บทที่ 338 จุดพลิกผัน [ฟรี]
บทที่ 338 จุดพลิกผัน [ฟรี]
เหล่าผู้กระซิบศพหันมาสบตากัน ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ใบหน้าของคนที่เป็นหัวหน้าเขียวคล้ำจนน่ากลัว เขาค่อยๆ ขยับตัวหนีอย่างช้าๆ อุตส่าห์ล่อซอมบี้ออกไปได้แล้วแท้ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะใช้โดรนล่อพวกมันกลับมาหาพวกเขาแบบนี้
ลูกน้องอีกสองคนที่มาด้วยกัน พอเห็นหัวหน้าทีมเริ่มถอยก็รีบขยับตามทันที
พวกเขาไม่ได้เดินตามฝูงซอมบี้เพื่อไล่ล่าโดรน แต่เลือกที่จะเดินฉีกออกไปทางถนนอีกเส้นหนึ่ง
ทว่าการเดินสวนกระแสฝูงซอมบี้นั้นเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจนมาก ทำให้โดรนตรวจจับพวกเขาได้ในทันที
หลี่กังมองผ่านหน้าจอควบคุมโดรน เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินสวนทางกับฝูงซอมบี้ ท่าทางการเดินของพวกเขาดูแตกต่างจากซอมบี้รอบข้างอย่างเห็นได้ชัด
เขาจึงตะโกนเรียกหลี่อวี่ทันที "พี่อวี่ รีบมาดูนี่เร็วเข้า ทางนี้มีสถานการณ์!"
หลี่อวี่ได้ยินดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปดู และเห็นคนกลุ่มนั้นในแวบแรก
เขามองจากขอบตึกไปยังทิศทางนั้น แต่ระยะทางไกลเกินไป แถมยังมีตึกบังสายตาอยู่ส่วนหนึ่ง จึงจำต้องละความพยายามที่จะมองด้วยตาเปล่า
"ดูท่าเมื่อกี้พวกมันจะเป็นคนทำเรื่องบัดซบพวกนั้นแน่ ทางเรามองไม่เห็นตัวพวกมันแล้ว... เอาอย่างนี้ นายบินโดรนไปเหนือหัวพวกมัน ล่อซอมบี้ให้ตามไป" หลี่อวี่สั่งการด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ
หลี่กังเข้าใจความคิดของหลี่อวี่ทันที เขาบังคับโดรนให้บินตรงไปยังเหนือศีรษะของคนกลุ่มนั้น
เสียงลำโพงบนโดรนยังคงดังสนั่น ล่อให้ซอมบี้โดยรอบแห่ตามมา
โดรนไปที่ไหน ฝูงซอมบี้ก็ไปที่นั่น
คนกลุ่มนั้นที่เพิ่งจะหลุดออกมาจากวงล้อมซอมบี้ พอเงยหน้าเห็นโดรนบินตรงดิ่งมาทางนี้ ก็รู้สึกหนังศีรษะชาวาบขึ้นมาทันที
นี่หมายความว่าคนในโรงพยาบาลรู้ตัวแล้วว่าพวกเขามีตัวตนอยู่
หลี่อวี่จ้องมองโดรนที่บินไปลอยลำนิ่งสนิทอยู่เหนือหัวคนกลุ่มนั้น
ซอมบี้โดยรอบเริ่มเบียดเสียดกันเข้ามา และคนกลุ่มนั้นที่อยู่ตรงกลางก็ถูกฝูงซอมบี้ที่ตามเสียงมาล้อมกรอบจนแน่นขนัด
"ทะ... ทำยังไงดีลูกพี่?" ชายหนุ่มร่างเตี้ยถามขึ้นเสียงสั่น
เขาเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุด เตี้ยกว่าคนทั่วไปถึงครึ่งศีรษะ พอโดนซอมบี้รุมล้อมเข้ามาแบบนี้ ก็แทบจะขาดอากาศหายใจตายคาที่
หัวหน้าทีมเงยหน้ามองโดรนที่ลอยนิ่งอยู่บนฟ้า แววตาฉายชัดถึงความโกรธแค้น เขาอยากจะควักปืนออกมายิงโดรนให้ร่วง แต่ซอมบี้รอบข้างหนาแน่นเกินไป
