บทที่ 11 เผชิญหน้าซอมบี้
บทที่ 11 เผชิญหน้าซอมบี้
หลี่อวี่ให้ภรรยาและลูกสาวของลุงตงขึ้นรถไปก่อน
หลี่หางลงมาจากรถ เสี่ยวลู่แม้จะดูตื่นเต้นและประหม่า แต่ก็รวบรวมความกล้าเดินตามลงมาด้วย
ตอนที่ลงจากรถ ป้าสะใภ้ทำท่าเหมือนจะพูดห้ามปราม
แต่พอเห็นว่าหลี่หางลงไปยืนรออยู่ก่อนแล้ว สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเงียบ
เสี่ยวลู่ก้มเก็บท่อนไม้จากพื้นขึ้นมาถือไว้ แล้วมายืนข้างๆ หลี่อวี่ เขาหันไปมองลูกพี่ลูกน้องคนนี้ด้วยสายตาชื่นชมเล็กน้อย
ใช้ได้ มีความเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้าง
ภาพที่ปรากฏขึ้นจึงเป็นเช่นนี้...
มองจากขวาสุด ไล่ตงเซิงหรือลุงตงถือมีดผ่าฟืนเล่มโต ถัดมาคือเสี่ยวลู่ที่ถือท่อนไม้
ต่อมาคือหลี่อวี่และหลี่หางที่ถือดาบยาว
ทั้งสี่คนยืนเรียงหน้ากระดาน เผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านบน
"เสี่ยวอวี่ พวกแกทำอะไรกันอยู่?"
บนหอสังเกตการณ์ หลี่หงหยวนมองลงมาเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างกำแพงจึงตะโกนถามด้วยความสงสัย
"พ่อ เปิดไฟสปอตไลต์หน่อย!" หลี่อวี่ตะโกนตอบ
ตอนที่ออกแบบหอสังเกตการณ์นี้ เขาคำนึงถึงปัญหาเวลากลางคืนไว้แล้ว จึงติดตั้งสปอตไลต์ระยะไกลพิเศษไว้สองตัว ว่ากันว่าส่องได้ไกลหลายร้อยเมตร
ข้อเสียคือเปลืองไฟชิบหาย!
หลี่หงหยวนทำตามที่ลูกชายบอก
ทันทีที่ไฟสว่างวาบ หลี่หงหยวนก็มองเห็นซอมบี้เกือบ 20 ตัวที่กำลังมุ่งหน้ามาอย่างชัดเจน เขายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก
รวมถึงอารองและอาสี่ที่เพิ่งขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์ก็พลอยตกตะลึงไปด้วย
หอสังเกตการณ์ไม่ได้ใหญ่โตอะไร พื้นที่ไม่ถึง 10 ตารางเมตร แต่ก็กว้างพอให้ชายสามคนยืนได้สบายๆ
"เสี่ยวอวี่ นั่นมันคนหรือเปล่า? ทำไมท่าเดินดูไม่เหมือนคนเลย" อารองถามขึ้น
"อารอง รีบเปิดประตู! เปิดประตูเร็วเข้า! พวกมันไม่ใช่คน พี่ใหญ่บอกว่าเป็นซอมบี้! ตอนนี้ในเมืองมีแต่ไอ้ตัวพวกนี้เต็มไปหมด เจอคนเป็นกัด!"
ยังไม่ทันที่หลี่อวี่จะตอบ หลี่หางก็ชิงตะโกนตอบกลับไปก่อน
หลี่อวี่ปรายตามองน้องชายแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าตะโกนบอกสามคนบนหอคอย
"เสี่ยวหางพูดถูก ผมเพิ่งไปรับป้าสะใภ้กับคนอื่นมา พ่อรีบเปิดประตูพาพวกเธอเข้าไปก่อน"
สิ้นเสียงคำสั่ง หลี่อวี่ก็พุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงซอมบี้เป็นคนแรก
ไม่มีทางเลือกอื่น ซอมบี้ตัวหน้าๆ ที่เดินเร็วหน่อยอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึง 10 เมตรแล้ว
ขืนรอให้พวกมันล้อมเข้ามา งานจะงอกเอาได้
ดังนั้นเขาต้องชิงลงมือก่อน จัดการตัวหน้าๆ เพื่อไม่ให้โดนล้อมกรอบ
"เสี่ยวอวี่!"
"พี่!"
"ไอ้ลูกชาย!"
