บทที่ 29 บ้าน!
บทที่ 29 บ้าน!
เหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งจุกอยู่ที่ลำคอของหลิวเจี้ยนเหวิน ทำให้เขาพูดไม่ออก
"เสี่ยวอวี่ ลุง... ลุงไม่อยาก..." บรรยากาศหนักอึ้งจนน่าอึดอัด หลิวเจี้ยนเหวินพูดไม่เป็นประโยค
สุดท้ายศีรษะที่เพิ่งเงยขึ้น ก็ตกลงไปอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง
เฮ้อ...
เสียงถอนหายใจที่อัดอั้น
ความกลัดกลุ้ม ความเสียใจ ความสับสน ความลังเล ความหวาดกลัว...
อารมณ์หลากหลายผสมปนเปกัน ทำให้เขาดูเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากในทันที
ผ่านไปครู่หนึ่ง
หลี่อวี่ใช้กำปั้นทุบไหล่หลิวเจี้ยนเหวินเบาๆ
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า "ลุงครับ ยังมีผมอยู่นะ! เราจะปกป้องครอบครัวไปด้วยกัน! เราต้องรอดในไอ้วันสิ้นโลกเฮงซวยนี้ และต้องรอดอย่างมีความสุขด้วย!"
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่หนักแน่นของหลี่อวี่ กระแสความอบอุ่นก็ไหลผ่านจิตใจ ราวกับแสงตะเกียงที่ส่องสว่างนำทางจิตวิญญาณที่หลงอยู่ในม่านหมอก
นั่นสินะ! ตอนนี้โลกมันพังพินาศไปแล้ว เราก็ต้องปกป้องสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดเอาไว้
อย่างเช่น... ครอบครัว!
ในยุคก่อนวันสิ้นโลก ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาไปไกล การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนสะดวกขึ้น แต่ระยะห่างระหว่างใจกลับไกลออกไปทุกที
แนวคิดเสรีนิยมจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้ผู้คนเชิดชูความเป็นปัจเจก ความเป็นอิสระ และความผูกพันในตระกูลก็เจือจางลง
ทำไมในชาติที่แล้วก่อนเขาจะตาย ผู้คนมากมายถึงใช้ชีวิตอย่างซากศพไร้วิญญาณ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?
เพราะขาดศรัทธา! ใจไม่มีที่ยึดเหนี่ยว! ใจไม่มีรากฐาน!
ประเทศชาติ...
ก่อนวันสิ้นโลก ทำไมทหารและวัยรุ่นเลือดร้อนจำนวนมากถึงเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ นั่นเพราะพวกเขามีเลือดรักชาติเหมือนกัน: ปิตุภูมิ ต้องยิ่งใหญ่!
ประวัติศาสตร์ห้าพันปีอันเกรียงไกร ใครรุกรานแผ่นดินจีน แม้ไกลสุดขอบฟ้าจักต้องถูกลงทัณฑ์ นั่นคือปณิธานอันแรงกล้า ดั่งบทกวีที่ว่า'ขอเพียงแม่ทัพมังกรยังอยู่ จะไม่ยอมให้ม้าศึกศัตรูข้ามเขาอินซาน'
น่าเสียดาย...
ตอนนี้โลกแตกสลาย รัฐบาลล่มสลาย สังคมไร้ระเบียบ ไม่มีประเทศ ไม่มีกฎหมาย ทั่วโลกไม่เหลือคำว่า 'ชาติ' อีกต่อไป!
สิ่งที่ทำได้ คือต้องโฟกัสไปที่คำคำเดียว
บ้าน!
การให้ความสำคัญกับสายใยครอบครัว คือเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูกดำของคนจีนอย่างไม่มีวันลบเลือน!
