ตอนที่ 87 กลยุทธ์ของคนเจ้าชู้, ตอนที่ 88 เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ

ตอนที่ 87 กลยุทธ์ของคนเจ้าชู้

บรรยากาศภายในร้าน Cartier ค่อนข้างเงียบสงบ นอกจาก เจียงเฉิง และโจวอิ่ง แล้ว มีลูกค้าอื่นอยู่อีกเพียง 2-3 คนเท่านั้น

โจวอิ่ง เดินตามหลัง เจียงเฉิง ไปเงียบๆ สายตากวาดมองเครื่องประดับในตู้โชว์ด้วยความสนใจ แต่ไม่ได้แสดงท่าทีอยากได้จนออกนอกหน้า

“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง มีอะไรให้ดิฉันช่วยแนะนำไหมคะ?” พนักงานขายสาวกล่าวทักทาย

เจียงเฉิง ชี้ไปที่สร้อยคอในตู้ แล้วหันมาถาม โจวอิ่ง: “ชอบเส้นไหน?”

โจวอิ่ง ชะงักไปนิดหนึ่ง จ้องมอง เจียงเฉิง ตาแป๋ว: “ถามฉันเหรอ?”

“อ้าว ก็ไหนบอกว่าถ้าผมเป็นคนให้ เธอจะชอบไง?” เจียงเฉิง ย้อนถามยิ้มๆ

“ฉันแค่ล้อเล่นเองน่า” โจวอิ่ง รีบปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าของใน Cartier แพงระยับแค่ไหน

ความสัมพันธ์ของเธอกับ เจียงเฉิง ยังไม่ได้พัฒนาไปไกลถึงขั้นที่จะรับของขวัญราคาแพงขนาดนี้ได้

“แต่ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ผมเอาจริง” เจียงเฉิง ปั้นหน้าเคร่งขรึม แสร้งทำสายตาซึ้งๆ จ้องมองเธอ

สายตาพิฆาตของเขาทำเอา โจวอิ่ง เขินจนอยากจะชักมือกลับ แต่ เจียงเฉิง ก็ยังกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

โจวอิ่ง แอบชำเลืองมองพนักงานขายสาวข้างๆ ก็เห็นหล่อนกำลังจ้อง เจียงเฉิง ตาเป็นมันด้วยความหลงใหล (ทำหน้าเหมือนคนบ้าผู้ชาย)

เธออดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ... ผู้ชายหล่อและรวยนี่มันดึงดูดผู้หญิงได้ทุกที่จริงๆ เลยนะ

เมื่อเห็น โจวอิ่ง ไม่ยอมเลือก เจียงเฉิง ก็จัดการเลือกให้เอง โดยข้ามพวกรุ่นราคาถูกๆ ไปหมด

เขาชี้ไปที่สร้อยคอทองคำ 18K รุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Panthère de Cartier (เสือดาว) เสนอราคาอยู่ที่ 80,000 หยวน

“คุณผู้ชายตาถึงมากค่ะ นี่คือสร้อยคอรุ่น Panthère de Cartier ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ตัวเรือนทำจากทองคำ 18K ตกแต่งด้วยแล็กเกอร์สีดำ ประดับด้วยโกเมนซาโวไรต์ 1 เม็ด และเพชรเจียระไนทรงกลมเกรดพรีเมียม 19 เม็ด น้ำหนักรวม 0.07 กะรัต เป็นรุ่นคลาสสิกที่ใส่แล้วดูประณีตและขับผิวมากค่ะ”

พนักงานขายรีบหยิบสร้อยคอออกมาให้ชม โจวอิ่ง มองดูสร้อยเส้นงามด้วยความชื่นชม แล้วลองทาบดูที่คออย่างเกรงใจ

เจียงเฉิง มองดูจี้เสือดาวตัวจิ๋วที่วางสงบนิ่งอยู่บนไหปลาร้าอันงดงามของ โจวอิ่ง

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จุดนั้นนานเป็นพิเศษ (แอบมองเนินอก)

เจียงเฉิง พยักหน้าอย่างพึงพอใจ: “เหมาะกับเธอมาก”

โจวอิ่ง ส่องกระจกแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย: “สวยจริงๆ ด้วยค่ะ”

เจียงเฉิง กวาดตามองสินค้ารุ่นอื่นๆ ในร้าน เลือกไปเลือกมาก็ยังรู้สึกไม่จุใจ เพราะราคามันยังไม่สูงพอสำหรับเขา

สุดท้ายเขาเลย ‘ฝืนใจ’ เลือกนาฬิกาข้อมือสตรีราคา 230,000 หยวน กำไลข้อมือราคา 80,000 กว่าหยวน และต่างหูราคา 8,000 กว่าหยวนมาเพิ่ม

รวมยอดบิลรูดบัตรไปแบบ ‘ถูๆ ไถๆ’ ให้ครบ 400,000 หยวน

พนักงานขายสาวเห็นสีหน้าของ เจียงเฉิง ตอนจ่ายเงินที่ยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุขสุดๆ ก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาตาร้อนผ่าว

พอ เจียงเฉิง เดินออกจากร้านไป เธอก็รีบหันไปเม้าท์กับเพื่อนร่วมงานทันที

“แฟนชาวบ้านไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ! เธอเห็นไหม? ตอนจ่ายเงินเขาดูมีความสุขขนาดไหน ตรงข้ามกับผู้หญิงเลยที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากได้”

“เห็นสิ! หล่อด้วย สปอร์ตด้วย ใจป้ำสุดๆ!”

“ทำไมพวกเราไม่เจอผู้ชายแบบนี้บ้างนะ?”

“นั่นสิ ปกติเห็นแต่ผู้หญิงลากผู้ชายเข้ามาซื้อ แล้วผู้ชายทำหน้าเหมือนโดนเชือดเนื้อเถือหนังตอนจ่ายเงิน น้อยมากที่จะเจอคนที่จ่ายเงินแล้วยิ้มหน้าบานขนาดนี้”

“แถมยังเลือกแต่ของแพงๆ ด้วยนะ อิจฉายัยนั่นชะมัดเลย เดือนนี้เธอค่าคอมฯ กระจายเลยสิเนี่ย”

“……”

พวกเธอหารู้ไม่ว่า สาเหตุที่ เจียงเฉิง ยิ้มหน้าบานตอนจ่ายเงิน เป็นเพราะเขาใช้ ‘การ์ดคืนเงินช้อปปิ้งแบบคริติคอล’ และสุ่มได้ตัวคูณ 50 เท่า!

นั่นหมายความว่า เขาได้เงินคืนกลับมาถึง 20,000,000 หยวน! ได้ทั้งของขวัญให้สาว ได้ทั้งเงินสดก้อนโต ใครบ้างจะไม่ยิ้ม?

ตอนนี้ยังเหลือ ‘การ์ดคืนเงินช้อปปิ้ง’ อีก 4 ใบ แต่ โจวอิ่ง ยืนกรานหัวชนฝาว่าจะไม่ยอมช็อปปิ้งต่อแล้ว

เธอไม่อยากให้ เจียงเฉิง ต้องมาเสียเงินกับเธอมากไปกว่านี้

แต่การที่ โจวอิ่ง ไม่มองเขาเป็น ‘หมูในอวย (ตู้เอทีเอ็ม)’ กลับทำให้ เจียงเฉิง รู้สึกประทับใจในตัวเธอมากขึ้นไปอีก

เจียงเฉิง ขับรถมาส่ง โจวอิ่ง ที่หน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งหนึ่ง

“คุณพักอยู่ชั้นไหน? ตึกนี้ดูเหมือนจะไม่มีลิฟต์นะ?” เจียงเฉิง มองดูสภาพตึกที่น่าจะมีอายุกว่า 20 ปี

“พ่อฉันซื้อไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ค่ะ อายุน่าจะหลายสิบปีแล้ว บ้านหลังอื่นโดนยึดไปหมด เหลือแค่ที่นี่แหละ ไม่มีลิฟต์ค่ะ อยู่ชั้น 5”

เจียงเฉิง พยักหน้า: “งั้นให้ผมเดินขึ้นไปส่งไหม?”

