ตอนที่ 8 จากฟากฟ้าสู่โอกาสทอง
พายุก้อนโตตกลงมาจากฟากฟ้า ทำเอาสุยหลิงฟางถึงกับมึนงงไปหมด
“ว่าไงนะ จิ่นหลีกลับมาดังอีกแล้วเหรอ? เธอกลับมาดังได้ยังไงกัน? หมายถึงเรื่องไลฟ์สดบนแมวข่วนเหรอ?” เธอรีบถามอย่างร้อนรน
ทางฝั่งโทรศัพท์ ผู้จัดการอีกคนพูดว่า “รีบกลับมาที่บริษัทก่อน ระหว่างทางลองดูฟีดเพื่อนกับคลิปสั้น ๆ สิ เดี๋ยวบิ๊กดาต้าจะบอกเองว่าจิ่นหลีดังได้ยังไง ส่วนอี้เซวียนให้เธอไปออกงานเองก่อนก็แล้วกัน เธอโตขนาดนี้แล้ว เธอคงไม่ต้องคอยดูแลตลอดหรอก!”
สุยหลิงฟางสั่งงานเหออี้เซวียนอย่างเร่งรีบสองสามคำ แล้วรีบเรียกรถกลับบริษัททันที
ระหว่างนั่งรถ สุยหลิงฟางเปิดฟีดเพื่อนขึ้นดู ไล่ดูอยู่หลายโพสต์ แล้วก็พบว่าหลายคนโพสต์รูปหญิงสาวชุดดำที่ถูกเรียกว่า “ปลานำโชคชุดดำ” ถูกรางวัลสองแสน
ปลานำโชคชุดดำคนนี้ ทำไมดูคุ้น ๆ จัง?
เธอเลื่อนต่ออีกหลายโพสต์ ในที่สุดก็เจอมีคนแชร์คลิปวิดีโอ สุยหลิงฟางกดเข้าไปดูทันที
พอดูถึงกลางคลิป เธอก็ถึงกับตะลึงงัน
ร่างที่คุ้นตา ใบหน้าที่คุ้นเคย โดยเฉพาะขนตายาวโค้งงอนคู่นั้น นี่มันไม่ใช่ “เจ้าขนตาเล็ก” ที่เธอเพิ่งเจอเมื่อสามวันก่อนเหรอ?
อะฮ้า! ที่แท้จิ่นหลีก็คือหญิงสาวชุดดำที่ไปไหว้พระที่วัด แล้วยืนขูดบัตรหน้าวิหารจนถูกรางวัลสองแสนคนนั้นเองเหรอ?!
จุดแดงแจ้งเตือนบนฟีดเพื่อนเด้งขึ้นมา มีคนโพสต์ใหม่ สุยหลิงฟางแตะเข้าไปโดยไม่คิดอะไร
เป็นโพสต์ของเพื่อนร่วมวงการคนหนึ่ง
【ก่อนเข้าวงการ ฉันเป็นแฟนคลับวงสาวชมพู ชอบจิ่นหลีที่สุด พอได้เข้าวงการก็พยายามหาทางร่วมงานกับเธอเสมอ น่าเสียดายที่สุขภาพเธอไม่ดีนัก
จิ่นหลีก็ยังเป็นจิ่นหลีเสมอ ไปที่ไหนก็มีแสงของตัวเอง คนที่มีประเด็นย่อมไม่ขาดเรื่องพูดถึง เธอกลับมาดังอีกแล้ว เธอ...กลับมาดังจริง ๆ!
ใครมีเบอร์ผู้จัดการของจิ่นหลีช่วยบอกที พรุ่งนี้จะโอน 50 ให้เลย แล้วพาไปเลี้ยง KFC วันพฤหัสบดีบ้าเลือดด้วย!!!】
เจ้าของโพสต์แนบภาพหลายใบ เป็นตารางเทรนด์คำค้นยอดฮิตจากแพลตฟอร์มวิดีโอและบล็อกหลายแห่ง
ในหมู่แฮชแท็กนั้นมีทั้ง #เจอปลานำโชคชุดดำแล้ว#, #จิ่นหลีก็คือปลานำโชคชุดดำ#, #สาวปลานำโชคชุดดำ# ที่พากันติดอันดับสูงบนเทรนด์ฮอต!
หัวใจของสุยหลิงฟางเต้นแรง มือที่กำมือถือแน่นขึ้น ในหัวมีแต่ความคิดเดียว—เธอต้องคว้าโอกาสทองนี้ให้ได้!
