ตอนที่ 20 อยู่ข้างเธอเสมอ
จิ่นหลีรู้สึกว่าท่ามกลางเงาร่างที่แล่นผ่านไปหลายคนนั้น มีอยู่คนหนึ่งที่รูปร่างดูคุ้นตาเหลือเกิน
เธอถามอย่างสงสัย “พวกนั้นคือใครเหรอ?”
จี้ชิงเหลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพูดอย่างไม่แน่ใจว่า “น่าจะเป็นบอยแบนด์ ‘เดือนมีนาคม’ ล่ะมั้ง พวกเขายังอยู่ในซีซั่น 2 วันนี้คงมาซ้อมเวทีตอนสองกัน”
จิ่นหลีว่า “พูดถึงซ้อมเวที ฉันต้องเข้าไปตอนนี้เลยไหม?”
เธอชูแผ่นกระดาษเล็กในมือขึ้น จี้ชิงเหลียนรีบรับไปอย่างกระตือรือร้น “ฉันดูให้เอง!”
ไม่นานนักอีกฝ่ายก็ว่า “ยังอีกนานเลย อยู่ที่ห้องซ้อมนี้แหละ แต่ต้องรอครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงคิว ถ้าข้างในมีเมนเทอร์ชักช้า อาจต้องรอถึงหนึ่งชั่วโมงก็ได้”
จี้ชิงเหลียนกลัวว่าเมนเทอร์ข้างในจะรังแกจิ่นหลีที่เพิ่งกลับสู่วงการ ยังจัดว่าเป็นนักร้องระดับสองเล็ก ๆ ก็อาจถืออำนาจกดเวลาซ้อมของเธอ จึงพูดว่า
“ฉันจะอยู่รอข้างนอกกับเธอเถอะ คุยกันหน่อยก็ยังดี ไม่ได้พูดกันแบบนี้มานานแล้ว!”
เวลาซ้อมถูกกำหนดตายตัว ถ้าเมนเทอร์คนหนึ่งช้าไปสิบ นาที คนต่อไปก็ต้องถูกหักสิบ นาทีนั้น
ถึงเวลาเลิกปุ๊บ เจ้าหน้าที่ก็กลับบ้านทันที ใครจะเป็นดาราก็ช่าง พวกเขาทำตามสัญญา หมดเวลา คือหมดเวลา
เว้นแต่ดาราคนนั้นจะยอมจ่าย “น้ำมันหล่อลื่น” เพิ่มอีกหน่อย เจ้าหน้าที่ถึงจะยอมอยู่ต่อ
วงการบันเทิงไม่ได้มีแค่ดารา คนทำงานเบื้องหลังก็รู้ระบบนี้ทะลุปรุโปร่ง
อีกด้านหนึ่ง บอยแบนด์ ‘เดือนมีนาคม’ ที่เพิ่งก้าวเข้าไปในลิฟต์ พอประตูลิฟต์ปิดลงก็พากันหัวเราะลั่น
“เสี่ยวหลิน เมื่อกี้นายหัวเราะอะไร พอนายหัวเราะ ฉันก็อดหัวเราะตามไม่ได้เลย!”
เสี่ยวหลิน หรือ เฉินหลิน เป็นน้องเล็กสุดของวง อายุน้อยที่สุด
เฉินหลินพูดอย่างเขินอาย “อดไม่ไหวจริง ตอนเดินผ่านตรงนั้น ได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับอีกคนอย่างจริงจังว่า— ‘เธอดูสุขภาพดีจังเลย!’ ฉันเลยหลุดขำออกมา นี่มันวิธีทักทายแบบใหม่หรือยังไงเนี่ย?”
กู้เฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันว่าก็เป็นวิธีทักทายที่ดีนะ คนในวงการเราชอบอดอาหารเพื่อให้ดูดีบนจอ จนสุขภาพแย่ ถ้ามีคนดูสุขภาพดี มันก็นับว่าเป็นคำอวยพรได้เหมือนกัน”
เฉินหลินแย้ง “ถ้ามองอีกมุมมันก็เหมือนคำสาปนะ เพราะเราต้องอดเพื่อให้ดูดี คนที่ดูสุขภาพดีเกิน อาจจะดูไม่ขึ้นกล้องก็ได้!”
