ตอนที่ 56 คุณจะโดดเหรอ?, ตอนที่ 57 เงินจ้างผีโม่แป้งได้(1)

หลังจากพูดคุยตามมารยาทจนสมควรแก่เวลา หวัง หมิงหยาง ก็เอ่ยลา: “ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณเจียงแล้วครับ ขอให้มีความสุขตลอดเวลาที่เข้าพักครับ”

เจียงเฉิง พยักหน้า: “ขอบคุณครับ ประธานหวัง”

เมื่อ หวัง อวี่เยียน เดินไปส่งท่านประธานแล้วกลับมา เจียงเฉิง ก็ยิ้มให้เธอพลางพูดว่า: “ผู้จัดการหวัง ขอบคุณมากนะที่ช่วยผมประหยัดค่าห้องไปได้ตั้งเยอะ”

เจียงเฉิง ไม่ได้ถือสาเรื่องที่ หวัง อวี่เยียน หวังดีจนทำเขาเสียเงินก้อนโต กลับกันเขารู้สึกพอใจกับการกระทำของเธอด้วยซ้ำ

ได้รับคำชมจาก เจียงเฉิง หวัง อวี่เยียน ก็ยิ้มสดใส: “คุณเจียงเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ นี่เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้ว”

“แต่ประหยัดค่าห้องไปได้ขนาดนี้ ค่าคอมมิชชั่นของคุณก็คงหายไปเยอะเลยสินะ”

“ก็... หายไปบ้างค่ะ แต่คุณเจียงไม่ได้พักอยู่ทุกวัน การที่คุณเจียงยอมเปิดห้องทิ้งไว้นานขนาดนี้ สำหรับดิฉันแค่นี้ก็ถือว่าได้เยอะมากแล้วค่ะ”

เจียงเฉิง ยิ้มให้เธอ: “ยังไงก็ขอบคุณนะ ไว้มีเวลาเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวสักมื้อ”

หวัง อวี่เยียน ไม่ได้คิดจริงจังกับคำชวนนั้น เธอยังคงตอบกลับอย่างนอบน้อม: “ด้วยความยินดีค่ะ ความพึงพอใจของคุณเจียงคือกำลังใจสูงสุดในการทำงานของดิฉันค่ะ”

เฉียว อินอิน ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ เริ่มมั่นใจในลางสังหรณ์ของตัวเองว่า ยัยบัตเลอร์คนนี้มีใจให้ เจียงเฉิง ชัวร์

แม้เธอจะไม่กล้าเรียกร้องอะไรจาก เจียงเฉิง แต่การแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าศัตรูหัวใจ (ในจินตนาการ) ก็เป็นสิ่งที่ทำได้

เฉียว อินอิน รีบเดินเข้าไปคล้องแขน เจียงเฉิง ซบหน้าลงกับไหล่เขาแล้วพูดเสียงอ้อนอย่างสนิทสนม: “เจียงเฉิง... ฉันไม่อยากกลับเลย”

เจียงเฉิง ไม่ได้สังเกตเห็นสงครามเย็นระหว่างสองสาว เขาโอบไหล่ เฉียว อินอิน กลับ: “อ้าว? ไหนบอกว่ามีเพื่อนสาวตั้งใจมาหาไง? ถ้าอยากอยู่ก็ไม่ต้องกลับก็ได้”

เฉียว อินอิน ทำปากยื่นอย่างเสียดาย: “เฮ้ออ… ฉันก็ไม่อยากกลับหรอก แต่ก่อนหน้านี้เรานัดกันไว้แล้ว อีกอย่างเธองานยุ่งมาก นัดเจอกันทีลำบาก… ช่างเถอะ ฉันไปดีกว่า”

เห็น เจียงเฉิง กับเฉียว อินอิน นัวเนียกันต่อหน้าต่อตา แววตาของ หวัง อวี่เยียน ก็หมองลงวูบหนึ่ง