แต่แล้วเธอก็นึกถึงสุขภาพของจิ่นหลี จึงสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง
ใจเย็นไว้ ใจเย็นเข้าไว้!
เมื่อรีบกลับถึงบริษัท พบว่าประธานมาถึงก่อนแล้ว ผู้จัดการคนอื่น ๆ ก็มาครบ ยกเว้นเธอที่เป็นผู้จัดการของจิ่นหลี มาช้าที่สุด
บริษัทเล็กก็มีข้อดีตรงนี้ ทุกอย่างเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ คนเรียกก็มาได้ตลอด
ประธานเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนเปิดฉากเข้าประเด็น “ตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องแนวทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ของจิ่นหลี รวมถึงการประสานงานงานต่อ ๆ ไป”
การประชุมกินเวลาเกือบสองชั่วโมง อารมณ์ตื่นเต้นของสุยหลิงฟางค่อย ๆ สงบลง
ทุกคนเสนอความเห็นกันอย่างดี คิดแผนงานรอบด้านเพื่อช่วยดันจิ่นหลีขึ้นมาอีกครั้ง ถึงขั้นเสนอให้ทำงานแค่จันทร์ถึงศุกร์ เลิกห้าโมง มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพื่อดูแลสุขภาพ
สุยหลิงฟางยืนขึ้น กวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนพูดเสียงเรียบ “เหลืออีกเรื่องเดียว—ร่างกายของจิ่นหลี จะไหวไหม”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบ
ระหว่างประชุมก่อนหน้า ทุกคนต่างหลีกเลี่ยงคำถามนี้โดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปครู่ใหญ่ ประธานเอ่ยว่า “พรุ่งนี้ให้จิ่นหลีมาที่บริษัท ฉันจะพาเธอไปพบหมอจีนเก่าที่โรงพยาบาลจิงต๋าเอง”
สามปีก่อน ตอนจิ่นหลีอาเจียนเป็นเลือดกลางไลฟ์สด ประธานเป็นคนพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลนั้นเอง พอกลับมาก็ประกาศพักงานทั้งหมดเพื่อให้เธอฟื้นฟูสุขภาพ
สามปีให้หลัง เมื่อเห็นการกลับมาของจิ่นหลี เหมือนเวลาหมุนย้อนกลับไปยังจุดเดิมอีกครั้ง
ทุกคนรู้สึกทั้งดีใจทั้งเป็นห่วง—ครั้งนี้โชคชะตาจะให้คำตอบที่ต่างออกไปไหมนะ?
การประชุมจบลง
ประธานออกจากห้องไปก่อน เหล่าผู้จัดการคนอื่น ๆ ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ผู้จัดการที่โทรเรียกสุยหลิงฟางกลับมาก็คือโจวต๋า เขาดึงเนกไทออกนิดหนึ่งก่อนถาม “แล้วจิ่นหลีของเธอล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”
สุยหลิงฟางตอบอย่างระมัดระวัง “เธอบอกว่าช่วงนี้รู้สึกดีขึ้นมาก แต่ฉันยังไม่แน่ใจว่าจะรับงานกลางแจ้งได้ไหม”
โจวต๋าคลิกปาก “ระวังหน่อยนะ ประธานคาดหวังกับการกลับมาของจิ่นหลีมากเลยล่ะ”
ประธานมีความผูกพันกับจิ่นหลีอย่างลึกซึ้ง ใคร ๆ ก็ย่อมจำการลงทุนที่ล้มเหลวครั้งแรกในชีวิตได้ดี
สำหรับเขาแล้ว จิ่นหลีคือเรื่องราวที่ลืมไม่ลง เป็นทั้งตราบาปและรอยแผลทางใจของอาชีพ
ตอนแรกเพื่อแย่งตัวจิ่นหลีจากบริษัทอื่น ประธานถึงกับเสนอส่วนแบ่งครั้งประวัติศาสตร์ 20 ต่อ 80 (บริษัท 2 จิ่นหลี 8) แล้วเซ็นสัญญา 10 ปีเต็ม
ทุกคนเคยคิดว่าการมาของจิ่นหลีจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของบริษัท ต่างเตรียมตัวลงมือเต็มที่ แต่ความจริงกลับเหมือนโดนสาดน้ำเย็นใส่เต็มแรง—
เพราะร่างกายของจิ่นหลีไม่แข็งแรง พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้ล่วงหน้าเลย เท่ากับถูกหลอกเต็ม ๆ!
