ตอนที่125 ฉันคิดถึงเธอ
“ตอนนี้ เนื้องอกของคุณเจียงเริ่มมีแนวโน้มจะแพร่กระจาย ถ้าไม่รีบผ่าตัด อาการอาจทรุดลงได้ และความเสี่ยงของการผ่าตัดก็ค่อนข้างสูง…”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินหรานจูงมือเจียงเสี่ยวรุ่ยที่ร้องไห้น้ำตาอาบหน้าออกจากห้องพักของแพทย์หัวหน้าเวร
“ในบ้านไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ?”
เฉินหรานเดินถึงทางเดิน หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ แปลกจริง พอมีเงินแล้วกลับสูบมากกว่าเดิมอีก
เจียงเสี่ยวรุ่ยสูดน้ำมูกพลางส่ายหัว ตอบว่า “ฉันโตมากับแม่ ไม่เคยเจอญาติเลยค่ะ”
เฉินหรานนิ่งไปครู่ ถอนหายใจพูดอย่างจริงใจว่า “คุณน้าท่านเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ”
เจียงเสี่ยวรุ่ยเงยหน้ามองเขา พยักหน้าตอบเบา ๆ ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีก
เฉินหรานสูบบุหรี่จนหมด แล้วเดินตามเธอกลับไปที่ห้องผู้ป่วย
แม่ของเจียงเสี่ยวรุ่ยพักอยู่ในห้องรวม มีเตียงผู้ป่วยสามเตียง และเพราะถึงเวลาเข้านอน ญาติของเตียงข้าง ๆ กรนเสียงดังจนเฉินหรานขมวดคิ้ว
แม่เจียงเป็นหญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบ ผมครึ่งขาวครึ่งดำ ดูมันและแตกปลาย แต่จากรูปหน้าอันซีดเผือดก็รู้ได้ว่า เมื่อสาว ๆ ต้องเคยสวยมากแน่
เฉินหรานนิ่งไปครู่ รู้สึกว่าแม่เจียงสมัยสาวน่าจะสวยกว่าเจียงเสี่ยวรุ่ย เพียงแต่แม่ลูกดูไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร
เจียงเสี่ยวรุ่ยเดินมาช่วยจัดผ้าห่มให้แม่ กลัวจะรบกวนการหลับ กัดริมฝีปากแน่นไม่ให้ร้องไห้
เห็นภาพนั้น เฉินหรานส่ายหน้าเบา ๆ เหลือบมองนาฬิกา พบว่าเป็นเที่ยงคืนครึ่งแล้ว
เขานึกถึงงานพรุ่งนี้ จึงพูดเตือนว่า “พักก่อนเถอะ ฉันกลับก่อน พรุ่งนี้เสร็จธุระจะมาอีกที”
เจียงเสี่ยวรุ่ยตัวสั่น หันมามองเฉินหราน ในแววตามีความสิ้นหวังเล็ก ๆ
แสงไฟทางเดินลอดช่องประตูเข้ามา เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มบดบังแสงทั้งหมด เจียงเสี่ยวรุ่ยมองไม่เห็นสีหน้าเขา แต่เมื่อนึกถึงแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกัน เธอได้แต่ยิ้มเศร้าและพยักหน้าอย่างว่างเปล่า
ถ้าเธอได้มอบครั้งแรกให้ชายคนนี้ เธอคงรู้สึกดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยเขาก็หล่อและอ่อนโยน
แต่…เขาคงไม่สนใจเธอหรอก
ตอนอยู่ในห้องแพทย์ เธอถึงกับจินตนาการว่า เขาจะเหมือนพระเอกในนิยาย เข้าใจสภาพของเธอแล้วควักเงินหลายล้านมาช่วยค่ารักษาเพื่อคว้าหัวใจเธอ
ทว่า ความจริงก็คือความจริง นิยายก็คือนิยาย
ชายคนนี้ไม่ต่างจากแฟนเก่าของเธอ เมื่อเห็นสภาพแม่ ก็เลือกจะจากไปโดยไม่ลังเล
หัวใจที่เพิ่งมีหวังก็ร่วงหล่นสู่หุบเหวแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง
หลังเฉินหรานจากไป เจียงเสี่ยวรุ่ยนอนขดอยู่บนเตียงพับปลายเตียง ร่างเล็กสั่นไหว ผ้าห่มบาง ๆ ถูกน้ำตาเปียกชื้นทีละน้อย
อาจเพราะเหนื่อยเหลือเกิน หญิงสาวจึงค่อย ๆ หลับตาลง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร
แสงอรุณแรกสาดผ่านม่านเข้ามา
ญาติของเตียงข้าง ๆ ลุกขึ้นกินอาหารเช้า คุยกันถึงงานที่ต้องไปทำต่อในวันนี้
ทุกคนที่เดินผ่านเจียงเสี่ยวรุ่ย ต่างเดินช้าลง เพราะเห็นใจเด็กสาวที่ดูแลแม่เพียงลำพังมาหลายเดือน
ขณะนั้น พยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ห้อง มองบันทึกในมือ ก่อนหยุดที่เตียงของแม่เจียง
แววตาพยาบาลเต็มไปด้วยความซับซ้อน มีทั้งเวทนาและอ่อนโยน
เธอวางบันทึกไว้บนเตียง แล้วแตะไหล่เจียงเสี่ยวรุ่ยเบา ๆ
“เสี่ยวรุ่ย เสี่ยวรุ่ย”
“อืม…พี่หลิง มีอะไรเหรอคะ?”