โจวอิ่ง ส่ายหน้า: “ไม่ต้องหรอก แม่ฉันอยู่ข้างบน เธอกลับเถอะ”

เจียงเฉิง พยักหน้า จำใจต้องปล่อยมือเธอ: “งั้นเดินดีๆ นะ”

“อื้ม~” โจวอิ่ง โบกมือลา แล้วหันหลังเดินเข้าตึกไป

ทันทีที่ โจวอิ่ง เปิดประตูเข้าบ้าน ฟางหยวน แม่ของ โจวอิ่ง ก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันที

ฟางหยวน ในวัย 38 ปี ยังคงดูสวยสง่าและดูแลตัวเองดีมาก จนแทบดูไม่ออกว่าเป็นแม่คนแล้ว

“อิ่งเอ๋อร์... เป็นยังไงบ้างลูก?” ฟางหยวน ถามด้วยความคาดหวัง

“เป็นยังไงอะไรคะ?”

“ก็เรื่อง หวังหยวน ไง? เดตกันเป็นไงบ้าง?”

“คุณแม่... หนูไม่ชอบเขา” พอพูดถึง หวังหยวน สีหน้าของ โจวอิ่ง ก็บึ้งตึงลงทันที

ฟางหยวน ตาไวเหลือบไปเห็นถุงช็อปปิ้ง Cartier ในมือลูกสาว ก็ยิ้มออกมา: “ไม่ชอบเขา แล้วรับของขวัญเขามาทำไม?”

“นี่ไม่ใช่ของเขาค่ะ เพื่อนร่วมชั้นซื้อให้”

“เพื่อนร่วมชั้น? อิ่งเอ๋อร์... แม่ไม่อยากจะบ่นนะ ถึง หวังหยวน จะเทียบกับบ้านเราเมื่อก่อนไม่ได้ แต่ลูกก็รู้สถานการณ์บ้านเราตอนนี้ดี พ่อจากไปทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้ ถึงแม่จะไม่ได้ชอบ หวังหยวน มากนัก แต่แม่หมดหนทางแล้วจริงๆ ทางฝั่งนั้นบอกว่าถ้าลูกตกลงคบกับเขา ลองศึกษากันดูแล้วแต่งงาน หนี้สินทั้งหมดเขาจะช่วยจัดการให้ อีกอย่างสองบ้านเราก็คุ้นเคยกันดี แม่จะได้วางใจ แม่ไม่อยากต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าหนี้อีกแล้ว”

พูดจบ ฟางหยวน ก็คว้าถุงในมือลูกสาวมาเปิดดู

“หนูก็หางานทำอยู่นี่ไงคะ เดี๋ยวหนูจะหาทางเอง หวังหยวน นิสัยเป็นยังไงคุณแม่ก็รู้ เขาเคย…”

“เงินตั้งหลายล้าน ลูกต้องทำงานกี่ชาติถึงจะใช้หมด? แม่รู้ว่านิสัยเขาไม่ค่อยดี แต่เขาสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว ส่วนเรื่องผู้หญิงคนก่อนๆ เขาเลิกกันหมดแล้ว คนล่าสุดเขาก็ให้เงินไปทำแท้งแล้ว เขาไม่ติดต่อกันแล้ว ลูกวางใจเถอะ”

“ยังไงหนูก็ไม่คบกับ หวังหยวน เด็ดขาด หนูไม่เอา!”

“เด็กคนนี้นี่! พูดไม่รู้เรื่องหรือไง…” ฟางหยวน เริ่มโมโหที่ลูกสาวดื้อรั้น แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นใบเสร็จรับเงินในถุง เธอก็ชะงักกึก เสียงขาดหายไปในลำคอ

……………………………………

ตอนที่ 88 เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ

หลังจาก ฟางหยวน แม่ของ โจวอิ่ง เปิดกล่องของขวัญ Cartier ดูทีละชิ้นจนครบ เธอก็ยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะชูใบเสร็จรับเงินขึ้นมาถาม โจวอิ่ง: “ลูกเป็นอะไรกับเพื่อนคนนี้กันแน่?”

โจวอิ่ง เข้าใจดีว่าแม่กำลังหมายถึงอะไร

“เราเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ ค่ะ”

ฟางหยวน ไม่เชื่อน้ำคำลูกสาวแน่นอน เธอจ้องมอง โจวอิ่ง ด้วยสายตาจับผิด: “อิ่งเอ๋อร์... บอกแม่มาตามตรง ที่ลูกปฏิเสธ หวังหยวน เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ใช่ไหม?”

โจวอิ่ง ส่ายหน้าปฏิเสธทันที: “หนูไม่ชอบ หวังหยวน เพราะนิสัยของเขา ไม่ได้เกี่ยวกับใครทั้งนั้นค่ะ”

“แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเพื่อนคนนี้ถึงจู่ๆ ก็ซื้อของแพงขนาดนี้ให้ลูก?” ฟางหยวน ยังคงซักไซ้ไม่เลิก

“เมื่อกี้ก็แค่บังเอิญเจอกัน แล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันเฉยๆ ค่ะ”

“กินข้าวเฉยๆ แล้วเขาจะซื้อของแพงๆ ขนาดนี้ให้ลูกทำไม? หรือว่าลูกสองคน... มีอะไรกันแล้ว?”

เห็นแม่เริ่มคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล โจวอิ่ง ก็รีบแก้ต่างด้วยความอ่อนใจ: “คุณแม่คิดมากไปแล้วค่ะ เพื่อนหนูคนนี้เขารวยมาก ของพวกนี้ในสายตาเขา... มันก็แค่เศษเงิน ไม่ได้มีค่าอะไรมากมายหรอกค่ะ”

“สี่แสนหยวนเนี่ยนะไม่มีค่า?” ฟางหยวน เบิกตากว้างมองลูกสาวด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

โจวอิ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเล่าเรื่องราวที่เธอเจอกับ เจียงเฉิง ให้แม่ฟังคร่าวๆ

ฟังจบ ฟางหยวน ก็ขมวดคิ้ว: “อิ่งเอ๋อร์... ที่ลูกชอบเขา เพราะเขารวยรึเปล่า?”

“ไม่ใช่ค่ะ ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกัน แต่ถ้าหนูจะคบกับเขาจริงๆ ก็คงไม่ใช่เพราะเงินของเขา ขอแค่หนูชอบ ต่อให้เขามีเงินหรือไม่มีเงิน หนูก็จะอยู่กับเขาค่ะ”

ฟางหยวน มอง โจวอิ่ง แล้วยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ: “ลูกยังเด็ก ยังไม่เข้าใจโลก ความรักมันจะมีประโยชน์อะไร? มันกินอิ่มท้องได้ไหม? แม่หวังดีกับลูกนะ ตอนนี้บ้านเรายังพอมีเส้นสายเหลืออยู่บ้าง แม่แค่ไม่อยากให้ลูกต้องมาทนลำบากแบบนี้ไปตลอด”

เห็นแม่เริ่มบทสวดล้างสมองอีกแล้ว โจวอิ่ง ก็เก็บของด้วยความรำคาญ แล้วเดินหนีเข้าห้องนอนไปดื้อๆ

ฟางหยวน เห็นลูกสาวไม่สนใจ ก็ได้แต่กลอกตามองบนด้วยความโมโห

“เด็กคนนี้นี่มันโง่จริงๆ... เหมือนตัวเองเมื่อก่อนไม่มีผิด”

เมื่อ เจียงเฉิง กลับถึงบ้าน ก็เห็น หลี่ย่าน กำลังนั่งกินผลไม้อย่างสบายอารมณ์ขณะดูข่าวค่ำ ส่วน เจียง เจี้ยนหมิน ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ดูจากคิ้วที่ขมวดมุ่น แสดงว่าการเจรจาคงไม่ราบรื่นเท่าไหร่…

เจียงเฉิง นั่งลงข้าง หลี่ย่าน หยิบผลไม้ที่แม่ยื่นให้เข้าปาก แล้วถาม: “พ่อเป็นอะไรครับ?”

