ตอนที่ 291 นี่สินะความรู้สึกของการตกหลุมรัก, ตอนที่ 292 ถุงน่องคู่ละ 2,000 ก็ขาดได้เหมือนกัน
ตอนที่ 291 นี่สินะความรู้สึกของการตกหลุมรัก
ไม่นาน พนักงานก็นำทางทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 25
เมื่อก้าวออกจากลิฟต์ หลิน ชิงเสวี่ย ก็ต้องตกตะลึงกับความหรูหราอลังการสีทองอร่ามของโถงทางเดินร้านอาหาร
บรรยากาศแบบนี้เธอเคยเห็นแต่ในคลิปวิดีโอสั้นตามโซเชียลมีเดียเท่านั้น ไม่นึกว่าจะได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง
บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่เคยไปอย่างสิ้นเชิง โต๊ะแต่ละตัวจัดวางห่างกันเพื่อความเป็นส่วนตัว
พนักงานเสิร์ฟเดินบริการอย่างคล่องแคล่วแต่ไร้เสียงรบกวน
กลางร้านมีนักดนตรีสาวสวยในชุดราตรีกำลังบรรเลงเชลโล บทเพลงคลาสสิกอันไพเราะช่วยขับกล่อมให้จิตใจผ่อนคลาย
ลูกค้าคนอื่นๆ ต่างนั่งจิบไวน์และสนทนากันเบาๆ
แม้การแต่งกายของพวกเขาจะดูเรียบง่าย ไม่ได้ใส่สูทผูกไทเต็มยศ แต่ทุกรายละเอียดเสื้อผ้าและเครื่องประดับล้วนแฝงไปด้วยความหรูหรามีระดับ
นี่เป็นครั้งแรกที่ หลิน ชิงเสวี่ย ได้เห็นสังคมชั้นสูงแบบใกล้ชิดขนาดนี้
เจียงเฉิงและหลิน ชิงเสวี่ย ถูกพาไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างบานใหญ่ ซึ่งเป็นทำเลทองที่เห็นวิวสวยที่สุด
กระจกใสแจ๋วเผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของ หาดไว่ทาน (เดอะบันด์) และแสงไฟระยิบระยับของ หอไข่มุกตะวันออกได้อย่างชัดเจน
หลิน ชิงเสวี่ย มองภาพตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความตื่นเต้น
สวยงามเหลือเกิน... ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งฉันจะได้มานั่งทานข้าวในที่แบบนี้
เนื่องจากร้านนี้เสิร์ฟเมนูแบบตามใจเชฟ จึงไม่ต้องเสียเวลาเลือกเมนู
“ท่านผู้มีเกียรติ กรุณารอสักครู่ อาหารจานแรกจะมาเสิร์ฟในไม่ช้าครับ”
บริกรชาวต่างชาติรินไวน์แดงให้ทั้งสองแก้ว
แต่ เจียงเฉิง ยกมือห้าม: “ขอเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้ให้ผมแก้วหนึ่งครับ... พอดีต้องขับรถ”
“รับทราบครับ กรุณารอสักครู่”
พอลับหลังบริกร เจียงเฉิง ก็อธิบายให้เธอฟัง: “ร้านนี้รับลูกค้าแค่วันละ 10 โต๊ะ อาหารจัดเป็นคอร์สไว้แล้ว เลือกไม่ได้... ต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ให้คุณเลือกเมนูเอง”
การพาผู้หญิงมาเดตแต่ไม่ให้เลือกอาหาร ถือว่าเสียมารยาทเล็กน้อย เขาจึงต้องอธิบาย
หลิน ชิงเสวี่ย พยักหน้าเข้าใจ: “อ๋อ... เป็นแบบนี้นี่เอง เพิ่งเคยได้ยินเลยค่ะ”
เธอหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอม แล้วถามอย่างสงสัย: “คุณไม่ดื่มเหรอคะ?”
“ถึงฝีมือขับรถผมจะดีมาก แต่เมาไม่ขับดีกว่าครับ... แต่ไวน์ตัวนี้กลิ่นดีนะ คุณลองชิมดูสิ”
ความจริงแล้ว ถ้าไม่ได้มากับ หลิน ชิงเสวี่ย เขาก็คงเรียกรถคนขับรถแทนไปแล้ว
แต่ประเด็นสำคัญคือ... ค่าความเป็นมิตรของเธอยังไม่ถึง 90 แต้ม
ตามกฎเหล็กของ ‘สุภาพบุรุษนักรัก’... ถ้าแต้มไม่ถึงเกณฑ์ เขาจะไม่ลงมือ ‘ฉีดยา (เผด็จศึก)’ เด็ดขาด
อาหารแต่ละจานทยอยมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ เจียงเฉิง... อาหารหรูพวกนี้เขาชิมมาจนเบื่อแล้ว นอกจากคำว่า ‘อร่อย’ เขาก็สรรหาคำอื่นมาบรรยายไม่ถูก
วัตถุดิบชั้นเลิศบวกกับฝีมือเชฟระดับโลก ยังไงมันก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว
แต่สำหรับ หลิน ชิงเสวี่ย... ทุกจานคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ทำลายสามัญสำนึกเดิมๆ ของเธอจนย่อยยับ
บริกรคอยอธิบายที่มาของวัตถุดิบและกรรมวิธีปรุงอย่างละเอียดทุกจาน
หลิน ชิงเสวี่ย แอบหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กราคาในเน็ต... หัวละหมื่นกว่าหยวน!
แต่สิ่งที่ทำให้เธอช็อกยิ่งกว่าราคาคือ... ปริมาณ!
อย่างตับห่านจานนี้... มีแค่ชิ้นเดียวเล็กๆ เองนะ?
ข้าวหน้าห่านพะโล้จานละ 25 หยวนข้างทาง ได้เยอะกว่านี้ตั้งเยอะ แถมอร่อยเหมือนกัน
แม้รสชาติจะล้ำเลิศแค่ไหน... แต่ปริมาณแบบนี้มัน แกงกันชัดๆ!
เมื่อจบของคาว ทั้งสองก็นั่งจิบเครื่องดื่มทานของหวานชมวิวกันต่อ
หลิน ชิงเสวี่ย จิบไวน์ไปนิดหน่อย แก้มเริ่มแดงระเรื่อ เธอทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วยิ้มขื่นๆ:
“วันนี้นั่งรถของคุณ แล้วได้มาทานข้าวร้านหรูแบบนี้... มันทำให้ฉันเข้าใจคำว่า ‘ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน’ ได้ลึกซึ้งจริงๆ ค่ะ”
เจียงเฉิง เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม
“ในเน็ตชอบมีคำคมบอกว่า... ‘ความพยายามอาจไม่ทำให้สำเร็จ แต่ถ้าไม่พยายามจะไม่มีวันสำเร็จ’... ฉันเพิ่งรู้ตัวว่ามันคือน้ำแกงไก่ใส่ยาพิษ (คำคมโลกสวย) ชัดๆ”
“ช่องว่างระหว่างคนเรา... ไม่ใช่สิ่งที่ความพยายามจะถมให้เต็มได้ บางคนเกิดมาก็อยู่บนยอดเขาแล้ว”
“ขนาดเพื่อนร่วมห้องเรียนเดียวกัน... บางคนเรียนจบไปก็มีพ่อแม่ปูทางไว้ให้ มีมรดกบ้านหลายหลังรออยู่... แต่บางคนต้องดิ้นรนหางานทำงกๆ ท่ามกลางสังคมที่โหดร้าย เพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ”
พูดจบ เธอก็ทัดผมที่ร่วงลงมาปรกหน้า หันมายิ้มเศร้าๆ ให้เขา:
“ขอโทษนะคะที่บ่นอะไรไร้สาระ... เมื่อก่อนฉันไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้นะ แต่พอเจอเรื่องวันนี้เข้าไป มันก็เลย... สะเทือนใจนิดหน่อยน่ะค่ะ”
เจียงเฉิง มองออกไปนอกหน้าต่าง... ชาติตระกูลเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้จริงๆ
“ด้วยคุณสมบัติของรุ่นพี่... ถ้าอยากมีชีวิตแบบนี้ มันก็ไม่ยากหรอกครับ”
ประโยคนี้เขาเคยใช้ปลอบใจผู้หญิงมาหลายคนแล้ว
เจียงเฉิง รู้สึกว่าอาชีพ ‘หมอรักษาใจประจำบ้าน’ ของเขาก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ
อย่างน้อยเขาก็ช่วยชี้ทางสว่าง (ทางลัด) ให้สาวหลงทางหลายคนได้ค้นพบเป้าหมายชีวิต
ภายใต้การ ‘เคี่ยวเข็ญ’ อย่างหนักหน่วงของเขา... ทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเธอจะได้รับการเยียวยาจนหายขาดจากอาการซึมเศร้าและเบื่อโลกแน่นอน
ได้ยินคำใบ้ของเขา หลิน ชิงเสวี่ย ก็ลุกจากที่นั่ง เดินอ้อมมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้างๆ เจียงเฉิง
เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มยั่วยวนให้เขา: “งั้น... รุ่นน้องคิดว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นยังไงบ้างจ๊ะ?”
เจียงเฉิง วางมือลงบนเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นกระโปรงสั้นของเธออย่างถือวิสาสะ ลูบไล้เบาๆ
“อื้ม... ลื่น... นุ่ม…”
หลิน ชิงเสวี่ย มองสบตาดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำของเขา... หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
ด้วยฤทธิ์ไวน์และความหวั่นไหว เธอค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปหาเขา
ริมฝีปากนุ่มประทับลงบนปากของเขา... รสชาติฝาดเฝื่อนของไวน์แดงแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก
เจียงเฉิง จูบตอบอย่างช่ำชอง... มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเธอไว้ ส่วนอีกข้างยังคงเพลิดเพลินกับการสำรวจเรียวขาเนียนสวย
ผ่านไปครู่ใหญ่... หลิน ชิงเสวี่ย ก็ผละออกด้วยความเขินอาย หน้าแดงก่ำจนสุกปลั่ง รีบหันหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่างแก้เขิน
เจียงเฉิง ไม่เร่งรัด เขาโอบไหล่เธอไว้ แล้วเธอเอนศีรษะลงมาซบไหล่เขา
ทั้งสองนั่งมองวิวแม่น้ำหวงผู่เงียบๆ... ปล่อยให้กลิ่นกายของกันและกันผสมผสานกันในอากาศ
สัมผัสอบอุ่นและเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของ เจียงเฉิง ข้างหู… ทำให้หัวใจของ หลิน ชิงเสวี่ย เต้นแรงไม่หยุด
นี่สินะ... ความรู้สึกของการตกหลุมรัก
มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง...
ในอ้อมกอดของเขา เธอรู้สึกถึงความมั่นคง ปลอดภัย และ... ความอบอุ่น
ติ๊ง!
[ค่าความเป็นมิตร +18]
[ค่าความเป็นมิตรปัจจุบันของ หลิน ชิงเสวี่ย: 88 แต้ม]
สัมผัสได้ถึงความรักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว... เจียงเฉิง ยิ้มมุมปาก
เขาผ่านจุดที่แสวงหาแค่ความสุขทางกายแบบฉาบฉวยมานานแล้ว...
ด้วยทรัพย์สินที่มี... จะหาผู้หญิงสวยแค่ไหนมานอนด้วยก็ได้ แต่มันน่าเบื่อ...
สิ่งที่เขาต้องการคือผู้หญิงที่มอบให้ทั้ง ‘กายและใจ’ แบบนี้สิ... ถึงจะเรียกว่า ‘สุดยอด’ อย่างแท้จริง!
………………………………
ตอนที่ 292 ถุงน่องคู่ละ 2,000 ก็ขาดได้เหมือนกัน
เจียงเฉิง โอบไหล่ หลิน ชิงเสวี่ย ไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างที่แสร้งทำเป็นสุภาพชนกลับซุกซนลูบไล้ไปมาบนต้นขาเนียนนุ่มของเธออย่างเพลิดเพลิน
ทิวทัศน์งดงามนอกหน้าต่างคลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะในร้านอาหาร ทำให้หัวใจของ หลิน ชิงเสวี่ย เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะระเบิด
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว รีบตะครุบมือปลาหมึกของ เจียงเฉิง เอาไว้
เจียงเฉิง มองริมฝีปากที่ยื่นออกมาอย่างงอนๆ ของเธอ แล้วแกล้งถามหน้าซื่อ: “เป็นอะไรไปครับ?”
“เลิกจับได้แล้ว... มันขาดหมดแล้วเนี่ย” หลิน ชิงเสวี่ย ก้มหน้ามองต่ำ บ่นอุบอิบด้วยความเสียดาย
เจียงเฉิง มองตามสายตาเธอไป เห็นรอยขาดขนาดใหญ่บนถุงน่องสีดำเนื้อบางที่ขาอ่อนของเธอ เขาหัวเราะแหะๆ แก้เก้อ:
“ผมยังไม่ได้เริ่ม ‘แกะ’ เลยนะ... แค่ลูบเบาๆ สองสามทีก็ขาดแล้วเหรอ?”
“ก็นิ้วของคุณแหย่เข้าไปข้างในแล้ว คุณไม่รู้ตัวหรือไง?” เธอค้อนขวับ
“อ่า... พอดีมัน ‘ลื่น’ มือไปหน่อย เลยเพลินไปนิด ขอโทษทีครับ”
“แบบนี้มันดูไม่ดีเลย…” เธอบ่นพึมพำ
เจียงเฉิง เอื้อมมือไปบีบแก้มยุ้ยๆ ของเธอ แล้วยิ้มร่า: “ขาคุณสวยอยู่แล้ว ใส่ถุงน่องสีดำยิ่งสวยเข้าไปใหญ่... ในเมื่อมันขาดแล้ว งั้นเราไปซื้อคู่ใหม่มาเปลี่ยนกันเถอะ”
หลิน ชิงเสวี่ย ก้มมองถุงน่องที่เป็นรูโหว่... สภาพนี้คงใส่เดินไปไหนมาไหนไม่งามแน่ เธอจึงพยักหน้าตกลง
หลังจากออกจากร้านอาหาร เจียงเฉิง ก็ขับรถพาเธอไปที่ห้างสรรพสินค้า Plaza 66 (เหิงหลง พลาซ่า) ที่อยู่ใกล้ที่สุด
เมื่อเห็น เจียงเฉิง จูงมือเธอเดินตรงเข้าไปที่ช็อป Balenciaga หลิน ชิงเสวี่ย ก็รีบดึงแขนเขาไว้
เธอถามด้วยความตกใจ: “เจียงเฉิง... จะมาซื้อถุงน่องที่นี่เหรอ?”
เจียงเฉิง พยักหน้าตอบอย่างเป็นธรรมชาติ: “ใช่สิ... ถุงน่องแบรนด์นี้ดังจะตายไม่ใช่เหรอ?”
พูดจบเขาก็ชี้ไปที่รูปนางแบบใส่ถุงน่องลายโลโก้ตัวอักษรที่โชว์หราอยู่หน้าร้าน
“ฉันเคยได้ยินชื่อค่ะ... แต่แบรนด์นี้มันแพงหูฉี่เลยนะ แถมฉันเคยอ่านรีวิวในเน็ต เขาบอกว่าถึงจะแพงแต่คุณภาพก็งั้นๆ เกี่ยวขาดง่ายมาก ใส่แค่วันเดียวก็พังแล้ว”
หลิน ชิงเสวี่ย ยืนขืนตัวไว้ ไม่อยากเข้าไป
ชื่อเสียงเรียงนามของถุงน่อง Balenciaga นั้นโด่งดังใครๆ ก็รู้ แต่ราคาก็โหดร้ายเช่นกัน... คู่ละ 2,000 หยวน!
ประเด็นคือจ่ายเงินตั้ง 2,000 เพื่อถุงน่องที่มีแค่โลโก้แปะอยู่ แต่ความทนทานแทบไม่ต่างจากถุงน่องตามตลาดนัด
ใส่เดินไปเกี่ยวนิดเดียวก็ขาดเหมือนคู่ที่เธอใส่อยู่นี่แหละ... เสียดายเงินแย่
แต่สำหรับ เจียงเฉิง... เขารู้อยู่แล้วว่ามันขาดง่าย
ก็เพราะใส่ถุงน่องพวกนี้... เป้าหมายหลักก็เพื่อเอาไว้ ‘ฉีก’ ให้ขาดไม่ใช่เหรอ?
ถ้าฉีกไม่ขาด... มันจะไปสนุกตรงไหน?
ส่วนเรื่องราคาคู่ละ 2,000 หยวน... ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอก
ตอนนี้ระบบอัปเกรดเป็น เลเวล 12 แล้ว... เงินเข้ากระเป๋าเขาวินาทีละ 2 หยวน 1 นาทีได้ 120 หยวน... 1 ชั่วโมงได้ 7,200 หยวน...
วันหนึ่งเขานอนเฉยๆ เงินก็เข้าบัญชี 170,000 กว่าหยวน!
ดังนั้น... ถุงน่อง 2,000 หยวน แพงตรงไหน?
ถูกเหมือนได้เปล่า!
“ขาดง่ายแล้วไง? ประเด็นคือมันใส่แล้วสวย... อีกอย่าง ผมรอไม่ไหวที่จะเห็นคุณใส่มันแล้ว”
พูดจบ เจียงเฉิง ก็ไม่ฟังคำทัดทาน ลากมือ หลิน ชิงเสวี่ย เดินเข้าไปในร้านทันที
พนักงานขายรีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
เจียงเฉิง จัดการชี้เลือกถุงน่องลายต่างๆ มา 10 คู่รวด (รวม 20,000 หยวน)
ตามด้วยเสื้อคลุมคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง (5,498 หยวน), กระเป๋ารุ่น Hourglass ใบเล็ก (9,889 หยวน) และรองเท้าผ้าใบสีชมพูที่เข้ากับลุคของเธอ (2,278 หยวน)
เนื่องจากสินค้าร้านนี้ราคาค่อนข้าง ‘ย่อมเยา’ ในสายตาเขา ยอดรวมไม่ถึง 40,000 หยวน เขาจึงเก็บการ์ดคืนเงินไว้ใช้โอกาสหน้า
เมื่อเดินออกจากร้าน เจียงเฉิง ก็จูงมือ หลิน ชิงเสวี่ย เดินเล่นชมร้านค้าไปเรื่อยๆ
“กินข้าวอิ่มแล้ว เดินย่อยอาหารสักหน่อยนะ”
เจียงเฉิง ไม่ได้เอ่ยปากถามว่าเธออยากได้อะไรอีกไหม เพราะเขาถือคติว่า... อยากซื้อก็ซื้อให้เลย ไม่ต้องถาม
ขืนไปถาม... ผู้หญิงจะตอบยังไง?
