ตอนที่ 303 จัดการยากจริงๆ, ตอนที่ 304 ผลัดกันเป่า

ตอนที่ 303 จัดการยากจริงๆ

ในอีกด้านหนึ่ง... จางเหว่ยและห่าวเลี่ยง ที่ได้รับแจ้งประกาศพ้นสภาพนักศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย ต่างก็สติแตกจนแทบบ้า

พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่ามันผิดพลาดตรงไหน และยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้เด็ดขาด

เพราะในใบแจ้งระบุสาเหตุชัดเจนว่า... พวกเขาสองคนทำการโจมตีเว็บไซต์มหาวิทยาลัยและแฮกบัญชีส่วนตัวของนักศึกษาจำนวนมาก

ประเด็นคือ... พวกเขาไม่ได้ทำ! บัญชีของพวกเขาเองต่างหากที่โดนแฮก!

ทำไมต้องกลายเป็น ‘แพะรับบาป’ ด้วย? แถมบทลงโทษยังรุนแรงถึงขั้นไล่ออก?

จางเหว่ย หน้าซีดเผือดเหมือนศพ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน

ตั้งแต่บัญชีโดนแบน เขาก็กระวนกระวายใจมาตลอด กลัวว่าจะโดน เจียงเฉิง แก้แค้น

แต่ไม่นึกเลยว่าผลกรรมจะติดจรวดมาเร็วขนาดนี้... แค่คืนเดียว เขาโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเลยเหรอ?

จางเหว่ย ตะโกนใส่อาจารย์ที่ปรึกษาด้วยความตื่นตระหนก:

“นี่มันใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ! ผมไม่ได้ทำเรื่องพรรค์นั้น! ทำไมผมต้องยอมลาออกด้วย? ...เรื่องนี้ฝีมือ เจียงเฉิง แน่ๆ! มันเกี่ยวอะไรกับผม? พวกอาจารย์โดนมันซื้อตัวไปแล้วใช่ไหม!?”

เหล่าอาจารย์ต่างรู้เรื่องที่ เจียงเฉิง บริจาคเงิน 10 ล้านหยวนให้มหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี

พอ จางเหว่ย กล่าวหาว่า เจียงเฉิง เป็นคนทำ พวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อ... คนบริจาคเงินตั้ง 10 ล้าน จะไปแฮกเว็บมหาลัยตัวเองหาพระแสงอะไร?

“นี่เป็นผลสรุปจากการสอบสวนของทางมหาวิทยาลัย... ถ้าเธอไม่พอใจกับผลลัพธ์ ก็ไปคุยกับท่านอธิการบดีเอง ฉันมีหน้าที่แค่มาแจ้งคำสั่ง” อาจารย์ตอบเสียงเรียบ

เมื่อเห็นว่าอาจารย์ไม่สนใจ จางเหว่ย ก็ยิ่งสติแตก: “ผมไม่เชื่อ! พวกคุณใส่ร้ายผม! ผมไม่ได้ทำ! ...ผมจะไปหาท่านอธิการบดี! ผมจะไปฟ้องท่าน!”

พูดจบเขาก็วิ่งถลันออกจากห้องไป แต่พอวิ่งไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ รีบควักโทรศัพท์มือถือโทรหา ห่าวเลี่ยง ทันที

ทางด้าน ห่าวเลี่ยง...

เขาก็เพิ่งได้รับใบแจ้งจากอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นกัน

เขาถือใบแจ้งไล่ออกด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ

เขารู้ว่า เจียงเฉิง มีแบ็กดี... แต่ไม่นึกว่าจะยิ่งใหญ่คับฟ้าขนาดสั่งให้อธิการบดีเล่นงานเขาทางอ้อมได้ขนาดนี้

แต่ ห่าวเลี่ยง เข้าใจผิดไปจุดหนึ่ง...

ตั้งแต่ต้นจนจบ เจียงเฉิง ไม่ได้ออกหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากฝีมือแฮกเกอร์ที่สร้างหลักฐานเท็จ และทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบเจอเอง

ดังนั้น ต่อให้ไปร้องเรียนกับอธิการบดีก็ไร้ประโยชน์ เพราะหลักฐานทางดิจิทัลทุกอย่าง... ชี้เป้ามาที่พวกเขาจังๆ

ความรู้สึกเสียใจ เจ็บแค้นและโกรธเกรี้ยว ผสมปนเปกันจนบิดเบี้ยวในใจของ ห่าวเลี่ยง

เขาอยากจะลาก เจียงเฉิง ให้พินาศไปพร้อมกัน!