เสี่ยวหางที่อยู่ข้างๆ รวมถึงพ่อและอาสี่บนหอคอยต่างตะโกนเรียกด้วยความตกใจ
ภาพที่เห็นคือหลี่อวี่บุกตะลุยเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว มือเงื้อดาบฟันฉับเดียว
ซอมบี้สองตัวล้มคว่ำทันที
เขาหมุนตัวกลับ แล้วฟันใส่ซอมบี้อีกสองตัว
ชั่วพริบตา ซอมบี้อีกสองตัวนั้นก็ลงไปนอนกองกับพื้น
หลี่หงหยวนที่ยืนดูอยู่บนหอคอย ตอนแรกหัวใจแทบจะวายด้วยความเป็นห่วง
แต่พอเห็นฉากสังหารเมื่อครู่ เขาก็ยืนอ้าปากค้าง ลูกชายเขาไปเอาความเก่งกาจขนาดนี้มาจากไหน
พอได้สติ หลี่หงหยวนก็รีบลากอารองกับอาสี่วิ่งลงไปเปิดประตูทันที
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตู...
ไล่ตงเซิงกับหลี่หางก็พุ่งตามออกไป ต่างคนต่างเลือกเป้าหมายของตัวเอง
ไล่ตงเซิงเป็นคนแรงเยอะ มีดผ่าฟืนทั้งหนักและหนาสับลงที่ต้นคอซอมบี้เต็มแรง
หัวของซอมบี้ตัวนั้นถูกบั่นเข้าไปถึงสี่ในห้าส่วน เหลือเนื้อเยื่อติดอยู่แค่นิดเดียว หัวห้อยต่องแต่งพาดบ่า ตายสนิทชนิดที่ไม่ต้องสืบ
หลี่หางดูเหมือนจะถูกลุงตงกระตุ้นต่อมแข่งขัน เขาแทงมีดสวนเข้าไปที่เบ้าตาซอมบี้เต็มแรง
ฉึก! ทะลุถึงสมอง
ซอมบี้ล้มตึง สะอาดหมดจด
จังหวะนั้นเอง ซอมบี้อีกสองตัวก็วิ่งกรูเข้าใส่หลี่หางด้วยความเร็วสูง หลี่หางหันขวับไปเห็นพอดี ในหัวพลันนึกถึงวิธีที่พี่ชายสอน
เขาวิ่งฉีกออกไปทางขวาของซอมบี้ตัวหนึ่ง อาศัยจังหวะที่มันกลับตัวช้า แทงสวนเข้าไปทันที พอจัดการได้หนึ่งตัว อีกตัวก็หันกลับมาพุ่งใส่เขา
หลี่หางถอยฉาก อาศัยแรงเฉื่อยที่มันพุ่งเข้ามา แทงสวนเข้าไปอีกดอก
แต่จังหวะนั้นเอง ซอมบี้ตัวอื่นๆ ด้านหลังก็ตามมาทันแล้ว
"ระวัง!"
หลี่อวี่ตะโกนลั่น วิ่งสามก้าวควบเป็นก้าวเดียวพุ่งเข้ามา
ดาบยาวตวัดขวาง ตัดหัวซอมบี้สามตัวที่กำลังจะถึงตัวหลี่หางกระเด็นหลุดจากบ่า
ด้วยความที่เป็นดาบเหล็กกล้าสั่งทำพิเศษ มีความยาวและผ่านการลับคมมาอย่างดี มันจึงคมกริบไร้ที่ติ
อีกด้านหนึ่ง ลุงตงจับด้ามมีดผ่าฟืนด้วยสองมือ ง้างฟันซอมบี้ที่ดาหน้าเข้ามาทางขวา แต่หลังจากฟันไปหลายครั้ง มีดเริ่มทื่อ ขอบใบมีดเริ่มบิ่นให้เห็น
ซอมบี้ตัวหลังๆ ยังคงทยอยเดินเข้ามา
ถัดจากนั้น...
หลี่อวี่กระโจนเข้าใส่กลุ่มซอมบี้ที่เหลืออีกนับสิบตัว ไล่ฟันดะทั้งแนวตั้งแนวนอน เพียงไม่กี่นาทีก็เก็บเรียบ
เหลือไว้เพียงซอมบี้สองตัวที่ถูกเขาตัดขาทิ้ง กำลังตะเกียกตะกายคลานมาข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย!
เขายื่นดาบส่งให้เสี่ยวลู่ แล้วชี้ไปที่ซอมบี้สองตัวบนพื้น
เสี่ยวลู่ที่ยืนดูสามคนข้างหน้าโชว์เทพมาสักพัก คันไม้คันมือจนทนไม่ไหวแล้ว
เขาโยนท่อนไม้ทิ้ง เลียนแบบท่าทางของหลี่หาง แทงมีดเข้าใส่ซอมบี้ที่กำลังคลานมา
แต่เขาประเมินความแข็งของกะโหลกซอมบี้ต่ำไป การแทงครั้งแรกจึงเข้าเนื้อไปได้แค่ไม่กี่เซนติเมตร
ซอมบี้ที่นอนอยู่ยังคงตะกายเข้ามาหา เสี่ยวลู่ตกใจจนกระโดดถอยหลัง
ประจวบเหมาะกับที่ประตูใหญ่ถูกเปิดออกโดยหลี่หงหยวนและอารองหลี่หงต้า
เสี่ยวลู่หันไปมองหลี่อวี่ด้วยความเขินอาย ก่อนจะตั้งสมาธิเล็งดาบไปข้างหน้า
แล้วแทงสุดแรงเกิด!
