ตอนที่ 31 อยากโดนย่ำยี ก็ไปหาจิ่นหลี

เหลียนเป่าจือก่อเรื่องขึ้นมาแบบนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่สำเร็จ

รายการยังคงถ่ายทำต่อไป ขณะที่ผู้กำกับภาคสนามพูดเน้นย้ำเสียงเข้มในหูฟังของเหล่าคนดังทุกคนว่า

“ถ้าครูมีปัญหาด้านสุขภาพ ให้บอกเจ้าหน้าที่ได้ แต่ครูคนอื่นไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องสุขภาพของคนอื่น มันไม่จำเป็นเลย”

“อีกอย่าง ห้ามพูดคุยในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับรายการ ขอให้ทุกท่านโฟกัสกับเวทีเท่านั้น”

หลังจากผู้กำกับเตือน ทุกคนแสดงสีหน้าที่แตกต่างกันไป

จิ่นหลีกับจี้ชิงเหลียนสบตากัน ยิ้มอย่างเก้อเขิน ก่อนหันไปมองกู้เฉิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมพนมมือทำท่าขอโทษ

กู้เฉิงยังคงท่าทีเดิม เข่าพับแขนวางบนโต๊ะ มืออีกข้างกดหูฟังเอาไว้ ดูไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย

เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ให้เธอ แววตาใสสะอาดบริสุทธิ์ ให้ความรู้สึกอ่อนโยนราวกับหนุ่มน้อย

ถ้าจะให้เลือกหนึ่งคนในวงบอยแบนด์ที่ให้ความรู้สึก “หนุ่มน้อยที่สุด” คงไม่มีใครเกินกู้เฉิง

จิ่นหลีนึกถึงข้อมูลที่เคยอ่านเจอ

ว่ากันว่าผู้กำกับหลายคนเคยติดต่อเขา อยากให้เขาแสดงภาพยนตร์แนววัยรุ่นในโรงเรียน แต่เขาปฏิเสธทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีประสบการณ์”

ไม่นาน เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จนถึงห้าทุ่ม

จิ่นหลีทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

รายการตอนที่สอง ในที่สุดก็ถ่ายทำเสร็จแล้ว!

ทีมงานจัดให้นักเรียนทยอยออกจากเวที พร้อมส่งคนมาติดต่อพูดคุยกับเหล่าครูผู้สอน

ฝ่ายวางแผนบอกว่า “สองวันต่อจากนี้อาจต้องเรียกทุกท่านกลับมาถ่ายเพิ่ม ขอให้เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ”

ทุกคนพยักหน้ารับพร้อมกัน

เวลาค่ำยิ่งดึกขึ้น จิ่นหลีกับซุ่ยหลิงฟางยังไม่ออกจากเกาะ ตั้งใจจะพักอีกหนึ่งคืน

ระหว่างเดินกลับกับพี่ฟางและจี้ชิงเหลียน เธอก็พูดถึงเรื่องถ่ายเพิ่มขึ้นมา

พี่ฟางพูดอย่างตรงไปตรงมา “ไม่เป็นไร เราออกได้เลย ฉันคุยกับทีมงานไว้แล้ว ถ้าวิดีโอส่วนไหนของเธอไม่ดี ก็ให้ตัดออก รวมถึงคลิปที่เธอไม่สบายด้วย”

ซุ่ยหลิงฟางไม่ได้ใส่ใจว่ารายการจะตัดต่อยังไง จะให้กล้องเยอะหรือไม่เยอะก็ได้ ขอแค่เวทีของจิ่นหลีต้องครบถ้วนเท่านั้น

เพื่อสิ่งนั้น พวกเธอยอมสละฟุตเทจส่วนเกินบางส่วนเพื่อแลกเปลี่ยนได้

จิ่นหลีพอได้ฟังความคิดเห็นก็พยักหน้าตาม “ได้เลย”

การโต้ตอบกับผู้เข้าแข่งขันอะไรนั่น ไม่สำคัญ

เหตุผลที่มาเข้าร่วมรายการนี้ ก็เพื่อเวทีเท่านั้น

พอดีเธอเป็นคนขึ้นแสดงคนแรก ตอนนั้นสภาพร่างกายยังดีอยู่

จิ่นหลีเชื่อว่า หากทีมตัดต่อไม่จงใจทำให้เสีย เธอขึ้นเวทีเมื่อไร แฟน ๆ ที่สนับสนุนเธอจะต้องไม่ผิดหวังแน่นอน

ขณะจี้ชิงเหลียนกลับหอพัก สีหน้าเธอกลับดูเหม่อลอยเล็กน้อย

เธอส่งจิ่นหลีถึงหน้าตึกหอพัก จิ่นหลียังอยากชวนเธอไปดื่มชาเช้าพรุ่งนี้ แต่จี้ชิงเหลียนส่ายหน้าอย่างเสียดาย