แผนเดิมคือทำลายชื่อเสียงของ เจียงเฉิง... แต่สุดท้ายไฟกลับย้อนมาเผาตัวเขาเองจนวอดวาย

ห่าวเลี่ยง เป็นคนหยิ่งยโส... การพ่ายแพ้แบบหมดรูปและโดนไล่ออก เป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้ยิ่งกว่า จางเหว่ย เสียอีก

อาจารย์ที่ปรึกษาของ ห่าวเลี่ยง มองลูกศิษย์ด้วยความเสียดาย... ฐานะทางบ้านก็ดี เป็นถึงรองประธานสภานักศึกษา ถ้าเรียนจบไปอนาคตคงไกลแท้ๆ

ห่าวเลี่ยง กดรับสาย จางเหว่ย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา:

“ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไร... แต่ในเมื่อเขาซื้อทางมหาลัยไว้หมดแล้ว คงทำอะไรไม่ได้มาก ฉันไม่นึกเลยว่าแบ็กเขาจะใหญ่ขนาดนี้... แต่ฉันไม่ยอมจบแค่นี้แน่”

แม้จะแพ้ แต่ ห่าวเลี่ยง ก็ยังปากดี

ได้ยินเสียงที่หมดอาลัยตายอยากของลูกพี่ จางเหว่ย ก็ยิ่งสติแตก:

“รองประธานห่าว! เรื่องนี้นายลากฉันมาเอี่ยวนะ! ตอนนี้โดนไล่ออกจะทำยังไง? ...ไปหาอธิการบดีกับฉันเดี๋ยวนี้ เราต้องไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง! นายโดนไล่ออกยังกลับไปสืบทอดกิจการที่บ้านได้ แต่ฉันนี่สิ... ถ้าโดนไล่ออก ฉันก็หมดอนาคตเลยนะ!”

ห่าวเลี่ยง กลัวว่า จางเหว่ย จะสติแตกจนพูดอะไรโง่ๆ ออกไป จึงจำใจตอบตกลง

“ไม่ต้องกลัว... เรื่องนี้เราไม่ได้ทำ ถ้ามหาลัยจะเล่นไม้แข็ง เราก็แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบเลย... ไปเจอกันที่ห้องอธิการบดี!”

พูดจบ ทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานอธิการบดี

เมื่อ เฉินจิ้น อธิการบดีเห็นหน้าสองนักศึกษาตัวก่อเรื่อง ก็โกรธจนควันออกหู

ยิ่งพอทั้งสองคนตะโกนกล่าวหาว่าเขารับสินบนจาก เจียงเฉิง เพื่อไล่พวกเขาออก... เฉินจิ้น ก็ยิ่งเดือดดาล

“ไอ้พวกไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี! ...ทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ ทางมหาวิทยาลัยให้พวกเธอลาออกเองก็ถือว่าปรานีมากแล้ว! ขืนฉันส่งเรื่องดำเนินคดี แจ้งตำรวจมาจับ พวกเธอจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกเลย! ...อยากแจ้งตำรวจงั้นเหรอ? เอาสิ! แจ้งเลย! ให้ตำรวจมาลากคอพวกเธอไป จะได้รู้ว่ามหาลัยไม่ได้ใส่ร้าย!”

เห็นท่าทีขึงขังและมั่นใจของ เฉินจิ้น... ทั้งสองคนก็เริ่มใจฝ่อ

แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว... จะถอยก็ไม่ได้

ทั้งสองคนตัดสินใจแจ้งตำรวจ รออยู่หลายชั่วโมง ตำรวจก็มาถึงและเริ่มตรวจสอบ...

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า... หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดว่าเป็นฝีมือพวกเขาจริงๆ!

