บทที่ 110 ความแตกแล้ว? [ฟรี]

บทที่ 110 ความแตกแล้ว? [ฟรี]
หลี่อวี่เห็นทั้งสองคนดูเหนื่อยล้า จึงเอ่ยขึ้นว่า "พวกนายงีบกันไปก่อน เราจะผลัดเวรกันคนละสี่ชั่วโมงครึ่ง ฉันจะเฝ้ากะแรก ต่อไปก็เสี่ยวเถี่ย แล้วค่อยเป็นต้าเพ่า"
ทั้งสองรับคำ แล้วเดินเข้าไปนอนพักในห้องด้านหลัง
เนื่องจากตอนที่ย้ายออก พวกเขาขนของไปเกือบหมด ของที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ใช้การไม่ได้หรือไม่ก็เก่าโทรมเต็มที
โชคดีที่ยังเหลือเตียงไม้เก่าๆ ที่ใช้มาเป็นสิบปีอยู่สองเตียง โครงเตียงส่งกลิ่นอับชื้นจางๆ ในวันฝนตกพรำแบบนี้
แต่ทั้งสองคนก็ไม่รังเกียจ ขดตัวนอนลงบนเตียงทันที
หลี่อวี่ละสายตาจากเพื่อน หันกลับไปมองนอกหน้าต่าง เขาทำตัวนิ่งสงบราวกับหมาป่าที่ซุ่มรอเหยื่อ หากมองจากด้านหลังอาจคิดว่าเขาหลับไปแล้ว
แต่ถ้ามองจากด้านหน้า จะเห็นดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ทิศทางหนึ่งตลอดเวลา
ทว่า ผ่านไปสี่ชั่วโมงครึ่ง หลี่อวี่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของใครเลย
นอกจากซอมบี้สิบกว่าตัว
เขาเดินเข้าไปในห้อง ปลุกหลี่เถี่ยให้มาเปลี่ยนเวร
หลี่อวี่มองเตียงนอนแต่เลือกที่จะไม่ล้มตัวลงนอน การไม่อยู่ในฐานทัพทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย
เขาดึงเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งมานั่ง กระชับเสื้อคลุม กอดปืนกลมือไว้แนบอก มือขวากำมีดสั้นไว้แน่น
สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ หลับตาลง
เขาไม่อยากหลับ แต่ร่างกายต้องการการพักผ่อน การนอนไม่พอจะทำให้สมาธิและประสาทสัมผัสถดถอย
ท่านั่งแบบนี้ช่วยให้เขาลุกขึ้นตอบโต้ได้ทันทีหากศัตรูประชิดตัว
หลี่เถี่ยเห็นท่าทางของหลี่อวี่ก็ยิ่งทึ่ง การระวังตัวของหลี่อวี่ในตอนนี้ดูรัดกุมรอบคอบยิ่งกว่าทหารระดับพระกาฬที่เขาเคยเจอมาเสียอีก
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
หลังจากหลี่เถี่ยหมดกะ จ้าวต้าเพ่าก็เข้าเวรต่อ
เวลาตี 5 ครึ่ง ฟ้าเริ่มสาง บรรยากาศเงียบสงัด
จ้าวต้าเพ่ากำลังยกกระติกน้ำขึ้นดื่ม
ทันใดนั้น เขาก็เห็นแสงไฟวาบขึ้นมาข้างหน้า... ไฟหน้ารถ!
จ้าวต้าเพ่าตื่นเต้น รีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในห้องด้านหลัง
ยังไม่ทันจะถึงตัวหลี่อวี่ แค่ระยะ 3 เมตร หลี่อวี่ที่นั่งหลับตานิ่งบนเก้าอี้ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา
แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำเอาจ้าวต้าเพ่าถึงกับสะดุ้ง
เขาจึงรีบรายงาน "ฉันเห็น..."
