บทที่ 18 ฮีโร่

บทที่ 18 ฮีโร่

รถไฟพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง

คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนธรรมดาโดนรถไฟชนเข้าจังๆ?

คำตอบมันก็เดาไม่ยากหรอก... ร่างกายคงแหลกเป็นชิ้นๆ ไม่เหลือซากนั่นแหละ

นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปคิด ดังนั้น เวลาที่คุณเห็นใครสักคนวิ่งเข้าหาขบวนรถไฟที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วเต็มพิกัด คุณคงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก... ‘สมัยนี้คนเราหาวิธีฆ่าตัวตายกันแปลกๆ เนอะ’

ภาพตรงหน้าผมตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน

ผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งกำลังวิ่งหน้าตั้งเข้าใส่รถไฟขบวนยักษ์

แต่ผมมีความเชื่อมั่นในตัวเธอ ผมเชื่อว่าเธอจะไม่มีวันแหลกสลาย...

แต่ก็นะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งซึ้ง มันได้เวลา "เล่นใหญ่" แล้ว

ผมเริ่มโวยวายตีโพยตีพายกับภาพที่เห็นทันที

“บ้าน่า!!! เป็นไปไม่ได้! ทำแบบนั้นร่างได้แหลกเป็นผุยผงแน่!”

(ตัดภาพไปที่ช่องแชท)

[สตาร์ดัสสติหลุดไปแล้วเหรอวะ?]

[รู้ว่าระดับ A แต่จะไหวจริงดิ?]

[ไม่น่าไหวนะ เคยเห็นข้อมูลสมาคมฮีโร่ บอกว่าพลังกายภาพสูงสุดของเธอยังน้อยกว่าแรงปะทะของรถไฟขบวนนี้อีก]

[ชิบหายแล้วไง...]

[ตอนแรกบอกให้เลือกว่าจะตาย 1 หรือ 5 คน สรุปกลายเป็นตาย 6 เลยว่ะงานนี้]

“เดี๋ยวสิ! คุณสตาร์ดัส! จะฆ่าตัวตายทำไม? หยุดนะ!!!”

ผมตะโกนก้องอยู่บนหน้าผา เสียงดังพอที่จะให้เธอได้ยิน ผมแสร้งทำเป็นยืนมองเธอวิ่งไปหาความตายด้วยแววตาว่างเปล่า

แต่ในช่องแชทกลับเริ่มเดือดปุดๆ

[ไอ้เด็กนี่! จะลนลานทำไมกะอีแค่เจอคนบ้า 5555]

[เจ้าพ่อแผนผังทางจริยธรรมเจอคนฆ่าตัวตายใส่เฉยเลยว่ะ 555]

[อ้าว น้องแมงโกสติกแข็งค้างไปแล้ว]

[กลายเป็นแมงโกแช่แข็งไปแล้วครับท่านผู้ชม 5555]

[อัปเกรดเป็นวายร้ายระดับ S ได้ยัง?]

[อยู่เฉยๆ ก็กำจัดฮีโร่ระดับ A ได้แล้ว โคตรเทพ 5555]

[พวกแกมันบ้าไปแล้ว! ถ้าสตาร์ดัสตาย พวกเราก็ซวยกันหมดนะเว้ย ขำออกได้ไงวะ!!!]

[สตาร์ดัสคุมโซลป่ะ? ฉันไม่ได้อยู่โซล ไม่เกี่ยวว่ะ 555]

[ตราบใดที่ไม่ใช่กรูรรร 5555]

“นี่มัน... ไม่ใช่สิ่งที่ผมตั้งใจไว้เลย...”

ผมพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงขมขื่น

...พูดให้ถูกคือ ผม ‘แกล้ง’ ทำเป็นขมขื่นต่างหาก

ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจบ้านแกสิ! นี่แหละคือสิ่งที่ผมวางแผนไว้เป๊ะๆ!

