บทที่ 323 เปิดโปง! [ฟรี]
บทที่ 323 เปิดโปง! [ฟรี]
เสียงเครื่องจักรดังกระหึ่ม ทรายถูกตักใส่ท้ายรถบรรทุกอย่างต่อเนื่อง
เสียงดังอึกทึกขนาดนี้ กลับไม่มีซอมบี้โผล่ออกมาสักตัว เรื่องนี้ทำให้หลี่อวี่รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นไป๋เจี๋ยและพรรคพวกยังคงง่วนอยู่กับการตรวจสอบ หลี่อวี่จึงละสายตาจากผิวน้ำ เดินเข้าไปหาทั้งสองคนแล้วเอ่ยถาม
"เป็นไงบ้าง? เจออะไรไหม?"
ไป๋เจี๋ยเงยหน้าขึ้นตอบ "น่าจะได้รับผลกระทบจากคุณภาพน้ำค่ะ ปริมาณสารปรอทและตะกั่วในน้ำสูงกว่าน้ำปกติถึง 10 เท่า ซอมบี้พวกนี้อาจจะกลายพันธุ์เพราะน้ำนี่แหละ"
หลี่อวี่ได้ยินดังนั้น จึงหันไปถามเฮ่อเชาที่ยืนอยู่ข้างๆ
"แถวนี้มีโรงงานเคมีบ้างไหม?"
เฮ่อเชาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "ผมจำได้ว่าเหมือนจะมีโรงงานเคมีอยู่แห่งหนึ่งทางต้นน้ำครับ ก่อนวันสิ้นโลกเคยเป็นข่าวดัง ชาวบ้านรวมตัวกันประท้วงไม่ให้สร้าง แต่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางยังไง สุดท้ายก็ดันทุรังสร้างตรงนั้นจนได้"
หลี่อวี่ขมวดคิ้ว สัญชาตญาณบอกเขาว่าการเปลี่ยนแปลงของซอมบี้ต้องเกี่ยวข้องกับโรงงานเคมีต้นน้ำอย่างแน่นอน
ดูท่าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
รอบนี้พวกเขานำรถบรรทุกออกมาหกคัน และรถออฟโรดอีกหนึ่งคัน หลี่อวี่ขึ้นไปนั่งบนรถออฟโรดแล้วสั่งเฮ่อเชา
"นายไปดูต้นน้ำกับฉัน ให้คนอื่นๆ ขนทรายกลับไปก่อน"
เฮ่อเชาพยักหน้ารับ สั่งการลูกน้องสั้นๆ แล้วกระโดดขึ้นรถตามไป
บนรถประกอบด้วย เฮ่อเชา, ต้าเพ่า, หยางเทียนหลง, หลี่อวี่ และสองสาวไป๋เจี๋ย รวมทั้งหมดหกคน มุ่งหน้าสู่ต้นน้ำ
…….
บนรถ
ต้าเพ่าทำหน้าที่พลขับ หลี่อวี่นั่งเบาะข้างคนขับ เขาหันไปคุยกับเฮ่อเชาที่นั่งอยู่ด้านหลัง
"ที่นายบอกเมื่อกี้ว่าเคยเป็นข่าว มันเรื่องอะไรกันแน่?"
