คำเตือน! ไรเดอร์กำลังลงมือกับขาหมูของคุณ!

เมื่อได้ยินผู้จัดการถามว่าขาหมูซื้อที่ไหน จาง ชิวเซิง ก็เงยหน้าขึ้น ในแววตาของเขามีความประหลาดใจแวบผ่านไป ก็ไม่แปลกหรอก…ของอร่อยขนาดนี้ มีใครทนได้บ้าง ถือว่าธรรมดาแล้ว

“ที่ตรงหน้าทางเข้าสวนสาธารณะซิงเมิ่งครับ เป็นรถขายอาหาร”

ผู้จัดการได้ยินดังนั้น ก็ตกใจจริงๆ ตำแหน่งของสวนสาธารณะซิงเมิ่งถือว่าค่อนข้างห่างไกล ตอนแรกนึกว่าเป็นร้านเก่าแก่ร้อยปี หรืออย่างน้อยก็เป็นร้านดังในเน็ต ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแค่แผงลอยเล็กๆ

หลังจากประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ผู้จัดการก็กระแอม แล้วเอ่ยปาก

“เอ่อ…เสี่ยวจาง งั้น… คือว่าคุณช่วยไปซื้อขาหมูมาให้ฉันสี่ชุดหน่อยสิ”

ผู้จัดการพูดจบ ลูกกระเดือกก็ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง

“รีบหน่อยนะ บ่ายต้องมีให้เห็นก่อนเริ่มงาน”

จาง ชิวเซิง ถึงกับหน้ามืดทันที ให้ตายเถอะ มื้อเดียวแกจะกินตั้งสี่ชุดเหรอ กะจะกินให้ฟินตายเลยหรือไง!

เขาเกาหัวอย่างเก้อเขิน ก่อนจะตอบออกมาอย่างลำบากใจ

“ผู้จัดการครับ…ขาหมูที่นี่เขาจำกัดการซื้อนะครับ คนหนึ่งซื้อได้แค่สองชุด เถ้าแก่คนนั้นยังขายตามอารมณ์อีกด้วย จะไปเมื่อไหร่ก็ไม่แน่นอน…”

“เรื่องเสียงานไม่ว่า ที่สำคัญคือผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะซื้อได้หรือเปล่า”

ผู้จัดการได้ยินดังนั้น คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที เจ้าเด็กนี่ปกติทำงานเหมือนลาขี้เกียจลากโม่ ต้องเฆี่ยนทีถึงจะขยับที พอมาตอนนี้กลับรู้จักเอาเรื่องงานมาอ้างแล้ว

“งั้นก็ไปหลายๆ รอบสิ ยังไงก็ต้องซื้อให้ได้! ไม่คุยแล้ว ฉันต้องรีบไปประชุม คุณไปหาวิธีจัดการเอาเองแล้วกัน ค่าใช้จ่ายมาเบิกกับฉันได้”

หลังจาก จาง ชิวเซิง ออกจากห้องประชุม มุมปากก็ยกขึ้นจนกดยากยิ่งกว่าปืน AK เสียอีก เขารีบเปิดแอปติงทอล์กขึ้นมา แล้วยื่นคำร้องขอออกไปข้างนอก เป็นไปตามคาด อนุมัติในทันที

ฮะๆ รู้อยู่แล้วว่าแกมันตะกละ…

อาศัยจังหวะนี้ ตัวเองก็ได้ออกไปสูดอากาศข้างนอก แถมยังได้ซื้อขาหมูมากินอีกสองชิ้น ยังไงก็ดีกว่าถูกขังอยู่ในคอกสี่เหลี่ยมนี่แหละ

วู้ฮู้ว~ เพิ่งจะมาทำงานก็เหมือนได้เลิกงานแล้ว ใครจะเข้าใจฟีลนี้บ้าง?!

เมื่อกลับมาที่โต๊ะทำงาน ในห้องเปิดหน้าต่างระบายอากาศไปแล้ว กลิ่นขาหมูจึงหายไปชั่วคราว แต่ความกระตือรือร้นในการซุบซิบของทุกคนกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย พอก้นของ จาง ชิวเซิง เพิ่งจะแตะเก้าอี้ เสียงปลอบโยนอย่างเป็นมิตรของเพื่อนร่วมงานก็ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย

“เพื่อน ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว ผู้จัดการลากนายไปคุยอะไรตั้งนานสองนาน?”

“ใช่ๆ ก็แค่ขาหมูเองไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องดราม่าใหญ่โตขนาดนั้น?”

“ว่าแต่ ไอ้ชิวเซิง นายยังไม่ได้บอกเลยนะว่าซื้อขาหมูนั้นมาจากที่ไหน?”

