บทที่ 93 วางแผน

บทที่ 93 วางแผน
ช่วงที่ผ่านมานี้ พวกคนงานก่อสร้างและกลุ่มของหลี่อวี่กินดื่มอยู่ร่วมกัน
เหมือนกับการกินข้าวหม้อใหญ่ในสมัยก่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
คนงานก่อสร้างเหล่านี้ ตั้งแต่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกหลี่อวี่ ไม่เพียงแค่นั้น ภายหลังยังช่วยตามหาครอบครัวของพวกเขาจนเจอ
จนกระทั่งมาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างป้อมปราการหน้าประตู ช่วยกันต้านทานฝูงซอมบี้ และออกไปฆ่าคนด้วยกัน!
ถือว่าได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันพอสมควร ในช่วงเวลานี้หลี่อวี่ได้เฝ้าสังเกตคนกลุ่มนี้มาตลอด ผ่านการทดสอบมาระยะหนึ่ง อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ หลี่อวี่ก็รู้สึกว่าพวกเขาซื่อสัตย์และไว้ใจได้
และในเหตุการณ์ล่าสุดที่สังหารกลุ่มของไอ้ฟันทอง ก็ยิ่งทำให้พวกเขาตระหนักถึงความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของหลี่อวี่ จนยอมศิโรราบให้เขาเป็นผู้นำด้วยความเต็มใจ
ตอนนี้ ถือว่าพวกเขาได้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มแล้ว
อาหารเย็นวันนี้ รสชาติเยี่ยมยอด
หมูสามชั้นตุ๋นวุ้นเส้นผักกาดขาว, ผัดผักกาดขาว, ยำหัวไชเท้าดองแช่เย็น, ปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบผัดพริก
ข้าวสวยร้อนๆ สามถังใหญ่
เมื่อทุกคนเห็นอาหารวันนี้ ต่างก็รู้สึกดีใจกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะพวกคนงานก่อสร้าง ก่อนวันสิ้นโลกพวกเขายังไม่ได้กินดีขนาดนี้เลย หลังวันสิ้นโลกพอได้มาอยู่กับพวกหลี่อวี่ ชีวิตก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แม้ว่าจะต้องออกแรงช่วยขนของ ฟันซอมบี้ หรือ... ฟันคนบ้างก็ตาม
อาหารเหล่านี้ ล้วนมาจากผลพวงของการเตรียมการของหลี่อวี่ ที่กักตุนเสบียงไว้มากมาย อีกทั้งในฐานทัพยังมีการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ทั้งไก่ เป็ด ปลา ห่าน กุ้ง หมู วัว แพะ...
ต้นท้อ, ต้นสาลี่, ต้นส้ม, ต้นแอปริคอต, ต้นแอปเปิล, แตงโม, อ้อย, มะเฟือง, องุ่น, ต้นพลัม, ต้นมะม่วง...
พอนึกขึ้นได้ว่าในโกดังยังมีเกลืออีกหลายสิบตัน ในใจของหลี่อวี่ก็รู้สึกมั่นคงขึ้นมา
เขาถือถ้วยข้าวเดินออกมาข้างนอก มองเห็นนาข้าวที่มีน้ำขังอยู่ตรงหน้า
เดือนมีนาคมแล้วสินะ
เผลอแป๊บเดียว วันสิ้นโลกก็ผ่านไปเกือบ 5 เดือนแล้ว
ได้เวลาปลูกข้าวนาปรังแล้ว ตอนนี้คนในฐานทัพมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ในโกดังจะตุนข้าวเปลือกไว้เยอะ แต่ที่นา 4 หมู่นี้ เดิมทีคำนวณไว้สำหรับเลี้ยงคน 50-60 คน
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้คงจะไม่พอ เขามองดูผืนนาตรงหน้า แม้ที่ราบเล็กๆ นี้จะมีแค่ 15 หมู่ แต่ภูเขาสองลูกนั้นมีพื้นที่เป็นร้อยหมู่
นาขั้นบันได!
