหน้าแบบเน็ตไอดอลมาตรฐาน แนวสาวสวยผลิตจากแดนใต้
ที่ว่าชุดเธอดูจัดจ้าน ก็เพราะสวมเสื้อรัดรูปสีเนื้อทับด้วยเสื้อคลุมผ้าชีฟองบางใสกันแดด คล้ายเสื้อคลุมที่คนชอบใส่ไปทะเล บางจนแทบไม่ปิดอะไรเลย
ส่วนล่างสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นจนถึงโคนขา เผยขาเรียวยาวผิวสีแทน สวมรองเท้าแตะหูหนีบลายดอก
จ้าวม่อม่อ แนะนำให้ทุกคนรู้จัก จึงทราบว่าเธอเพิ่งกลับมาจากเที่ยวกับเพื่อนที่เกาะไห่หนาน
หญิงสาวคนนั้นชื่อ เจินน่า แซ่หลิน บ้านเกิดอยู่ตงกัง เป็นสาวเชื้อสายเกาหลีที่โตริมทะเล ผิวจึงค่อนข้างคล้ำ เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบสาวป่า
พอ เหลียงเซิน กับ เผิงเกิ้น เห็นเข้าก็ถึงกับตาค้าง จ้องกันไม่กะพริบ
“ไฮ พี่เฉิน เราได้เจอกันอีกแล้วนะ!”
เจินน่าวิ่งเข้ามาหา เฉินหราน พูดด้วยน้ำเสียงชวนตกใจ “โอปป้า ถ้ารู้ว่านายใจดีขนาดนี้ วันนั้นฉันจะลงมือเองแล้ว เสียดายจัง เจินน่าผิดหวังมากเลย~”
ภาษาจีนของเธอไม่ค่อยชัด มีสำเนียงชนเผ่าน้อยเจืออยู่ ถ้าเป็นเสียงผู้ชายคงไม่รู้สึกอะไร แต่พอเป็นเสียงหวานของผู้หญิงกลับฟังดูเย้ายวนแปลก ๆ
ไม่น่าแปลกที่ จ้าวม่อม่อ บางครั้งจะเผลอพูดภาษาคอเรียน ที่แท้ก็ได้อิทธิพลจากเธอนี่เอง
เฉินหราน ยิ้มพยักหน้าให้ ก่อนชี้ไปยังเก้าอี้ชายหาดข้างตัว เชิญให้เธอนั่งพัก
ตอนนั้นเป็นช่วงเที่ยง แม้จะมีร่มกันแดดแต่ก็ร้อนจัด
ทว่า เจินน่า กลับดูชอบแสงอาทิตย์ ลากเก้าอี้มานั่งข้าง เฉินหราน ปล่อยให้แดดส่องจนผิวเป็นประกาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหงื่อหรือครีมกันแดดกันแน่
จ้าวม่อม่อ ไม่ปล่อยไว้ คว้าหูเธอไว้แล้วลากไปอีกด้านทันที
เล่นก็ส่วนเล่น แกล้งก็ส่วนแกล้ง แต่อย่ามาแหย่แฟนฉัน เจินน่ารู้ดี แค่หยอกเล่นให้ จ้าวม่อม่อ หึงเท่านั้น
เมื่อแหย่ไม่สำเร็จ เธอจึงหันไปร่วมวงปิ้งย่างแทน
“ว้าว ของกินเยอะจัง กินแต่ปิ้งย่างมันไม่ครบ ฉันทำหม้อไฟเกาหลีให้ทุกคนดีกว่า~”
ในตู้เย็นเคลื่อนที่มีวัตถุดิบมากมาย เจินน่าหยิบเบคอนหนึ่งห่อแล้วถาม เฉินหราน ด้วยรอยยิ้ม
ใคร ๆ ก็รู้ว่า เฉินหราน คือเจ้าภาพของงานนี้ เธอถามเขาแทนจะถามคนอื่นก็ถือว่าปกติ
เฉินหราน เองไม่รู้สึกอะไร แต่ผู้ชายอีกสามคนกลับแอบหมั่นไส้ ในสายตาพวกเขา เจินน่าทั้งแต่งตัวแรง ทั้งสวย
ส่วนสาวอีกสามคนกลับมองว่าเรื่องปกติ ไม่เห็นแปลก
หลังมื้อเที่ยง เฉินหราน กับ เจิ้งเชี่ยน ก็เสนอให้ไปตกปลา
พอดีมีสี่ชายสี่หญิง เลยจับคู่กันพอดี
เฉินหราน หยิบอุปกรณ์ตกปลาเดินขึ้นเรือเล็ก แต่พอหันไป ก็เห็นผู้หญิงอีกสี่คนตามมาพร้อมกัน
เขาตกใจรีบห้าม “อย่านะ เรือแบบนี้นั่งได้แค่สองคน”
จ้าวม่อม่อ หันไปมอง เจินน่า กับอีกสองสาว พูดพร้อมสายตาไม่พอใจ “พวกเธอมองไม่ออกเหรอ ผู้ชายคนนี้เป็นของฉันนะ”
เจินน่ายิ้มเฉย หันไปมอง หลินเซิ่งหนาน กับ เจิ้งเชี่ยน
ทั้งสองคนดูเก้อเขิน โดยเฉพาะ หลินเซิ่งหนาน ที่แค่รู้สึกว่าคุ้นกับ เฉินหราน มากกว่า ถ้าให้นั่งเรือกับผู้ชายคนอื่นเธอคงขนลุก
ส่วน เจิ้งเชี่ยน ก็เม้มปาก พูดพลางทำหน้ามุ่ย “พี่ ๆ ทั้งสาม อย่าแย่งฉันเลยน่า รู้จักคำว่า ‘เคารพผู้ใหญ่เอ็นดูผู้น้อย’ ไหมคะ?”