หลังจากอ้อมค้อมไปมา ในที่สุดทุกคนก็กลับเข้าประเด็น ถามสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

จาง ชิวเซิง กวาดตามองทุกคน แล้วกลอกตาอย่างจนใจ

“ก็ที่...”

ทันใดนั้น เขาก็เบิกตากว้าง แล้วตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

“เฮ้ย! พวกแกคนไหนงัดลิ้นชักฉันวะ!”

จาง ชิวเซิง โกรธจนแทบคลั่ง พอเปิดลิ้นชักออกมา ข้างในไหนเลยจะมีเงาของขาหมู แต่ว่า… กลับมีกล่องกาแฟเพิ่มขึ้นมาหนึ่งกล่อง

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงแผ่วๆ ดังขึ้น

“พี่เซิง ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ!”

เจ้าของเสียงทำหน้าสำนึกผิดสุดๆ

“คือว่า ตอนแรกกะว่าจะรอพี่กลับมาแล้วค่อยมาขอแลกน่ะ ใครจะไปรู้ว่าพี่จะไปนานขนาดนั้น กลิ่นขาหมูนั่นมันก็วนเวียนอยู่ข้างจมูกฉันตลอดเลย ฉันทนไม่ไหวจริงๆ”

“…ไม่ต้องห่วงนะ กุญแจไม่ได้พัง ฉันยืมกิ๊บจากเสี่ยวหย่า แค่แหย่ก็เปิดได้แล้ว”

ฟังคำสารภาพ จาง ชิวเซิง แทบจะหายใจไม่ออกด้วยความโกรธ เขายังเตรียมจะไปที่บันไดหนีไฟเพื่อจะจัดการกับขาหมูที่เหลืออีกครึ่งชิ้นอยู่เลยนะ ใครจะไปรู้ว่าพอหันหลังกลับมาทีเดียว บ้านโดนยกเค้าซะแล้ว!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรที่ทำให้บัณฑิตหนุ่มผู้มีการศึกษามาทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้ได้ เขาอยากจะแจ้งตำรวจจริงๆ!!!

เพื่อนร่วมงานข้างๆ รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย

“เอาน่าๆ อย่าโกรธเลย ถึงวิธีเจ้าเสี่ยวเจี๋ยจะไม่ถูก แต่ก็ไม่ใช่เจตนาไม่ดี พวกเรานั่งไกลยังได้กลิ่นจนท้องร้อง เขานั่งอยู่ข้างๆ นาย จะทนไหวได้ยังไง?”

เสี่ยวเจี๋ย ก็รู้ความ รีบก้มหัวขอโทษอีกครั้ง

“ใช่ๆๆ พี่เซิง ขอโทษนะ! งั้นสัปดาห์นี้มื้อเช้าฉันเลี้ยงพี่ทุกวันเลย ถือว่าเป็นการชดเชย”

ทุกคนต่างพูดกันคนละคำสองคำ พูดจน จาง ชิวเซิง ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มขี้อายอยู่แล้ว ความโกรธก็ค่อยๆ หายไป เขาเบ้ปาก แล้วบอกที่อยู่กับเงื่อนไขการจำกัดการซื้อขาหมูให้เพื่อนร่วมงานฟังคร่าวๆ สองสามประโยค จากนั้นก็หยิบกระเป๋า แล้วก้าวยาวๆ ราวกับดาวตกออกจากบริษัทไป

ตอนนี้ยังเช้าอยู่ จากประสบการณ์เมื่อวานกับวันก่อน เขาตัดสินใจว่าจะรอถึงตอนเที่ยงค่อยไปดูที่สวนสาธารณะซิงเมิ่ง ส่วนตอนนี้จะทำอะไรน่ะเหรอ? จาง ชิวเซิง แอบหัวเราะในใจ

คนทำงานมีบุญไม่เสพโง่จะตาย!(1) ผู้ที่เชี่ยวชาญในวิถีแห่งการอู้อย่างเขา มีหรือจะพลาดโอกาสทองแบบนี้ไปได้ กลับไปนอนเล่นที่บ้านดีกว่า

ไม่นานนัก จาง ชิวเซิง ก็ขึ้นคร่อมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันเล็ก ฮัมเพลงมั่วๆ แล้วมุ่งหน้ากลับบ้านไป

…………………………

วันนี้เวลาที่ ซูเฉิน ออกมาตั้งร้านสายกว่าเมื่อวานอีกนิดหน่อย บ่ายสองโมงกว่า เขาถึงได้ขับรถมาถึงสวนสาธารณะซิงเมิ่งอย่างช้าๆ

