ตอนที่ 243 สเตตัสพวกเด็กแนว, ตอนที่ 244 เธอนั้นเคยเป็นดั่งวัยเยาว์

ตอนที่ 243 สเตตัสพวกเด็กแนว

เจียงเฉิง เปิดอ่านข้อความของ โจว จื้ออวิ๋น แล้วตอบกลับด้วยความเอือมระอา:

“ฉันบล็อกยัยนั่นไปตั้งนานแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันแล้วเว้ย... นายคิดว่าฉันเป็นนายรึไง?”

โจว จื้ออวิ๋น ตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้: “ฉันเป็นไงวะ? ฉันก็เลิกสนใจ สวีหยา ไปนานแล้วเหมือนกัน ตอนนี้บล็อกไปเรียบร้อย!”

เจียงเฉิง หัวเราะหึๆ แล้วกดเข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของ โจว จื้ออวิ๋น

สิ่งที่เห็นคือสเตตัสและแคปชันรูปภาพสไตล์ ‘เด็กแนว เบียวๆ’ เต็มไปหมด:

“พี่ไม่ได้สูบบุหรี่... แต่พี่กำลังสูบความเหงาต่างหาก”

“สูดชื่อของเธอพร้อมควันบุหรี่ให้ลึกเข้าปอด... เพื่อให้เธอไปอยู่ในจุดที่ใกล้หัวใจที่สุด”

“เรื่องบางเรื่อง... พอหันหลังให้กันแล้ว ก็คือชั่วชีวิต”

………………………………….

เจียงเฉิง แคปหน้าจอโพสต์พวกนั้นส่งกลับไปให้เพื่อน พร้อมข้อความขู่:

“ถ้านายยังโพสต์อะไรเบียวๆ แบบนี้อีก ฉันจะส่งจดหมายทนายไปฟ้องนะข้อหาก่อกวนสายตา”

ทุกครั้งที่ไถฟีดมาเจอสเตตัสพวกนี้ของ โจว จื้ออวิ๋น... เจียงเฉิง รู้สึกปวดสมองจี๊ดขึ้นมาทันที

“นายไม่เข้าใจหรอก... ฉันไม่ได้โพสต์ให้สวีหยาดู แต่ช่วงนี้ฉันกำลังจีบ เจียงอวิ๋น อยู่... เธอชอบผู้ชายสไตล์นี้เว้ย นายจะไปรู้อะไร?” โจว จื้ออวิ๋น เถียง

เจียงอวิ๋น? ...สาวแกร่งคนนั้นน่ะเหรอ?

เจียงเฉิง จำได้ลางๆ ว่าเคยสแกนค่าสถานะของเธอมาก่อน เขาจึงลองเปิดระบบดูข้อมูลย้อนหลัง

[เจียงอวิ๋น: หน้าตา 85 / ค่าความเป็นส่วนตัว 2]

แม้จะเทียบกับ สวีหยา ไม่ได้ แต่เลข 2 นี่ก็... ผ่านผู้ชายมา 2 คนแล้ว

ก่อนจะได้ระบบมา เจียงเฉิง ไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นม.ปลาย ของเขาจะมีประวัติโชกโชนขนาดนี้

ในชีวิตก่อน เจียงเฉิง ค่อนข้างใสซื่อ แม้แต่กับ จ้าวเจีย ก็ทำแค่จับมือ หรือมากสุดก็หอมแก้ม ไม่นึกเลยว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะแอบไปซุ่มพัฒนาฝีมือกันไปไกลแล้ว

นี่ขนาดยังไม่เข้ามหาลัยนะ... ถ้าเข้าสังคมทำงานไปแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าเส้นทางสายนี้จะกว้างไกลแค่ไหน

ดูท่า... เมื่อก่อนเราคงหัวโบราณเกินไปจริงๆ เจียงเฉิง ตำหนิตัวเองในใจ

แต่เขาไม่ได้เตือน โจว จื้ออวิ๋น เรื่อง เจียงอวิ๋น

เพราะเพื่อนเขาไม่มีระบบสแกนกรรมเหมือนเขา... บอกไปตอนนี้ เดี๋ยวก็คงมีคนต่อไปอีก

ยังหนุ่มยังแน่น ให้เรียนรู้ด้วยตัวเองไปเถอะ อย่างไรซะคนคนนี้คงไม่ใช่คนสุดท้ายหรอก