เธอพยักหน้าให้ เจียงเฉิง ตามมารยาท แล้วถอยฉากออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา... เฉียว อินอิน ยืนอยู่หน้ากระจก บ้วนปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความอ่อนล้า

เธอใช้นิ้วจิ้มริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยของตัวเอง พลางบ่นในใจว่า …ต่อไปจะไม่หาเรื่องใส่ตัวเพราะความหึงหวงแบบนี้อีกแล้ว

คืนเดียวต้อง ‘กิน’ ไปตั้งหลายรอบ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เธอคงเสพติดรสชาตินี้เข้าให้สักวัน…

หลังจากขับรถไปส่ง เฉียว อินอิน ที่หอพัก เจียงเฉิง ก็มุ่งหน้าไปยังบริษัทของ อวี๋ เซียวเซียว

เมื่อไปถึงใต้ตึกบริษัท เจียงเฉิง ก็โทรหา อวี๋ เซียวเซียว

เสียงรอสายดังอยู่พักใหญ่กว่า อวี๋ เซียวเซียว จะรับสาย

ในตอนนั้นน้ำเสียงของเธอฟังดูอึกอักชอบกล พูดคุยได้ไม่กี่คำก็รีบบอกว่ายุ่งมาก ให้ เจียงเฉิง รอสักครู่

แต่จังหวะที่จะวางสาย เจียงเฉิง กลับได้ยินเสียงโวยวายของ จางอวี่ (แฟนเก่า) ดังลอดเข้ามาในโทรศัพท์

และด้วยหูที่รับเสียงได้ดีเป็นพิเศษ เจียงเฉิง พลันจับทิศทางได้ว่า เสียงนั้นดังมาจากบริเวณใกล้ๆ นี้เอง

สัญชาตญาณสั่งให้เขาขับรถมุ่งหน้าไปทางต้นเสียงทันที

เสียงเครื่องยนต์ Ferrari ดังกระหึ่มเมื่อเขาขับเข้าไปใกล้ริมแม่น้ำ กลุ่มคนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่ต่างหันมามองเป็นตาเดียว

เจียงเฉิง จอดรถ แล้วกวาดสายตาดู... อวี๋ เซียวเซียว อยู่ที่นั่นจริงๆ

เขารีบลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ

เมื่อเห็น เจียงเฉิง สีหน้าของ อวี๋ เซียวเซียว ก็ซีดลงทันที: “เจียงเฉิง! คุณมาทำไม?”

จางอวี่ ที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำ เห็น เจียงเฉิง โผล่มา ก็ยิ่งสติแตกหนักกว่าเดิม

“ดีนี่! กล้ามาเสนอหน้าด้วยกันอย่างเปิดเผยแล้วสินะ? อวี๋ เซียวเซียว แกมันนังแพศยา! ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ ถ้าเธอยังไม่อยากฉาวโฉ่ ก็รีบตกลงแต่งงานกับฉันซะดีๆ...”

เจียงเฉิง ขมวดคิ้ว มองหน้า อวี๋ เซียวเซียว: “เซียวเซียว... ไหนคุณบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้วไง?”

อวี๋ เซียวเซียว ก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด: “เจียงเฉิง... เขาตามรังควานฉันไม่เลิก วันนี้ถึงขั้นบุกมาอาละวาดที่บริษัท ฉันไม่อยากให้คุณต้องมารำคาญใจกับคนพรรค์นี้ ก็เลยไม่ได้บอก...”

เจียงเฉิง ลูบศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู: “ยัยโง่... เรื่องแค่นี้เอง มีอะไรต้องรำคาญ”

“เจียงเฉิง อย่าไปสนใจเขาเลย เขาเป็นคนพาล ไร้เหตุผล ตอนนี้ขู่ว่าจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ฉันเรียก รปภ. มาแล้ว”

เจียงเฉิง มองไปที่ รปภ. ในชุดเครื่องแบบสีดำหลายคนที่กำลังพยายามเกลี้ยกล่อม จางอวี่ ที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“กูเป็นคนพาลเหรอ? แล้วพวกมึงสองคนเป็นอะไร? หญิงร้ายชายเลว!” จางอวี่ ตะโกนด่ากราด