“เรื่องโครงการสวนสนุกน่ะสิ... สงสัยจะแห้ว ก็เลยกลุ้มใจอยู่นั่นแหละ”

“สวนสนุก? ช่วงก่อนเห็นบอกว่าคุยกันดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”

“อื้ม... เกิดปัญหาขัดข้องนิดหน่อย ช่างเขาเถอะ เซ็นไม่ได้ก็ช่างมันสิ ยังไงตอนนี้ลูกชายแม่ก็หาเงินเป็นแล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโครงการนั้นแล้วนี่”

“……”

เจียงเฉิง มอง หลี่ย่าน ด้วยความพูดไม่ออก เขาปลงตกแล้วว่า ตั้งแต่เขา ‘หงายการ์ด (บอกความจริงเรื่องรวย)’ แม่ของเขาก็ดูจะ ‘ปล่อยจอย’ กับชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้นอกจากจะไม่ห่วงว่าเขาจะหนาวหรือหิวแล้ว แม้แต่เรื่องหาเงินเข้าบ้าน… แม่ก็เริ่มจะขี้เกียจแล้วสินะ

………………………………

เที่ยงวันรุ่งขึ้น

หลังจากตื่นนอน เจียงเฉิง ก็ค้นหาห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใกล้ๆ เพื่อไปปฏิบัติภารกิจ ‘ละลายทรัพย์’

เพราะในระบบยังมี ‘การ์ดคืนเงินช้อปปิ้งแบบคริติคอล’ เหลืออยู่อีกตั้ง 4 ใบ

เจียงเฉิง ปักหมุดไปที่ห้างหรูเปิดใหม่ SKP

บรรยากาศของ SKP หรงเฉิงนั้นเงียบสงบกว่าไท่กู๋หลี่อย่างเห็นได้ชัด มองไปทางไหนก็เจอแต่แบรนด์เนมระดับไฮเอนด์

เจียงเฉิง เดินดูรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย แล้วขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 2

ในขณะที่เขากำลังยืนดูป้ายบอกทางอยู่นั้น… มือน้อยๆ นุ่มนิ่มคู่หนึ่งก็กระตุกขากางเกงของเขา

ตามมาด้วยเสียงเล็กๆ น่ารักที่คุ้นหู: “พี่ชายสุดหล่อ! มาทำอะไรที่นี่คะ?”

เจียงเฉิง ก้มหน้าลงมอง ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ: “แอนนี่?”

เมื่อเห็นว่า แอนนี่ ยืนอยู่คนเดียว เจียงเฉิง ก็ตีหน้าขรึมทันที: “มาคนเดียวอีกแล้วเหรอ?”

แอนนี่ รีบส่ายหน้า แล้วชี้มือไปข้างหลัง: “เปล่าคะ! คุณแม่หนูอยู่ข้างหลังนู่นแน่ะ”

เจียงเฉิง มองตามนิ้วป้อมๆ ของเธอไป ก็เห็น อันซิน กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆ: “คุณเจียง บังเอิญจังเลยนะคะ”

เจียงเฉิง พยักหน้าทักทาย: “พี่ซิน... พาแกออกมาคนเดียวเหรอครับ?”

อันซิน เข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อ จึงยิ้มเขินๆ: “ในประเทศเราปลอดภัยกว่าเยอะค่ะ ฉันเลยพาออกมาเอง... เมื่อกี้เจ้าเด็กแสบนี่ก็วิ่งนำหน้ามาอีกแล้ว”

แอนนี่ รีบเขย่าขากางเกง เจียงเฉิง อย่างออดอ้อน: “พี่ชายสุดหล่อ... หนูไม่ได้วิ่งซนแล้วนะ หนูรู้ว่าคุณแม่อยู่ข้างหลัง หนูจึงยืนรอคุณแม่ตรงนี้ไงคะ”

เจียงเฉิง ลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู: “ดีแล้วที่รู้ความ... ทีหลังห้ามวิ่งหนีไปไกลๆ แบบนั้นอีกนะ เกิดคุณแม่ตามไม่ทันจะทำยังไง?”

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 87 กลยุทธ์ของคนเจ้าชู้, ตอนที่ 88 เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ

ตอนถัดไป