คิดได้ดังนั้น เขาจึงไปหาคุณปู่ ปรึกษาเรื่องการแบ่งพื้นที่ป่าบนเขามาทำนาขั้นบันไดสัก 3 หมู่
การบุกเบิกทำนาขั้นบันไดเป็นงานใหญ่
คุณปู่เห็นด้วย จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับทุกคน ซึ่งทุกคนก็พร้อมทำตามคำสั่ง
เรื่องการบุกเบิกพื้นที่ภายในฐาน มอบหมายให้คุณปู่และคุณตาเป็นคนจัดการ ตอนนี้จำนวนคนในฐานเพิ่มขึ้น แรงงานมีเหลือเฟือ
จะทำเรื่องนี้ กำลังคนมีพอแน่นอน
หลังจากตกลงเรื่องนี้เสร็จ หลี่อวี่สังเกตเห็นจ้าวต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ ดูเหม่อลอย สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่า
หลี่อวี่ลอบถอนหายใจในใจ เดินเข้าไปตบไหล่เขาเบาๆ
จากนั้นก็แจ้งเรื่องสำคัญอีกเรื่องให้ทุกคนทราบ นั่นคือเรื่องที่จะเข้าไปในตัวเมือง
พ่อของหลี่อวี่และคนอื่นๆ ค่อนข้างเป็นห่วง แต่ช่วงหลังมานี้ จ้าวต้าเพ่าติดตามหลี่อวี่ออกไปข้างนอกตลอด ช่วยแก้ปัญหาไปได้ไม่น้อย เวลาอยู่ในฐานมีปัญหาอะไรเขาก็กระตือรือร้นเข้าช่วยเสมอ
เห็นได้ชัดว่าเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ไปแล้ว ทุกคนก็มองเขาเป็นคนกันเอง
ดังนั้น ภายใต้การยืนกรานของหลี่อวี่ หยางเทียนหลง หลี่เถี่ย และหลี่กัง ที่เป็นเพื่อนร่วมรบอยู่ข้างๆ ก็แสดงเจตจำนงว่าจะไปด้วย
จ้าวต้าเพ่าเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของหลี่อวี่ที่จะเข้าไปในตัวเมือง ก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก
หลี่อวี่พูดคุยกับอาสองและคนอื่นๆ ถึงการจัดการงานต่างๆ หลังจากนี้ จากนั้นก็เริ่มวางแผนการเดินทางเข้าเมืองร่วมกับจ้าวต้าเพ่าและหยางเทียนหลง
ตอนนั้นเอง เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีคนสองคนที่ถูกขังอยู่ในบ้านหลังเล็กตอนกลับมา
ดูเหมือน... พวกมันจะยังไม่ได้กินข้าว
แต่ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก
หลี่อวี่มองหม้อและชามบนโต๊ะที่ว่างเปล่า อาหารหมดเกลี้ยงแล้ว คิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหยิบขนมปังสองก้อนออกมาจากถุงที่เพิ่งขนมาจากร้านขายส่งวันนี้
จากนั้นก็รินน้ำสองแก้ว พาหยางเทียนหลงและจ้าวต้าเพ่าเดินออกไป
อาสามเฝ้าอยู่หน้าบ้าน เมื่อกี้ตอนกินข้าวเขาก็นั่งกินอยู่ตรงนี้
สมกับที่เป็นทหารเก่า ระเบียบวินัยเคร่งครัดเสมอ
หลี่อวี่พูดว่า "อาสาม ผมมีเรื่องจะถามพวกมันหน่อย อาไปกินข้าวให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ"
อาสามพยักหน้า
หลี่อวี่เปิดประตูเหล็กเดินเข้าไป เห็นสองคนนั้นนอนกองอยู่กับพื้น ถูกมัดติดกับเสากลางห้องด้วยเชือกเส้นเดียว
เขาเดินเข้าไปแก้เชือก ดึงผ้าคลุมหัวสีดำออก แล้วดึงเทปกาวที่ปิดปากพวกมันออกเป็นลำดับสุดท้าย
เฮือก...
ฟู่...
สองคนบนพื้นสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด แล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ราวกับเมื่อกี้เกือบจะขาดใจตาย
แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก ผ้าคลุมหัวยังมีช่องว่างให้อากาศเข้า ถึงปากจะถูกปิด แต่จมูกก็ยังหายใจได้
หลี่อวี่ยื่นขนมปังให้ทั้งสองคน แล้ววางน้ำสองแก้วไว้ให้
ชายสุขุมและเด็กหนุ่มหิวโซมานานแล้ว แถมเมื่อกี้อาสามก็นั่งกินข้าวอยู่ข้างนอก กลิ่นหอมๆ ลอยมาเตะจมูก มันช่างยั่วน้ำลายเสียเหลือเกิน
ปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบผัดพริก, หมูสามชั้นตุ๋นวุ้นเส้นผักกาดขาว...