ส่วน เจียงเฉิง... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ตำรวจเจ้าของคดีรู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย จึงตัดสินใจไปสอบปากคำ เจียงเฉิง ที่หอพัก

เพราะผู้ต้องหาทั้งสองคนยืนยันเสียงแข็งว่าพวกเขาแค่โพสต์ด่า เจียงเฉิง ในเน็ต... แล้วทำไมจู่ๆ ต้องไปโจมตีเว็บมหาลัยด้วย? แรงจูงใจมันแปลกๆ

แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด... เจียงเฉิง ไม่เคยเฉียดกรายไปใกล้ห้องอธิการบดี หรือห้องควบคุมระบบเลย

ขณะนั้น เจียงเฉิง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังจะออกไปข้างนอก

จู่ๆ ก็ได้รับแจ้งให้รอพบเจ้าหน้าที่

ตำรวจหนุ่มซักถาม เจียงเฉิง ตามระเบียบปฏิบัติ

คำให้การของเขาตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดทุกประการ

ตำรวจถามด้วยความสงสัย: “คุณคิดว่าทำไมพวกเขาถึงโจมตีเว็บไซต์มหาวิทยาลัยและบัญชีนักศึกษาครับ?”

เจียงเฉิง ยิ้มขำ: “คำถามนี้คุณตำรวจควรถามพวกเขามากกว่านะครับ... ผมจะไปรู้ได้ยังไง?”

ตำรวจเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ: “พวกเขาอ้างว่าบัญชีของพวกเขาก็โดนแฮกเหมือนกัน... คุณพอจะทราบเรื่องนี้ไหมครับ?”

เจียงเฉิง ขมวดคิ้ว ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและเยือกเย็น:

“เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสืบสวนไม่ใช่เหรอครับ? ...ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเพิ่งจะรู้ข่าวพร้อมกับคนอื่นตอนกลับมาถึงมหาลัยนี่แหละครับ... คุณตำรวจก็น่าจะเช็กประวัติการใช้งานของผมแล้ว ผมมีพยานยืนยันที่อยู่ชัดเจน... ผมไม่มีเวลามาตอบคำถามไร้สาระพวกนี้หรอกนะครับ”

เจอคำตอบย้อนเกล็ดเข้าไป ตำรวจก็ไปไม่เป็น

เพราะ เจียงเฉิง มีหลักฐานที่อยู่สมบูรณ์แบบ บัญชีของเขาก็ไม่เคยล็อกอินเข้าสู่ระบบในช่วงเวลานั้น

แถมเพื่อนร่วมชั้นทุกคนยังสรรเสริญเยินยอเขาว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ

คดีนี้แม้จะดูชอบกล... แต่หลักฐานทุกอย่าง ‘หลบเลี่ยง’ ตัว เจียงเฉิง ไปได้อย่างหมดจด

จัดการยากจริงๆ

ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานทางเทคนิคมัดตัวสองคนนั้นแน่นหนา ส่วน เจียงเฉิง ลอยตัวเหนือปัญหาอย่างสวยงาม

……………………………………

ตอนที่ 304 ผลัดกันเป่า

ยิ่งไปกว่านั้น... ผลการตรวจสอบทางเทคนิคมันชัดเจนว่า ‘ไวรัสโทรจัน’ ถูกปล่อยออกมาจากบัญชีของ จางเหว่ยและห่าวเลี่ยง จริงๆ

เนื่องจากไม่มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในเชิงอาชญากรรมร้ายแรง และเป็นเพียงอุบัติเหตุทางไซเบอร์ภายในองค์กร ตำรวจจึงลงความเห็นให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาบทลงโทษทางวินัยเอง โดยเจ้าหน้าที่ทำเพียงตักเตือนและบันทึกประจำวันไว้

เมื่อทุกอย่างกระจ่าง เฉินจิ้น อธิการบดียิ่งโกรธจัด ตะคอกใส่ทั้งสองคนด้วยความผิดหวัง:

“ตามหลักการแล้ว การกระทำของพวกเธอถือเป็นความผิดทางอาญา! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันไม่อยากตัดอนาคตพวกเธอ ฉันคงแจ้งความดำเนินคดีให้พวกเธอไปนอนคุกเล่นสัก 15 วันแล้ว!”

“...ถ้ามีประวัติอาชญากรรมติดตัว อนาคตพวกเธอได้ดับวูบแน่นอน... ลาออกไปซะ! มหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย หัดรู้จักคิดถึงอนาคตตัวเองบ้าง อย่าทำผิดพลาดซ้ำสองอีก!”

……………………………..

หลังจากสอบปากคำเสร็จ เจียงเฉิง ก็เดินกลับหอพักอย่างสบายใจ

เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เห็น หวังเจี้ยน, ลู่ชวนและอู๋คุน กำลังวุ่นอยู่กับการ ‘เซ็ตผม’ หน้ากระจกอย่างขะมักเขม้น

คืนนี้มีนัด ‘เลี้ยงรุ่นห้อง’ ครั้งแรก... สามหนุ่มเลยจัดเต็มกันน่าดู

เจียงเฉิง แค่อาบน้ำลวกๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าสบายๆ ก็หล่อเสร็จสรรพแล้ว

แต่เพื่อนๆ ของเขากลับควัก ‘เจลแต่งผมสูตรบรรพบุรุษ’ ออกมาแลกเปลี่ยนเทคนิคการจัดทรงผมทรงหัวมันเยิ้มกันอย่างออกรส

เห็นแล้วเพลียจิต... เจียงเฉิง ส่ายหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโต่วอวี๋มาไถเล่นฆ่าเวลา

สตรีมเมอร์สาว เสี่ยวเสี่ยวซู เห็น เจียงเฉิง เข้ามาเปย์จรวดให้ 2 ลูก ก็รีบเอ่ยทักทายเสียงใส:

“ท่านเทพสมุทรขา! ...อีกไม่กี่วันจะมีงานอนิเมะ เอ็กซ์โป (Anime Expo) ที่เซี่ยงไฮ้... ได้ยินว่าท่านเทพก็อยู่เซี่ยงไฮ้ สนใจจะมา ‘นัดเจอ’ กันหน่อยไหมคะ?”

เหล่าแฟนคลับหื่นกามในช่องแชทได้ยินเข้าก็หูผึ่ง พิมพ์ข้อความรัวๆ:

[สตรีมเมอร์! งานจัดที่ฮอลล์ไหน? ทำไมไม่ชวนพวกเราบ้าง?]

[ผมขอลงชื่อด้วย! ไม่ได้อยากเจอเสี่ยวเสี่ยวซูหรอกนะ อยากไปกราบท่านเทพสมุทรตัวเป็นๆ ต่างหาก]

[บอกพิกัดด่วน! พร้อมบินไปหาเดี๋ยวนี้!]

[……]

เจียงเฉิง ได้ยินคำชวนก็นึกสนุก พิมพ์ถามกลับไป: “นัดเจอแบบ ‘สองต่อสอง’ หรือเปล่า?”

ช่องแชทระเบิดทันที:

[เชี่ย... ท่านเทพสมุทรแม่งของจริง!]

[สมฉายาจ้าวสมุทร... รุกหนักมาก]

[ถ้าเจอกันสองต่อสอง... เสี่ยวเสี่ยวซูจะรับมือไหวเหรอ?]

[……]

เสี่ยวเสี่ยวซู เห็นข้อความแซวก็หน้ามุ่ย

เธอไม่เคยนัดเจอแฟนคลับแบบส่วนตัวมาก่อน ปกติก็เจอรวมๆ ในงานอีเวนต์ ขืนตอบตกลงไปว่า ‘สองต่อสอง’... มีหวังโดนพวกแฟนคลับรุมล้อจนเสียคนแน่

“เจอกันในงานอนิเมะ เอ็กซ์โปสิคะ... ถ้าท่านเทพมา ในงานมีคอสเพลเยอร์สาวสวยเพียบเลยนะ”

อ๋อ... สรุปคือ แฟนมีตหมู่สินะ?

เจียงเฉิง หมดความสนใจทันที

เขาพิมพ์ตอบกลับสั้นๆ: “นัดเจอหมู่ไม่สน... เสียเวลา เล่นเกมต่อดีกว่า”

โดนปฏิเสธซึ่งหน้า เสี่ยวเสี่ยวซู ก็หน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับอารมณ์เอาใจป๋า: “โอเคค่า... รับทราบค่ะท่านเทพ ไว้โอกาสหน้านัดเจอส่วนตัวก็ได้ค่ะ”

เจียงเฉิง ไม่ได้ตอบกลับ เข้าเปิดเกม Honor of Kings ขึ้นมาเล่นบ้าง

แม้ เสี่ยวเสี่ยวซู จะหน้าตาดี แต่เขาก็ไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิงขนาดนั้น

ประเด็นคือ... ที่เขามาดูสตรีมเมอร์เกม ก็เพราะอยากดู ‘ฝีมือการเล่น’ ไม่ใช่เหรอ? (ข้ออ้าง)