ยังไม่ทันได้ตอบกลับ โจว จื้ออวิ๋น ก็ทักมาอีก: “จริงสิ อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว พรุ่งนี้เย็นออกมาเจอกันหน่อยไหม? ฉันนัด หวงเฉิง กับคนอื่นๆ ไว้แล้ว... งานเลี้ยงรุ่นรวมฉันคงไม่ไป ขอสังสรรค์กันแค่ในกลุ่มพวกเราดีกว่า”

เจียงเฉิง ตอบตกลงทันที

มิตรภาพสมัยมัธยมเป็นอะไรที่บริสุทธิ์ที่สุดแล้ว และเพื่อนกลุ่มนี้ก็เป็นไม่กี่คนที่เขาจะนัดเจอทุกครั้งที่กลับมาหรงเฉิง

…………………………………

เกือบ 4 ทุ่ม เจียง เจี้ยนหมินและหลี่ย่าน ก็กลับมาถึงบ้าน

เจียงเฉิง ที่นอนเล่น Honor of Kings อยู่บนเตียง ได้ยินเสียงเปิดประตูก็ตะโกนทักทาย ‘พ่อครับ แม่ครับ’ ออกไป แต่ไมได้ลุกออกไปหา

พอทั้งสองเดินเข้ามาเห็นถุงเครื่องสำอาง Dior วางอยู่บนโต๊ะ ตาของ หลี่ย่าน ก็ลุกวาว

ผู้ชายจะแก่แค่ไหนก็ยังมีความเป็นเด็ก... ส่วนผู้หญิงจะแก่แค่ไหนก็ยังรักสวยรักงาม

หลี่ย่าน แม้จะอายุเฉียด 40 แต่ยังดูแลตัวเองดีมาก ผิวพรรณเต่งตึง หน้าตาสะสวย เวลาเดินกับ เจียงเฉิง คนชอบเข้าใจผิดว่าเป็นพี่สาวคนโต

เธอรีบแกะถุงดูของข้างในด้วยความตื่นเต้น ปากก็บ่นแก้เก้อ:

“เจ้าลูกคนนี้นี่... ใช้เงินเปลืองอีกแล้ว เครื่องสำอางแม่ยังมีเหลือตั้งเยอะ ใช้ยังไงก็ไม่หมด”

เห็นภรรยาปากไม่ตรงกับใจ เจียง เจี้ยนหมิน ก็อดแซวไม่ได้: “ปากบ่นเปลือง แต่แกะกล่องเร็วกว่าใครเลยนะ... พวกผู้หญิงนี่ปากแข็งกันจริงๆ”

“คุณจะไปรู้อะไร! ถึงของเก่าจะเหลือเยอะ แต่ไม่ได้แปลว่าฉันไม่อยากได้ของใหม่นี่... ดูสีลิปสติกนี่สิ สีนี้ฉันยังไม่มีเลย ขาดสีนี้พอดี!”

เจียง เจี้ยนหมิน ชะโงกหน้าไปดู แล้วขมวดคิ้ว: “สีมันก็เหมือนกับที่คุณทาอยู่ไม่ใช่เหรอ? ...ก็แดงเหมือนกัน?”

หลี่ย่าน ค้อนขวับ: “เหอะ... นี่มัน ‘สีแดงชาด (Cinnabar Red)’ ย่ะ! ส่วนที่ปากฉันมัน ‘สีส้มอิฐ (Orange Red)’... ฉันถึงได้บอกไงว่าคุณน่ะไม่เข้าใจผู้หญิงเลย โชคดีนะที่ลูกชายไม่ได้สืบทอดความ ‘ความรู้สึดช้า (EQ ต่ำ)’ มาจากคุณ!!”

เจียง เจี้ยนหมิน โดนด่าฟรีแบบงงๆ ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปทางห้องลูกชาย

ด้วยความหมั่นไส้ เขาจึงงัดไม้ตายออกมาแก้เผ็ดภรรยา

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรูปภาพรถซูเปอร์คาร์ แล้วยื่นให้ หลี่ย่าน ดู:

“รูปนี้ผมให้คุณดูหลายรอบแล้วนะ... ไหนลองบอกซิว่า ในบรรดา Ferrari พวกนี้ คันไหนคือ LaFerrari?”

หลี่ย่าน มองรูปรถหน้าตาเหมือนกันไปหมดอย่างงงๆ สุดท้ายก็ตอบไม่ได้ เธอเบ้ปากใส่สามี แล้วหันไปชื่นชมเครื่องสำอางสิบกว่าชิ้นที่ลูกชายซื้อให้อย่างมีความสุข

เอาเป็นว่า… ผู้หญิงแยกสีลิปออก แต่แยกรุ่นรถไม่ออก... ส่วนผู้ชายแยกรุ่นรถออก แต่แยกสีลิปไม่ออก โอเค เสมอกัน!!

……………………………

วันรุ่งขึ้น เจียงเฉิง ตื่นมาตอนเที่ยง บ้านเงียบกริบอีกเช่นเคย

แต่บนโต๊ะมีอาหารเช้าและซาลาเปาไส้เนื้อวางเตรียมไว้ให้ แม้จะเย็นชืดไปแล้วก็ตาม

ดูเหมือนเครื่องสำอางเมื่อคืนจะออกฤทธิ์... ความรักของพ่อแม่กลับคืนมาแล้ว!

เจียงเฉิง เอาซาลาเปาเข้าไมโครเวฟกินรองท้อง แล้วขับรถมุ่งหน้าไปที่ทำงานของ เสี่ยวเซี่ย

เป้าหมายคือต้องรีบปั่นภารกิจปั้นดินให้เป็นดาวให้จบก่อนเปิดเทอม เพื่อคว้า ‘แต้มสมรรถภาพร่างกาย +5’ มาครอง

ไม่นาน รถ Bentley Continental GT ก็มาจอดเทียบหน้าสาขาของ ‘เลี่ยนเจีย เรียลเอสเตท’ บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ที่หน้าประตู มีนายหน้าหนุ่มๆ ใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็คยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่และดูดชานมกันอยู่หลังมื้อเที่ยง

พอเห็นรถหรูมาจอด ทุกคนก็หยุดคุยและหันมามองเป็นตาเดียว

เมื่อ เจียงเฉิง ก้าวลงจากรถ เหล่านายหน้าก็รีบกุลีกุจอวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง

“สวัสดีครับคุณผู้ชาย! ไม่ทราบว่าต้องการให้เราบริการด้านไหนครับ? ซื้อบ้านหรือขายบ้านครับ?”

เห็นรอยยิ้มประจบประแจงของคนพวกนี้ เจียงเฉิง ก็อดถอนหายใจไม่ได้

เขาคิดถึงตอนมาครั้งแรก... ตอนนั้นเขายังดูเหมือนคนธรรมดา พวกนายหน้าพวกนี้แทบไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้... ในสายตาพวกนี้ เขาคงดูเหมือน ‘กองเงินกองทองเดินได้’ ที่ใครๆ ก็อยากกระโดดเข้าใส่

เงินนี่มันน่ากลัวจริงๆ…

“ผมมาหา เซี่ย จือชิว” เจียงเฉิง แจ้งจุดประสงค์

พอกลุ่มนายหน้ารู้ว่าเศรษฐีคนนี้มาหา เสี่ยวเซี่ย แววตาของทุกคนก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง

แต่เพียงเสี้ยววินาที พวกเขาก็รีบปรับสีหน้า แล้วเชื้อเชิญ เจียงเฉิง เข้าไปด้านในอย่างนอบน้อม

“เชิญด้านในเลยครับคุณผู้ชาย!”

ความจริงแล้ว... ก่อนที่ เจียงเฉิง จะมาถึง คนกลุ่มนี้กำลังซุบซิบเรื่อง เสี่ยวเซี่ย กันอยู่อย่างออกรส

เพราะ เสี่ยวเซี่ย ที่มาทำงานวันนี้... แตกต่างจากยัยบ้านนอกคนเดิมอย่างสิ้นเชิง!

……………………………

ตอนที่ 244 เธอนั้นเคยเป็นดั่งวัยเยาว์

เดิมที เสี่ยวเซี่ย เป็นแค่สาวบ้านนอกเชยๆ แต่จู่ๆ วันนี้กลับมาทำงานด้วยทรงผมทันสมัยและลุคใหม่ที่สวยสะดุดตา

ตอนแรกเพื่อนร่วมงานก็นึกว่าเธอแค่เริ่มรักสวยรักงามขึ้นมาเฉยๆ

แต่พอเห็นรถ Bentley Continental GT ป้ายทะเบียนเลข 8 ห้าตัวมาจอดเทียบท่า... ทุกคนก็นึกขึ้นได้ทันที

นี่มันพ่อหนุ่มหล่อสายเปย์ที่มาเหมาซื้อบ้านไป 5 หลังคราวก่อนนี่นา!

เมื่อเห็น เจียงเฉิง ในชุดแบรนด์เนมดูดีมีราคา เดินลงมาจากรถหรู จินตนาการของเหล่าพนักงานขายก็เริ่มบรรเจิด

สายตาที่พวกเขามองไปที่ เสี่ยวเซี่ย เปลี่ยนไปทันที... เต็มไปด้วยความหมายแฝงอันลึกซึ้ง

มีทั้งความอิจฉา และความริษยาปะปนกัน

“เสี่ยวเซี่ย... มีคนมาหา”

เสี่ยวเซี่ย ที่กำลังตั้งใจทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เงยหน้าขึ้นมา

พอเห็น เจียงเฉิง ยืนอยู่ตรงหน้า เธอก็ลุกพรวดพราดด้วยความดีใจและประหลาดใจ:

“คุณเจียง! ...ทำไมถึงลำบากมาด้วยตัวเองล่ะคะ? ฉันกะว่าทานข้าวเที่ยงเสร็จจะเอาโฉนดไปส่งให้คุณพอดีเลย”

เจียงเฉิง ยิ้มอบอุ่น: “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ? ผมก็ยังเหมือนกัน... งั้นไปกินด้วยกันเลยไหม?”

เสี่ยวเซี่ย กำลังจะพยักหน้าตอบตกลง

ทันใดนั้น เพื่อนร่วมงานหญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม แต่ปากร้าย ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน:

“แหม... มิน่าล่ะ วันนี้ถึงได้แต่งตัวสวยเชียว แถมยังไปทำผมทรงใหม่มาซะเป๊ะปัง ที่แท้ก็นัดคุณเจียงไว้นี่เอง... เสี่ยวเซี่ย ทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะจ๊ะ? ถ้ารู้ว่าลูกค้า VVIP จะมา ฉันจะได้แต่งสวยมาสู้บ้าง”

พอแม่สาวปากแจ๋วเปิดประเด็น เพื่อนคนอื่นๆ ก็พากันยิ้มเยาะ มอง เสี่ยวเซี่ย ด้วยสายตาดูถูก

เสี่ยวเซี่ย หน้าเสีย ทำตัวไม่ถูกด้วยความตื่นตระหนก

เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ เขาจ้องหน้าพนักงานสาวปากดีคนนั้นนิ่งๆ อยู่หลายวินาที

ฝ่ายหญิงพอโดนหนุ่มหล่อจ้อง ก็เริ่มบิดตัวเขิน คิดว่าเขาคงสนใจในความสวยของตน

แต่แล้ว เจียงเฉิง ก็กวาดสายตามองใบหน้าที่ ‘โบก’ รองพื้นมาหนาเตอะราวกับฉาบปูนของเธอ แล้วเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ดังพอให้ได้ยินกันทั่ว:

“เสี่ยวเซี่ย... ผมบอกคุณแล้วไง ว่า ‘หน้าสด’ ของคุณน่ะ ยังดูสวยและแพงกว่าพวกที่ ‘โบกปูน’ มาหนาเตอะตั้งเยอะ... เห็นไหม คุณไม่เชื่อผม”

“ไปกันเถอะ เอาโฉนดมา แล้วไปดูบ้านเป็นเพื่อนผมหน่อย”

สิ้นเสียง เจียงเฉิง... หน้าของพนักงานสาวคนนั้นก็เปลี่ยนสีสลับไปมาระหว่างเขียวกับแดงด้วยความอับอายขายขี้หน้า

เธอไม่ใช่คนโง่ ย่อมฟังออกว่าเขาด่าว่าเธอแต่งหน้าหนาเตอะและสวยสู้ เสี่ยวเซี่ย ไม่ได้

เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่กำลังรอดูเรื่องสนุก พอเจอออร่าความกดดันจาก เจียงเฉิง ก็รีบสลายตัวกลับไปนั่งทำงานกันอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเวลาเพียงเดือนกว่าๆ ความมั่งคั่งมหาศาลได้หล่อหลอมให้ เจียงเฉิง มีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไป... เขามีรัศมีของ ‘คุณชายผู้สูงศักดิ์’ ที่น่าเกรงขามแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

