ตอนที่ 339 หวังเซิ่ง, ตอนที่ 340 คุณขับเทสลา

ตอนที่ 339 หวังเซิ่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่ เจียงเฉิง ได้เข้ามาพักที่วิลล่าของตัวเอง

เมื่อขับรถมาถึงหน้าประตูรั้ว รปภ.คนใหม่ก็รีบเดินออกมาขวางหน้ารถไว้ทันที

เห็นความเข้มงวดกวดขันของพนักงาน เจียงเฉิง ก็พึงพอใจมาก เขาลดกระจกลงแล้วแจ้งสถานะของตนเอง

รปภ.รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเทียบรูปถ่ายกับคนขับรถ พอเห็นว่าเป็น เจ้านาย ตัวจริง ก็รีบโค้งคำนับขออภัยและเปิดประตูให้ทันที

วิลล่าหลังใหญ่ขนาดนี้ ย่อมต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

รอบบริเวณวิลล่ามีจุดรักษาความปลอดภัยกระจายอยู่ทั่ว รวมกับรปภ.ที่ป้อมหน้าแล้ว มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึง 12 คน

โดยทั้ง 12 คนจะสลับสับเปลี่ยนเวรกันเฝ้ายามตลอด 24 ชั่วโมง

เจียงเฉิง ไม่ได้เอารถเข้าไปจอดในโรงรถ แต่ขับไปจอดเทียบที่หน้าประตูวิลล่าหลัก

พอเห็นรถเจ้านายมาจอด ป้าแม่บ้านที่พักอยู่ ‘ห้องพักพนักงาน’ ซึ่งสร้างอยู่ชั้นบนของโรงรถก็รีบวิ่งเหยาะๆ ลงมาต้อนรับ

เมื่อเห็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของตน ป้าแม่บ้านก็ทักทายด้วยความนอบน้อม:

“คุณเจียงคะ ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”

วิลล่าแห่งนี้มีโซนที่พักพนักงานแยกต่างหาก โดยสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นอยู่เหนือโรงรถ เพื่อแยกพื้นที่ใช้สอยออกจากเจ้านาย ไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว

ก่อนหน้านี้ เจียงเฉิง ได้ไหว้วานให้ผู้จัดการนิติบุคคลช่วยหาทีมแม่บ้านมาดูแลวิลล่า

เพราะถ้านับเฉพาะพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน ไม่รวมโรงรถและสวนก็ปาเข้าไปกว่า 3,000 ตารางเมตรแล้ว

พื้นที่กว้างขนาดนี้ การดูแลทำความสะอาดถือเป็นเรื่องใหญ่

ปกติจะมีแม่บ้านทำความสะอาด 6 คน และคนสวนอีก 2 คน

แต่เนื่องจาก เจียงเฉิง ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน ตอนนี้จึงเหลือแค่ ‘แม่บ้านกะดึก’ อยู่เวรเพียงคนเดียว

มองดูวิลล่าอันโอ่อ่ากว้างขวาง... เจียงเฉิง คิดว่าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ได้การ แม้จะมีพนักงานประจำ แต่ยังขาดคนคอย ‘จัดการ’

ลองนับดู... แม่บ้าน คนสวน และรปภ. รวมกันก็ปาเข้าไป 20 คนแล้ว คนยิ่งเยอะ เรื่องยิ่งแยะ ถ้าไม่มีหัวหน้าคอยคุมคงวุ่นวาย

เขาควรหา ‘พ่อบ้าน (Butler)’ ที่ไว้ใจได้มาช่วยบริหารจัดการวิลล่า

เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ห้องนอน... แต่มีทั้งโรงหนังส่วนตัว, ห้องเก็บไวน์, ห้องคาราโอเกะ (KTV), สระว่ายน้ำในร่ม, ฟิตเนส และห้องเล่นเกม...

พูดง่ายๆ คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ครบครันไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาว ถ้าไม่มีพ่อบ้านมืออาชีพมาดูแล เขาคงวางใจไม่ได้

และเจียงเฉิง ก็ไม่มีเวลามานั่งจับผิดลูกน้องด้วยตัวเองตลอดเวลา ครั้นจะไปจ้างคนนอกสุ่มสี่สุ่มห้า เขาก็ไม่ไว้ใจ

หลังจากแม่บ้านกะดึกช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนชุดใหม่ให้เสร็จ เจียงเฉิง ก็บอกให้เธอไปพักผ่อน

เขาเดินสำรวจรอบบ้านแล้วพยักหน้าพอใจ

เรื่องความสะอาดถือว่าไร้ที่ติ ทุกซอกทุกมุมถูกเช็ดถูจนเงาวับไร้ฝุ่น

อย่าดูถูกอาชีพแม่บ้านพวกนี้เชียว... รายได้ของพวกเธอสูงกว่าพนักงานออฟฟิศทั่วไปซะอีก

โดยเฉพาะ ‘แม่บ้านประจำ’ ในวิลล่าหรูแบบนี้ เงินเดือนสตาร์ตที่ 10,000 หยวนเป็นอย่างต่ำ

ในขณะที่แม่บ้านทั่วไปได้แค่ 7-8 พันหยวน... การได้มาทำงานในย่านคนรวยคือกำไรชีวิต

นอกจากเงินเดือนสูงแล้ว ยังมี ‘อั่งเปา’ ตามเทศกาล และโบนัสปลายปีที่หนักกระเป๋า ด้วยเหตุนี้ พวกเธอจึงหวงแหนงานนี้มาก และทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ

เรื่องอู้งาน แทบไม่มีให้เห็น เพราะงานที่กินอยู่ฟรี เงินเดือนสูง สภาพแวดล้อมดีแบบนี้... มีคนต่อคิวรอเสียบแทนเป็นล้าน

เจียงเฉิง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจติดต่อ ‘หวังเซิ่ง’ หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย

ในเวลานี้... ทีมรักษาความปลอดภัยกลุ่มนี้คือคนที่ เจียงเฉิง ไว้ใจที่สุด

เพราะพวกเขาคือรางวัลจากระบบ... มี ‘ค่าความจงรักภักดี’ สูงทะลุ 120 แต้ม! (ระดับยอมตายแทนได้)

ดังนั้น แทนที่จะไปจ้างพ่อบ้านแปลกหน้า... สู้ให้ หวังเซิ่ง มาเป็นพ่อบ้านคุมงานที่นี่เลยดีกว่า แบบนี้เขาถึงจะนอนหลับได้อย่างสนิทใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น

หวังเซิ่ง มารายงานตัวที่วิลล่าแต่เช้าตรู่

เจียงเฉิง ตื่นนอนตอนเที่ยง เดินลงมาข้างล่างก็เห็น หวังเซิ่ง นั่งรออยู่ที่โซฟาห้องรับแขกด้วยท่าทีสงบนิ่ง

ทันทีที่เห็น เจียงเฉิง เดินลงมา หวังเซิ่ง ก็รีบลุกขึ้นยืนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม:

“นายน้อยครับ... สวัสดีตอนเที่ยงครับ อาหารกลางวันเตรียมไว้พร้อมแล้ว จะให้ยกมาเสิร์ฟเลยไหมครับ?”

เห็น หวังเซิ่ง สวมบทบาทพ่อบ้านได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ เจียงเฉิง ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เมื่ออาหารอาหารถูกยกมาเสิร์ฟ เจียงเฉิง ก็เริ่มลงมือทาน

เห็น หวังเซิ่ง ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ เจียงเฉิง จึงเอ่ยชวน: “นั่งลงกินด้วยกันสิ”

หวังเซิ่ง ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างสุภาพ: “ไม่เป็นไรครับนายน้อย... ผมทานอาหารพนักงานเรียบร้อยแล้วครับ”

เจียงเฉิง ไม่ได้คะยั้นคะยอ เขาตักข้าวเข้าปากพลางฟัง หวังเซิ่ง รายงานเรื่องการจัดสรรบุคลากรในวิลล่า

รายละเอียดการจัดการและอัตราเงินเดือนที่ หวังเซิ่ง เสนอมานั้นสมเหตุสมผล เจียงเฉิง ไม่มีข้อโต้แย้ง

“ดีมาก... ไม่ต้องใช้คนเยอะเกินไปนะ ผมไม่ชอบให้บ้านวุ่นวาย ขอแค่เน้นเรื่องความปลอดภัยให้รัดกุมก็พอ”

“วางใจได้ครับนายน้อย... หลังจากเคลียร์ภารกิจนั้นจบ ผมจะย้าย ชิงจงและเซี่ยลี่ มาประจำการที่นี่ด้วย ส่วนคนอื่นๆ ให้สแตนด์บายที่เดิมครับ”

…………………………………

ตอนที่ 340 คุณขับเทสลา

เจียงเฉิง พยักหน้ารับรู้: “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”

หวังเซิ่ง ก้มหน้าตอบ: “หลักฐานเรื่องการทุจริตในโรงงานเบียร์ที่ไปลงทุน รวบรวมได้เกือบครบแล้วครับ พร้อมจะปิดบัญชีได้ทุกเมื่อ... ส่วนทางด้าน หวังฮ่าว ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ครับ”

“ถ้าหลักฐานพร้อมแล้วก็ไม่ต้องรอ... จัดการ ‘เก็บกวาด’ หลัวเจีย ได้เลย”

หวังเซิ่ง เข้าใจความหมายของเจ้านายดี: “รับทราบครับ”

เรื่องนี้ยืดเยื้อมานานเกินไป... เจียงเฉิง หมดความอดทนที่จะเล่นเกมแมวจับหนูแล้ว

หลังจากทานข้าวเสร็จ เจียงเฉิง ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัท ซิงเฉิน อินเวสเมนท์

ในลานจอดรถใต้ดิน...

เจียงเฉิง เดินลงจาก Lamborghini Reventón พลางก้มหน้าพิมพ์แชทหา เฉิน เสวี่ยเอ๋อร์

แต่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ชนเข้ากับ ‘กำแพงเนื้อนุ่มนิ่ม’ เข้าอย่างจัง

กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนลอยมาแตะจมูก เจียงเฉิง เงยหน้าขึ้นมอง เห็น หลัวเจีย ยืนเอามือกุมหน้าอกอย่างมีจริต

พอเห็นว่าเป็น เจียงเฉิง เธอก็เริ่มแสดงละครทันทีด้วยน้ำเสียงออดอ้อน: “อุ๊ยตาย... เจ็บหน้าอกจังเลยค่ะ”

จากนั้นเธอก็แกล้งทำเป็นตกใจ ปิดปากอุทานเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารและกุญแจรถร่วงหล่นลงพื้น

เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ เพื่อเก็บของ พลางช้อนตามอง เจียงเฉิง ในมุมเงยที่โชว์ร่องอก

แต่ เจียงเฉิง ไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ยืนยิ้มมุมปากด้วยสายตาที่อ่านเกมออกทะลุปรุโปร่ง

หลัวเจีย เริ่มยิ้มค้าง... แต่ก็ยังเดินหน้าตามบทต่อ:

“ขอโทษด้วยนะคะบอสเจียง... ชนแรงไปหรือเปล่าคะ? เจ็บตรงไหนไหม?”

พูดจบ เธอก็ถือวิสาสะยื่นมือเข้ามา ‘ตรวจสอบร่างกาย’ ของเขา

เรียกให้ดูดีว่าตรวจสอบ... แต่ความจริงคือ ‘ลวนลาม’ ชัดๆ

มือไม้ของ หลัวเจีย ลูบไล้ไปทั่วช่วงล่างของ เจียงเฉิง อย่างจงใจ

เจียงเฉิง ไม่ได้หลบเลี่ยง ปล่อยให้มือซุกซนนั้นลูบไล้ต้นขาผ่านกางเกงสแลคอย่างเพลิดเพลิน

เขามองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามปนขบขัน:

“ผมไม่เจ็บหรอก... โชคดีที่คุณ ‘ยัดซิลิโคน’ มาหนา มันเลยนุ่มเหมือนถุงลมนิรภัย... แต่ถ้าคุณยังลูบต่อไปแบบนี้ ระวังมันจะ ‘แปลงร่าง (แข็งตัว)’ เอานะ”

หลัวเจีย เก็บกุญแจรถขึ้นมา แล้วแกล้งทำเป็นยกมือประคองหน้าอกหนักอึ้งของตัวเอง: “แหม... บอสก็พูดเล่นไป ของฉัน ‘ของแท้แม่ให้มา’ นะคะ... ฉันก็แค่เป็นห่วง กลัวบอสจะเจ็บ... คนตัวใหญ่น่าเกรงขามแบบบอส ถ้าบาดเจ็บตรงไหนขึ้นมา สาวๆ คงร้องไห้กันระงมแน่ๆ”

เจียงเฉิง ไม่ตอบรับมุกสองแง่สองง่ามของเธอ สายตาเขาจับจ้องไปที่กุญแจรถในมือเธอ

“ขับเทสลา (Tesla(1)) เหรอ?”