"ได้ยินมาว่าชาวบ้านแถวนั้นดื่มน้ำจากบ่อบาดาลของตัวเองแล้วล้มป่วยครับ ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะโรงงานเคมี"
"จนกระทั่งหลังๆ มา หลายครอบครัวมีอาการเหมือนกันเปี๊ยบ เริ่มจากไม่สบายเนื้อสบายตัว ต่อมาก็เลือดกำเดาไหล จนถึงขั้นตัวบวมเป่ง ไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าโลหะหนักเกินขนาด ทำให้เกิดภาวะน้ำเป็นพิษ"
"ตอนนั้นชาวบ้านกะว่าจะร้องเรียนต่อ แต่ยังไม่ทันที่เรื่องจะแดง ซอมบี้ก็ระบาดเสียก่อน"
หลี่อวี่เงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรต่อ
บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง
การค้นพบซอมบี้กลายพันธุ์ชนิดนี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงหน้าโรงงานเคมี
ประตูโรงงานปิดสนิท ป้ายชื่อหล่นกองอยู่กับพื้น
ผนังกำแพงสีขาวหลุดล่อนเป็นด่างดวง ดูแล้วช่างวังเวงและไร้ชีวิตชีวา
หลี่อวี่หยิบปืนไรเฟิลอัตโนมัติออกมาแล้วก้าวลงจากรถ
เขาเดินตรงไปที่ประตูใหญ่
มีแม่กุญแจเหล็กคล้องล็อคประตูไว้
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสองนัดทำลายแม่กุญแจจนหลุดออก เขาผลักประตูเปิดออกทันที
เมื่อประตูเปิดกว้าง ภายในโรงงานเคมีกลับเงียบสงัด ไร้สุ้มเสียงใดๆ
ไม่รู้ทำไม แม้จะไม่มีใครอยู่ข้างใน แต่ขนแขนของหลี่อวี่กลับลุกชัน สัมผัสที่หกกำลังเตือนเขาว่า... ข้างในมีอันตราย
เขายืนนิ่งรออยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง
ต้าเพ่ากับหยางเทียนหลงเดินตามมาสมทบด้านหลัง
"พี่อวี่ เราจะเข้าไปดูข้างในไหม?"
ต้าเพ่าพูดพลางทำท่าจะเดินดุ่มๆ เข้าไป
"อย่าเพิ่งเข้าไป!"
หลี่อวี่ตะโกนห้ามเสียงดัง
ต้าเพ่าชะงักฝีเท้าทันที หันกลับมามองหลี่อวี่
"มีอะไรเหรอครับ..."
ปัง! ปัง! ปัง!
ปืนไรเฟิลอัตโนมัติในมือหลี่อวี่คำรามลั่น กราดยิงไปทางด้านหลังของต้าเพ่าทันที
ต้าเพ่ารีบวิ่งจู๊ดกลับมาหาหลี่อวี่ ใช้ส้นตีนคิดก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ข้างหลังเขาต้องมีซอมบี้แน่ๆ!
ทางด้านรถออฟโรด ไป๋เจี๋ย เสี่ยวหลาน และเฮ่อเชาที่เพิ่งลงจากรถ ก็เห็นภาพซอมบี้พุ่งทะลักออกมาจากโรงงานเคมีพอดี
ซอมบี้นับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง!
ปัง! ปัง! ปัง!
สิ้นเสียงปืนของหลี่อวี่ หยางเทียนหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยกปืนขึ้นกราดยิงใส่ฝูงซอมบี้ด้านในทันที
ต้าเพ่าวิ่งมาถึงฝั่งหลี่อวี่ ก็รีบหันกลับไปเหนี่ยวไกใส่ซอมบี้ที่ไล่หลังมาติดๆ
ซอมบี้พวกนี้ตัวเขียวอืองจนเรืองแสง ความเร็วในการเคลื่อนที่เหนือกว่าพวกที่เจอริมแม่น้ำลิบลับ
แต่ถึงจะเร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางเร็วกว่าลูกปืน
ฝีมือการยิงปืนของหลี่อวี่นั้นแม่นราวจับวาง ส่วนต้าเพ่าเองก่อนที่อาสามจะเปิดเผยฝีมือ ก็เป็นรองแค่หลี่อวี่เท่านั้น
ทั้งสามคนระดมยิงใส่ซอมบี้ไม่ยั้ง
เฮ่อเชาและสองสาวไป๋เจี๋ยที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ได้ยืนดูเฉยๆ รีบวิ่งเข้ามาช่วยทันที
เฮ่อเชาได้รับอนุญาตให้ใช้ปืนได้ ส่วนไป๋เจี๋ยและเสี่ยวหลานก็พกปืนพกติดตัวมาด้วย
ปืนไรเฟิลอัตโนมัติสี่กระบอก กับปืนพกอีกสองกระบอก ระดมยิงใส่โรงงานเคมีอย่างบ้าคลั่ง
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ประตูโรงงานไม่ใหญ่นัก ซอมบี้จึงทำได้แค่วิ่งกรูออกมาจากช่องทางนั้น
แม้พวกมันจะวิ่งเร็วมาก แต่ด้วยข้อจำกัดของขนาดประตู ทำให้พวกมันออกมาพร้อมกันทั้งหมดไม่ได้
แต่ความเร็วระดับนี้ก็น่าตกใจมากแล้ว
มันเร็วพอๆ กับนักวิ่งระยะสั้นโอลิมปิกเลยทีเดียว
ทุกคนรู้สึกโชคดี โดยเฉพาะต้าเพ่า ถ้าเมื่อกี้หลี่อวี่ไม่เตือนแล้วเขาเดินทะเล่อทะล่าเข้าไป...