ได้ยินคำด่าหยาบคาย สีหน้าของ เจียงเฉิง ก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกทันที

สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัว เจียงเฉิง อวี๋ เซียวเซียว รีบคว้าแขนเขาไว้แน่น: “เจียงเฉิง อย่าไปถือสาคนบ้าเลย... เราไปกันเถอะ”

“อวี๋ เซียวเซียว! ถ้ามึงกล้าเดินหนี กูจะแฉเรื่องเน่าๆ ของพวกมึงให้หมด! แล้วกูจะโดดลงไปเดี๋ยวนี้แหละ! มึงก็รู้ว่ากูว่ายน้ำไม่เป็น ถ้ากูตาย มึงก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้น!” จางอวี่ ขู่ฟอดๆ ทำท่าจะกระโดดจริงๆ

รปภ. เห็นท่าไม่ดีรีบห้าม: “คุณครับ ใจเย็นๆ ก่อน มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน”

เจียงเฉิง แค่นหัวเราะเบาๆ: “คุณจะโดดเหรอ?”

เห็น เจียงเฉิง เดินดุ่มๆ เข้ามาหา จางอวี่ ก็เผลอขมิบก้นด้วยความกลัวถอยหลังกรูด: “มึงจะทำอะไร? อย่าเข้ามานะเว้ย!”

………………………………….

ตอนที่ 57 เงินจ้างผีโม่แป้งได้(1)

เหตุการณ์ ‘รากแตก (ท้องเสียรุนแรง)’ กลางโรงแรมเมื่อคราวก่อน ยังคงเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน จางอวี่ มาจนถึงทุกวันนี้

“ไหนว่าจะโดดไม่ใช่เหรอ? โดดสิครับ”

จางอวี่ เห็นสายตาหยอกเย้าเหมือนกำลังดูเรื่องตลกของ เจียงเฉิง ก็รู้สึกไม่ยอมแพ้ในศักดิ์ศรี จึงกัดฟันพูดจาอวดเก่ง: “คิดว่ากูไม่กล้าโดดเหรอ? ถ้ากูโดดลงไปจริงๆ คอยดูสิว่ายัยนั่นจะไปตอบคำถามญาติพี่น้องกูยังไง!”

“พล่ามอยู่ได้... ถ้าไม่กล้าโดดเอง ให้ผมช่วยสงเคราะห์หน่อยไหม?”

พูดจบ เจียงเฉิง ก็หันไปพูดกับ รปภ. ร่างยักษ์ 4 คนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ:

“เอาอย่างนี้ไหมพี่ รปภ. ...ผมให้พวกพี่ คนละ 5 ล้าน พวกพี่ 4 คนวิ่งเข้าไปทำทีเป็นจะช่วยดึงเขาไว้ แต่ในระหว่างชุลมุนยื้อยุดฉุดกระชาก ก็แกล้งทำเป็นดึงไม่อยู่ ปล่อยให้เขาตกลงไป... พอเขาจมน้ำ พวกพี่ค่อยกระโดดลงไปช่วย แต่สุดท้ายช่วยไม่ทัน จมน้ำตาย... แผนนี้เป็นไงครับ?”

จางอวี่ ได้ยินคำพูดเรียบเฉยราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศของ เจียงเฉิง ใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที

ความหมายของ เจียงเฉิง คือ... ต้องการจะฆ่าเขาให้ตายจริงๆ

เขาแค่ต้องการขู่ อวี๋ เซียวเซียว ไม่ให้ยกเลิกงานแต่งงานเท่านั้น ไม่ได้คิดจะโดดน้ำตายจริงๆ สักหน่อย

จางอวี่ ตัวสั่นเทา เขายกมือขึ้นชี้หน้า เจียงเฉิง ด้วยท่าทาง ‘กรีดกรายนิ้ว(2)’ ตามความเคยชิน: “มึงพูดบ้าอะไร! นี่มันสังคมมีกฎหมายนะ มึงกล้าจ้างวานฆ่าคนกลางวันแสกๆ เลยเหรอ?!!”