"บ้าน คืออ่าวที่ลุงสามารถจอดพักพิงได้โดยไม่ต้องกังวล และเป็นสถานที่ที่จะช่วยให้ลุงกอบกู้ความกล้าหาญกลับคืนมาได้ในยามที่สิ้นหวังที่สุด"
หลี่อวี่พร่ำบ่นอยู่ข้างๆ หลิวเจี้ยนเหวินราวกับคนแก่ เหมือนกำลังพูดกับลุง แต่ก็เหมือนกำลังบอกตัวเองไปพร้อมกัน
การสร้างแนวคิดครอบครัวขึ้นมาใหม่ สายเลือดที่เชื่อมโยงกัน ย่อมเหนียวแน่นกว่าคนนอก
เทียบกับคนแปลกหน้าแล้ว ญาติพี่น้องที่มีผลประโยชน์ร่วมกันและมีสายเลือดเดียวกัน ย่อมพึ่งพาได้มากกว่า
เขาต้องการสร้างวัฒนธรรมครอบครัว สร้างศรัทธาของตระกูลขึ้นมาใหม่ ให้ทุกคนมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อใจมีที่พึ่ง คนก็จะเข้มแข็งขึ้น! เมื่อใจไร้ความกลัว ก็จะไร้เทียมทาน!
หลิวเจี้ยนเหวินตั้งใจฟังสิ่งที่หลี่อวี่พูด ในใจยิ่งรู้สึกตื้นตัน
เขาตบไหล่หลี่อวี่ แล้วพูดเน้นเสียงหนักแน่นว่า "พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน!"
จากนั้นเขาก็พูดราวกับให้คำสัตย์ปฏิญาณ "เสี่ยวอวี่ ลุงจะปกป้องครอบครัวให้ดีที่สุด! ต่อไปนี้ ลุงจะเชื่อฟังแก!"
หลี่อวี่พยักหน้าเบาๆ แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา ในชีวิตก่อนที่เขาย้อนเวลากลับมา ช่วงปีเหล่านั้นไม่มีใครที่เขาเชื่อใจได้เลย ผู้คนต่างเรียนรู้ที่จะใส่หน้ากากเข้าหากัน เขาเจ็บปวดมานับครั้งไม่ถ้วน หัวใจก็เย็นชาลงเรื่อยๆ ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย
แต่เขาในตอนนี้ ใจมีที่ยึดเหนี่ยว ครอบครัวอาจจะเป็นจุดอ่อนของเขาในบางครั้ง แต่ก็เป็นไปได้มากกว่า ที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
ราวกับได้เจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ หลี่อวี่รู้สึกดีใจมาก
เขากอดคอลุงใหญ่อย่างสนิทสนม แล้วเดินกอดคอกันกลับไปที่วิลล่าราวกับเพื่อนซี้
หลิวเจี้ยนเหวินสัมผัสได้ถึงการกระทำนั้น หัวใจพลันอบอุ่นขึ้นมา เขาหัวเราะเบาๆ
เมื่อกลับถึงห้อง ก็พบว่าเจ้าหนูซวนซวนแอบวิ่งมานอนที่ห้องเขาอีกแล้ว...
ตั้งแต่หลี่อวี่พาเธอกลับมาที่ฐานทัพ หลี่อวี่ไปไหน เธอก็จะตามไปด้วย
หลี่อวี่ตบแก้มซวนซวนเบาๆ แล้วบอกว่า "ซวนซวน มานอนที่นี่ทำไม ไปนอนห้องตัวเองสิ"
ซวนซวนไม่สนใจ กลับพลิกตัวนอนต่อหน้าตาเฉย
หลี่อวี่เห็นแบบนั้นก็ไม่อยากปลุกเธอ เขาค่อยๆ ย่องออกจากเตียงอย่างเบามือ
ซวนซวนไม่ได้นอนหลับสนิทแบบนี้มานานมากแล้ว การได้อยู่ข้างกายหลี่อวี่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเป็นพิเศษ
สำหรับเธอแล้ว เธอเชื่อใจแค่หลี่อวี่คนเดียว!
เป็นหลี่อวี่ที่ช่วยเธอขึ้นมาจากความสิ้นหวัง เป็นหลี่อวี่ที่ลูบหัวเธอแล้วบอกว่า "ไปกับฉัน!"
เป็นหลี่อวี่ที่มอบความอบอุ่นที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึงหลังจากวันสิ้นโลก!
ในวินาทีที่หลี่อวี่ช่วยชีวิตเธอ เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องตอบแทนบุญคุณเขา รอให้เธอโตขึ้น เธอจะต้องปกป้องพี่หลี่อวี่ให้ได้!
ซวนซวนหลับสนิทมาก
หลี่อวี่มองเด็กหญิงผู้น่าสงสารคนนี้ ดูเหมือนเธอจะเห็นเขาเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวไปแล้ว!
ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย เขาเดินไปที่ริมหน้าต่าง ปูผ้านวมง่ายๆ แล้วพิงขอบหน้าต่าง เหม่อมองดวงจันทร์ที่ค่อยๆ ลอยต่ำลง
เขาไม่ได้นอน นึกถึงสิ่งที่หลิวฮว่าเหมยพูดวันนี้เรื่องเหตุการณ์ที่ 'ภูเขาหิน' ปากก็พึมพำกับตัวเอง ภูเขาหินสินะ...
หลิวฮว่าเหมยตายแล้ว แล้วหลิวเว่ยหมินล่ะ? จะจัดการกับพวกเลขาธิการหมู่บ้านยังไงดี?
สำหรับหลี่อวี่แล้ว เขาชอบถอนรากถอนโคนปัญหาตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า
.........
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อวี่ตื่นเอาตอนเที่ยง
ประชุม... ออกเดินทางไปภูเขาหิน เขาจะไปทำเรื่องใหญ่!
หนึ่ง: ฝึกทหาร ให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักความโหดร้ายของสันดานมนุษย์และความเป็นจริง
สอง: กำจัดภัยคุกคาม ยิ่งมีคนรู้ที่ตั้งฐานทัพน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะคนเลว
สาม: สร้างจิตสำนึกแห่งวิกฤต
เขารวบรวมพล ประกอบด้วย ลุงใหญ่หลิวเจี้ยนเหวิน, อารองหลี่หงต้า,
และพาลูกหลานรุ่นเล็กไปด้วย น้องชายหลี่หาง, น้องสาวหลี่หยวน, ลูกพี่ลูกน้องชาย หลี่ฮ่าวเสียน, หลี่ฮ่าวหราน, หลี่เจิ้งผิง ลูกพี่ลูกน้องหญิง: หลี่เพ่ยเจิน, หลี่ซู่ซิน, ลูกสาวสองคนของไล่ตงเซิง
และคนอื่นๆ
ในครอบครัวมีผู้ชายอายุเกิน 16 ปี เกือบ 20 คน ผู้หญิงเกือบ 10 คน
ขบวนรถ 15 คนเคลื่อนพลออกไปอย่างยิ่งใหญ่
คนที่อยู่เฝ้าบ้านคือพ่อหลี่หงหยวน อาสี่ และลุงเขย
ตอนแรกพวกผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการพาหลี่ซู่ซินวัย 4 ขวบ และจางจื้อซิง เด็กชายขี้มูกโป่งวัย 6 ขวบลูกของอาหญิงไปด้วย
แต่หลี่อวี่ใช้เหตุผลประโยคเดียวว่า "ปกป้องพวกเขาได้ชั่วคราว แต่จะปกป้องได้ตลอดไปเหรอ?"
ทำให้สุดท้ายพวกผู้ใหญ่ต้องยอมตกลง
ก่อนไป หลี่อวี่ยังยื่นปืนให้อาสี่กับลุงเขยคนละกระบอก กำชับให้ปกป้องครอบครัวให้ดี ตอนส่งปืนให้ หลี่อวี่มองตาพวกเขาลึกซึ้ง หวังว่าพวกเขาจะรักษาตัวให้ดี!
จากนั้นจึงออกเดินทาง ครั้งนี้ขับรถไปสามคัน
หลี่อวี่กับลุงใหญ่ถือปืนกลมือที่บรรจุกระสุนเต็มแม็กคนละกระบอก หลี่หางรบเร้าจะเอาด้วย สุดท้ายหลี่อวี่ก็ให้ไป แต่กำชับให้ระวังปืนลั่น
ส่วนคนที่เหลือ ต่างพกอาวุธมีดและหน้าไม้ แม้แต่หลี่ซู่ซินวัย 4 ขวบ ก็ยังพกมีดสั้นเล่มเล็ก
การไปภูเขาหินครั้งนี้ หนูน้อยซวนซวนตื่นเต้นเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะตอนที่เธอได้รับมีดสั้นมาเล่มหนึ่ง เธอคอยขอให้หลี่อวี่สอนวิธีใช้ให้
ตั้งแต่ได้มีดมา เธอก็ฝึกท่าทางที่หลี่อวี่สอนไม่หยุด โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย