ตอนที่ 41 ไม่เป็นฝ่ายรุก!

“สภาพการจราจรในเซี่ยงไฮ้นี่สูสีกับหรงเฉิง (เฉิงตู) เลยแฮะ ตอนแรกผมนึกว่าที่หรงเฉิงรถติดนรกแตกแล้วนะ ไม่นึกเลยว่าพอมาเทียบกับเซี่ยงไฮ้ ที่นั่นกลายเป็นเด็กๆ ไปเลย”

“เห็นจุดหมายปลายทางคือโรงแรมอมันหยางหยุน พี่ไม่ใช่คนเซี่ยงไฮ้เหรอคะ?”

เจียงเฉิง ส่ายหน้า: “มาเที่ยวน่ะ”

“สมกับเป็นระดับเสี่ยจริงๆ มาเที่ยวทั้งทีพักโรงแรมแพงระยับขนาดนั้น... พี่ชายคะ วันนี้หนูเห็นพี่ที่บูธ Lamborghini ด้วยนะ มีคำถามนึงที่หนูสงสัยมาก พี่ช่วยไขข้อข้องใจให้หนูหน่อยได้ไหมคะ?”

“ถามมาสิ”

“ทำไมพวกผู้จัดการที่ Lamborghini ถึงได้พินอบพิเทาเอาใจพี่ขนาดนั้นคะ? ตอนนั้นหนูเห็นชัดๆ เลยว่าพี่เดินเข้าไปได้ฉลุยโดยไม่ต้องตรวจสถานะทางการเงิน แถมพนักงานยังรีบเอาน้ำชามาเสิร์ฟให้ถึงที่ แต่ทำไมหนูถึงเข้าไปถ่ายรูปไม่ได้ล่ะ?” เฉียว อินอิน ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

คอมเมนต์ในไลฟ์สดเริ่มเด้งขึ้นมารัวๆ เพื่อตอบคำถามแทน

[สตรีมเมอร์ไม่รู้จัก Patek Philippe เหรอ?]

[สตรีมเมอร์ดูไม่ออกเหรอว่าชุด LV คอลเลกชันใหม่บนตัวพี่เขาราคาเท่าไหร่?]

[ยัยบ๊องเอ๊ย วิญญาณหลุดไปแล้วมั้ง!!]

[นาฬิกา Patek Philippe บนข้อมือพี่เขาไม่ใช่รุ่นไก่กานะเว้ย นั่นมันรุ่น 5160 ราคาล้านกว่าหยวนเชียวนะ!]

[……]

สตรีมเมอร์สาวหน้าสวยไม่ได้อ่านคอมเมนต์ ยังคงจ้องหน้า เจียงเฉิง เพื่อรอคำตอบด้วยความสงสัย

“คงเป็นเพราะวันนี้ผมเพิ่งซื้อรถที่ Ferrari มาคันนึงมั้ง ทาง Lamborghini เขาคงเห็นแหละ”

“สรุปว่าวันนี้พี่ซื้อ Ferrari ไปแล้วเหรอคะ? ซื้อรุ่นไหนคะ? อย่าบอกนะว่าเป็นเจ้า SF90 คันนี้?”

“อื้ม... ก็คันที่คุณเพิ่งร่ายยาวข้อมูลไปเมื่อกี้นั่นแหละ”

พอ เจียงเฉิง ยืนยัน ห้องไลฟ์สดก็ระเบิดลงอีกรอบ

[กูจะอ้วก... คนเราแม่งต้นทุนต่างกันจริงๆ ว่ะ]

[ความหมายของเฮียก็คือ เขาเพิ่งจ่ายเงินสิบล้านไปหมาดๆ พนักงาน Lamborghini ถึงได้บริการดีผิดปกติ]

[เวร… เป็นอีกวันที่ต้องอิจฉาคนรวย]

[……]

คราวนี้ เฉียว อินอิน ยอมจำนนอย่างราบคาบ

เจอคนรวยระดับนี้เข้าไป จะเอาอะไรไปไม่ยอมรับได้ล่ะ

“ที่แท้พี่ก็เป็นระดับบอสใหญ่นี่เอง มิน่าล่ะ... ขอถามหน่อยได้ไหมคะ ตอนเที่ยงที่ลองนั่งเจ้ากระทิงเปลี่ยวคันนั้นรู้สึกยังไงบ้างคะ? ที่พี่ตัดสินใจเลือก Ferrari เพราะ Lamborghini นั่งไม่สบายเท่าเจ้า SF90 คันนี้เหรอคะ? หรือเพราะเจ้าคันนี้ขับมันส์จริงๆ”

ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่บนถนนหลวง เฉียว อินอิน คงเหยียบคันเร่งมิดไมล์ไปแล้ว

“ใครบอกว่าผมเลือกแค่ Ferrari? เจ้ากระทิงเปลี่ยวนั่นถึงผมจะยังไม่ได้ลองขับ แต่ลองนั่งดูแล้วก็สบายดีนะ ส่วนเรื่องแอร์ ผมยังไม่เจอปัญหาอะไร แต่คิดว่าอีกไม่นานคงได้รู้แหละว่า... สาวๆ คนอื่นนั่งแล้วจะ ‘ร้อน’ ไหม” เจียงเฉิง พูดหยอกเย้า เฉียว อินอิน

“หมายความว่า... กระทิงเปลี่ยวสีชมพูคันนั้น พี่ก็ซื้อด้วยเหรอคะ?”

“ใช่ ทำไม? มีปัญหาเหรอ?”

สิ้นเสียง เจียงเฉิง เฉียว อินอิน ถึงกับสำลักความรวย พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อนผ่าว: “ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ... ทุกคนดูไว้นะคะ นี่คือความแตกต่างระหว่างคนรวยกับพวกเรา อย่างฉันเวลาจะกินข้าว แค่จะเลือกว่าจะกิน ‘หลัวซือเฝิ่น’ (螺蛳粉, เส้นหมี่หอยขม) หรือ ‘หม่าล่าทั่ง (麻辣烫)’ ยังต้องคิดแล้วคิดอีก แต่ระดับพี่เขาเหมาหมดเลยค่าา...”

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดเดือดพล่านกันอีกรอบด้วยความอิจฉา

ในลานจอดรถของโรงแรมอมันหยางหยุน

เฉียว อินอิน สิ้นสุดภารกิจคนขับแทน ก่อนลงจากรถ เจียงเฉิง ก็พูดแซวเธอว่า:

“ไม่นึกเลยว่าสตรีมเมอร์ตัวเล็กๆ อย่างคุณจะมีลีลาการ ‘ขับรถ(1)’ ที่เด็ดใช้ได้เลยนะ ไม่ใช่แค่นิ่ง แต่ยังทำให้รู้สึก ‘สบาย’ มาก... ผมรู้สึกสบายตัวสุดๆ ไว้คราวหน้าจะเรียกมา ‘ขับ’ ให้ใหม่นะ”

โดน เจียงเฉิง เล่นมุกสองแง่สองง่ามใส่หน้าแบบนี้ เฉียว อินอิน ก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที

แม้ปกติเวลาไลฟ์สดเธออาจจะดูพูดจาโผงผางกล้าเล่นมุกทะลึ่งบ้าง แต่ก็นั่นมันคุยกับชาวเน็ตผ่านหน้าจอ

พอมาเจอหนุ่มหล่อตัวเป็นๆ มายืนยิงมุก 18+ ใส่หน้าแบบนี้ เธอก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน

“พี่คะ... แล้วปกติพี่ชอบดูไลฟ์สดแนวไหนเหรอคะ?”

“ก็ต้องดูสาวๆ อยู่แล้วสิ”

“ไม่ยักรู้นะคะว่าระดับพี่ก็ชอบดูสาวสวยในไลฟ์ด้วย นึกว่าจะชอบดูพวกรีวิวรถซะอีก”

“จะดูรถไปทำไม? ชอบก็ซื้อเลยไม่ดีกว่าเหรอ? โบราณว่าไว้... การดูสาวสวยทำให้สุขภาพดี ช่วยชะลอวัย อายุยืนหมื่นปี แถมยังทำให้เจริญหูเจริญตา ป้องกันโรคซึมเศร้าได้ด้วยนะ”

เฉียว อินอิน ยู่ปากทำเสียงฮึดฮัดใส่ เจียงเฉิง: “ถ้าพี่รู้สึกว่าหนู ‘ขับรถ’ สบายขนาดนั้น ไม่คิดจะสนับสนุนสตรีมเมอร์ตัวน้อยผู้ยากไร้คนนี้ด้วยการเปย์ของขวัญให้ขึ้นแรงก์สักหน่อยเหรอคะ? หนูก็จัดว่าเป็นสาวสวยเหมือนกันนะ”

เจียงเฉิง รับกุญแจรถคืนจากมือ เฉียว อินอิน แล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน: “โทษทีนะ พอดีผมเป็นไอดี ‘สายดูฟรี(2)’ น่ะ”

เฉียว อินอิน เห็น เจียงเฉิง หันหลังจะเดินหนีไปดื้อๆ ก็ยืนอึ้งไปเลย: “เอ้า! นี่ก็ถึงหน้าโรงแรมแล้ว ไม่คิดจะชวนหนูขึ้นไปดื่มน้ำสักแก้วเหรอคะ?”