ยิ่งเมื่อกี้ตอนหลี่อวี่เปิดประตูเข้ามา กลิ่นหอมเหล่านั้นยิ่งทวีความรุนแรงพุ่งเข้ามาในห้อง
ตอนนี้ พอเห็นขนมปังตรงหน้า ทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง ไม่กล้าพูดอะไร แล้วเริ่มลงมือเขมือบอย่างตะกละตะกลาม
หลี่อวี่มองดูพวกเขากินขนมปัง ไม่ได้เร่งเร้าอะไร
ยืนรอเงียบๆ จนทั้งสองกินเสร็จ
ไม่ถึงสองนาที ขนมปังก็หมดเกลี้ยง จากนั้นพวกมันก็ยกน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
สุดท้ายทั้งคู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างอิ่มเอม
เมื่อเห็นพวกมันกินเสร็จ หลี่อวี่จึงเริ่มซักถาม
"เวลาพวกแกกลับไป มีคนเฝ้ายามไหม?" หลี่อวี่ถาม
ชายสุขุมได้ยินคำถามจึงตอบว่า "มีครับ แต่มีแค่สองคนอยู่ที่หน้าประตู"
"มีปืนไหม?"
"ไม่มีครับ ที่สำนักงานใหญ่ ผมเคยเห็นแค่พี่ใหญ่จางที่มีปืน"
หลี่อวี่หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามต่อ "ตอนเข้าไปมีการตรวจค้นไหม?"
"ไม่มีครับ ที่นั่นการจัดการค่อนข้างเละเทะ เมื่อก่อนตอนหมวดหม่าอยู่ยังพอมีระเบียบอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เริ่มมั่วซั่วแล้วครับ"
"ทำไมแกถึงบอกเรื่องพวกนี้กับฉัน?"
ชายสุขุมเงยหน้าขึ้น สบตาหลี่อวี่ตรงๆ แล้วพูดว่า "ผมอยากหนีมานานแล้ว แต่ครอบครัวผมอยู่ในมือพวกมัน ผมหนีไม่ได้ ผมอยากยืมมือคุณฆ่าพวกมัน ผมถึงจะมีโอกาสช่วยครอบครัวออกมา"
หลี่อวี่มองแววตาของชายคนนี้ ไม่มีแววหลบสายตาแม้แต่น้อย รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ดูเหมือนสิ่งที่พูดจะเป็นความจริง
ผู้ชายคนนี้ดูซื่อสัตย์ดี พูดจาตรงไปตรงมา
หลี่อวี่ชอบคนรู้ความแบบนี้ ถ้ามัวแต่อ้อมค้อม หลี่อวี่คงไม่เชื่อคำพูดของมันแน่
ถึงตอนนี้จะยังไม่เชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยชายสุขุมคนนี้ก็พูดจามีน้ำหนัก
เขาจึงพูดว่า "ถึงเวลา แกเป็นคนพาพวกฉันเข้าไป เปิดประตู เข้าใจไหม?"
ชายสุขุมถามกลับ "พวกคุณจะลงมือเมื่อไหร่ ทางสำนักงานใหญ่ให้เวลาพวกผมไม่มาก ถ้าพวกผมหายไปหลายวัน พวกมันต้องรู้แน่ว่าเกิดเรื่อง"
หลี่อวี่หันไปมองจ้าวต้าเพ่า แล้วตอบว่า "เร็วๆ นี้แหละ!"
จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก จับทั้งสองมัดมือมัดเท้า แล้วเอาเทปกาวปิดปาก แต่ในจังหวะที่กำลังจะปิดปาก
เด็กหนุ่มข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า "ลูกพี่ ไม่ปิดปากได้ไหมครับ? ผมจะหายใจไม่ออกตายอยู่แล้ว ข้างนอกก็มีผ้าคลุมอีกชั้น มันอึดอัดมาก"
หลี่อวี่พยักหน้า เขาเจาะรูที่เทปกาวหลายรูเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น จากนั้นก็ปิดปากทั้งสองคน แล้วคลุมหัวด้วยผ้าดำอีกครั้ง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 93 วางแผน

ตอนถัดไป