พยาบาลเห็นเธอตื่น จึงดูข้อมูลแล้วพูดว่า “รีบเก็บของเถอะ ห้องพิเศษเตรียมไว้แล้ว เดี๋ยวจะมีคนมาช่วยย้ายคุณแม่ไป ของส่วนตัวเดี๋ยวฉันช่วยขนให้”
“ห้องพิเศษ?” เจียงเสี่ยวรุ่ยอึ้งไป
ญาติของคนป่วยอีกสองเตียงมองมาด้วยความประหลาดใจ พวกเขารู้ดีว่าแม่ลูกคู่นี้แทบไม่มีเงิน เมื่อวันก่อนยังห่วงค่าผ่าตัด จู่ ๆ จะได้พักห้องพิเศษเนี่ยนะ?
ห้องพิเศษต่อวันแพงไม่ใช่เล่น ทุกคนรู้ดี
พี่หลิงเห็นเธอทำหน้างง ก็พูดอย่างงง ๆ เช่นกัน “เธอไม่รู้เหรอ เมื่อคืนแฟนเธอมาจ่ายเงินไว้สองแสน ให้จัดห้องพิเศษให้แม่เธอ ยังบอกให้พวกเราช่วยนัดเวลาผ่าตัดด้วย”
“แฟนเหรอ?”
“สองแสน?”
ญาติคนอื่นอุทาน “แฟนคนไหนใจป้ำขนาดนี้เนี่ย!”
แม้แต่เจียงเสี่ยวรุ่ยเองก็อึ้ง เมื่อนึกถึงแฟนเก่าที่เพิ่งเลิก ดวงตาเธอมีทั้งตกใจและสงสัย
ทันใดนั้น ภาพของใครบางคนก็ผุดขึ้นในใจ
“อ้า ฮ้า~”
อาคาร J โรงแรม สวิสโฮเทล ห้องสวีตสุดหรู
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองเมืองอันพลุกพล่าน หาวหนึ่งที
เมื่อคืนกลับถึงห้องเกือบตีสอง นอนแค่หกชั่วโมง ยังรู้สึกง่วงอยู่
เขาหยิบมือถือบนหัวเตียงขึ้นมาดู แววตาอบอุ่น ก่อนกดโทรออกแบบวิดีโอคอล
ไม่นาน เสียงของหงซินหร่านก็ดังขึ้น “ตื่นแล้วเหรอ?”
เฉินหรานเปิดลำโพง พูดพลางวิดพื้นไปด้วย “เพิ่งตื่น แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันกินข้าวเช้าแล้ว กำลังจะไปทำเล็บกับพี่สะใภ้ ตอนเย็นมีปาร์ตี้เล็ก ๆ”
เฉินหรานทำวิดพื้นเสร็จแล้วเปลี่ยนเป็นซิทอัพ หัวเราะแซว “ตกลงฮันนีมูนนี้เป็นของเธอกับพี่สะใภ้ หรือของพี่ชายกันแน่ ทำไมถึงตามพี่สะใภ้ไปทุกที่เลย”
หงซินหร่านหัวเราะลั่น เสียงเจียงอิ๋งเสวี่ยดังแทรกมาจากมือถือ “เฉินหราน นายกลัวละสิ ยัยซินหร่านนี่ถ้าฉันอยากได้เมื่อไร ฉันแย่งได้แน่ นายยังไม่รู้จักทะนุถนอมเลย… โอ๊ย ๆ รอแป๊บ ฉันไปดูพี่ชายเธอก่อนนะ”
ทันใดนั้น เฉินหรานหยุดนิ่งเหมือนถูกช็อก!
คำพูดของเจียงอิ๋งเสวี่ยเหมือนมีอะไรแฝงอยู่ ทำให้เฉินหรานขมวดคิ้วแน่น — หรือว่าหงซินหร่านรู้เรื่องโจวจื่อเชี่ยนแล้ว เพียงแต่แกล้งทำไม่รู้?
เสียงของหงซินหร่านกลับมาเป็นปกติ “พอเถอะ ไปกินข้าวซะ เช้าเป็นเวลาสำคัญของวัน อย่าลืมกินอาหารเช้านะ”
เฉินหรานชะงักเล็กน้อย ก่อนพูดออกไปโดยไม่คิด “ซินหร่าน ฉันจะไปหาเธอนะ!”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงใสร่าเริงตอบกลับ “อืม ฉันจะส่งตารางสองวันข้างหน้าให้นะ”
เฉินหรานพยักหน้าแรง “ดีเลย ฉันมีหลายอย่างอยากพูดกับเธอ”
หงซินหร่านเงียบไปอีกครู่ แล้วพูดเสียงอ่อนโยน “ฉันก็เหมือนกัน… ฉันคิดถึงนาย”
เฉินหรานยิ้มอย่างมีความสุข เพียงคำสามคำง่าย ๆ ก็ทำให้เขามีพลังขึ้นมาทันที
เขาแทบรอไม่ไหวจะจัดการเรื่องแบตเตอรี่ให้เสร็จ แล้วไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน เขาจะรีบไปหาเธอทันที
(จบตอน)