ถ้าเขายิงปืนตอนนี้ มีหวังซอมบี้รอบๆ ได้รู้ตัวแน่ว่าเขาเป็นตัวปลอม
ทางด้านหลี่กังและคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูผ่านหน้าจอ พอเห็นคนกลุ่มนั้นถูกซอมบี้เบียดจนแทบจะรวมร่างกัน ก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"พี่อวี่ ดูพวกมันสิ ฮ่าฮ่าฮ่า ตลกชะมัด"
แต่หลี่อวี่กลับไม่ได้หัวเราะ สีหน้าของเขาดูครุ่นคิด "โดรนนี่เอามาใช้แค่ล่อซอมบี้มันสิ้นเปลืองเกินไป"
"อย่างตอนนี้ ถึงเราจะใช้โดรนขังพวกมันไว้ได้ชั่วคราว แต่ก็ฆ่าพวกมันไม่ได้อยู่ดี"
"ถ้าทำให้โดรนยิงปืนได้ก็คงดี"
"ไว้กลับไปต้องให้เหอเปิงช่วยดัดแปลงหน่อย ถึงตอนนั้นเราจะได้ใช้โดรนไล่ยิงศัตรูได้เลย"
ทุกคนที่ได้ยินต่างตาลุกวาว นี่มันไอเดียสุดยอดไปเลย
โดรนยังคงลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ เสียงจากลำโพงเรียกซอมบี้ให้มารุมล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ
"ทำไงดีลูกพี่ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่รอดแน่" ชายหนุ่มร่างเตี้ยพูดอย่างสิ้นหวัง
ซอมบี้ตัวที่อยู่ทางซ้ายมือแทบจะเอาหน้ามาแนบแก้มเขาอยู่แล้ว
"เบียดออกไป" หัวหน้าทีมสั่งเสียงลอดไรฟัน
ทั้งสามคนกอดคอกันแน่น พยายามขยับตัวเบียดเสียดฝ่าวงล้อมออกไปอย่างช้าๆ
ใบหน้าของซอมบี้เหล่านี้เหี่ยวย่นเหมือนร่องลึก คราบเลือดแห้งกรังบนหน้าทำให้ดูสยดสยองยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาต้องกลั้นหายใจ แล้วค่อยๆ ขยับตัวไปทีละนิด
ห้านาทีผ่านไป พวกเขาเคลื่อนที่ไปได้ไม่ถึง 5 เมตร และโดรนบนฟ้าที่เห็นการเคลื่อนไหว ก็ขยับตามมาลอยอยู่เหนือหัวพวกเขาอีกครั้งทันที
พอเห็นโดรนตามมาหลอกหลอนไม่เลิก ทั้งสามคนก็เริ่มหมดอาลัยตายอยาก
แต่ในจังหวะนั้นเอง
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น
ไม่รู้ว่ากระสุนมาจากไหน แต่มันแม่นราวจับวาง ยิงเข้าที่ลำโพงของโดรนเต็มๆ
ลำโพงส่งเสียงช็อตดังครืดคราดออกมาทันที
แรงปะทะของกระสุนทำให้โดรนเสียหลักส่ายไปมาจนเกือบจะร่วงกระแทกพื้น
หลี่กังรีบดึงคันบังคับเชิดหัวโดรนขึ้น
โดรนพุ่งตัวขึ้นไปที่ความสูงกว่าสิบเมตร
ลำโพงถูกยิงพังเสียหาย เสียงที่เคยดังสนั่นเงียบลงทันที
แต่เสียงปืนนัดเมื่อกี้ กลับกลายเป็นตัวเรียกแขก ดึงดูดความสนใจของซอมบี้ไปจนหมด
พวกซอมบี้หันขวับไปมองทางถนนฝั่งตะวันออก บนถนนเส้นนั้นมีชายคนหนึ่งถือปืนพกอยู่ในมือ พอเห็นซอมบี้หันมามองเป็นตาเดียว เขาก็ตะโกนลั่น
"ลูกพี่ รีบหนีไป!"
พูดจบ เขาก็มุดเข้าไปในบ้านด้านหลังทันที
พอเข้าไปแล้วก็รีบปิดประตูไม้ แล้วหาที่ซ่อนตัวภายในบ้าน
ฝูงซอมบี้ที่ถูกเสียงปืนดึงดูดความสนใจ รีบพุ่งตรงไปที่นั่นทันที
ภาพจากมุมสูงของโดรนแสดงให้เห็นฉากอันน่าขนลุก ซอมบี้นับหมื่นตัวเคลื่อนตัวราวกับกระแสน้ำไหลบ่า ผละจากจุดใต้โดรน มุ่งหน้าไปยังบ้านที่มือปืนคนนั้นเพิ่งเข้าไป
"นั่นอาตงนี่นา ลูกพี่" ชายหนุ่มร่างเตี้ยสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากซอมบี้รอบตัวเริ่มบางตาลง
เมื่อครู่พวกเขาทั้งกลุ่มแบ่งออกเป็นสองทีม แยกย้ายกันไปล่อซอมบี้จากสองจุด
ตงตงคือคนที่รับหน้าที่ไปล่อซอมบี้มาจากทางแยกปารีสสปริงอีกฝั่งหนึ่ง
หัวหน้าทีมมองโดรนด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง "พวกเราไป"
จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังตึกข้างๆ
ชายหนุ่มร่างเตี้ยมองไปทางตึกที่ตงตงซ่อนตัวอยู่ แล้วอดถามขึ้นมาไม่ได้ "ลูกพี่ แล้วตงตงล่ะ? เขาอุตส่าห์ช่วยเรานะ ตอนนี้เขาติดแหง็กอยู่ตรงนั้น"
หัวหน้าทีมตอบเสียงเรียบ "ฉันรู้ เราต้องไปหาที่ซ่อนก่อน เดี๋ยวหาจุดอับสัญญาณได้เมื่อไหร่ ค่อยจัดการไอ้โดรนนั่นแล้วว่ากันอีกที"
ชายหนุ่มร่างเตี้ยเงยหน้ามองโดรนเหนือหัว ในใจเต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อเจ้าเครื่องจักรบินได้นี่เต็มอก
หลี่อวี่มองผ่านกล้องโดรน เห็นพวกมันเข้าไปในตัวบ้านแล้ว จึงหันไปสั่งหลี่กัง "ดึงโดรนขึ้นสูงหน่อย ตอนนี้มันใกล้เกินไป พวกมันมีปืน เดี๋ยวโดนสอยร่วงจะยุ่ง"
หลี่กังเห็นด้วย จึงบังคับโดรนขึ้นไปที่ระดับความสูงห้าสิบเมตร
ความสูงระดับนี้บวกกับความมืด พวกข้างล่างน่าจะมองไม่เห็นแล้ว
จากนั้นหลี่กังก็ปิดไฟบนตัวโดรน
ตอนนี้โดรนเปรียบเสมือนวิญญาณร้ายที่ล่องลอยอยู่ในความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน
เพียงแต่พอปิดไฟ ทางฝั่งนี้ก็มองไม่เห็นภาพด้านล่างเช่นกัน
ดูท่าโดรนตัวนี้ยังต้องเอาไปอัปเกรดอีกเยอะ
หลี่อวี่มองภาพที่เลือนรางบนหน้าจอ เพราะไม่มีแสงไฟช่วย แม้จะมีโหมดมองกลางคืนแต่ก็มีขีดจำกัด
ในโลกยุควันสิ้นโลกแบบนี้ ในเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ แถมคืนนี้เมฆยังบังดวงจันทร์จนมิด
ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ทำให้โดรนแทบจะมองไม่เห็นอะไรข้างล่างเลย
หลี่อวี่หยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูที่หน้าประตูโรงพยาบาล แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เพราะโดรนกับเสียงปืนเมื่อครู่ช่วยล่อซอมบี้ออกไปเกือบหมด
หน้าประตูใหญ่ตอนนี้เหลือซอมบี้อยู่ไม่กี่ตัวแล้ว
แต่ยังวางใจไม่ได้ ศัตรูยังซุ่มอยู่ห่างออกไปแค่กิโลกว่าๆ
สำหรับหลี่อวี่แล้ว ไม่มีคำว่ายอมกินยาขมฟรีๆ ในเมื่อกล้ามาแหย่หนวดเสือ ก็ต้องเตรียมใจรับความพิโรธของเขาให้ดี
แต่ตอนนี้ โดรนเข้าไปใกล้มากไม่ได้ และพวกเขาก็ออกไปลุยไม่ได้เหมือนกัน เพราะข้างนอกเต็มไปด้วยซอมบี้ ขืนออกไปก็เท่ากับไปตายเปล่า
การกำจัดศัตรูนั้นสำคัญ แต่ชีวิตของพรรคพวกสำคัญกว่า เขาไม่ต้องการเอาชีวิตเพื่อนร่วมทีมไปเสี่ยง
หลี่อวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้น "วันนี้พอแค่นี้ก่อน ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามตารางเวรยาม"
"เสี่ยวกัง เดี๋ยวเรียกโดรนกลับมาเลย อย่าบินค้างไว้นาน เดี๋ยวจะพังเปล่าๆ"
"รอพรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปดูสถานการณ์ทางฝั่งนั้นกัน"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้มืดค่ำแล้ว ทำอะไรมากไม่ได้ ต้องรอให้เช้าก่อน
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวนอน
แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะพักผ่อน จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด
ปัง ปัง ปัง!
เสียงดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
ทุกคนที่กำลังจะลงบันไดชะงักฝีเท้าทันที รีบคว้ากล้องส่องทางไกลมาส่องดู
แต่น่าเสียดายที่มีตึกบังอยู่ ทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย
เห็นแค่เพียงซอมบี้บนถนนรอบๆ เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
มากขึ้น มากขึ้นทุกที
ตามมาด้วยเสียงปืนอีกชุดใหญ่
"เอาโดรนลงไปดูซิ" หลี่อวี่สั่งหลี่กัง
หลี่กังบังคับโดรนดิ่งลงไปด้านล่างทันที
บินตรงไปยังตึกที่เกิดเหตุเมื่อสักครู่
ทุกคนมารุมล้อมหน้าจอโดรนกันเป็นวงซ้อนวง
โดรนบินวนรอบตึกนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นว่าซอมบี้ที่พื้นด้านล่างได้พังกระจกและประตูของตึกที่คนกลุ่มนั้นซ่อนตัวอยู่เข้าไปแล้ว
พวกมันกรูกันเข้าไปในบ้านอย่างบ้าคลั่ง
ภาพที่เห็นเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกรากจริงๆ ทำเอาทุกคนขนลุกซู่
จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกชุด
โดรนบินขึ้นไปที่ชั้นหก
ผ่านหน้าต่างชั้นหก หลี่อวี่และพรรคพวกมองเห็นเหตุการณ์ข้างใน
ซอมบี้นับสิบตัวกำลังไล่ล่าชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นถือปืนพกในมือ ยิงใส่ซอมบี้ที่ตามหลังมาอย่างไม่คิดชีวิต
เสื้อคลุมและหน้ากากที่เขาเคยใส่หายไปแล้ว
เมื่อไร้ซึ่งเกราะป้องกันอำพรางตัว ซอมบี้รอบข้างก็จับกลิ่นเขาได้ทันที และเริ่มรุมทึ้ง
ปัง ปัง ปัง ปัง!
ชายคนนั้นกราดยิงด้วยความหวาดกลัวจนกระสุนหมดเกลี้ยง แล้วตะโกนลั่น "ลูกพี่ ช่วยด้วย!"
ที่ห้องหนึ่งบนชั้นสี่ หัวหน้าทีมที่ซ่อนตัวปะปนอยู่กับฝูงซอมบี้หลับตาลงอย่างจนปัญญา
หมดคำจะพูดจริงๆ
เมื่อกี้ตอนที่ลูกน้องคนนั้นวิ่งหนีเข้ามาด้วยความรีบร้อน เสื้อคลุมของมันไปเกี่ยวเข้ากับลูกบิดประตู
มันสวมหน้ากากเลยมองไม่ชัด พอถอดหน้ากากออกกำลังจะแกะเสื้อคลุม
ซอมบี้ข้างหลังก็ตามมาทัน ด้วยความตกใจ มันเลยสลัดเสื้อทิ้งไปเลย
พอกลั้นใจถอดเสื้อทิ้ง ซอมบี้พวกนั้นก็เหมือนโดนยาปลุกเซ็กซ์
กลิ่นมนุษย์โชยเตะจมูก พวกมันไล่กวดกันยิกๆ
ประเด็นคือ แทนที่มันจะหาทางใส่เสื้อหรือหน้ากากกลับคืน มันดันลนลานยิงปืนสู้กับซอมบี้
เสียงปืนยิ่งทำให้ซอมบี้คลั่งหนักกว่าเดิม
เลยกลายเป็นสภาพอย่างที่เห็น
"อ๊ากกก!" เจ้าโง่ที่ถอดเสื้อคลุมคนนั้น หลังจากยิงกระสุนจนหมดแม็ก ในที่สุดก็ถูกซอมบี้รุมกัด
เขามองฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลเบื้องหน้า แล้วคุกเข่าลงอ้อนวอน "พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรด ขอให้ข้าได้เป็นทูตแห่งวันสิ้นโลกด้วยเถิด"
ฝูงซอมบี้ค่อยๆ รุมล้อมและกลืนกินเขาเข้าไป
.......
ณ ดาดฟ้าตึกผู้ป่วยใน โรงพยาบาล
ทุกคนมองภาพบนหน้าจอโดรน เห็นฉากที่ชายคนนั้นถูกซอมบี้รุมทึ้ง
โดยเฉพาะตอนที่มันคุกเข่าลงขอพร
มันช่างดูสยดสยองและแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
"ดูท่าจะเจอพวกประสาทแดกอีกแล้ว!" หยางเทียนหลงบ่นอุบ
เหล่าหลัวและเหล่าปี้ทำหน้างงๆ ว่าทำไมต้องมีคำว่า อีกแล้ว
แต่ผู้กองหลี่กับต้าเพ่าเข้าใจทันที โดยเฉพาะต้าเพ่า ตั้งแต่วันสิ้นโลกเริ่มขึ้น เขาเจอพวกผีบ้ามาสารพัดรูปแบบ
เริ่มตั้งแต่ลัทธิอะไรนั่น มาจนถึงลัทธิบัวขาว และพวกบ้าบอคอแตกอีกเพียบ
เมื่อเห็นสายตาสงสัยของเหล่าหลัว ต้าเพ่าจึงอธิบาย "ก่อนหน้านี้พวกเราเคยเจอคนประเภทนี้มาแล้ว เพราะรับความจริงไม่ได้ เลยเลือกที่จะหนีปัญหา แล้วหันไปนับถือลัทธิประหลาดๆ
แค่แนวคิดของพวกมันค่อนข้างเพี้ยน เป็นพวกที่โดนล้างสมองมา ไอ้พวกนี้ก็น่าจะเป็นประเภทเดียวกัน"
พอได้ฟังคำอธิบายของต้าเพ่า เหล่าหลัวและคนอื่นๆ ก็เข้าใจทันที องค์กรแบบนี้มีมาตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เปิดเผยตัว อยู่กันแบบลับๆ
หลังจากคนบนชั้นหกตาย หลี่อวี่ก็บอกหลี่กัง "เรียกโดรนกลับมาเถอะ บินอยู่ตรงนั้นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ประหยัดแบตเตอรี่ไว้ดีกว่า"
"ได้เลย" หลี่กังบังคับโดรนกลับมาที่ดาดฟ้า
หลี่อวี่ใช้กล้องส่องทางไกลมองดูซอมบี้หน้าโรงพยาบาล ถึงจะยังเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ถูกเสียงลำโพงโดรนและเสียงปืนเมื่อครู่ดึงความสนใจไปเยอะ ทำให้แรงกดดันลดลงไปมาก
เขาจึงหันมาบอกทุกคน "เอาล่ะ แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้"
ทุกคนทยอยกันเดินออกไป
เหลือคนเข้าเวรอยู่ไม่กี่คน นอกจากคนดูต้นทางบนดาดฟ้าที่คอยสังเกตการณ์หน้าประตูใหญ่แล้ว ยังมีอีกสองคนเฝ้ายามอยู่ที่ชั้นล่าง
หลี่อวี่เองก็หาที่งีบหลับเช่นกัน
หนึ่งคืนผ่านไป
ซอมบี้บนถนนเดินเพ่นพ่านกันตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่ได้เจอตัวพวกหลี่อวี่
ประตูใหญ่ของโรงพยาบาลถึงจะเบี้ยวไปบ้าง แต่ก็ยังยืนหยัดต้านทานไว้อย่างแข็งแกร่ง
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาหกโมง
หลี่อวี่เดินออกมาที่ระเบียงดาดฟ้า
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบตึกรามบ้านช่อง แสงสะท้อนจากกระจกอาคารแสบตาเล็กน้อย
หลี่อวี่มองลงไปที่ถนน จำนวนซอมบี้ลดลงกว่าเมื่อคืนมาก และเมื่อเวลาผ่านไป พวกมันก็เริ่มทยอยหลบเข้าไปในมุมมืดของตึกมากขึ้นเรื่อยๆ
กรู๊ว กรู๊ว กรู๊ว
ฝูงนกบินผ่านขอบฟ้า ส่งเสียงร้องก้อง
ซอมบี้บนถนนเริ่มมีความเคลื่อนไหว เดินตามทิศทางที่นกบินไป
แต่ไล่ตามได้แป๊บเดียว นกก็บินหายไป พวกซอมบี้จึงกลับมาเดินวนเวียนอยู่ที่เดิม
เมื่อเห็นทุกคนตื่นกันหมดแล้ว หลี่อวี่ก็เรียกทุกคนมาเตรียมพร้อมสำหรับงานวันนี้
จากการค้นหาเมื่อวาน อุปกรณ์การแพทย์ที่พวกเขาต้องการจากโรงพยาบาลประชาชนที่ 1 ส่วนใหญ่ถูกขนขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
ภายนอกโรงพยาบาลยังมีซอมบี้วนเวียนอยู่นับร้อยตัว
หลี่อวี่เรียกทุกคนมารวมพลและกำชับ "วันนี้ใครที่ไม่มีท่อเก็บเสียง ให้พยายามใช้หน้าไม้แทนนะ"
ทุกคนพยักหน้ารับทราบ ต่างรู้ดีว่าเสียงดังเมื่อวานเป็นตัวเรียกแขกและซอมบี้เข้ามา
หลี่อวี่ให้เหล่าหลัวและทีมงานไปขนย้ายอุปกรณ์การแพทย์ที่เหลือจากเมื่อวานขึ้นรถ
การขับรถออกจากตึกผู้ป่วยในต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งจะสร้างเสียงรบกวนแน่นอน
หลี่อวี่แบ่งงานโดยให้เหล่าหลัวกับหยางเทียนหลงไปขนของ ส่วนต้าเพ่า ผู้กองหลี่ และคนอื่นๆ ให้ขับรถออฟโรดสองคันตามเขาไปค้นหาพวกที่ตึกเมื่อวาน
แบ่งกำลังออกเป็นสองทาง
ต้าเพ่ากับหลี่อวี่ขับรถมุ่งหน้าไปทางนั้น
หลี่อวี่และทีมงานสวมหมวกกันน็อค ใส่เสื้อกันกระสุนไว้ข้างใน แล้วทับด้วยเกราะทำมืออีกชั้น เกราะนี้ช่วยป้องกันการกัดของซอมบี้ได้ชะงัด และยังพอกันกระสุนได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อไปถึงตึกที่คนกลุ่มนั้นเคยอยู่ พวกเขาค้นหาจนทั่ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของคนพวกนั้นเลย
กลับกลายเป็นว่า เพราะเมื่อวานมีการล่อซอมบี้มาเยอะ พอฟ้าสว่าง ซอมบี้พวกนั้นก็พากันหลบเข้ามาในตัวตึก
ทำให้ระหว่างการค้นหา พวกเขาต้องปะทะกับซอมบี้จำนวนไม่น้อย
กว่าจะค้นจนทั่วตึก ก็คว้าน้ำเหลว ไม่เจอตัวคนร้าย
"ดูเหมือนพวกมันจะหนีไปแล้ว" หลี่อวี่ทุบวงกบประตูระบายอารมณ์ เศษกระจกบนวงกบร่วงกราวลงมา
"แล้วเราจะเอายังไงต่อ?" ต้าเพ่าถาม
"ช่างหัวพวกมัน ปัญหามาปัญญามี เดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้เรารีบไปรวบรวมอุปกรณ์การแพทย์ให้ครบก่อน" หลี่อวี่ตอบ
พอกลับมาถึงโรงพยาบาลประชาชนที่ 1 พวกหยางเทียนหลงก็ขนอุปกรณ์ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
"ไปต่อที่โรงพยาบาลประชาชนที่ 6"
โรงพยาบาลประชาชนที่ 6 อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลประชาชนที่ 1 มาก ขับรถไม่กี่นาทีก็ถึง
หลังจากพวกเขาขับรถออกไป บนดาดฟ้าของตึกที่อยู่ถัดไปทางขวาของตึกที่หลี่อวี่เพิ่งค้นหาไปสามหลัง มีเงาคนสองคนปรากฏตัวขึ้น
"ลูกพี่ เกือบไปแล้ว โชคดีที่เมื่อคืนลูกพี่สั่งย้ายที่ ไม่งั้นวันนี้เราคงโดนพวกมันเจอตัวแน่" ชายร่างเล็กพูดขึ้น
ข้างๆ เขา ชายสวมหมวกและหน้ากากจมองไปทางที่กลุ่มหลี่อวี่ขับรถออกไปด้วยสายตาอาฆาตแค้น "ไป กลับไปรายงานลูกพี่หม่า บอกว่ามีกลุ่มอิทธิพลใหม่ที่แข็งแกร่งโผล่มา ด้วยความรู้เรื่องซอมบี้ของลูกพี่ เขาต้องล่อซอมบี้มาถล่มพวกมันได้มากกว่านี้แน่"
ชายหนุ่มร่างเตี้ยพยักหน้าหงึกหงัก ราวกับนึกภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นั้นออก "ได้ครับ"