เจียงเฉิง ได้ยินคำถามนี้ก็หลุดขำ... มุกเดิมอีกแล้ว

ทำไมสาวสวยสมัยนี้ชอบขอขึ้นไปดื่มน้ำกันจังนะ?

“ฮะๆ น้ำโรงแรมไม่ค่อยสะอาดหรอกครับ... เอาไว้มีวาสนา เดี๋ยวผมพาไป ‘กินนม(3)’ แทนแล้วกัน”

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดเห็นแผ่นหลังของ เจียงเฉิง ที่เดินจากไปอย่างไม่ไยดี ก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที

เมื่อกี้ตอนอยู่บนรถยังคุยกันถูกคอแทบจะไฟลุกพรึ่บ ไหงพอลงรถปุ๊บ ตัดบัวไม่เหลือใยเฉยซะงั้น

[เชี่ย... โดนแกงว่ะ หรือว่าสตรีมเมอร์เรายังสวยไม่พอ?]

[คนรวยระดับนี้แม่งเป็นสายดูฟรี? งั้นยาจกอย่างฉันยังมีสิทธิ์เปย์ให้สตรีมเมอร์อยู่อีกเหรอเนี่ย?]

[ขนาดเฮียยังดูฟรี แต่ฉันยังเคยเปย์ไปสิบหยวน... เจ็บจี๊ดเลยกู]

[……]

เฉียว อินอิน ยืนอึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้

นี่ฉันอยู่ไหน? เกิดอะไรขึ้น?

นี่เสน่ห์ของฉันมันตกต่ำขนาดนี้เลยเหรอ? เธอคิดว่าอย่างน้อยๆ เจียงเฉิง ก็น่าจะขอแลกวีแชทไว้บ้าง

เพราะท่าทีบนรถเมื่อกี้ มันดูเหมือนเขาจะเล่นเกม ‘เดี๋ยวรุกเดี๋ยวรับ’ กับเธอชัดๆ

ไม่นึกเลยว่าบทจะไปก็ไปดื้อๆ... ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!!!

[เฉียว อินอิน: ค่าความเป็นมิตร +10!]

เจียงเฉิง มองค่าความเป็นมิตรที่เด้งขึ้นมาแล้วก็ยิ้มกริ่ม

เขาเดาไม่ผิดจริงๆ กฎเหล็กของยอดชายเจ้าสำราญคือ... ไม่เป็นฝ่ายรุก! ไม่ปฏิเสธ! (และไม่รับผิดชอบ!)

และเขามีลางสังหรณ์ว่า ดูจากสายตาของแม่สตรีมเมอร์คนนี้แล้ว... ครั้งหน้าเขาอาจจะชวนเธอไปกิน ‘หม่าล่าทั่ง 6 หยวน(4)’ ได้ไม่ยาก

……………………………

(1)[ขับรถ (開車) – คำแสลง หมายถึง การพูดเรื่องลามก หรือการมีเพศสัมพันธ์ (เจียงเฉิง เอ่ยชมว่าเธอลีลาดี)]

(2)[สายดูฟรี / ไป๋เพียว (白嫖) – หมายถึงคนที่เสพคอนเทนต์หรือรับบริการโดยไม่ยอมจ่ายเงินสนับสนุน (ในบริบททางเพศจะหมายถึง ฟันแล้วทิ้ง/ไม่จ่าย)]

(3)[กินนม (喝牛奶) – มุกตลกสองแง่สองง่ามสื่อถึงของเหลวจากร่างกายผู้ชาย ซึ่งก็น่าจะเข้าใจกันดี…]

(4)[หม่าล่าทั่ง 6 หยวน (6塊錢麻辣燙) – เป็นโคตรมีมในตำนาน มาจากเรื่องเล่าของชาวเน็ตที่นัดสาวไปกินข้าว เลี้ยงแค่หม่าล่าทั่งราคา 6 หยวน แต่คืนนั้นได้ ‘กิน’ สาวคนนั้นถึง 13 ครั้ง กลายเป็นศัพท์แสลงหมายถึงการลงทุนน้อยแต่ได้กำไร(ทางเพศ)มหาศาล]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 41 ไม่เป็นฝ่ายรุก!

ตอนถัดไป