บางครั้งตั้งร้านคนเดียว ก็อยากจะแจ้งตำรวจจริงๆ!

“ป้าบ!” เฉียงจื่อ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือขึ้นตบหลังของ หลี่เคอ อย่างแรง

“ซี้ด—” หลี่เคอ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง กำลังจะโวยวาย เฉียงจื่อ กลับตื่นเต้นจนเต้นเป็นเจ้าเข้า สีหน้าดูเหมือนจะบ้าคลั่งไปแล้ว

“สุดยอดเลย! แกตะโกนได้ดีมาก! ไม่ต้องเรียกต่อแล้ว นี่มันไม่ใช่ฝันแล้วเว้ย!”

ไม่คิดเลย ไม่คิดเลย! จริงดั่งที่ว่าตั้งใจปลูกดอกไม้ดอกไม้ไม่บาน ไม่ตั้งใจปักกิ่งหลิวกลับเติบโตเป็นร่มเงา!(1) วันนี้แค่เดินเล่นมาส่งๆ ก็เจอเข้าจนได้! โชคบ้าๆ นี่!

ซูเฉิน: ……

ความเงียบ คือสะพานเคมบริดจ์ในค่ำคืนนี้!(2)

โชคดีที่บนหน้าสวมหน้ากากอนามัยอยู่ ไม่ต้องมาจัดการอารมณ์อะไร ตอนนี้ยังมีคนต่อคิวรออยู่ สายตาของ ซูเฉิน ก็ไม่ได้หยุดอยู่นาน รีบยื่นมือไปตักพริกดองช้อนใหญ่ๆ ออกมาจากกล่องถนอมอาหาร เตรียมจะผัดต่อ

เฉียงจื่อ กับหลี่เคอ ทั้งสองกลับไม่มีท่าทีจะไปไหนเลยสักนิด การเมินเฉยของ ซูเฉิน กลับทำให้พวกเขาอารมณ์ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้น เหมือนคนที่ถูกทิ้งแล้วมาขอความเห็นใจ

“เฮ้ เถ้าแก่! พวกเราไม่ได้กินขาหมูคุณมาหลายวันแล้ว คุณรู้ไหมว่าพวกเราทรมานแค่ไหน?”

“ใช่! ตอนนี้เรายืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว คุณมองดูสิ พวกเรายังเหมือนเมื่อก่อนอยู่ไหม?”

“อย่าดูถูกสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับขาหมูเชียวนะ ไอ้บ้าเอ๊ย!”

ทุกคำคร่ำครวญของทั้งสองคนล้วนเจือไปด้วยความขุ่นเคือง ท่าทีที่น่าเวทนานั้น ช่างทำให้ผู้ฟังเศร้าใจ ผู้ได้ยินหลั่งน้ำตา

นักชิมและลูกค้าที่แต่เดิมต่อคิวอยู่อย่างเรียบร้อยที่แถวหลัง ในตอนนี้ความสนใจก็ถูกเบี่ยงเบนไปทั้งหมด แม้แต่หมาจรจัดที่เดินผ่านก็ยังเงี่ยหูฟัง พากันมุ่งหน้ามาอยู่แถวหน้าสุดของการมุงดู

คราวนี้ ซูเฉิน ถึงกับอึดอัดไปเลย เดี๋ยวนะ? นี่มันเสียงอะไรกัน? โรคเด็กม.2 กำเริบรึไง? ช่วยด้วย ช่วยด้วย คนเราต้องตายครั้งหนึ่ง แต่จะมาตายทางสังคมไม่ได้!

หน้าของ ซูเฉิน เขียวไปหมด ถอยเข้าไปในรถขายอาหารสองก้าว

“เอ่อ…คุณสองคน ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ!”

บางครั้งตั้งร้านคนเดียว ก็อยากจะแจ้งตำรวจจริงๆ! นักชิมพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว จะว่าไป เขาก็แค่อยากจะตั้งร้านอย่างเงียบๆ ไม่ได้เปิดเผยใบหน้าด้วยซ้ำ!

“เถ้าแก่! อย่าหนีนะ! เราจะไปคิดร้ายอะไรได้? แค่คิดถึงขาหมูเท่านั้นนั่นเอง”

“คุณรู้ไหม? พวกเราตามหาคุณทุกวัน! พื้นที่ตรงหน้าสวนสาธารณะซิงเมิ่งน่ะ มีอิฐทั้งหมด 326 ก้อน เราเหยียบทุกก้อนจนสึกไป 31 ก้อนแล้ว ไม่งั้นเราจะผ่านค่ำคืนแสนยาวนานนี้มาได้ยังไง!”