“คงไม่ได้แล้วล่ะ ฉันต้องบินไปตงเฉิงคืนนี้เลย ผู้ช่วยเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้ว”

ระหว่างที่พูดนั้น จิ่นหลีได้ยินเสียงล้อกระเป๋าเดินทางกลิ้งมาจากสุดถนน เงยหน้ามอง เห็นบอยแบนด์ ‘มีนาคม’ แต่ละคนมีกระเป๋าเดินทางในมือ กำลังเร่งฝีเท้า

พอดีเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านก็คือทางที่จิ่นหลีกับจี้ชิงเหลียนยืนอยู่

ด้านหลังวงมีนาคม ผู้ช่วยของจี้ชิงเหลียนก็กำลังลากกระเป๋าเดินทางมาด้วย

พวกเขาทักทายจิ่นหลีและจี้ชิงเหลียน เยี่ยนซิงต้งถามว่า “คุณครูทั้งสองก็ต้องรีบไปขึ้นเครื่องเหมือนกันหรือเปล่าครับ?”

จี้ชิงเหลียนถามอย่างสงสัย “ใช่ ฉันต้องบินไปตงเฉิงอีกเดี๋ยว พวกเธอล่ะ?”

เยี่ยนซิงต้งยิ้ม “พวกเราก็จะบินไปตงเฉิงเหมือนกัน ไปงานเฉลิมฉลองครับ”

จี้ชิงเหลียนว่า “บังเอิญจัง หรือพวกเธอก็จะไปงานการกุศลของ ‘จิ่นเซ่อ’ เหมือนกัน?”

“ใช่ครับ”

กู้เฉิงหันมามองจิ่นหลี “รุ่นพี่ กระเป๋าของคุณล่ะครับ?”

จิ่นหลีไอเบา ๆ ตั้งใจจะรักษาท่าทีเย็นชาแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้ไป” แต่ยังไม่ทันพูด จี้ชิงเหลียนก็พูดแทรกขึ้น “เธอไม่ได้รับเชิญ”

จิ่นหลีมองเธอด้วยสายตาเจ็บใจ “ต่อหน้าคนอื่น ช่วยรักษาหน้าฉันหน่อยก็ไม่ได้เหรอ”

จี้ชิงเหลียนหัวเราะ “ถ้าเธอซื้อสลากให้ฉัน แล้วฉันถูกรางวัลสักสองแสน หรือไม่ก็สองหมื่น ฉันจะอุ้มเธอไว้บนฝ่ามือทุกวันเลย เรียกเธอว่า ‘ทวด’ ก็ยังได้”

จิ่นหลียกคางขึ้นอย่างหยิ่ง “นี่มันเรื่องโชคเหรอ มันเรื่องหน้าตาต่างหาก! คนอย่างเธอโชคไม่ดีหรอก!”

จี้ชิงเหลียนกัดฟันแน่น อยากจะตบเจ้า ‘สาวดวงดี’ คนนี้สักที

แต่กลับเป็นกู้เฉิงที่เก็บคำพูดนั้นไปคิด แววตาเขาเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย

จิ่นหลีบอกลาแล้วรีบกลับหอ ล้างเครื่องสำอาง อาบน้ำ แล้วทิ้งตัวลงนอนทันที

อีกด้านหนึ่ง ในยามดึก

วงมีนาคมและจี้ชิงเหลียนเดินทางไปขึ้นเครื่อง บังเอิญทุกคนได้ที่นั่งแถวที่สามของชั้นหนึ่งเหมือนกัน

แต่ที่บังเอิญกว่านั้นก็คือ เหลียนเป่าจือก็อยู่ในเที่ยวบินเดียวกัน และยังนั่งแถวเดียวกันอีกด้วย

เฉินหลินพูดหยอกให้บรรยากาศผ่อนคลาย “ถ้ามีคุณครูจิ่นหลีด้วย เราคงครบวงตั้งโต๊ะเล่นไพ่นกกระจอกได้เลย”

เหลียนเป่าจือฮึดหนึ่งเสียง หันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ถึงคนอื่นจะมองไม่เห็นสีหน้า แต่ท่าทีของเธอก็ไม่ดีนัก

จี้ชิงเหลียนหัวเราะเบา ๆ

“พูดถึงจิ่นหลีเหรอ เอาเถอะ อย่าเล่นไพ่กับเธอเลย”

สมาชิกวงมีนาคมมองอย่างสงสัย เฉินหลินถามต่อ “ทำไมล่ะครับ เล่นไม่เป็นเหรอ?”