กู้เฉิงไม่ได้เถียง ในใจเขากลับคิดว่าร่างกายแข็งแรงน่าจะสำคัญกว่าความสวยบนจอเสียอีก
ทว่าในเรื่องรูปร่าง ผู้คนกลับเข้มงวดกับดาราผู้หญิงมากกว่าเสมอ
ห้องซ้อม หมายเลข 5
ชิวฉีเหวิน กับคู่หูของเธอ เหรินเถียนเถียน กำลังติดอยู่ตรงท่าเดินกลางเพลงเต้น
ทั้งคู่เต้นให้จบหนึ่งรอบ แล้วดูภาพจากกล้อง พบว่าช่วงเปลี่ยนตำแหน่งตรงกลางกระจัดกระจายเกินไป ดูสับสนอลหม่าน
การแก้ท่อนกลางนั้นกินเวลาไปครึ่งชั่วโมงเต็ม
เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง พวกเธอทำได้แค่ขัดเกลาส่วนแรกให้เนียน ส่วนหลังยังแก้ไม่จบ
ครั้งนี้ ชิวฉีเหวินไม่ได้เชิญคู่เต้นระดับแนวหน้า แต่เป็นนักแสดงหญิงรุ่นน้องระดับ สอง ที่บริษัทอยากให้เธอช่วยดัน
ทั้งคู่เคยเจอกันในบริษัทเท่านั้น เธอไม่รู้ฝีมืออีกฝ่ายเลย พอมาซ้อมถึงได้รู้ว่า—
พื้นฐานของ เหรินเถียนเถียน อ่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องเต้น!
เธอขมวดคิ้วแน่น บริษัทกล้าโปรโมตว่า “ร้องเต้นครบเครื่อง” ได้ยังไงกัน
ฮึ!
ชิวฉีเหวินแทบเห็นภาพตอนออกอากาศล่วงหน้า—ฉากพังแน่!
เหรินเถียนเถียนเองก็รู้สึกถึงความไม่พอใจของรุ่นพี่ เลยไม่กล้าอู้งานหรือบ่นสักคำ
ไม่นาน ชั่วโมงซ้อมก็หมด แต่เพลงของพวกเธอยังเหลืออีกครึ่งที่ยังแก้ไม่เสร็จ
ชิวฉีเหวินกระซิบกับผู้ช่วยไม่กี่คำ
ไม่นานผู้ช่วยก็ถือขวดน้ำหลายขวดกลับมา แจกให้ทีมงานคนละขวด ก่อนจะเดินมาหา ชิวฉีเหวิน
“พี่ชิว เมื่อกี้ฉันแอบดูมาข้างนอก คนที่รอซ้อมต่อคือจิ่นหลี จี้ชิงเหลียนยืนคุยกับเธออยู่ ดูเหมือนจะสนุกเลยค่ะ”
ชิวฉีเหวินขมวดคิ้วแน่น
ผู้ช่วยของ เหรินเถียนเถียนก็ออกไปสืบข่าว กลับมาแล้วกระซิบไม่กี่คำ
ไม่นาน เหรินเถียนเถียนก็เข้าไปกระซิบใกล้หู ชิวฉีเหวิน เสียงเบา “พี่ชิว เราขอใช้เวลาซ้อมเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมงดีไหม คนต่อไปคือจิ่นหลี เป็นแค่ดาราระดับ สอง เล็ก ๆ เอง”
ในวงการ แค่มีคำว่า “เล็ก” นำหน้า ก็แปลว่ายังขาดอีกนิดถึงขั้นนั้น
“ระดับ สอง เล็ก ๆ” ก็แทบจะเท่ากับระดับ สามแล้ว แค่ขาดอีกก้าวเดียวเท่านั้น
ชิวฉีเหวินพูดเรียบ ๆ “ไม่ เราจะไม่แย่งเวลาของคนอื่น ครั้งหน้าให้ผู้ช่วยเธอสืบข้อมูลให้ครบหน่อย ไม่เห็นหรือว่าจี้ชิงเหลียนมายืนรอด้วยตัวเอง ยังอยากแย่งเวลาของจิ่นหลีอีกเหรอ?”