ป่านนี้คงถูกซอมบี้รุมทึ้ง แม้จะมีปืน แต่เจอความเร็วขนาดนี้ในระยะประชิด ก็คงไม่รอดอยู่ดี
ฝูงซอมบี้วิ่งดาหน้าออกมาจากโรงงานราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
แต่ภายใต้ตาข่ายกระสุนที่ทั้งหกคนช่วยกันถักทอ ซอมบี้ที่โผล่ออกมาก็ถูกเก็บเรียบในพริบตา
แกร๊ก!
กระสุนหมด หลี่อวี่ปลดแม็กกาซีนทิ้งลงพื้น มือหนีบปืนไว้ใต้รักแร้ อีกมือหยิบระเบิดมือออกมาแล้วขว้างเข้าไปในประตู
หลังขว้างระเบิด เขาไม่สนใจดูผลงาน แต่หยิบแม็กกาซีนใหม่จากเอวขึ้นมาใส่ด้วยท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติสุดๆ
แกร๊ก!
ตามด้วยการยิงชุดแบบเน้นๆ อีกระลอก
ตูม!
ระเบิดทำงาน ฉีกร่างซอมบี้เจ็ดแปดตัวหลังประตูจนแหลกเหลว
ของเหลวข้นคลั่กสีเขียวสาดกระเซ็นเต็มพื้น ประตู และกำแพง ดูน่าสะอิดสะเอียน
ทุกคนประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม จังหวะที่ใครคนหนึ่งเปลี่ยนกระสุน อีกคนจะคอยปาระเบิดคุ้มกันให้
สิบนาทีผ่านไป
อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืน ผสมปนเปกับกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายไข่เน่าและท่อระบายน้ำ
กลิ่นพวกนี้มาจากซากซอมบี้ตรงหน้านั่นเอง
"ไปเอารถมา"
หลี่อวี่สั่งต้าเพ่า
จากนั้นเขาก็ก้มเก็บแม็กกาซีนที่ทิ้งไว้เมื่อครู่ขึ้นมา
ต้าเพ่าเหงื่อท่วมตัว ทั้งที่อากาศไม่ถึง 25 องศา แต่เหงื่อเขากลับไหลพราก
พอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาก็ยังรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย ถ้าเขาเข้าไป... ถ้าหลี่อวี่ไม่เตือน... ป่านนี้เขาคงม่องเท่งไปแล้ว
เห็นต้าเพ่ายังยืนทื่อ หลี่อวี่จึงเรียกซ้ำอีกรอบ
ต้าเพ่าสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบวิ่งเหยาะๆ ไปที่รถ สตาร์ทเครื่องแล้วขับมาเทียบท่าช้าๆ
หลี่อวี่ตะโกนบอกต้าเพ่าที่อยู่ในรถ "ไม่ต้องลงมา ไม่รู้ข้างในยังมีซอมบี้อีกไหม เดี๋ยวขับเข้าไปเลย นายขับตามหลังพวกเรา ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พวกเราจะโดดขึ้นรถหนีทันที"
ต้าเพ่ารีบพยักหน้ารับคำ แล้วขับรถตามหลังกลุ่มหลี่อวี่ไปติดๆ
หลี่อวี่เดินไปที่หน้าประตู ลองจับสัมผัสดูอีกครั้ง
ความรู้สึกขนลุกซู่และลางสังหรณ์แห่งความตายเมื่อครู่หายไปแล้ว
เขามองของเหลวสีเขียวขุ่นบนพื้น ไม่อยากจะเหยียบย่ำมันเลยจริงๆ
แต่ข้างหน้ามันนองเต็มไปหมด ก็คงเลี่ยงไม่ได้
รองเท้าคอมแบทเหยียบลงไปบนของเหลวนั้น
แผละ!
