บทที่ 135 กินอะไรกัน! [ฟรี]
บทที่ 135 กินอะไรกัน! [ฟรี]
เวลาล่วงเลยมาถึง 11:40 น.
หลังจากเข้าสู่เขตเมืองทางทิศใต้ หลี่อวี่ก็สั่งให้หลี่หางชะลอความเร็วลง
รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เมื่อดูจากแผนที่ ระยะทางเหลืออีกไม่ถึง 300 เมตรก็จะถึงที่ตั้งกองบัญชาการของกองกำลังกอบกู้โลก
หลี่อวี่จึงสั่งให้หลี่หางหาที่จอดรถที่ลับตาคน
จุดซ่อนรถที่พวกเขาเลือกอยู่ข้างร้านขายของชำเล็กๆ ริมทาง บริเวณนั้นมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาหนาทึบ โดยเฉพาะพุ่มไม้เขียวขจีที่เจริญงอกงามอย่างรวดเร็วหลังพายุฝน สูงท่วมหัวกว่า 3 เมตร
เป็นจุดซ่อนตัวที่มิดชิดมาก
หลังจากจอดรถเรียบร้อย หลี่อวี่และพรรคพวกก็ลงจากรถ มุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการของกองกำลังกอบกู้โลกด้วยการเดินเท้า
พวกเขาเคลื่อนที่อย่างระมัดระวังในรูปแบบขบวนสามเหลี่ยม
โดยมีคนสุดท้ายคอยระวังหลัง
จากแผนที่ ฝั่งตรงข้ามกองบัญชาการกองกำลังกอบกู้โลกมีบ้านเรือนประชาชนเรียงรายอยู่หนึ่งแถว เป็นบ้านชั้นเดียวที่ไม่สูงนัก
แต่ข้อดีคืออยู่ใกล้เป้าหมายมาก
ตามธรรมเนียมปฏิบัติของกลุ่มหลี่อวี่ ก่อนลงมือต้องสังเกตการณ์ข้าศึกให้รอบคอบเสียก่อน
"พี่ใหญ่ ไปที่บ้านหลังนั้นกันครับ ไม่ต้องอ้อมไกล แล้วก็ไม่น่าจะถูกเจอตัวง่ายๆ ด้วย" หลี่เถี่ยชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งในแผนที่
หลี่อวี่พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นทุกคนก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอีกเกือบ 100 เมตร
เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ พวกเขาพยายามอาศัยสิ่งกีดขวางกำบังตัวขณะเคลื่อนที่
ไม่กี่นาทีต่อมา
บ้านที่หลี่เถี่ยหมายตาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
มันเป็นบ้านปูนสามชั้น ข้างๆ ยังมีบ้านอีกสองสามหลัง
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงงานที่เป็นกองบัญชาการของกองกำลังกอบกู้โลกพอดี
และอยู่ในตำแหน่งริมสุดของแถวบ้านฝั่งตรงข้าม
หลี่อวี่หันกลับไปมองเพื่อนร่วมทีม ไม่มีใครแสดงความหวาดกลัว กลับกัน... ในแววตาของพวกเขามีความตื่นเต้นเจืออยู่ด้วยซ้ำ
"ไป!" หลี่อวี่กระซิบสั่ง
ทุกคนย่องเงียบตรงไปยังบ้านหลังนั้น
ตัดภาพมาที่ฝั่งกองกำลังกอบกู้โลก ชายท่าทางสุภาพยืนรายงานสถานการณ์อยู่ข้างๆ หัวหน้าใหญ่ "เมื่อเช้าให้ พี่เตี่ยนพาคนออกไปแล้วครับ ตอนนี้น่าจะถึงที่หมายแล้ว"
หัวหน้ากองกำลังกอบกู้โลกพยักหน้า บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด "ขนคนไปตั้งเยอะแยะ จะมีปัญหาอะไรนักหนา จริงๆ ครั้งนี้ฉันน่าจะไปด้วย... เฮ้อ! แล้ววันนี้ฝ่าย หัวหน้าจางเขาเอะอะอะไรกันอีก? เมื่อกี้ได้ยินเสียงโวยวายมาจากข้างล่าง"
"หัวหน้าจางเปิดวงพนันครับ... เอ่อ คือจับคนมาสู้กัน ใครแพ้ก็ต้องจ่ายเป็นเสบียง"
"เสบียง? พวกมันยังมีเสบียงอะไรเหลืออีก?" หัวหน้าใหญ่ถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ ก็พวกของใช้ผู้หญิง บุหรี่ แล้วก็... เนื้อครับ" ชายท่าทางสุภาพตอบ
หัวหน้าใหญ่ส่งเสียงรับรู้ในลำคอ แล้วกำชับว่า "เดี๋ยวลงไปบอกพวกมันหน่อย อย่าให้คนตายเยอะเกินไป เข้าใจไหม?"