ผัวะ!
ศีรษะซอมบี้ระเบิดออกราวกับแตงโมที่ถูกทุบจนเละ
เลือดและมันสมองสาดกระเซ็น
หลี่หงหยวนวิ่งออกมาทันทีที่เปิดประตู เห็นซากซอมบี้นอนเกลื่อนพื้น สายตาจับจ้องไปที่คนทั้งสี่ด้วยความตื่นตะลึง
ป้าสะใภ้ที่เห็นเหตุการณ์จากบนรถ พอเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็รีบลงมา
เธอวิ่งไปหาเสี่ยวลู่ มองดูลูกชายวัยกำลังโตที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดซอมบี้ ขอบตาของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
หลี่หงหยวนกำลังจะอ้าปากถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของซากศพบนพื้น... มันดูคุ้นตาเหลือเกิน
นี่มัน... นี่มันช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ หลี่ซานสุ่ย ไม่ใช่เหรอ?
แล้วนั่นก็ตาหลิวกับตาเซี่ยที่อยู่ตลาดสดนี่นา?
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หลี่หงหยวนหันขวับไปมองหลี่อวี่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
หลี่อวี่เห็นสายตาพ่อ จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พ่อ เหมือนที่ผมเคยบอกไป เพื่อนผมที่เซี่ยงไฮ้เตือนมา ดูจากสภาพตอนนี้ น่าจะติดเชื้อไวรัสจนกลายเป็นซอมบี้กันหมดแล้ว"
"แต่พวกเขาก็เป็นคนนะ?!"
"พ่อดูสภาพสิครับ ยังมีตรงไหนเหมือนคนอีก" หลี่อวี่สวนกลับ
ป้าสะใภ้ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบช่วยเสริม "พี่เขย คนพวกนี้ติดเชื้อแล้วกลายเป็นตัวประหลาดไปแล้วค่ะ เหมือนที่เสี่ยวอวี่บอก เรียกว่าซอมบี้ พวกมันเจอคนเป็นกัด เมื่อกี้พวกเรา..."
ระหว่างที่คุยกัน ญาติๆ คนอื่นในบ้านได้ยินเสียงเอะอะก็พากันวิ่งออกมาดู
ใจจริงหลี่อวี่ไม่อยากให้ครอบครัวมาเห็นภาพสยดสยองแบบนี้ โดยเฉพาะพวกผู้สูงอายุอย่างปู่ย่าตายาย กลัวพวกท่านจะช็อก
แต่มาคิดดูอีกที วันสิ้นโลกมันเริ่มขึ้นแล้ว เขาคงไม่สามารถตามประกบปกป้องพวกท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ให้รับรู้ความจริงตรงหน้าเสียหน่อยก็น่าจะดี
เผื่อวันหน้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ทุกคนจะได้ไม่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
แต่ผิดคาด... ปู่กับคนอื่นๆ ไม่ได้ดูตกใจกลัวอย่างที่คิด
คนแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากยุคก่อน ผ่านความอดอยาก ยากจน และความลำบากมาสารพัด
อะไรบ้างที่ไม่เคยเจอ!
ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นอดตาย ก็ไม่นับว่าน่ากลัว
แต่พวกเด็กรุ่นหลังกลับรับภาพตรงหน้าไม่ไหว ต่างพากันไปหลบหลังพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว
อารองกับอาสี่เดินไปดูศพซอมบี้ใกล้ๆ สีหน้าเคร่งเครียดดุดัน
ตาและปู่สอบถามสถานการณ์จากหลี่หงหยวน พอรู้เรื่องราวภายนอก ก็ถอนหายใจยาวด้วยความกลัดกลุ้ม
"โลกนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวันแล้วสินะ!"
"ไม่รู้ป่านนี้หลี่หงเฉียน ที่อยู่ต่างจังหวัดจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง..."
สิ้นคำพูดของปู่
ตากับยายก็เริ่มวิตกกังวลถึงน้าเล็กและน้าเขยรองที่ปักกิ่งขึ้นมาทันที
เฮ้อ! รู้อย่างนี้น่าจะบังคับให้พวกนั้นกลับมาตั้งแต่แรก!
ทีนี้ไม่รู้จะทำยังไงดี อยู่ไกลกันคนละทิศละทาง
ข้างนอกก็วุ่นวายขนาดนี้!
แม่ของหลี่อวี่และยายเริ่มกอดคอกันร้องไห้ ทั้งเสียใจทั้งเป็นห่วง
บรรยากาศในที่นั้นพลันเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้าเข้าปกคลุม...