เสียงพื้นรองเท้ากระทบของเหลวดังเฉอะแฉะ
"ไป... เข้าไปดูกัน"
หลี่อวี่หันไปบอกทุกคน
ทุกคนล้วนเป็นผู้รอดชีวิตที่ผ่านดงซอมบี้มาแล้ว สามารถมีชีวิตรอดมาได้ปีกว่าๆ ไม่มีใครที่ไม่เคยฆ่าซอมบี้
แม้แต่ไป๋เจี๋ยกับเสี่ยวหลาน ความโหดเหี้ยมในการฆ่าซอมบี้เมื่อครู่ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าต้าเพ่าเลย
คนที่รอดมาได้จนป่านนี้ โดยเฉพาะผู้หญิง ไม่มีใครเป็นไก่อ่อนหรอก
ขบวนแถวค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปด้านใน
เสาตึกตั้งตระหง่าน ลมพัดกรรโชกผ่านช่องทางทั้งสองฝั่ง
ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก
ห้าคนเดินเท้า หยางเทียนหลงกับหลี่อวี่คุมด้านหน้า ไป๋เจี๋ยกับเสี่ยวหลานระวังปีกซ้ายขวา เฮ่อเชาคอยระวังหลัง ส่วนต้าเพ่าขับรถปิดท้าย
พวกเขารักษาขบวนรบ ค่อยๆ เดินลึกเข้าไป
ตลอดทางที่เดินผ่านซากซอมบี้ที่เพิ่งถูกจัดการ หลี่อวี่และพวกก็ยังชักมีดออกมาซ้ำให้แน่ใจว่าตายสนิท
เดินเข้ามาได้ประมาณสามสิบกว่าเมตร
สองข้างทางเป็นอาคารสูงสี่ชั้น แต่ละชั้นเพดานค่อนข้างสูง น่าจะประมาณสี่เมตรกว่า
ด้านหน้าอาคารทั้งสองฝั่งมีแม่น้ำสายหนึ่งตัดผ่าน น่าจะเป็นแม่น้ำสายเดียวกับที่พวกเขาเจอตรงปลายน้ำเมื่อครู่
หลี่อวี่และทีมงานค่อยๆ เดินผ่านไป
เงียบสงบ
เงียบจนน่าขนลุก
นอกจากเสียงลมที่พัดผ่านช่องทางเดินซ้ายขวา ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย
ราวกับว่าทั้งโรงงานแห่งนี้มีเพียงพวกเขาเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง
เคร้ง!
ตรงสุดทางเดินของตึกขวามือ มีวัตถุบางอย่างร่วงลงมา
กริกๆๆๆๆ
วัตถุนั้นกลิ้งลงมาตามบันได
ตึง!
มันตกลงมากระแทกพื้นตรงตีนบันไดขวามือ ด้านหน้ากลุ่มหลี่อวี่
หลี่อวี่ไม่ได้มองวัตถุที่ตกลงมาเหมือนต้าเพ่า แต่เขากลับจ้องเขม็งไปที่ทิศทางที่มันร่วงลงมา
โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว หลี่อวี่ควักระเบิดมือ ดึงสลัก แล้วเหวี่ยงสุดแขนปาขึ้นไปบนโถงบันไดนั้นทันที
ในสถานการณ์แบบนี้ คนส่วนใหญ่อาจจะมัวแต่สนใจดูของที่ตกลงมา แล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็อาจจะเดินขึ้นไปตรวจสอบ
ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ของชิ้นนั้นอาจแค่ถูกลมพัดตกลงมา ก็ถือว่าโชคดีไป แค่เสียเวลาสิบกว่านาที
แต่ถ้ามีคน หรือตัวอะไร หรือซอมบี้อยู่ข้างบน การเดินดุ่มๆ เข้าไปเพราะความอยากรู้ ก็เท่ากับเดินเข้าสู่กับดัก
มีสิทธิ์ม่องเท่งได้ง่ายๆ
แต่สำหรับหลี่อวี่ เขาไม่สนหรอกว่าจะเป็นซอมบี้ คน หรือผีสางเทวดาที่ไหน
ขอระเบิดเปิดทางไปก่อนแล้วกัน!