ชายท่าทางสุภาพพยักหน้า "รับทราบครับ"
กลับมาที่บ้านริมสุดฝั่งตรงข้ามโรงงาน
ผนังด้านนอกของบ้านหลังนี้เริ่มมีราดำขึ้นเป็นจุดๆ สีโป๊วผนังที่เคยทาไว้หลุดร่อนออกมาเป็นแผ่น
หลี่อวี่และพรรคพวกปีนข้ามรั้วเตี้ยๆ เข้าไปที่หลังบ้าน แล้วตรงไปที่ประตูหลัง
ประตูถูกล็อคแม่กุญแจไว้อย่างแน่นหนา
หลี่อวี่ใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่แม่กุญแจอย่างแรงจนมันหลุดร่วงลงมา
ทุกคนทยอยเดินเข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้ามาข้างใน พวกเขาเริ่มตรวจสอบอุปกรณ์กันอีกครั้ง
"เสี่ยวเถี่ย นายกับต้าเพ่าขึ้นไปดูสถานการณ์ของพวกกองกำลังกอบกู้โลกบนชั้นสาม" หลี่อวี่สั่ง
"คนอื่นๆ พักกินข้าวกันก่อน อีกเดี๋ยวเราจะลงมือ" หลี่อวี่หันมาบอกทุกคน ก่อนจะเดินตามหลี่เถี่ยและต้าเพ่าขึ้นไปสังเกตการณ์
บ้านหลังนี้คงไม่มีคนอยู่มานานแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะวันสิ้นโลก แต่ดูจากฝุ่นที่จับหนาเตอะ น่าจะถูกทิ้งร้างมาหลายปี
ไม่มีใครสนใจเรื่องความสะอาด พวกเขาแค่ปัดฝุ่นพอให้มีที่นั่ง แล้วเริ่มกินเสบียงที่เตรียมมา
ส่วนหลี่อวี่และพรรคพวกอีกสองคนขึ้นไปที่ชั้นสาม
บนดาดฟ้า พวกเขาใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายในโรงงานฝั่งตรงข้ามอย่างละเอียด
ภาพจากกล้องส่องทางไกล
เห็นชัดเจนว่าที่ประตูใหญ่ของโรงงาน มีป้อมยามอยู่สองฝั่ง ซ้าย-ขวา
ประตูโรงงานดูเหมือนทำจากเหล็กกล้า แข็งแรงและสูงใหญ่ แม้จะมีช่องว่างระหว่างซี่กรง แต่ดูจากความหนาของเหล็กแล้ว บอกได้เลยว่าแข็งแกร่งมาก
ที่ป้อมยามทั้งสองฝั่ง มีคนเฝ้าอยู่รวมเกือบ 10 คน ฝั่งละ 5 คน
หลี่อวี่เห็นคนทั้งสองกลุ่มกำลังล้อมวงทำอะไรบางอย่างที่ดูน่าสนุก เขาปรับโฟกัสกล้องซูมเข้าไปดู... พวกมันกำลังเล่นไพ่
ทุกคนถอดเสื้อเปลือยท่อนบน อากาศร้อนระอุขนาดนี้ ใครจะอยากใส่เสื้อผ้าให้รำคาญตัว
เห็นพวกมันแต่งตัวสบายๆ แบบนั้น หลี่เถี่ยก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาบ้าง เพราะพวกเขาทั้งหมดจัดเต็มชุดเกราะและอุปกรณ์ป้องกันครบชุด
หลี่อวี่นั่งยองๆ บนดาดฟ้า สังเกตการณ์ต่อ เห็นว่าป่านนี้แล้วพวกมันยังไม่ได้กินข้าว
กำลังสงสัยอยู่ ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องดังลั่น
เขาขมวดคิ้วมองไปทางต้นเสียง เห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่อยู่หลังป้อมยาม กำลังช่วยกันหาม 'คน' คนหนึ่งเดินเข้าไปในห้อง
คนที่ถูกหาม... ร่างกายโชกเลือด แน่นิ่งไม่ไหวติง
หลี่อวี่เริ่มสงสัย
อากาศร้อนจัดแบบนี้ หลี่อวี่เองก็เริ่มทนไม่ไหว หยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มไปสองอึก
จากนั้นก็หยิบเสบียงแห้งออกมาเคี้ยว
หลี่อวี่มีความอดทนสูง แม้วันนี้จะต้องรีบจัดการกองกำลังกอบกู้โลก แต่ทุกครั้งก่อนโจมตี ยิ่งรู้เขารู้เรา โอกาสชนะก็ยิ่งสูง
แต่ตอนนี้ หลี่อวี่ที่ซุ่มอยู่ด้านนอกโรงงาน กลับรู้สึกสงสัยในการกระทำของพวกมันเมื่อครู่
ต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ ยิ่งสงสัยหนักกว่า ปากเคี้ยวตุ้ยๆ มือถือกล้องส่องทางไกลตาจ้องเขม็ง "พี่อวี่ ดูพวกมันดิ ทำอะไรกันวะน่ะ? ทำไมต้องหามคนเข้าไป... เฮ้ย เชี่ย!"