แต่ถ้า เสี่ยวเสี่ยวซู ยอมนัดเจอแบบ ‘ส่วนตัว’ จริงๆ... เขาก็ไม่รังเกียจที่จะไปสอนเทคนิคการเล่นแบบ ‘ตัวต่อตัว’ ให้ถึงที่หรอกนะ

เพราะการเล่นเกมแบบ ‘ตัวต่อตัว’ มันสื่อสารกันง่ายกว่า... แถมยังสามารถ ‘พาเดินเกม’ ไปด้วยกันได้อย่างลื่นไหลไร้อุปสรรค

……………………………

หลังจากเล่นเกมจบไป 2 ตา พวก หวังเจี้ยน ก็เซ็ตผมเสร็จพอดี

ทั้งกลุ่มเดินออกจากหอพัก มุ่งหน้าไปยังย่านสตรีทฟู้ดตรงข้ามมหาวิทยาลัย

งานเลี้ยงรุ่นห้องวันนี้ตกลงกันว่าจะใช้ระบบ AA (American Share / แชร์กันจ่าย) โดยหักเงินจากกองกลางห้อง

อู๋คุน หัวหน้าห้องคำนวณงบประมาณคร่าวๆ แล้วเลือกสั่งเมนูพื้นฐาน พวกเนื้อย่างเสียบไม้ ผัดผัก ไม่มีอาหารทะเลราคาแพง

เฉลี่ยแล้วตกคนละ 20 กว่าหยวน... เป็นราคาที่ทุกคนรับได้สบายๆ

เจียงเฉิง ไม่ได้รังเกียจอาหารราคาถูก สมัยมัธยมเขาก็ชอบมานั่งกินปิ้งย่างข้างทางกับเพื่อนแบบนี้บ่อยๆ

พูดตรงๆ... บรรยากาศแบบนี้แหละคือ ‘รสชาติของวัยรุ่น’ ที่แท้จริง

เพราะวัยรุ่นมีเวลาจำกัด... เมื่ออายุเข้าเลข 3 ต่อให้นัดเพื่อนมานั่งกินร้านเดิม รสชาติและความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

ตอนอายุ 18 วงสนทนาจะเต็มไปด้วยเรื่องความฝัน อนาคต และความรัก

แต่พอเข้าสู่วัยทำงาน... วงสนทนาจะเปลี่ยนเป็นเรื่องบ่นเจ้านาย ด่าเพื่อนร่วมงาน บ่นเรื่องค่าสินสอด เงินดาวน์บ้าน และนินทาแม่ยาย

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ หวง อีอี ก็รีบจูงมือรูมเมทของเธอพุ่งตรงมาที่โต๊ะของ เจียงเฉิง ทันที

“เจียงเฉิง! ...พวกเราขอนั่งด้วยนะ!”

ฟางหยวน และเพื่อนๆ ก็เต็มใจอย่างยิ่ง เพราะใครบ้างไม่อยากนั่งใกล้หนุ่มหล่อ?

หวังเจี้ยน และพรรคพวกเองก็ดีใจเนื้อเต้น เพราะนอกจาก หวง อีอี แล้ว รูมเมทของเธอก็หน้าตาดีใช้ได้

บรรยากาศบนโต๊ะคึกคักทันทีเมื่ออาหารเริ่มพร่อง

หวง อีอี หยิบไม้เนื้อย่างยื่นส่งให้ เจียงเฉิง ถึงปาก: “เจียงเฉิง... อ้าปากเร็ว ป้อนๆ”

เธอยิ้มหวานหยดจนตาหยีเป็นสระอิ แสดงออกชัดเจนว่า ‘จองคนนี้’

หนุ่มๆ ในห้องที่เคยแอบปลื้ม หวง อีอี ต่างถอดใจยอมแพ้กันเป็นแถว... เจอคู่แข่งระดับ เจียงเฉิง เข้าไป ใครจะไปสู้ไหววะ?

เมื่อแอลกอฮอล์เริ่มเข้าปาก บรรยากาศก็ยิ่งครึกครื้น

เพื่อนผู้ชายใจกล้าบางคนเดินถือแก้วเบียร์เข้ามาชนแก้วกับ เจียงเฉิง:

“พี่เจียง! ...ผมนับถือพี่จริงๆ ดื่มหมดแก้วครับ!”

“มาครับพี่! ...เดี๋ยวผม ‘เป่า (กระดกหมด)(1)’ ให้พี่ดูหนึ่งที!”