บอกว่า ‘อยากได้’ ก็ดูโลภมาก... บอกว่า ‘ไม่อยากได้’ ก็ดูตอแหล ถามไปก็มีแต่จะทำให้อึดอัดใจเปล่าๆ
และเขาเชื่อเสมอว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบของแบรนด์เนม
นี่ไม่ใช่การดูถูก... แต่มันคือ ‘ธรรมชาติของมนุษย์’
ขนาดตัวเขาเอง พอรวยปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำก็คือโละเสื้อผ้าเก่าทิ้งแล้วซื้อแบรนด์เนมใส่ทั้งตัวเหมือนกัน
ความหลงระเริงเป็นเรื่องปกติ... สิ่งที่น่ารังเกียจคือพวกที่ปากบอกว่าเกลียดคนรวยแต่ในใจกลับอิจฉาตาร้อนต่างหาก
เจียงเฉิง เปิดดูช่องเก็บของในระบบ... ยังมี ‘การ์ดโชคร้าย’, ‘การ์ดคืนเงินช้อปปิ้งระดับต้น (วงเงิน 5 แสน)’, และ ‘การ์ดคืนเงินช้อปปิ้งระดับกลาง (วงเงิน 2 ล้าน)’ อีก 2 ใบ
ถ้าเจอของชิ้นใหญ่ๆ ค่อยงัดออกมาใช้แล้วกัน
ทางด้าน หลิน ชิงเสวี่ย... เธอก้มมองถุงกระดาษ Balenciaga ในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ความภาคภูมิใจพุ่งปรี๊ด... แต่ความกังวลลึกๆ ก็เริ่มก่อตัว
เธอเพิ่งจะจูบกับเขาไปแค่ครั้งเดียว... แต่เขาเปย์ของหนักขนาดนี้ให้
‘ของฟรีไม่มีในโลก... ยิ่งได้มาก ภาระที่ต้องจ่ายคืนก็ยิ่งหนัก’
เมื่อก่อนเธอเคยเม้าท์มอยกับเพื่อนๆ เรื่องสาวๆ ที่นั่งรถหรู...
“เห็นพวกหล่อนมีความสุขบนรถสปอร์ตตอนกลางวัน... หารู้ไม่ว่าตกกลางคืนพวกหล่อนต้องโดน ‘เฆี่ยนตี (จัดหนัก)’ อย่างทารุณแค่ไหน”
ไม่นึกเลยว่า... วันนี้จะเป็นตาของเธอที่ต้องโดน ‘เฆี่ยน’ บ้างแล้ว
พอคิดจินตนาการไปไกล... หลิน ชิงเสวี่ย ก็เผลอขมิบขาเข้าหากันแน่น สัมผัสของถุงน่อง Balenciaga คู่ใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนในห้องลองชุด เสียดสีกันเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบแปลกๆ
เดินเล่นไปสักพัก เจียงเฉิง ก็พาเธอแวะซื้อครีมบำรุงผิว, กระเป๋า Chanel ใบเล็ก และเสื้อผ้า Louis Vuitton อีกนิดหน่อย
เนื่องจากแต่ละรายการราคาแค่หลักหมื่น เขาจึงรูดบัตรจ่ายสดไม่ได้ใช้การ์ด
เมื่อเห็นเวลาสมควรแก่การ ‘พักผ่อน’ เจียงเฉิง ก็หันมาพูดกับ หลิน ชิงเสวี่ย ด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติที่สุด:
“แถวนี้มีโรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน (Ritz-Carlton) อยู่... บรรยากาศดีมากเลยนะ เราแวะไป ‘เช็กอิน’ กันหน่อยไหม?”
หลิน ชิงเสวี่ย ได้ยินคำชวนเข้าโรงแรม... ใบหูของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
เธอก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตา... แต่ก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ:
“อื้ม…”
สัญญาณไฟเขียวสว่างโล่!