"เชี่ย! เชี่ย!!" มือที่ถือกล้องสั่นระริกเหมือนเห็นภาพสยองขวัญ ต้าเพ่ารีบลดกล้องลงทันที
"อึก... อุบ... อึก..."
อาหารในปากแทบพุ่งออกมา แต่ในวันสิ้นโลก อาหารมีค่าดั่งทอง จะคายทิ้งก็เสียดาย
เขาจึงกล้ำกลืนฝืนทนกลืนมันลงไป
แต่ภาพที่เห็นคงจะอุบาทว์จิตเกินทน หน้าของต้าเพ่าแดงก่ำ ลำคอส่งเสียงกึกกักเหมือนคนจะอาเจียน
หลี่อวี่กำลังกินอยู่ ได้ยินต้าเพ่าอุทานก็ไม่รู้จะตอบยังไง แต่ปฏิกิริยาของต้าเพ่าทำให้เขายิ่งอยากรู้ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นในนั้น
เขารีบยกกล้องส่องทางไกลขึ้นดู
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่อวี่ลดกล้องลง อาหารในมือดูไม่น่าอภิรมย์อีกต่อไป
แต่ยังไงก็ต้องกิน เพราะศึกข้างหน้าต้องใช้แรง
หลี่อวี่ตีหน้านิ่ง ยัดเสบียงแห้งเข้าปากเคี้ยวกลืน
ราวกับเครื่องจักรไร้ความรู้สึก
ภาพเมื่อครู่... เขาเคยเห็นมาแล้วในชาติก่อน
อันที่จริง มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในยุคนี้
แต่พอได้เห็นกับตาอีกครั้ง... ความโกรธแค้นก็ยังปะทุขึ้นมาอยู่ดี
ต้าเพ่าและหยางเทียนหลงต่างผลัดกันส่องกล้อง เห็นฉากนรกแตกนั้นแล้วก็พากันเงียบกริบ
หลี่หางด้วยความอยากรู้อยากเห็น คว้ากล้องจะส่องบ้าง ต้าเพ่าทำท่าจะห้าม แต่แล้วก็ลดมือลง
บางครั้ง... คนเราจะเข้าใจความจริงของโลกได้ ก็ต่อเมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง
หลี่หางยกกล้องขึ้นส่อง
คนที่ถูกหามหายไปแล้ว ฝูงคนกลุ่มนั้นยังอยู่ที่เดิม กำลังประลองอะไรกันสักอย่าง
หลี่หางงง ไม่เห็นมีอะไรน่าตกใจขนาดที่ต้าเพ่าต้องรีแอคชั่นเบอร์ใหญ่ขนาดนั้นเลยนี่นา
ทันใดนั้น เขาเห็นคนคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องห้องหนึ่ง มือถือมีด อีกมือหิ้วถังใบหนึ่ง
ชายคนนั้นเดินมาใกล้รั้วโรงงาน ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่พวกหลี่อวี่ซุ่มอยู่มาก
เขาขุดหลุม แล้วเทสิ่งที่อยู่ในถังลงไป... มันคือก้อนเนื้อเละๆ เลือดโชก และที่สำคัญ... มีเส้นผมกระจุกใหญ่ปนอยู่ด้วย!
ชายคนนั้นทำอย่างชำนาญ เทเสร็จก็ใช้พลั่วกลบดินฝังอย่างรวดเร็ว
หลี่หางเห็นเส้นผมพวกนั้น ลางสังหรณ์อัปมงคลก็ผุดขึ้นในใจ
จากนั้น ชายคนเดิมก็เดินกลับเข้าห้องไป ไม่นานปล่องควันบนหลังคาห้องนั้นก็เริ่มมีควันขาวลอยออกมา
ลมพัดพาควันนั้นลอยมาทางพวกหลี่อวี่
หลี่หางที่อยู่บนดาดฟ้าได้กลิ่นเป็นคนแรก... กลิ่นเนื้อหอมฉุย!