รอยยิ้มของ หลัวเจีย แข็งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบปรับสีหน้า: “บอสตาถึงจังเลยค่ะ... ฉันเพิ่งถอยมาใหม่ ช่วงนี้รถยนต์พลังงานใหม่ (EV) กำลังฮิตนี่คะ”

เจียงเฉิง มองไปที่รถ เทสลา Model X สีขาวที่จอดอยู่ไม่ไกล

ปีนี้คือปี 2017... เทสลา ยังถือเป็นเจ้าตลาดรถ EV ที่ล้ำสมัยและแพงระยับ

รุ่น Model X คันนี้ ราคารวมตกแต่งน่าจะปาเข้าไปล้านกว่าหยวน

คนทั่วไปไม่มีปัญญาซื้อขับแน่ๆ... คนที่ซื้อรุ่นแรกๆ นี้คือ ‘ราชาต้นหอม’ คนที่ยอมจ่ายแพงก่อนราคาจะร่วงตัวจริง

กว่า เทสลา จะลดราคาลงมาให้คนทั่วไปจับต้องได้ ก็ต้องรอหลังปี 2019 ไปแล้ว ในตอนนั้นจำไม่ผิด Model 3 ราคาเหลือ 3 แสนกว่าๆ

พนักงานกินเงินเดือนอย่าง หลัวเจีย... ถ้าไม่มีรายได้ทางอื่น ไม่มีทางซื้อ Model X ขับได้แน่นอน

เจียงเฉิง มองรถคันนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก:

“ผมได้ยินมาว่าระบบเบรกของยี่ห้อนี้ไม่ค่อยเสถียรนะ... คุณไม่กลัว ‘เบรกแตก’ เหรอ?”

แต่ หลัวเจีย ที่ในหัวมีแต่เรื่องจะงาบเจ้านาย กลับตีความไปในทางชู้สาว เธอส่งสายตายั่วยวน: “เบรกเหรอคะ? ...ปกติฉันขับรถไม่ชอบเหยียบเบรกหรอกค่ะ ฉันชอบ ‘ขับเร็วๆ แรงๆ’ บนทางด่วนมากกว่า... แถมรถคันนี้ก็เหมือนฉันเลยค่ะ ไม่ต้อง ‘เติมน้ำมัน’ แค่ ‘ชาร์จไฟ’ ให้เต็ม ก็พร้อม ‘ขับขี่อัตโนมัติ’ แล้ว... ถ้าฉันจะอาสาเป็นคนขับรถให้บอส... บอสจะรังเกียจไหมคะ?”

เจียงเฉิง ส่ายหน้า:

“ระบบขับขี่อัตโนมัติบางทีมันก็มีอันตรายซ่อนอยู่... และผมเองก็เป็นคนเลือกนั่งรถ ไม่ใช่นั่งได้ทุกคัน... สภาพอย่างคุณ ผมว่าอย่าเพิ่งเอามา ‘ขับบนถนน’ เลยดีกว่า ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า” (หมายถึงเธอสกปรกและอันตราย)

พูดจบ เจียงเฉิง ก็เดินหนีไปขึ้นลิฟต์ ทิ้งให้ หลัวเจีย ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น

พอรู้ตัวว่าโดนด่า หลัวเจีย ก็โกรธจนหน้าเบี้ยว

มั่นหน้ามาจากไหนยะ? ...ฉันสวยระดับนี้ หุ่นเป๊ะขนาดนี้ ทำไมถึงกินแห้วตลอด?

แถมยังมาด่าว่าฉันสกปรกอีก? ...อีตานี่มันตายด้านหรือรสนิยมมีปัญหา?