นอกจากคุณลุงคุณป้าบางส่วนที่ยกเก้าอี้พับมานั่งคุยกันรอเขาอยู่ใต้ร่มไม้ ข้างแปลงดอกไม้ที่ไม่ไกลนัก ยังมีพี่ไรเดอร์ในชุดยูนิฟอร์มอีกหลายคน นั่งยองๆ เล่นมือถือสูบบุหรี่อยู่ ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง พวกเขาไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย เพราะลูกค้าให้เงินเพิ่ม แถมยังสบายกว่าการวิ่งตากแดดอีกด้วย ให้พวกเขารอทั้งวันก็ยังได้

“ปิ๊บ ปิ๊บ~”

เสียงแตรรถขายอาหารดังขึ้น ทุกคนเหมือนได้รับสัญญาณ ต่างก็รีบมาต่อแถวกันอย่างรวดเร็ว

“เถ้าแก่! เอามา 2 ชุดครับ รสหม่าล่า!”

“เถ้าแก่! ฉันเอารสดั้งเดิมหนึ่ง กับพริกไทยเสฉวนเขียวหนึ่ง!”

“ผมขอ...”

หลังจากฝึกฝนมาหลายวัน ในที่สุด ซูเฉิน ก็สามารถทำหลายอย่างพร้อมกันได้แล้ว สามารถใช้มือข้างหนึ่งตักขาหมู อีกข้างหนึ่งแพ็กของ ขณะที่ตอบสนองความต้องการของทุกคน หูก็ยังพอมีเวลาเหลือพอที่จะฟังเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี

หลายคนซื้อขาหมูเสร็จแล้วก็ยังไม่ไปไหน นั่งแหมะลงบนเก้าอี้ข้างๆ แล้วเริ่มกินทันที

“กร๊อบ...”

“จ๊วบ...”

เสียงเคี้ยวดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ขาหมูถูกพวกเขาเคี้ยวจนสั่นไหวไปมา แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเนื้อสัมผัสต้องอวบอิ่มและยืดหยุ่นแน่นอน

พี่ไรเดอร์คนหนึ่งต่อคิวเสร็จ ถือขาหมูสองชุด อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ

“โอ้โห กลิ่นนี่สุดยอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าต้องเรียกไรเดอร์มาซื้อ!”

ปกติแล้วต้องตากแดดตากฝน วิ่งไปทั่วทุกมุมเมือง เหนื่อยเหมือนหมา ในตอนนี้ มองดูขาหมูหอมกรุ่นในมือ ในใจของเขาก็เกิดความรู้สึกอยากอย่างประหลาดขึ้นมา เหนื่อยขนาดนี้ ให้รางวัลตัวเองสักหน่อยก็ไม่เกินไปใช่ไหม? พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา มันก็เหมือนกับวัชพืชที่งอกงามอย่างบ้าคลั่งในใจของเขา

เอาวะ! แค่ครั้งนี้ ครั้งเดียวเท่านั้น!

ไม่นานนัก พี่ไรเดอร์ก็กลืนน้ำลาย แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดยกเลิกออเดอร์ทันที

“สวัสดีครับ คำสั่งนี้ผมจะชดใช้ให้เป็นสองเท่า แต่ขาหมูนี่ผมขอนะครับ”

เมื่อมีคนนำร่องเป็นแบบอย่าง จากนั้น พี่ไรเดอร์คนที่สองก็ถูกกลิ่นหอมยั่วยวน จนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายกเลิกออเดอร์อย่างเด็ดเดี่ยว คนที่มีความคิดแบบเดียวกันก็เริ่มลอกเลียนแบบตามกันมากขึ้นเรื่อยๆ

“ขอโทษนะครับคุณลูกค้า! แจ๊บๆ~ ขาหมูของคุณลูกค้าเผลอถูกหมาคาบไปแล้วครับ กร๊วบ~”

“เสียใจด้วยจริงๆ นะครับ คำสั่งซื้อนี้ผมยกเลิกให้ ทางผมคืนเงินให้หมดแล้วครับ!”

“สวัสดีครับ ขาหมูของคุณลูกค้าดันมีสติขึ้นมาแล้วมันวิ่งหนีไปเอง ผมไล่ตามไปไม่ทันเลยจริงๆ ครับ ทางนี้ยกเลิกคำสั่งซื้อให้แล้วนะครับ กร๊วบๆ~ อ่า~ ครับๆ ขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”

………………………

(1)[คนทำงานมีบุญไม่เสพโง่จะตาย (打工人有福不享王八蛋!) – คำนี้พอแปลไปแล้วกลัวบางคนไม่เข้าใจครับ ให้เข้าใจง่ายขึ้น… ไอ้คนทำงานแล้วไม่หาโอกาสสบายๆ นี่มันโง่ชัดๆ!]

ตอนก่อน

จบบทที่ คำเตือน! ไรเดอร์กำลังลงมือกับขาหมูของคุณ!

ตอนถัดไป