จี้ชิงเหลียนส่ายหัว ทำหน้าจริงจัง “เว้นแต่ว่าพวกเธออยากโดนเธอสั่งสอนด้วยไพ่เทียนหูเปิดเกม ไม่งั้นอย่าเล่นเกมใด ๆ ที่ต้องพึ่งโชคกับเธอเลย”

กู้เฉิงถาม “รุ่นพี่ของผมเขาโชคดีตลอดเลยเหรอครับ?”

จี้ชิงเหลียนครุ่นคิด ก่อนเหลือบตามองเหลียนเป่าจือพลางพูดเนิบ ๆ “อย่างน้อยก็ยังดีกว่าพวกที่พยายามแข่งกับเธอ แต่ไม่เคยชนะได้สักครั้งล่ะนะ”

เมื่อเครื่องลงจอด ก็เป็นเวลาตีสอง เหล่าครูต่างแยกย้ายกันที่สนามบิน

ดึกดื่นเช่นนี้ แต่แฟนคลับยังตามมาเฝ้ารอ ทุกครูต่างก็มีแฟนคลับมารอ โดยเฉพาะวงมีนาคมที่มีคนเยอะที่สุด

พวกเขาปรากฏตัวเมื่อไร เสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ก็ดังกึกก้องไปทั้งสนามบิน

สมาชิกวงแต่ละคนต่างคงสีหน้าเรียบเฉย ไม่พูดไม่จา รีบเดินออกจากสนามบินโดยไม่ทักทายแฟน ๆ

พวกเขามีกฎห้ามให้แฟนคลับมารับที่สนามบิน เพราะกลัวเกิดเหตุวุ่นวาย

สมัยเพิ่งเดบิวต์ เคยเกิดเรื่องในสนามบินอยู่หลายครั้ง

ต่อให้พยายามสื่อสารกับแฟน ๆ แค่ไหน สุดท้ายก็มีคนแอบเปิดเผยตารางเดินทางอยู่ดี

พอสมาชิกวงขึ้นรถตู้ปิดประตูลง เฉินหลินก็กลั้นไม่อยู่ “คุณครูเหลียนเป่าจือดูไม่ชอบคุณครูหลีเลยนะ ทั้งในกองถ่ายวันนี้ ทั้งบนเครื่อง สีหน้าเธอมีแต่ความเป็นศัตรู”

กู้เฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบช้า ๆ “ไม่เพียงเท่านั้นนะ นายไม่เห็นเหรอว่าคุณครูจี้ชิงเหลียนเองก็ไม่ชอบคุณครูเหลียนเป่าจือ อีกอย่าง อย่าเรียกชื่อเล่น เรียกคุณครูจิ่นหลีสิ”

กัปตันเยี่ยนซิงต้งพูดอย่างจนใจ “เฉินหลิน ใช้สมองคิดหน่อยสิ บริษัท LP มีดาราหญิงระดับท็อปตั้งมากมาย เหลียนเป่าจือจะเลือกใครก็ได้ ทำไมต้องเลือกคุณครูจิ่นหลี?”

เฉินหลินตอบ “เพราะเธอสนิทกันไง?”

เพื่อนร่วมวงอีกสามคนพร้อมใจกันมองหน้าอย่างเหนื่อยใจ

วงมีนาคมมีสิ่งมหัศจรรย์อยู่สามอย่าง หนึ่งในนั้นคือสมองของเฉินหลิน — พูดโดยไม่ผ่านสมอง คิดเรื่องอะไรก็ไม่ใช้สมอง

ภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง

กู้เฉิงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ “จริง ๆ ฉันสงสัยอย่างหนึ่งนะ จี้ชิงเหลียนกับคุณครูจิ่นหลีดูสนิทกัน ทำไมถึงไม่เลือกเธอเป็นคู่?”

คนขับซึ่งเป็นผู้จัดการพูดขึ้น “พวกนายพูดถึงบริษัท LP ใช่ไหม เรื่องนี้ปกติเลย บริษัทนี้มองแต่ผลประโยชน์ ไม่ยอมให้นักแสดงในสังกัดเป็นบันไดให้คนอื่นเหยียบขึ้นไปแน่”

“LP ไม่มีทางให้จี้ชิงเหลียนเลือกจิ่นหลีหรอก เพราะรู้ว่าจี้ชิงเหลียนต้องช่วยเธอแน่ แต่ให้เหลียนเป่าจือเลือกจิ่นหลี ก็เพื่อให้เหลียนเป่าจือได้เหยียบเธอ”

ผู้จัดการเสริม “อย่าประเมินคุณครูจิ่นหลีต่ำไปนะ เธอกำลังโด่งดังสุดขีด ถ้าไปได้ดีอีกนิด การกลับสู่แถวหน้าของวงการเป็นแค่เรื่องเวลา มีคนในวงการไม่น้อยเลยที่จ้องจะฉุดเธอลง เพื่อแย่งกระแสของเธอ”

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 31 อยากโดนย่ำยี ก็ไปหาจิ่นหลี

ตอนถัดไป