แววเย้ยหยันปรากฏในดวงตาเธอ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรต่อ เดินจากไปทันที
เหรินเถียนเถียนก้มหน้าลง สีหน้าสลับซีดกับเขียว ดูไม่จืด
แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง กลับกลายเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนละมุนดังเดิม
ไม่นาน ประตูห้องซ้อม หมายเลข 5 ก็เปิดออก
ชิวฉีเหวินออกมาก่อน ตามด้วยเหรินเถียนเถียน และผู้ช่วยทั้งสอง
ชิวฉีเหวินยิ้มทักทาย จี้ชิงเหลียน อย่างสนิทสนม แล้วยื่นมือไปจับมือจิ่นหลี “จิ่นหลี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เมื่อก่อนเราเคยร่วมรายการเดียวกัน ฉันยังจำได้อยู่เลย”
เธอมองจิ่นหลีอย่างพิจารณา ใบหน้าขาวอมชมพูนั้นไม่มีเค้าความป่วยเลย
“ร่างกายเธอดูแข็งแรงขึ้นเยอะเลยนะ!”
คำพูดนี้ ชิวฉีเหวินพูดออกมาด้วยความจริงใจ
จิ่นหลียิ้มตอบ “ใช่ค่ะ ปีนี้ถึงจะเริ่มดีขึ้นนิดหน่อย ไม่งั้นคงไม่รู้ว่าจะกลับขึ้นเวทีได้เมื่อไหร่”
ชิวฉีเหวินยกมือทำท่ากำลังใจ “ขอให้โชคดีนะ”
จิ่นหลีก้าวเข้าไปในห้องซ้อม จี้ชิงเหลียนพูด “ฉันไม่เข้าไปละ รอข้างนอกก็ได้”
จิ่นหลีเลิกคิ้ว ดึงอีกฝ่ายเข้ามาอย่างเด็ดขาด “เข้าไปดูหน่อยสิ จะได้ช่วยให้คำแนะนำด้วยไง”
เดิมที จี้ชิงเหลียนตั้งใจจะหลีกเลี่ยง
การซ้อมเป็นเรื่องส่วนตัวมาก เธอรู้สึกว่าเวทีของจิ่นหลี ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี
แต่พอจิ่นหลีพูดแบบนั้น ก็ได้แต่จำใจตามเข้าไป
ยืนอยู่บนเวที จี้ชิงเหลียนถาม “เธออยากได้เวทีแบบไหน?”
จิ่นหลีตอบโดยไม่ลังเล “ร้องเพลงค่ะ อาจจะเล่นเปียโนด้วยหน่อยก็ได้”
จี้ชิงเหลียนประหลาดใจ “ไม่เต้นเหรอ?”
จิ่นหลีส่ายหน้า ตอบสั้น ๆ “ร่างกายยังไม่ไหว”
จี้ชิงเหลียนคิดครู่หนึ่ง “งั้นคราวนี้อย่าร้องเลย ลองอ่านเนื้อเพลงเฉย ๆ แล้วเดินตำแหน่งดู ฉันจะช่วยดูมุมกล้องให้”
การซ้อมดูเหมือนง่าย แต่ถ้าอยากให้เวทีออกมาสมบูรณ์ ก็ต้องใช้ความคิดมาก
แค่เรื่องแสงและเอฟเฟกต์ พวกเธอก็ถกกันอยู่ชั่วโมงเต็ม
ทีมงานถึงกับโดนสองสาวทรมานจนเกือบเสียสติ ต้องรีบร้องขอความเมตตา “ถึงเวลาเลิกงานแล้วนะ สองดาราคนสวย วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ ยังมีรอบซ้อมครั้งที่สองอีกนะครับ!”
จิ่นหลีกับจี้ชิงเหลียนหันมายิ้มให้กัน
สบตากันเพียงแวบเดียว ความเข้าขากันแบบเพื่อนร่วมวงเก่าก็กลับมาทันที
ช่างเป็นความรู้สึกที่น่าคิดถึงจริง ๆ!
(จบตอน)