ทางด้าน รปภ. ทั้ง 4 คน ได้ยินข้อเสนอของ เจียงเฉิง ตอนแรกก็ตกใจ แต่ต่อมา... หัวใจก็เริ่มเต้นรัวด้วยความโลภ พวกเขาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ดูจากการแต่งตัวและรถซูเปอร์คาร์ที่ขับมา ก็รู้ได้ทันทีว่า เจียงเฉิง เป็นลูกเศรษฐีกระเป๋าหนัก

ถ้าเขาจ่ายเงินจำนวนนั้นได้จริงๆ... พวกเขาก็อาจจะไม่ปฏิเสธที่จะทำตามแผนนั้น

หัวหน้า รปภ. ดูจะมีอาการหวั่นไหวที่สุด เขากลืนน้ำลายก่อนถามเสียงเบาๆ: “เอ่อ… คุณผู้ชาย… พูดเล่นใช่ไหมครับ?”

“ทำไม? ไม่กล้าเหรอ? พวกพี่วางใจได้ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ผมจะจ้างทนายที่เก่งที่สุดมาช่วยพวกพี่ รับรองว่าหลุดคดีแน่นอน หรือถ้าซวยจริงๆ ต้องติดคุก... ผมจะจ่ายเพิ่มให้ครอบครัวพวกพี่อีก คนละ 5 ล้าน เป็นไง? ถ้ายังไม่เชื่อใจ เดี๋ยวผมโอนมัดจำให้ก่อนตอนนี้เลยก็ได้”

ยิ่ง เจียงเฉิง พูด ใบหน้าของ จางอวี่ ก็ยิ่งขาวซีดลงไปอีกหลายเฉด เพราะเขาเห็นแววตาที่ลังเลและ ‘ความกระหาย’ ในดวงตาของพวก รปภ.

ดูเหมือนพวกนั้นจะเริ่มคิดจริงจังแล้ว

ต้องรู้ก่อนว่าเงินเดือน รปภ. เต็มที่ก็แค่ 4,000-5,000 หยวน เงิน 5 ล้านหยวนคือจำนวนที่พวกเขาหาทั้งชีวิตก็ไม่มีทางหาได้

บวกกับสถานการณ์ที่ จางอวี่ ประกาศปาวๆ ว่าจะโดดเอง ถ้าเกิดพลาดตกลงไปจริงๆ... แค่ไม่มีใครพูดความจริง พวกเขาก็อาจจะรอดคุก แถมยังได้เงินก้อนโตไปเสวยสุข

พวก รปภ. เริ่มมองซ้ายมองขวา เหมือนกำลังเช็กดูว่ามีพยานคนอื่นได้ยินไหม

“พวกแกจะทำอะไร!? คิดจะฆ่าคนชิงทรัพย์กลางวันแสกๆ รึไง!?” จางอวี่ ตะโกนลั่นด้วยความกลัว แล้วรีบถอยกรูดออกมาจากริมแม่น้ำ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปหาที่ปลอดภัยทันที

“อ้าว? ทำไมล่ะ… ไม่โดดแล้ว?” เจียงเฉิง แค่นเสียงหัวเราะเยาะไล่หลัง เมื่อเห็นท่าทางขี้ขลาดตาขาวของ จางอวี่

จางอวี่ กัดริมฝีปากแน่นจนเลือดแทบซิบ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย เขาหันกลับมากรีดนิ้วชี้หน้า เจียงเฉิง อีกรอบ: “มึงรู้ไหมว่าการฆ่าคนมันผิดกฎหมาย? ฉันจะฟ้องแก!”