ยังพูดไม่ทันจบ หลี่อวี่ก็ลุกพรวดเดินไปที่หน้าต่าง พร้อมสั่ง "ปลุกเสี่ยวเถี่ย"
ที่ริมหน้าต่าง หลี่อวี่ยกกล้องส่องทางไกลขึ้นส่องดู แสงไฟนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ในที่สุดก็มาจนได้! ความรู้สึกเหี้ยมเกรียมในใจหลี่อวี่พุ่งสูงขึ้น
เมื่อแสงไฟใกล้เข้ามา ภาพในกล้องส่องทางไกลก็ชัดเจนขึ้น รถคันหนึ่งกำลังแล่นอยู่บนถนนหลวง
ด้วยความเร็วที่ช้ามาก... ช้าจนผิดปกติ
หลี่เถี่ยที่ตื่นแล้วรีบมายืนประกบกับจ้าวต้าเพ่าที่ริมหน้าต่าง จ้องมองรถคันนั้นเขม็ง
รถคันนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนหลวง
กระจกฝั่งคนนั่งถูกลดลง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมาสังเกตการณ์ สาดไฟฉายไปทั่วพื้นถนน
จู่ๆ รถก็หยุดกึก
ชายวัยกลางคนเปิดประตูลงจากรถ เดินฝ่าสายฝนไปที่ท้ายรถ นั่งยองๆ สำรวจพื้นถนน
จากนั้นก็เดินไปหน้ารถ อาศัยแสงไฟหน้ารถส่องดูร่องรอยบนพื้น แล้วหันไปมองรถที่จอดทิ้งไว้ข้างทาง
ชายคนนั้นกลับขึ้นรถ รถเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง
ช้าๆ เนิบๆ เหมือนกำลังแกะรอยอะไรบางอย่าง
รถคันนั้นเคลื่อนที่ช้าเป็นเต่าคลาน หลี่อวี่และพรรคพวกก้มหัวต่ำ แอบมองผ่านผ้าม่าน แสงไฟจากรถคันนั้นสาดส่องไปทั่ว รวมถึงตึกที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ด้วย
แต่ดูเหมือนจะไม่พบความผิดปกติอะไร รถจึงแล่นผ่านหน้าตึกพวกเขาไปตามถนนหลวง
จนกระทั่งผ่านไป 200 เมตร รถคันนั้นก็หยุดลงตรงทางแยกเข้าสู่ถนนหมู่บ้าน
ชายวัยกลางคนลงจากรถอีกครั้ง เดินตรงไปยังถนนเข้าหมู่บ้าน
ที่ถนนเข้าหมู่บ้าน หลี่อวี่จอดรถทิ้งไว้สองคันเพื่ออำพรางทางเข้า
จอดแบบไม่ขวางทางจนมิด เพราะถ้าปิดตายจะดูน่าสงสัยเกินไป
ชายวัยกลางคนไม่ได้สนใจรถสองคันนั้น แต่ก้มลงสำรวจพื้นถนนเข้าหมู่บ้านอย่างละเอียด
ถนนเข้าหมู่บ้านเป็นถนนคอนกรีต ต่างจากถนนลาดยางสายหลัก แถมไม่มีใครดูแลรักษา จึงมีเศษดินทรายสะสมอยู่เต็มไปหมด
หลี่อวี่เห็นการกระทำของชายคนนั้นแล้วก็ต้องประหลาดใจ
ปกติทุกครั้งที่กลับเข้าฐาน หลี่อวี่จะคอยกลบเกลื่อนร่องรอยล้อรถเสมอ
แต่วันนี้เขาจงใจไม่ทำ... และหมอนี่ก็ดันสังเกตเห็นจริงๆ!