ด้วยนิสัยของสตาร์ดัส ไม่มีทางที่เธอจะยอมเสียสละใครหรอก ต่อให้ต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เธอก็จะทำ

สตาร์ดัส... หรือ 'ชินฮารู'

ในการ์ตูนต้นฉบับ ชินฮารูต้องผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน พวกวายร้ายระดับพระกาฬต่างสรรหาสารพัดวิธีสุดโหดมาเพื่อฆ่าเธอ ร่างกายและจิตใจของเธอต้องบอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่เธอเป็นคนดีและเที่ยงธรรมกว่าใคร แต่กลับต้องเป็นคนที่ทุกข์ทรมานที่สุด

ตั้งแต่วันแรกที่ผมรู้ตัวว่าหลุดเข้ามาในโลกประหลาดนี้ ผมก็ปฏิญาณกับตัวเองไว้เลยว่า...

‘ผมจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดของชินฮารูเอง’

แต่มันมีปัญหาจุกจิกอยู่นิดหน่อย...

เหมือนกับฮีโร่ในหนังทั่วไปนั่นแหละ ชินฮารูจะเก่งขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเธอผ่านอุปสรรค ยิ่งจิตใจเหนื่อยล้า พลังของเธอก็จะยิ่งแกร่ง ยิ่งร่างกายบอบช้ำ พลังเธอก็จะยิ่งก้าวกระโดด เธอคือตัวละครประเภท ‘ยอดหญ้าที่ทนทานต่อพายุ’ ยิ่งโดนเหยียบยิ่งโต

แต่ประเด็นคือ ตั้งแต่ผมตัดสินใจจัดการวายร้ายคนอื่นแทนเธอ โอกาสที่เธอจะแข็งแกร่งขึ้นก็น้อยลงเรื่อยๆ เธอต้องเจอกับความทุกข์บ้าง แต่เพราะมีผมคอยขวางไว้ เธอเลยไม่ค่อยได้เจออุปสรรคหนักๆ

และถ้าเธอไม่เก่งขึ้น... โลกนี้ได้พังแน่

อย่างที่ผมเคยบอก โลกในการ์ตูนเรื่องนี้มีการ ‘เฟ้อของพลัง’ อย่างรุนแรง

เกาหลีที่เป็นแหล่งรวมวายร้ายตัวเป้ง จะค่อยๆ เจอวายร้ายที่โหดขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งสตาร์ดัสก็ต้องโหดตามให้ทัน

ไหนจะอเมริกาอีกล่ะ? ในโลกนี้อเมริกาพร้อมจะพินาศได้ทุกๆ 5 นาที เกาหลีอาจจะไม่มีฮีโร่ระดับ S เลยสักคน แต่นี่คือประเทศที่มีวายร้ายระดับ S เยอะที่สุดในโลก! มีอุบัติการณ์และโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นรายวัน

ช่วงท้ายของเรื่อง จะมีตั้งแต่ระดับเทพเจ้าโผล่มา ไปจนถึงภัยพิบัติระดับล้างโลกที่แม้แต่ระดับ S ในอเมริกาก็หยุดไม่อยู่ มีแค่สตาร์ดัสของผมเท่านั้นที่ขวางพวกมันได้

สรุปง่ายๆ คือ สตาร์ดัสต้องลำบากและเก่งขึ้นเพื่อกู้โลก

และตอนนี้ ผมนี่แหละคือคนที่จะมอบ ‘บทเรียน’ แห่งความลำบากนั้นให้เธอเอง

มันไม่ดีกว่าเหรอ? ให้เธอมาลำบากกับผม คนที่วางแผนอุปสรรคมาอย่างเป็นระบบและมีการควบคุมอย่างดี ดีกว่าปล่อยให้เธอไปเสี่ยงชีวิตกับพวกวายร้ายสติเฟื่องที่จ้องจะฆ่าแกงพลเมืองและทำลายทรัพย์สินแบบไร้ทิศทางน่ะ

ยังไงผมก็ดูเป็นคนดีกว่าพวกนั้นเยอะ

และ 'ชุดของขวัญแห่งความลำบาก' ชิ้นแรกของผม ก็คือการให้เธอหยุดรถไฟขบวนนี้นี่แหละ

ใช่ มันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อดทนแค่วันเดียวเองนะ สู้เขา สตาร์ดัส!