เจียงเฉิง เห็นเพื่อนโชว์กระดกหมดขวด ก็ยิ้มกวนๆ แซวกลับ:

“เป่าขวดเดียวจะไปพออะไร... เรื่องแบบนี้ต้องให้สาวๆ เขา ‘เป่า’ ให้สิ ถึงจะดี”

ทันใดนั้น หวง อีอี ที่นั่งข้างๆ ก็เสนอตัวอย่างกระตือรือร้น:

“ต้องให้ผู้หญิงเป่าเหรอ? ...ได้สิ! งั้นเดี๋ยวฉัน ‘เป่า’ ให้เธอเอง!”

พูดจบ เธอก็คว้าขวดเบียร์มากระดกอึกๆ จนหมดขวดโชว์ต่อหน้าทุกคน

เจียงเฉิง มองเธอตาค้าง... แม่เจ้า... ใสซื่อหรือแกล้งมึนวะเนี่ย?

เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่... ถ้าเธอกล้าเป่าขนาดนี้ ฉันก็ต้องตอบแทนสิ

“โอ้โห... งั้นเดี๋ยวผม ‘เป่า’ คืนให้คุณบ้างดีไหม?”

หวง อีอี ที่เริ่มเมาและไม่เข้าใจมุก ยิ้มแก้มแดง พยักหน้าหงึกหงัก: “ดีเลย! ...งั้นเธอช่วย ‘เป่า’ ให้ฉันแรงๆ ใหญ่ๆ เลยนะ! ฉันชอบ!”

พรวด!!!

เพื่อนสาว ฟางหยวน และคนอื่นๆ ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับสำลักน้ำ

หน้าแดงก่ำกันเป็นแถว รีบสะกิดเตือนเพื่อนสาวจอมโก๊ะ:

“อีอี! ...หยุดพูดเดี๋ยวนี้! ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะแล้ว!”

“ทำไมล่ะ? ...ก็ฉันยังเป่าไม่สะใจเลยนี่นา ให้เจียงเฉิงช่วยเป่าให้มันจะได้เสร็จเร็วๆ ไง”

ฟางหยวน ทนไม่ไหว หันไปค้อนใส่ เจียงเฉิง: “เจียงเฉิง! ...นายอย่ารังแกคนเมาสิ! อีอีมันไม่รู้เรื่อง!”

เจียงเฉิง แกล้งทำหน้าซื่อตาใส: “หือ? ...รังแกอะไรครับ? ผมเปล่านะ”

หวง อีอี ที่คออ่อนเป็นทุนเดิม พอซดเบียร์หมดขวดก็เริ่มเลื้อย

เธอเอนศีรษะมาซบไหล่ เจียงเฉิง แล้วพึมพำเสียงหวาน: “เจียงเฉิง... เธอหล่อจังเลย... ฉันช้อบชอบ…”

พูดจบเธอก็เด้งตัวกลับไปนั่งหลังตรง ทำเนียนหันไปคุยกับเพื่อนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เห็นท่าทาง ‘เมาดิบ (แกล้งเมาเพื่ออ้อนผู้ชาย)’ ที่น่ารักน่าหยิกของเธอ... เจียงเฉิง ก็ยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู

เพื่อนๆ รอบโต๊ะต่างมองหน้ากันแล้วอมยิ้มอย่างรู้ทัน...

‘ผลัดกันเป่า’ ในคืนนี้... ช่างเป็นบทสนทนาที่สร้างสีสันให้วงเหล้าได้ดีจริงๆ

โต๊ะข้างๆ ที่เป็นตาลุงวัยกลางคน ได้แต่มองดูเด็กหนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยความอิจฉาตาร้อน... เฮ้อ วัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ ว้อยยย!

…………………………………

(1)[เป่า (ชุย / 吹) – คำว่า ‘เป่า (吹)’ ที่ใช้ในวงเหล้าเป็นคำสแลงที่หมายถึง ‘กระดกหมดแก้ว หรือหมดขวด’ แถมคำนี้ยังเป็นที่รู้กันว่ามีความหมายแฝงในเชิง 18+ ซึ่งคงเข้าใจกันดีว่า ‘เป่า…xXx…’]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 303 จัดการยากจริงๆ, ตอนที่ 304 ผลัดกันเป่า

ตอนถัดไป