ออร่าแบบนี้อาจข่มพวกเศรษฐีด้วยกันไม่ได้ แต่สำหรับคนธรรมดา... มันมีอำนาจกดดันอย่างมหาศาล

เสี่ยวเซี่ย มองเขาด้วยความซาบซึ้งใจที่เขาช่วยกู้หน้าให้ เธอพยักหน้าช้าๆ: “ค่ะ... รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปหยิบโฉนดก่อน”

ไม่นานนัก เสี่ยวเซี่ย ก็ขึ้นมานั่งบนรถ Bentley

เจียงเฉิง สังเกตเห็นว่าเธอยังดูซึมๆ

เขาไม่ได้พูดปลอบใจอะไร แต่กดปิดกระจก แล้วเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ

เสียงดนตรีทำนองซึ้งกินใจเริ่มดังขึ้น...

บางครั้ง... คุณคิดถึงวันวานเหล่านั้น

......................

.................

หลายปีก่อน... คุณเคยมีดวงตาที่ใสกระจ่าง

..............

..................... [เพลง ‘เธอเคยเป็นดั่งวัยเยาว์ - S.H.E (你曾是少年)]

เดิมที เสี่ยวเซี่ย ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจากการโดนเพื่อนร่วมงานบูลลี่อยู่แล้ว

พอได้ยินเนื้อเพลงที่แทงใจดำ... ทำนองที่ชวนให้นึกถึงความฝันและความบริสุทธิ์ในวัยเด็กที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเมืองใหญ่

น้ำตาของเธอก็รื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เธอหันหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่าง แอบยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตาเงียบๆ

เจียงเฉิง มองเห็นทุกอย่างผ่านหางตา แต่เขาเลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้เธอได้ระบายความอัดอั้นออกมา

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสี่ยวเซี่ย ก็ปรับอารมณ์ได้ เธอหันกลับมาพูดกับเขาเสียงสั่นเครือ:

“คุณเจียงคะ... เรื่องเมื่อกี้ ขอบคุณมากนะคะ”

เจียงเฉิง ยิ้มบางๆ: “ขอบคุณทำไม? ผมก็แค่พูดความจริง”

เสี่ยวเซี่ย ยิ้มขื่น: “ฉันรู้ค่ะว่าพวกเขาดูถูกฉัน... และตอนนี้พวกเขาคงคิดกันไปไกลแล้วว่าฉันเป็น... ของคุณ…”

คำพูดของเธอขาดห้วงไป แต่ เจียงเฉิง ก็ยังอุตส่าห์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ หันมาถามย้ำด้วยความสนใจ:

“เป็นอะไรของผมนะ?”

“เป็น... เด็กเลี้ยง ของคุณมั้งคะ…” เสี่ยวเซี่ย ตอบเสียงเบาหวิว

“อ๋อ... สรุปว่าที่คุณร้องไห้เมื่อกี้ ก็เพราะเรื่องนี้?”

เห็น เจียงเฉิง ขมวดคิ้ว เสี่ยวเซี่ย ก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวันด้วยความตกใจ:

“เปล่านะคะ! ไม่ใช่นะคะ! คุณอย่าเข้าใจผิด... ฉันจะไปเสียใจเรื่องแบบนั้นทำไมคะ?”

“อ้าว... แล้วคุณหมายความว่ายังไง?”

“คือ... คนอย่างคุณจะมาสนใจอะไรคนอย่างฉันล่ะคะ? พวกเขาก็แค่คิดมากกันไปเอง…”

“ที่ฉันร้องไห้... ฉันแค่รู้สึกว่าเมืองใหญ่มันช่างอ้างว้างเหลือเกิน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเข้ากับใครไม่ได้เลย... เหมือนไม่มีใครชอบฉันสักคน” เสี่ยวเซี่ย พึมพำระบายความในใจ

เจียงเฉิง หัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสบตาเธอ พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก: “แล้วคุณรู้ได้ยังไง... ว่าผมไม่ได้สนใจคุณ?”

เสี่ยวเซี่ย เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ดวงตาที่มีคราบน้ำตาเกาะอยู่เปล่งประกายวาววับขณะจ้องมองเขา

เธอถามกลับด้วยเสียงสั่นเครือและระมัดระวังที่สุด:

“คุณ... คุณหมายความว่ายังไงคะ?”

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 243 สเตตัสพวกเด็กแนว, ตอนที่ 244 เธอนั้นเคยเป็นดั่งวัยเยาว์

ตอนถัดไป