แต่พอได้กลิ่นหอมนั้น ท้องไส้เขากลับปั่นป่วน คลื่นเหียนอยากจะอาเจียนออกมา
เขา... เข้าใจแล้วว่าทำไมต้าเพ่าถึงเงียบไป และทำไมถึงกินข้าวไม่ลง
เขายกกล้องขึ้นส่องอีกครั้ง เห็นชัดเลยว่าพวกมันกรูเข้าไปในห้องนั้น แล้วเริ่มกัดกิน...
ภาพที่เห็นทำลายโลกทัศน์ของหลี่หางจนย่อยยับ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็นของจริงแบบสดๆ!
กินคน!
กินเผ่าพันธุ์เดียวกัน ช่างโหดร้ายป่าเถื่อนสิ้นดี
10 นาทีต่อมา หลี่อวี่เดินลงมา กวาดตามองทุกคนแล้วพูดว่า "พักพอแล้วใช่ไหม? เตรียมตัวออกเดินทาง!"
เมื่อกี้หลี่อวี่สังเกตเห็นว่าการป้องกันของพวกมันหละหลวมมาก โดยเฉพาะช่วง เวลาอาหารกลางวัน พวกยามหน้าประตูดูจะกลัวแย่งกินไม่ทัน ทิ้งป้อมยามวิ่งกรูไปที่โรงอาหารนรกนั่นกันหมด
ตอนนี้... หน้าประตูกองบัญชาการ ปลอดคนเฝ้า
เมื่อเดือนก่อน กองกำลังกอบกู้โลกไม่ได้เป็นแบบนี้ พวกมันมีการป้องกันแน่นหนา เข้มงวด คนนอกยากจะเข้าถึง หรือแค่เฉียดเข้าไปใกล้ก็โดนจับได้แล้ว
แต่ความหิวโหยที่ยาวนาน ผลักให้ทุกคนไปยืนอยู่ปากเหวแห่งความตาย เรื่องอื่นจึงไม่สำคัญอีกต่อไป
เมื่อหลี่อวี่ให้สัญญาณเริ่มปฏิบัติการ ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนทันที
พวกเขาอยู่ในสภาวะตื่นตัวมาตลอด ซึ่งมันกินพลังงานมาก ทุกคนอยากรีบจบงานแล้วกลับบ้าน
ทุกคนเช็กอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 10 วินาทีก็มารวมตัวกันที่ชั้นล่าง
หลี่อวี่ยืนอยู่หน้าทุกคนแล้วสั่งการ "ตามแผนเดิม ฉัน, หลี่หาง, เสี่ยวล่าถา, ต้าเพ่า, หยางเทียนหลง อยู่ทีมเดียวกัน บุกเข้าทางประตูหน้า
เสี่ยวเถี่ย นายพาไล่ตงเซิง, ติงจิ่ว และคนอื่นๆ เป็นอีกทีม
เสี่ยวกัง นายพาซ่งหมิ่นและคนที่เหลือ เป็นทีมสุดท้าย
พวกนายสองทีมอ้อมไปตีขนาบข้าง บุกเข้าไป แล้วปิดล้อมไว้
จำไว้เรื่องเดียว... ครั้งนี้ ไม่ต้องเก็บใครไว้
ลุย!"