ระเบิดที่หลี่อวี่ขว้างออกไป
ลอยละลิ่วเข้าเป้ากลางโถงบันไดชั้นสองอย่างแม่นยำ
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นทำเอาหยางเทียนหลงที่อยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง
หลังปาระเบิด หลี่อวี่ยังคงจ้องเขม็งไปที่จุดเดิมไม่วางตา
ทันใดนั้น
โฮก!
เสียงคำรามของซอมบี้ดังขึ้น
หลี่อวี่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ
เขาปาระเบิดซ้ำเข้าไปอีกสองลูกตรงบันได
ซอมบี้สองตัวที่กำลังพุ่งลงมาจากบันไดยังไม่ทันเห็นตัวหลี่อวี่ ก็ถูกแรงระเบิดฉีกร่างกระจุยเสียก่อน
เมื่อมั่นใจว่าพวกมันตายแล้ว หลี่อวี่ขมวดคิ้วแน่น แล้วเดินขึ้นไปดู
ซอมบี้ตัวเขียวไม่น่ากลัว ซอมบี้ที่เคลื่อนไหวเร็วก็ยังพอรับมือไหว แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ... ซอมบี้ที่รู้จักการหลบซ่อน ซอมบี้ที่มีสติปัญญาต่างหากที่น่ากลัวที่สุด
ก่อนจะย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เขาไม่เคยเจอซอมบี้ที่มีสติปัญญามาก่อน
แต่เหตุการณ์เมื่อกี้ มันทำให้เขาเริ่มกังวล
เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าซอมบี้สองตัวนี้มีสติปัญญาและวางแผนดักซุ่มโจมตีจริงหรือไม่
เห็นหลี่อวี่เดินขึ้นตึก ไป๋เจี๋ยก็รีบตามขึ้นไป
หลี่อวี่หันมาสั่งคนอื่นๆ "รออยู่ตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปดูหน่อย"
จากนั้นเขาก็พาไป๋เจี๋ยเดินขึ้นไป
โถงบันไดชั้นสองถูกแรงระเบิดถล่มจนเละเทะ
เหล็กเส้นโผล่ออกมาให้เห็น หลี่อวี่เดินไปดูซากซอมบี้สองตัวที่เพิ่งโดนระเบิด ส่องดูเศษเนื้อเละๆ อยู่ครู่หนึ่งก็ดูไม่ออกว่าเป็นยังไง เพราะมันแหลกละเอียดเกินไป
หลี่อวี่เดินขึ้นไปที่ชั้นสอง
เมื่อถึงชั้นสอง เขาเห็นห้องไฟฟ้าห้องหนึ่ง หลี่อวี่สังเกตร่องรอยรอบๆ ห้องไฟฟ้า
เมื่อดูท่อนเหล็กกลวงที่ตกอยู่นอกบันได ประกอบกับร่องรอยบนประตูห้องไฟฟ้า
เขาสรุปได้ว่า ซอมบี้สองตัวนี้น่าจะถูกขังอยู่ด้านใน
อาจเป็นเพราะเวลาผ่านไปนาน หรือเพราะแรงกระแทกจากซอมบี้ข้างใน ทำให้ท่อนเหล็กที่ขัดประตูอยู่หลุดร่วงและกลิ้งลงไป
นั่นคือที่มาของเสียงเมื่อครู่
เฮ้อ...
หลี่อวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีไป...