"ลูกพี่ มันทำอะไรน่ะ? มันรู้ที่ตั้งฐานเราแล้วเหรอ?" หลี่เถี่ยถามขึ้น
หลี่อวี่สายตาเคร่งเครียด มองดูชายคนนั้นเขี่ยน้ำฝนบนพื้นเพื่อดูร่องรอย
ดูเหมือนจะมั่นใจในข้อสันนิษฐาน ชายวัยกลางคนเดินกลับไปที่ถนนหลวง เดินสำรวจพื้นถนนไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าว
รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้า เขาเดินกลับไปที่รถอย่างใจเย็น
เขาพูดอะไรบางอย่างกับคนในรถ
รถจอดนิ่งอยู่พักใหญ่ เหมือนกำลังปรึกษาหารือกัน
ไม่กี่นาทีต่อมา รถคันนั้นก็กลับรถ... ไม่ได้เลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้าน แต่หันหัวกลับไปทางเดิมที่มา
เมื่อรถกลับหัวเรียบร้อย ชายวัยกลางคนก็เดินไปขึ้นรถ
เห็นดังนั้น หลี่อวี่ก็หันไปสั่งหลี่เถี่ย "มันรู้แล้วแน่ๆ ลงมือ! เสี่ยวเถี่ย นายไปดักหน้าพวกมัน ส่วนต้าเพ่ากับฉันจะไปซุ่มยิงจากด้านหลังตรงท่อปูนนั่น"
"ถ้ามีอะไรผิดปกติ ยิงได้เลย ถ้าพวกมันมีปืน ฆ่าทิ้งให้หมด ถ้าไม่มีปืน จับเป็นไว้ก่อน"
"อ้อ เสี่ยวเถี่ย... เก็บไอ้คนขับรถนั่นซะ"
สั่งจบ หลี่อวี่ก็รีบลงจากตึกทันที
ทั้งสามคนลงมาถึงข้างล่างอย่างรวดเร็ว หลี่เถี่ยซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมทาง
ส่วนหลี่อวี่และจ้าวต้าเพ่ามุดเข้าไปซ่อนตัวในท่อระบายน้ำคอนกรีตฝั่งตรงข้าม
รถคันนั้นไม่ได้เลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้าน แต่มุ่งหน้าตรงมาทางที่หลี่อวี่ซ่อนตัวอยู่
ต่างจากตอนขามา ขากลับนี้รถวิ่งด้วยความเร็วสูงขึ้นมาก
เมื่อรถเข้ามาในระยะ 20 เมตร หลี่เถี่ยก็กระโจนออกมาขวางหน้า
เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่คนขับ
รถคันนั้นไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องพุ่งเข้าชนหลี่เถี่ยเต็มแรง
หลี่เถี่ยกำลังจะกระโดดหลบ
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสองนัด กระสุนเจาะเข้าที่ล้อหลังทั้งสองข้างอย่างแม่นยำ
ฝีมือหลี่อวี่และจ้าวต้าเพ่า!
สองมือปืนที่แม่นที่สุดในฐานทัพ อาศัยแสงสลัวยามเช้าตรู่ ยิงระเบิดยางรถได้อย่างแม่นยำ
รถที่กำลังพุ่งเข้าใส่หลี่เถี่ยเสียหลักทันทีที่ล้อหลังระเบิด ไถลเป๋ลงข้างทาง
เฉียดตัวหลี่เถี่ยไปทางขวา
หลี่เถี่ยมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน
เขานึกถึงคำสั่งหลี่อวี่ ยกปืนขึ้นเล็ง
ปัง! กระสุนเจาะกะโหลกคนขับรถตายคาที่!
รถที่เสียหลักอยู่แล้ว พลันไร้คนควบคุมเมื่อคนขับสิ้นใจ
โครม!
รถพุ่งชนต้นไม้ริมทางเสียงดังสนั่น
หลี่อวี่และจ้าวต้าเพ่าที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบเมตร รีบวิ่งกรูเข้าไป
หลี่เถี่ยที่อยู่ใกล้กว่าก็พุ่งเข้าไปเช่นกัน
ล้อหลังระเบิดยับเยิน หน้ารถยุบย่นเพราะชนต้นไม้ ควันเริ่มพวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่อง
หลังวันสิ้นโลก ไม่มีตำรวจจราจรมาคอยเตือน คนส่วนใหญ่จึงเลิกคาดเข็มขัดนิรภัย
คนในรถคันนี้ก็น่าจะไม่คาดเข็มขัด ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน แรงกระแทกทำให้คนข้างในหัวหมุนตาลาย
ชายวัยกลางคนนั่งข้างคนขับ หัวกระแทกกระจกหน้าอย่างจัง สลบเหมือดคาที่
สามคนที่นั่งเบาะหลังก็เจ็บหนักไม่แพ้กัน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูอาการดีกว่าเพื่อน พยายามผลักประตูรถ กึก กึก ในที่สุดก็เปิดออก
ยังไม่ทันจะก้าวขาลงมา ปากกระบอกปืนของหลี่เถี่ยก็จ่อเข้าที่หัว
"เอามือประสานท้ายทอย นั่งลง!" หลี่เถี่ยตะคอก
ชายหนุ่มเงยหน้ามองปากกระบอกปืนเย็นเฉียบ ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
เขารีบทำตาม ค่อยๆ ขยับตัวลงจากรถอย่างทุลักทุเล
อีกสองคนที่นั่งเบาะหลังเริ่มได้สติ หนึ่งในนั้นเอื้อมมือไปคว้าหอกยาว หางตาหลี่เถี่ยที่คอยระวังอยู่แล้วสังเกตเห็นทันที
"พวกแกสองคน! ออกมา! เอามือไว้บนหัว!" หลี่เถี่ยตวาดลั่น
จังหวะนี้ หลี่อวี่และจ้าวต้าเพ่าก็วิ่งมาถึง
หลี่อวี่ไม่ได้เปิดประตูรถ แต่ใช้พานท้ายปืนกระแทกกระจกหน้าต่างแตกกระจาย
เพล้ง...