“รู้สิ ผมถึงไม่ลงมือเองไง... อีกอย่าง ผมบอกแล้วไงว่าถ้านายตกลงไปในน้ำ มันก็คือ ‘อุบัติเหตุ’ นายเป็นคนเรียกร้องจะโดดเอง... เคยได้ยินประโยคนี้ไหม? ‘มีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้(1)’”

สิ้นเสียง เจียงเฉิง พวก รปภ. ก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย พวกเขาเริ่มนึกโทษตัวเองในใจว่าทำไมเมื่อกี้ไม่รีบลงมือให้เร็วกว่านี้

เงินตั้ง 5 ล้าน... หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา

“พวกแกกล้าเหรอ!? กูจะบอกให้ กูจะแจ้งตำรวจมาจับพวกแก ไอ้พวกคู่ชายชั่วหญิงเลว!” จางอวี่ ตะโกนขู่เพื่อกลบเกลื่อนความกลัว

เจียงเฉิง เดินเข้าไปประชิดตัว จางอวี่ มองเขาด้วยสายตาเหมือนมอง ‘คนตาย’ แล้วกระซิบเสียงเย็นยะเยือก:

“ลองด่าอีกคำสิ... ผมจะไม่ลงมือเองหรอก แต่จำใส่กะลาหัวไว้เลยนะ ครั้งหน้าที่เจอกัน... นายจะไม่มีโอกาสได้อ้าปากพูดอีกเลย!

“เหอะ! คิดว่าขู่แล้วกูจะกลัวเหรอ? แน่จริงมึงก็เข้ามาต่อยกูสิ!” จางอวี่ ยังคงทำใจดีสู้เสือ

“ต่อยนายเหรอ? ผมกลัวมือเปื้อน... อีกอย่าง ผมไม่ถือสาหาความกับ ‘คนตาย’ หรอก”

ในวินาทีนั้น เจียงเฉิง ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่า... คนอย่าง จางอวี่ ไม่สมควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

ได้ยินน้ำเสียงและเห็นแววตาที่ซ่อนความอำมหิตของ เจียงเฉิง จางอวี่ ก็เริ่มขาสั่น... สายตานั้นมันมองเขาเหมือนเป็นศพเดินได้จริงๆ

จางอวี่ หันไปมองพวก รปภ. ที่จ้องเขาตาเป็นมันอย่างกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ ใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือดไร้สีเลือด

“ให้พวกพี่ คนละ 100,000... กระทืบมันให้ปางตาย!”

ถ้าให้ฆ่าคน พวก รปภ. อาจจะต้องชั่งใจคิดหนัก แต่ถ้าแค่ ‘กระทืบคน’ แลกกับเงินคนละแสน... แทบไม่ต้องใช้สมองคิดเลย!

รปภ. ทั้ง 4 คน พุ่งกระโจนเข้าใส่ จางอวี่ ทันทีหลังสิ้นคำ แล้วระดมหมัดเท้าเข่าศอกใส่ไปแบบไม่ยั้ง

เพียงไม่กี่วินาที จางอวี่ ก็หน้าบวมปูด ปากแตก เลือดกลบหน้า ร้องโหยหวน

อวี๋ เซียวเซียว ที่ยืนดูอยู่เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา

เธอรีบดึงแขน เจียงเฉิง ไว้: “เจียงเฉิง... พอเถอะ อย่าไปมีเรื่องมีราวกับคนพรรค์นี้เลย วันนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไปเถอะนะ”

……………………………

(1)[มีเงินใช้ผีโม่แป้งได้ (有錢能使鬼推磨) – เป็นสำนวนที่เปรียบเปรยว่า อำนาจเงินบันดาลได้ทุกสิ่ง แม้แต่ผีก็ยังยอมทำงานให้]

(2)[กรีดกรายนิ้ว/นิ้วกล้วยไม้ (翹著蘭花指) – ท่าทางจีบนิ้วคล้ายดอกกล้วยไม้ ในบริบทของผู้ชายมักใช้เพื่อสื่อถึงบุคลิกที่ดูตุ้งติ้ง ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย หรือน่ารังเกียจ]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 56 คุณจะโดดเหรอ?, ตอนที่ 57 เงินจ้างผีโม่แป้งได้(1)

ตอนถัดไป