ไป๋เจี๋ยที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมือนจะรับรู้อารมณ์ของหลี่อวี่ได้ เห็นเขาเครียดขนาดนี้
เธอตั้งใจจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้เขา
จึงแอบหยิกหลี่อวี่ไปทีหนึ่ง
หลี่อวี่ขมวดคิ้ว
แล้วเดินลงบันไดไป
ระหว่างเดินลง หลี่อวี่ก็ครุ่นคิด
ซอมบี้สองตัวนี้เป็นตัวสีเขียวทั้งคู่ ถ้าบอกว่าพวกมันถูกขังตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดวันสิ้นโลก แสดงว่าคนในโรงงานนี้ต้องรู้เรื่องความผิดปกติของซอมบี้พวกนี้
แต่ถ้าซอมบี้สองตัวนี้เพิ่งถูกขังหลังจากเกิดเรื่องไปนานแล้ว นั่นหมายความว่า... ข้างในนี้อาจจะยังมีคนอยู่
หลี่อวี่เดินลงมาถึงข้างล่าง กวาดตามองรอบๆ พยายามจับสัมผัส
แต่ก็ไม่รู้สึกถึงอะไร
เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ
จากนั้นหันไปบอกพวกเฮ่อเชา "ไป... ไปดูให้สุดทางกัน ไปดูว่าไอ้โรงงานนี่มันปล่อยอะไรลงแม่น้ำ"
เฮ่อเชาและคนอื่นๆ พยักหน้า
ไม่มีใครถามว่าเมื่อกี้หลี่อวี่ขึ้นไปทำอะไร
ทุกคนเดินมุ่งหน้าไปยังสุดทางเดิน
โรงงานนี้ไม่คำนึงถึงหลักฮวงจุ้ยเลยแม้แต่น้อย ผ่านประตูใหญ่เข้ามาก็เป็นทางตรงยาว สุดทางเดินก็เป็นแม่น้ำ
เมื่อเดินผ่านประตูใหญ่ ลมที่พัดผ่านช่องตึกสองข้างทางก็กรรโชกแรง
และเมื่อหลี่อวี่เดินมาถึงริมแม่น้ำ เขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าแม่น้ำช่วงนี้เป็นช่วงทางโค้งพอดี
ฮวงจุ้ยของที่นี่เข้าขั้นวิบัติ
'ฟ่านกงซา' (โค้งเชือดเฉือน) คือลักษณะของถนน แม่น้ำ หรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นรูปโค้งเหมือนคันธนูหันเข้าหา
บวกกับทางเดินตรงยาวที่เพิ่งเดินผ่านมา ทำให้ลมแรง
ในทางฮวงจุ้ยเรียกว่า 'ชวนถางเฟิงซา' (ลมพิฆาตผ่านตลอด) หรือเรียกอีกอย่างว่า ศรทะลุใจ
ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยอย่างยิ่ง
ฮวงจุ้ยแบบนี้ เมื่อเอาลักษณะพิฆาตสองอย่างมารวมกัน มันจึงกลายเป็นพลังงานด้านลบที่รุนแรงสุดๆ
มิน่าล่ะ ตอนเดินเข้ามาถึงรู้สึกว่าที่นี่หนาวเย็นกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีก็อยู่ริมน้ำ แถมเป็นโค้งเชือดเฉือน แล้วยังมาเจอศรทะลุใจอีก
พลังงานชั่วร้ายรุนแรงมาก
โดยธรรมชาติแล้วซอมบี้ชอบความมืดและเกลียดแสงแดด
ยิ่งหลี่อวี่เห็นโครงสร้างฮวงจุ้ยแบบนี้ อารมณ์ก็ยิ่งขุ่นมัว
ที่นี่มันเฮี้ยนชะมัด
เมื่อถึงริมน้ำ พวกเขาเห็นท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งเมตร กำลังปล่อยของเหลวสีเขียวไหลลงสู่แม่น้ำ
บัดซบ... น่าจะเป็นไอ้นี่แหละ
หลี่อวี่มองไล่ตามท่อกลับไปหาต้นตอ
ท่อยาวเลื้อยเชื่อมต่อไปยังด้านหลังของตึกทางขวามือ
หลี่อวี่และพรรคพวกค่อยๆ เดินมุ่งหน้าไปทางนั้น
จี๊ดๆ...
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังมาจากตึกทางซ้ายมือ...