เปรี้ยง!!!

เสียงปะทะกึกก้องกัมปนาทดังมาถึงยอดหน้าผา

[กรี๊ดดดดดดดดดด!!!]

...และแน่นอน เสียงกรีดร้องของซูบินก็ดังมาตามระเบียบ

ขอโทษนะซูบิน ทนอีกนิดนะลูก...

ผมมองภาพตรงหน้าด้วยอาการอ้าปากค้าง ฝุ่นควันตลบอบอวล รถไฟยังคงพุ่งต่อไป

ทว่า... มันกำลังช้าลง

เพราะมีใครบางคนกำลังดันมันจากด้านหน้า!

เสียงโลหะเสียดสีดังแสบแก้วตา ในที่สุดรถไฟที่เคยพุ่งพล่านก็หยุดกึกลง... ตรงหน้าคนทั้ง 5 คนพอดีเป๊ะ! สำเร็จ! มันหยุดแล้ว! ผมแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

เดี๋ยวนะ แล้วสตาร์ดัสล่ะ? ผมกำหมัดแน่นพลางจ้องมองไปที่จุดนั้น เธอไม่เป็นไรใช่ไหม? ต้องไม่เป็นไรสิ สตาร์ดัสของผมไม่มีทางมาจอดแค่นี้หรอก ใช่... เธอต้องรอด!

ผมเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวใจเต้นรัว สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังดำเนินไป ฝุ่นควันเริ่มจางลง

ความกังวลเริ่มจู่โจม... ถ้าเธอตายล่ะ? เฮ้ย ไม่ได้นะเว้ย แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!

วินาทีแห่งความเป็นความตายผ่านไป...

เมื่อฝุ่นควันจางหาย ภาพที่ปรากฏคือร่างของสตาร์ดัสที่ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

ผมคลายหมัดออกแล้วเผลอตะโกนสุดเสียงโดยไม่รู้ตัว

“เยส!!!... เอ้ย! อะ... โอ้! รอดด้วยแฮะ รอดเฉยเลย ว้าว สุดยอดจริงๆ อะ... อืม ถึงจะไม่เป็นไปตามแผนที่ผมวางไว้ แต่ก็นะ... เอาเถอะ คุณแก้โจทย์จริยธรรมนี้ด้วยวิธีของตัวเองได้ยอดเยี่ยมมาก อื้ม ดีจริงๆ”

(ช่องแชท)

[เมื่อกี้มันร้อง "เยส" ป่ะวะ? 5555]

[มันดูดีใจกว่าใครเพื่อนเลยนะที่สตาร์ดัสไม่ตายเนี่ย]

[กรูว่าแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ไอ้แมงโก้นี่ไล่ฆ่าวิลเลินตัวอื่นแล้วใส่ชื่อสตาร์ดัสละ มันน่ะติ่งเบอร์หนึ่งของสตาร์ดัสชัดๆ 555]

[อะไรคือ "เยส" วะนั่น 5555]

[อีโกสติกน่ารักว่ะ]

[เฮ้ย แต่สตาร์ดัสทำได้ไงวะนั่น! โคตรโหด!]

[ความเร็ว 140 เลยนะเว้ย คนธรรมดาต้านไหวได้ไง?]

[นั่นไม่ใช่คน นั่นคือฮีโร่!]

[สตาร์ดัส! สตาร์ดัส! สตาร์ดัส! สตาร์ดัส! (รัวแชท)]

[แม่ครับ โตขึ้นผมจะเป็นสตาร์ดัส! (รัวแชท)]

[สะใจชะมัด 555 นึกว่าสตาร์ดัสจะโดนด่าไม่ว่าจะเลือกทางไหน สรุปเจ๊แกตบหน้าด้วยการเหมาหมดเลยว่ะ 5555]

[พวกที่ด่าสตาร์ดัสเมื่อกี้ มุดรูไปไหนหมดแล้ว ออกมาสิโว้ย!!]

[อีโกสติกก็ยังรักษาฉายา ‘ผู้เสียหายน้อยกว่าศูนย์’ ไว้ได้จริงดิ? ตำนานจัด...]

[สมาคมฮีโร่ช่วยแต่งตั้งอีโกสติกเป็นฮีโร่ระดับ A ทีเถอะ]

กระแสในช่องแชทออกมาดีเยี่ยม

ใช่! มันต้องแบบนี้แหละ! สตาร์ดัสคู่ควรกับเสียงชื่นชมพวกนี้!

ผมโล่งอกสุดๆ ถึงแผนคราวนี้จะไม่มีใครตาย (อีกแล้ว) และคนน่าจะเริ่มเลิกกลัวผมไปบ้าง... แต่เพื่อสตาร์ดัสแล้ว ผมยอมเสียสละชื่อเสียงวิลเลินแค่นี้ได้สบายมาก

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังตื้นตันกับผลงานตัวเองอยู่นั้น ผมก็เห็นร่างของสตาร์ดัสทรุดฮวบลงในระยะไกล

“เฮ้ย!”

ผมรีบเทเลพอร์ตไปหาเธอทันที

สตาร์ดัสล้มฟุบอยู่บนพื้น ร่างกายมอมแมมไปด้วยฝุ่น เธอพยายามปรือตาขึ้นมองพลางหอบหายใจรัวเหมือนคนจะหมดสติ

“แก... ไอ้... สารเลว...”

เธอเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่แทบไม่เหลือแรง

เห็นสภาพเธอที่เหมือนจะสลบแหล่ไม่สลบแหล่แล้ว ผมก็แอบรู้สึกผิดนิดๆ แฮะ... ผมรู้ว่าต้องทำให้เธอเหนื่อยเพื่อให้เธอเก่งขึ้น แต่เห็นเธอสะบักสะบอมขนาดนี้มันก็อดสงสารไม่ได้

ก่อนที่เธอจะวูบไป ผมควรจะพูดอะไรหล่อๆ สักหน่อย

ผมคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกระซิบข้างหูเธอ

“เก่งมากครับ สตาร์ดัส... เก่งจนผมคาดไม่ถึงเลย ผมไม่ได้คิดเลยว่าคุณจะช่วยทุกคนไว้ได้ด้วยวิธีนี้ คราวนี้ผมยอมแพ้ครับ คุณชนะแล้ว... พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพวกฮีโร่คนอื่นก็คงมาถึงแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ”

ผมพูดพลางยื่นมือไปปิดตาเธอเบาๆ

เธอพยายามจะขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเปลือกตาปิดลง ร่างกายที่ฝืนมาจนถึงขีดสุดก็ปล่อยวาง เธอหอบหายใจหนักๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะหลับสนิทไป... ใช่แล้วล่ะ เหนื่อยมามากพอแล้ว

ผมลุกขึ้นยืน หันไปลาหน้ากล้องเป็นครั้งสุดท้าย

“เอาล่ะ สำหรับการก่อการร้ายในวันนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ”

เมื่อทุกอย่างสงบลง ผมก็รีบไปแบกซูบินที่สลบคาห้องเครื่องกลับบ้านทันที

พอผมกล่าวลาเสร็จและปิดกล้องลง หน้าต่างแชทก็ดับไปพร้อมกับข้อความสุดท้ายที่เด้งขึ้นมา...

[เมื่อกี้... สองคนนั้นเขามีซัมติงอะไรกันป่ะวะ?]

คืนนั้นเอง ข่าวลือเรื่อง ‘ความรัก’ ระหว่างอีโกสติกและสตาร์ดัส ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกโซเชียลราวกับไฟลามทุ่ง

นี่มัน... ใช่เกาหลีจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 18 ฮีโร่

ตอนถัดไป