เศษกระจกร่วงกราว หลี่อวี่มองหน้าคนในรถแล้วรู้สึกคุ้นตาชอบกล
"ออกมา!" หลี่อวี่สั่ง
พูดจบ เขาก็มองไปที่ชายวัยกลางคนตรงเบาะหน้า ที่ดูเหมือนจะสลบเหมือด เลือดไหลอาบหน้าผากที่แตก
สองคนในรถยังคงนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าสมองกระทบกระเทือนจนเอ๋อ หรือมีแผนอะไรในใจ
ขนาดโดนปืนจ่อหน้าขนาดนี้ ยังกล้านั่งนิ่งไม่ขยับ
อาจจะอยากขัดขืน แต่เจอปืนจ่อก็ไปไม่เป็น กลัวตายก็กลัว แต่กลัวว่าออกไปแล้วจะมีจุดจบไม่สวยเหมือนกัน
หลี่อวี่มีความอดทนต่อศัตรูต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้ว
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น กระสุนเจาะเข้าที่แขนของชายที่นั่งริมหน้าต่าง... มือข้างนั้นที่แอบจะคว้าอาวุธเมื่อครู่
"อ๊ากกก! มือฉัน!" ชายคนนั้นหน้าซีดเผือก ร้องโหยหวนมือกุมแผล เลือดสดๆ ไหลทะลักง่ามนิ้ว
"จะบอกเป็นครั้งสุดท้าย... ออกมา" น้ำเสียงหลี่อวี่บ่งบอกว่าความอดทนหมดลงแล้ว
ในที่สุด ทั้งสองคนก็ยอมลงจากรถ
"แก... ไปลากไอ้คนที่นั่งข้างคนขับออกมา" หลี่อวี่เอาปืนชี้ไปที่ชายคนที่นั่งตรงกลาง สั่งเสียงเฉียบขาด
หลี่อวี่ไม่อยากไปเปิดประตูเอง กันไว้ดีกว่าแก้
ประตูรถอาจเป็นที่กำบังให้พวกมันซ่อนอาวุธ ถ้าเขาเปิดประตูเองในระยะประชิด อาจโดนสวนกลับได้ง่ายๆ
ชายคนนั้นจำใจเดินไปเปิดประตูหน้าภายใต้ปากกระบอกปืนที่จ่อหลังอยู่
ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนสลบ พอประตูเปิด ร่างก็ไหลร่วงลงมาจากเบาะ
ดูเหมือนจะสลบจริง...
จนกระทั่ง...
มีดสั้นเล่มหนึ่งร่วงลงมาจากตัวเขา กระทบพื้นถนนยางมะตอย
เคร้ง!
หลี่อวี่มองมีดสั้นบนพื้น แล้วเงยหน้ามองชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่รู้ทัน
"เลิกแกล้งตายได้แล้ว พวกแกเป็นใคร?" หลี่อวี่ถามชายทั้งสาม
ทั้งสามคนนั่งยองๆ รวมกลุ่มกันบนพื้น
คนหนึ่งนั่งแปะกับพื้นเปียกแฉะ กุมแขนที่บาดเจ็บ ก้มหน้างุด
อีกคนนั่งยองๆ ประคองชายวัยกลางคน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนชายวัยกลางคนนอนนิ่งเหมือนกองขี้โคลน เลือดไหลอาบแก้ม แต่ยังไม่ยอมขยับ
ไม่มีใครตอบคำถามหลี่อวี่
จ้าวต้าเพ่าจ้องมองชายคนที่ประคองชายวัยกลางคน ยิ่งมองยิ่งคุ้น
"เสี่ยวอวี่ ไอ้หมอนี่หน้าคุ้นๆ นะ นายว่าไหม?" จ้าวต้าเพ่าชี้ไปที่ชายคนนั้น
หลี่อวี่เองก็รู้สึกคุ้นหน้าตั้งแต่แรก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
ชายคนนั้นได้ยินจ้าวต้าเพ่าพูดก็ยิ่งลนลาน รีบก้มหน้าหลบสายตา
ทันใดนั้น หลี่เถี่ยก็นึกออก "ตอนอยู่โรงเรียนสอนขับรถในอำเภอไง! แก๊งพี่หาว... ไอ้หมอนี่เป็นพวกมัน!"