บริษัทเฉินซีเอนเตอร์เทนเมนต์อยู่ภายใต้บริษัทเฉินซีอินเวสต์เมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ด้านการลงทุนเอกชน ชื่อดังในวงการ เงินไม่ใช่ปัญหาเลย
บังเอิญว่าประธานของทั้งสองบริษัทเป็นคนเดียวกัน
ถึงเขาจะไม่แคร์ค่าตัวที่ต้องจ่ายทิ้งไป แต่ก็ยังฝังใจอยู่ดี ไม่งั้นพอได้ข่าวว่าจิ่นหลีกลับมาดัง เขาคงไม่ทิ้งงานดูแลกองทุนมูลค่าพันล้าน แล้วรีบมาประชุมด้วยตัวเองแบบนี้หรอก
สุยหลิงฟางถอนหายใจแผ่วเบา “ฉันเองก็หวังว่าเธอจะคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ได้เหมือนกัน”
ทั้งหมดนี้ จิ่นหลีไม่รู้เลย
ตอนนี้เธอกำลังตั้งใจเรียนออนไลน์ เพราะพร 【 ลงแรงเพียงครึ่ง ได้ผลสองเท่า】 ดูเหมือนจะมีผลต่อสภาพจิตใจจริง ๆ จิ่นหลีพบว่าเมื่อเธอตั้งใจคิด สมองก็แล่นฉิวราวกับเปิดพลังพิเศษ
การดื่มด่ำในทะเลแห่งความรู้ ทำให้เธอลืมเวลาและโลกภายนอกไปสิ้น
ในห้องไลฟ์สด ข้อความคอมเมนต์เลื่อนผ่านหน้าจอรัว ๆ แต่จิ่นหลีไม่ได้มองแม้แต่บรรทัดเดียว เธอจมอยู่กับการเรียนรู้ของตัวเองอย่างเต็มที่
ค่อย ๆ มีผู้ชมบางส่วนออกจากห้องไป และอีกบางส่วนก็ยังคงอยู่ต่อ ผู้ที่เหลือต่างนั่งเงียบ ๆ เรียนไปพร้อมกับเธอ
บางคนกำลังเตรียมสอบราชการ สอบบัณฑิต หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย พอเห็นจิ่นหลีตั้งใจเรียนก็รู้สึกฮึกเหิม ลุกขึ้นมาเปิดหนังสือเรียนตามเธอไปด้วย
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงเย็นของยามเย็นสาดเข้ามาเป็นสีทองจับต้องตัวของจิ่นหลี ทาบแสงลงบนแล็ปท็อปเป็นประกายอุ่นตา
เธอหลุดออกจากสมาธิ ยืดแขนบิดขี้เกียจ พอมองนาฬิกาก็พบว่าห้าโมงเย็นแล้ว ได้เวลาทำอาหารเย็นพอดี
จิ่นหลียืดตัวเล็กน้อย แล้วหันมามองกล้อง เหมือนตุ๊กตาหน้าตายนิ่งเฉยจู่ ๆ ถูกปลุกให้มีชีวิต—ราวเทพธิดาที่จากสวรรค์ลงมาสู่โลกมนุษย์
แค่เพียงหนึ่งสายตา ก็ตราตรึงไปชั่วนิจนิรันดร์
เธอยิ้มให้กล้องอย่างสดใส “ขอบคุณทุกคนที่มาเรียนด้วยกันนะคะ พรุ่งนี้เจอกันใหม่”
วินาทีต่อมา หน้าจอไลฟ์ดับกลายเป็นสีดำสนิท
เหลือเพียงช่องคอมเมนต์ที่ยังเลื่อนต่อไม่หยุด เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของผู้ชม
[หน้าตาของจิ่นหลีสวยเกินไปแล้ว! ดวงตาเธอเหมือนมีดาวอยู่ข้างใน!]
[นี่มันคุณภาพระดับปกนิตยสารชัด ๆ ฉันมีบุญอะไรถึงได้เห็นของจริงในไลฟ์!]
[ปิดไลฟ์ละ พรุ่งนี้มานั่งเรียนกับน้องปลานำโชคต่อ!]
[ฉันลงเดิมพันกับหุ้นจิ่นหลีแล้ว พวกเธอจะทำอะไรก็เชิญ!]
ส่วนเจ้าตัวที่ถูกพูดถึง หลังปิดไลฟ์ สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่ทำอาหาร แต่คือรับมือกับ “การสอบถามอย่างอ่อนโยน” ของสุยหลิงฟางที่บุกมาถึงห้อง
(จบตอน)