สั่งจบ หลี่อวี่ก็นำทีมที่มีต้าเพ่า หลี่หาง หยางเทียนหลง และเสี่ยวล่าถา วิ่งตรงไปยังกองกำลังกอบกู้โลก
หลี่อวี่วิ่งเข้าใส่ประตูเหล็กของกองกำลังกอบกู้โลก
ประตูบานนี้เขาเคยสังเกตแล้ว มันกันซอมบี้ได้ แต่กันคนไม่ได้ ช่องว่างระหว่างซี่กรงกว้างพอให้ปีนขึ้นไปได้สบาย
ไม่ถึง 14 วินาที เขาก็วิ่งมาถึงใต้ประตูเหล็ก ต้องยอมรับว่าประตูนี้หนาตึ้บจริงๆ แถมบนยอดรั้วสูง 4 เมตรข้างๆ ยังมีลวดหนามและเหล็กแหลมติดอยู่
เหล็กแหลมพวกนี้ไม่ใช่ของเล่น ปลายแหลมคมกริบสะท้อนแสงแดดวิบวับน่าสยดสยอง
เมื่อถึงประตู หลี่อวี่สะพายปืนไว้ด้านหลัง สองมือคว้าซี่กรงเหล็กแล้วออกแรงปีนป่าย
หลี่อวี่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ผิวเหล็กที่ตากแดดตากฝนมานานเริ่มมีสนิมเกาะ ทำให้มีแรงเสียดทานพอให้เขาปีนขึ้นไปได้ง่ายขึ้น
ประตูนี้สูงมากเกือบ 5.5 เมตร กว่าจะปีนถึงยอดก็เล่นเอาเหนื่อย
ไม่ถึง 20 วินาที หลี่อวี่ก็กระโดดข้ามประตูเข้าไปข้างในได้สำเร็จ ต้าเพ่าและคนอื่นๆ ทำท่าจะปีนตามเข้ามา แต่หลี่อวี่โบกมือห้ามแล้วกระซิบ "เดี๋ยวก่อน"
จากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ป้อมยาม
เมื่อเข้าไปในป้อมยาม หลี่อวี่กวาดตามองอย่างรวดเร็ว
ภายในว่างเปล่า พื้นกระเบื้องเต็มไปด้วยคราบสกปรกสีดำ ผนังก็เต็มไปด้วยราดำที่หลุดร่อนลงมาบ้างแล้วเพราะอากาศร้อนจัด
กลางห้องมีโต๊ะตัวใหญ่ บนโต๊ะมีไพ่สำรับหนึ่งวางอยู่
บนเก้าอี้พิงมีเสื้อผ้ากองอยู่สองสามตัว
หลี่อวี่มองไปที่ผนัง เห็นกุญแจสองดอกแขวนอยู่ เขาเดินไปหยิบมันมา
พอเดินผ่านเก้าอี้ เขาก็ฉุกคิดอะไรได้ จึงค้นเสื้อผ้าพวกนั้น... แล้วก็เจอกุญแจอีกดอกจริงๆ
มองกุญแจสามดอกในมือที่ไม่เหมือนกันสักดอก ช่วยไม่ได้ ต้องลองไขดูถึงจะรู้
ต้าเพ่าและคนอื่นๆ ยกปืนขึ้นเล็ง เตรียมพร้อมอยู่หน้าประตูเหล็ก ไม่มีใครรู้ว่าพวกยามจะกลับมาเมื่อไหร่
หลี่อวี่วิ่งกลับไปที่ประตูเหล็ก ลองไขกุญแจทีละดอก
ต้าเพ่าเห็นกุญแจก็ยิ้มออก งานนี้สบายแล้ว
ดอกแรก... ไขไม่ได้ ไม่ใช่ดอกนี้!
ต้าเพ่าเห็นท่าไม่ดี เตรียมจะปีนประตู หลี่อวี่หยิบดอกที่สองออกมา
ยังไขไม่ได้อีก ต้าเพ่ากับพวกเริ่มเซ็ง
สองดอกนี้เป็นกุญแจที่แขวนอยู่บนผนัง... สุดท้ายหลี่อวี่หยิบดอกที่ค้นเจอในเสื้อออกมาลอง
กริ๊ก! แม่กุญแจดีดออก
เขาปลดแม่กุญแจตัวใหญ่ออก ต้าเพ่าและคนอื่นๆ ช่วยกันออกแรงผลักจากด้านนอก
ครืด... ประตูเหล็กบานยักษ์ค่อยๆ เปิดออก
จังหวะนั้นเอง เสี่ยวล่าถาที่อยู่รั้งท้ายสังเกตเห็นกลุ่มคนถือชามข้าวเดินมุ่งหน้ามาทางนี้
คนหนึ่งตาดี เห็นพวกหลี่อวี่เข้าพอดี จึงตะโกนลั่น "มีคนบุกรุก!"
แต่... สายไปเสียแล้ว
ที่หน้าประตู หลี่อวี่และพรรคพวกบุกเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
หลี่อวี่และต้าเพ่าเห็นพวกกองกำลังกอบกู้โลก ก็เปิดฉากยิงทันที
ปังๆๆ!
เสียงปืนดังรัวและถี่
ภายใต้การกราดยิง พวกกองกำลังกอบกู้โลกแตกตื่นโกลาหล มีสองคนวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องข้างๆ ส่วนที่เหลือ... ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้
ถูกพวกหลี่อวี่เก็บเรียบ!
เสียงปืน... ปลุกให้คนทั้งกองกำลังกอบกู้โลกตื่นตัว!
ในตึกที่อยู่ลึกที่สุดของโรงงาน หัวหน้ากองกำลังกอบกู้โลกกำลังเอนหลังพักผ่อน
เสียงปืนที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้เขาสะดุ้งโหยงลุกขึ้นนั่งบนโซฟาทันที