"เงยหน้าขึ้น!" จ้าวต้าเพ่าเอาปืนจ่อหัว สั่งเสียงเข้ม
ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น หลี่อวี่เห็นหน้าชัดๆ ก็นึกออกทันที... ใช่จริงๆ ด้วย ไอ้หมอนี่เป็นสมุนแก๊งพี่หาวในตัวอำเภอ
ตอนนั้นคนเยอะมาก แม้จะฆ่าไปเกือบหมด แต่ก็มีบางส่วนปีนกำแพงหนีไปได้
งั้น... ไอ้ชายวัยกลางคนนี่เป็นใคร?
มีความสามารถในการแกะรอย หาเบาะแสจนรู้ทิศทางของหลี่อวี่ได้... ไม่ใช่คนธรรมดาแน่!
หลี่อวี่พิจารณารูปร่างของชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ แม้จะนอนนิ่ง แต่ร่างกายกำยำ นิ้วมือหนา ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อแน่น บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา
เห็นชายวัยกลางคนยังแกล้งตายไม่เลิก หลี่อวี่ถอยหลังออกมาสองสามก้าว ตะโกนใส่ "ฉันรู้นะว่าแกตื่นอยู่ ถ้ายังไม่พูด ฉันยิงทิ้งแน่"
ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นทันที นัยน์ตาสีนิลสงบนิ่งไร้ความกลัว
"ยิงสิ อยากรู้อะไรฉันก็ไม่รู้ทั้งนั้น" ชายวัยกลางคนลุกขึ้นนั่งมองกระบอกปืนอย่างไม่สะทกสะท้าน
หลี่อวี่เห็นท่าทีแบบนี้ก็เลิกคาดคั้น
พวกไม่กลัวตายแบบนี้ ถามไปก็ป่วยการ... สู้ไปรีดข้อมูลจากลูกน้องข้างๆ ดีกว่า
เขาหันไปสั่งอีกสองคน "พวกแก... พูดมา!"
ทั้งสองยังคงปิดปากเงียบ
หลี่อวี่แปลกใจ... ปากแข็งกันหมดเลยเหรอ? ไม่กลัวตายรึไง?
ชายคนที่นั่งประคองลูกพี่อยู่ ได้ยินคำพูดลูกพี่เมื่อครู่ ดูเหมือนจะได้ใจ เลิกกลัวขึ้นมาบ้าง
เขาตะโกนใส่หน้าหลี่อวี่ "ถึงบอกไปพวกแกก็ฆ่าพวกเราอยู่ดี! ไอ้พวกฆาตกรโหด! ตอนนั้นพวกพี่หาวก็โดนพวกแกฆ่าตายหมด!"
หลี่เถี่ยสวนกลับทันควัน "พวกแกใช้ลำโพงล่อซอมบี้มาหาพวกฉันก่อนชัดๆ ยังมีหน้ามาโทษพวกฉันอีกเหรอวะ?"
หลี่อวี่พยักหน้าให้จ้าวต้าเพ่า ส่งสัญญาณให้ลากตัวมันไปสอบสวน เขาเชื่อมือต้าเพ่าว่าต้องมีวิธีงัดปากมันได้แน่
จ้าวต้าเพ่ากับหลี่เถี่ยช่วยกันลากตัวมันเข้าไปในสวนพลัมข้างทาง
ไม่นานนัก... เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานก็ดังลอดออกมา
ตอนไป... มีสามคน
แต่ตอนกลับมา... มีแค่หลี่เถี่ยและจ้าวต้าเพ่าสองคน
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนพื้น ได้ยินเสียงกรีดร้องนั้น หางตากระตุกเล็กน้อย ส่วนชายอีกคนที่กุมแขนบาดเจ็บอยู่ ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 110 ความแตกแล้ว? [ฟรี]

ตอนถัดไป