เธอจ้องมองแผ่นหลังของ เจียงเฉิง ด้วยความอาฆาต

“หึ... แผนเริ่มเดินแล้ว คอยดูเถอะว่าแกจะตายยังไง!”

เจียงเฉิง ไม่ใช่ไม่เข้าใจคำใบ้ของเธอ... เขาแค่ไม่อยากเสียเวลากับ ‘คนใกล้ตาย’

เขารู้อนาคตดี... เหตุการณ์ ‘เทสลา เบรกแตก’ จะกลายเป็นข่าวดังในปี 2019 จนหุ้นบริษัทร่วงกราวรูด

และนั่นจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รถ EV ค่ายจีนผงาดขึ้นมา

ส่วนตัวเขาไม่ชอบ เทสลา เอามากๆ... โดยเฉพาะระบบ Starlink ที่ติดตั้งมากับรถ

ในมุมมองความมั่นคงของชาติ... นี่คือภัยคุกคามชัดๆ

มันเหมือนกับการที่สหรัฐฯ ส่ง ‘กล้องวงจรปิดเคลื่อนที่’ นับล้านตัวเข้ามาวิ่งเพ่นพ่านในจีน

ดูอย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครนในอนาคตสิ... เทสลา ใช้ระบบนี้ส่งข้อมูลพิกัดและภาพถ่ายให้ยูเครนเล่นงานรัสเซียจนน่วม

ในยามสงบอาจดูไม่มีพิษภัย... แต่ในยามสงคราม มันคือ ‘หนอนบ่อนไส้’ ดีๆ นี่เอง

และเจียงเฉิง ผู้ย้อนเวลากลับมาย่อมรู้ดีกว่าใครถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น... เขาจึงมีความคิดบางอย่าง

ถ้าทำให้เหตุการณ์ ‘เบรกแตก’ เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดล่ะ? ถ้าทำให้ชื่อเสียงของ เทสลา ป่นปี้ตั้งแต่ตอนนี้... ก็เท่ากับช่วยกำจัดคู่แข่งให้แบรนด์รถ EV ของจีนเกิดได้เร็วขึ้น

และที่สำคัญ... ช่วยกำจัดภัยความมั่นคงด้วย

ขณะที่ เจียงเฉิง นั่งหลับตาครุ่นคิดแผนการอยู่ในห้องทำงาน

ติ๊ง!

เสียงระบบดังขึ้น!

[ยินดีด้วย! คุณได้รับรางวัล: กราฟแนวโน้มหุ้น เทสลา (TSLA) ล่วงหน้า 3 วัน!]

เจียงเฉิง ลืมตาโพลง

ระบบ... นายอ่านใจฉันได้เหรอ?

คราวก่อนชอร์ตหุ้นโคคา-โคล่า (Coca-Cola) ฟันกำไรไปหมื่นล้าน...

คราวนี้ ถ้าเล่นกับหุ้น เทสลา ที่กำลังจะเจอกับข่าวร้าย... เขาคงฟันกำไรเละเทะอีกแน่!

แต่คำถามคือ... จะทำยังไงให้หุ้นมันร่วงตามแผน?

…………………………………

(1)[เทสลา (特拉屎) – แบรนด์รถยนต์ ‘Tesla’ ในภาษาจีนใช้คำว่า ‘特斯拉’ แต่ในเรื่องผู้เขียนจงใจใช้คำว่า ‘特拉屎’ ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า ‘ขี้ราด’ หรือ ‘อึ’ รวมแล้วคือ: ‘เทสลาขี้’

เป็นการใช้คำพ้องเสียงที่หยาบคายและรุนแรง เพื่อเสียดสีและแสดงความไม่พอใจอย่างเจ็บแสบต่อแบรนด์ดังกล่าว โดยสื่อความหมายในเชิงลบว่ารถยนต์มีปัญหาหรือมีคุณภาพต่ำ เปรียบเทียบว่ารถ ‘ห่วยแตก’ ซึ่งทางผู้แปลต้องขอเลี่ยงคำและใช้คำว่า ‘เทสลา’]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 339 หวังเซิ่ง, ตอนที่ 340 คุณขับเทสลา

ตอนถัดไป