“เคารพบ้าอะไร เธอไปกับ เหลียงเซิน เลย!” จ้าวม่อม่อ ที่สนิทกับเธอพูดสวนทันที
ด้านหลัง เฉิงเฟยอวี่ กับ เหลียงเซิน ต่างทำหน้าแหย คนหนึ่งชอบ จ้าวม่อม่อ อีกคนชอบ เจิ้งเชี่ยน แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเจ็บหัวใจเหลือเกิน
สุดท้าย เฉินหราน ทนดูไม่ได้ จึงโบกมือเรียก เฉิงเฟยอวี่ “เฟยอวี่ มานี่ ไปกับฉันละกัน”
เฉิงเฟยอวี่ ได้ยินแล้วเหลือบมอง จ้าวม่อม่อ อย่างเสียดาย เห็นเธอยังเถียงกับ เจิ้งเชี่ยน ไม่สนใจเขา จึงจำใจขึ้นเรือ เฉินหราน
พอของดีลอยจากปากไป สี่สาวก็ไม่เถียงกันอีก จ้าวม่อม่อ ไปกับ เจินน่า หลินเซิ่งหนาน ไปกับ เจิ้งเชี่ยน เหลียงเซิน กับ เผิงเกิ้น อยู่ด้วยกัน จากที่ควรเป็นคู่ชายหญิง กลายเป็นคู่เพื่อนชาย กับคู่เพื่อนสาวไปหมด
ขึ้นเรือแล้ว จ้าวม่อม่อ ทำหน้าบึ้งอย่างหงุดหงิด เจินน่า เห็นเข้าก็ปลอบ “โอ๋ อย่าน้อยใจเลย ทุกคนแค่ล้อเล่น ดูสิ ปากจู่น่ารักเชียว มา ฉันเกี่ยวเบ็ดให้นะ”
“อย่ามายุ่งสิ ก็เพราะเธอนั่นแหละ!” จ้าวม่อม่อ พูดงอน ๆ ใส่
เจินน่าทำหน้ากวน โอบแขนเรียวของ จ้าวม่อม่อ พลางแซว “แต่ เฉินหราน นี่นะ ช่างเอาแต่ใจจริง สาวสวยตั้งสี่คนไม่เลือก ดันชวนผู้ชายไปด้วย เสียแรงผิดหวังเลย~”
“เธอไม่เข้าใจหรอก นั่นแหละคือความฉลาด เขาแค่ไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกเก้อ เธอไม่เห็นเหรอว่า หน้าสามหนุ่มนั่นซีดไปเลย”
เจินน่าหัวเราะ “คนอื่นฉันไม่รู้ แต่ เฉิงเฟยอวี่ น่าสงสารจริง ม่อม่อ เธอยังไม่บอกเขาเหรอ?”
พอพูดถึง เฉิงเฟยอวี่ สีหน้า จ้าวม่อม่อ ก็เปลี่ยน ขมวดคิ้ว “ฉันบอกแล้วว่ามีแฟน แต่เขาไม่เชื่อ ยังจะให้ฉันพาแฟนไปให้ดู ฉันจะไปหาผู้ชายจากไหนมาให้เขาดูกันล่ะ”
“หา?”
เจินน่าทำหน้างง “เฉินหราน ไม่ใช่แฟนเธอเหรอ?”
“เขาเหรอ?”
จ้าวม่อม่อ ส่ายหัวอย่างขื่น “ไม่ใช่หรอก”
เจินน่าพอจะเดาได้ “งั้นพวกเธอเป็น…?”
“ใช่ เธอเดาถูกแล้ว ความสัมพันธ์แบบนั้นแหละ”
สีหน้า เจินน่า เปลี่ยนไปทันที “แล้วเขามีแฟนแล้วเหรอ หรือแต่งงานแล้ว?”
จ้าวม่อม่อ ส่ายหน้า “น่าจะไม่มีนะ เมื่อก่อนเคยมี แต่ฉันถามแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนเก่าของลูกพี่ลูกน้องเขา”
“เธอยังเชื่ออีกเหรอ?”
“ก็จริงนี่นา ฉันรู้จักลูกพี่ลูกน้องเขาด้วย อย่าคิดมากเลย”
เจินน่ามองเธออย่างลังเล ไม่รู้คิดอะไรอยู่ พักใหญ่จึงเหลียวไปมอง เฉินหราน ที่อยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร
“ผู้หญิงสวยอย่างเธอยังไม่ได้เป็นแฟนเขาเลย คนมีเงินนี่เอาแต่ใจจริง ไม่รู้ผู้หญิงแบบไหนกันนะ ถึงจะทำให้เขายอมมองบ้าง…”
จ้าวม่อม่อ ลูบนาฬิกาที่ เฉินหราน ให้ ยิ้มขม “ก็ใช่น่ะสิ เขามีสิทธิ์จะเลือก ฉันยังเทียบไม่ติด แต่ก็ช่างเถอะ คนมีเงินก็เลือกได้ ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟน ฉันก็เต็มใจอยู่ดี ใครใช้ให้ฉันชอบเงินเองล่ะ”
“ฉันก็ชอบเงินเหมือนกัน!” เจินน่า เงียบไปครู่ ก่อนพูดออกมาคำหนึ่ง
จ้าวม่อม่อ สะดุ้ง เงยหน้ามองเห็น เจินน่า ยิ้มอยู่ นึกว่าเธอพูดปลอบ เลยหยิกขาอีกฝ่ายแรง ๆ ทีหนึ่ง
“เธอคนเดียวหรือไงที่ชอบเงิน ผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบบ้าง เอ้า รีบพายสิ เรือเราตามหลังคนอื่นเยอะแล้วนะ”
(จบตอน)