สิ้นเสียง ซูเฉิน ก็ถึงกับพูดไม่ออกไปอีกครั้ง โชคดีที่หน้ารถขายอาหารนี้เป็นแบบปิด ไม่อย่างนั้นคงจะกลัวว่าสองคนนี้จะพุ่งเข้ามา

“ขาหมูเลิกขายแล้วครับ! ตอนนี้เปลี่ยนเป็นไส้ใหญ่ผัดพริก เริ่มขายตั้งแต่สี่ทุ่ม!” ซูเฉิน เขาตัดบทแบบสั้นๆ

เมื่อได้ยินดังนั้น ลูกค้าและนักชิมทั้งหลายก็เข้าใจขึ้นมาว่าเป็นอะไร ที่แท้เจ้านายก็ขายขาหมูแล้วก็เปลี่ยนมาขายไส้ใหญ่นี่เอง! ขาหมูอย่างไรพวกเขาก็อดกินแล้ว แต่พวกแกสองคนก็อย่ามาขัดขวางความคืบหน้าในการกินไส้ใหญ่ของพวกข้าสิวะ!

ลูกค้าหลายคนรีบตะโกนเสริมทันที

“อยากกินไส้ใหญ่ก็ไปต่อคิวข้างหลังสิ อย่ามาขวางเถ้าแก่ทำมาหากินเลย!”

“ใช่เลย อย่ามาแทรก!”

เห็นทีจะถูกลูกค้าคนอื่นถล่มเอา เจียงจื่อ กับหลี่เคอ เลยค่อยๆ สงบลง ไส้ใหญ่ก็ต้องกินอยู่แล้ว เงินรางวัลก็ต้องรับอยู่แล้ว

ทั้งสองคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความในกลุ่มแชท ‘ประกาศจับเจ้าของร้านขาหมู’ จากนั้นก็ก้าวยาวๆ ไปต่อท้ายแถว

“@ทุกคน, เจอเจ้าของร้านขาหมูแล้ว ตอนสี่ทุ่มขายไส้ใหญ่อยู่ที่หน้าโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักประจำเมือง!”

เฉียงจื่อ ส่งข้อความนี้เสร็จ ก็ถ่ายรูปอีกสองสามรูปส่งเข้ากลุ่ม แล้วแนบตำแหน่งไปด้วย สุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะแท็กแอดมินกลุ่มที่ดูแลอำนาจเงินรางวัลในกลุ่มขาหมู

หกร้อยหยวนนะ! รวยเละแล้ว รวยแล้ว! เฉียงจื่อ กับหลี่เคอ สองคนคนละครึ่ง นี่มันจะต่างอะไรกับการถูกลอตเตอรี่!!

ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์ของทั้งสองคนก็สั่นอย่างรุนแรง เวลานี้คนแก่ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว กลับปลุกแมวกลางคืนหนุ่มๆ ขึ้นมาสองสามตัว

“โห พวกเอ็งนี่สุดยอดจริงๆ! ตามเจอได้ไงเนี่ย!”

“ฉันรักขาหมูจริงๆ นะ ทำไมเถ้าแก่กลับไปขายไส้หมูอยู่ข้างนอกแทนล่ะ แบบนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว!”

“ไส้ใหญ่จะไปสู้ขาหมูได้ไง? อยู่ๆ ก็เลิกขายเนี่ยนะ?”

“บอกให้เถ้าแก่รอเลย เดี๋ยวฉันขับไปเดี๋ยวนี้แหละ! เจอกันแน่!”

“ไปด้วย ไปด้วย!”

ข้อความเลื่อนไปอย่างรวดเร็ว กองทัพขาหมูกำลังจะมุ่งหน้าสู่สนามรบ!

สิบห้านาทีผ่านไป ซูเฉิน หยิบโทรโข่งใหญ่ออกมาตะโกน: ไม่ต้องต่อแล้วครับ ของหมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ

เฉียงจื่อ กับหลี่เคอ ก็ต่อคิวไม่ทัน ได้แต่นัดกันว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ แล้วก็ส่งข้อความแจ้งเตือนอย่างอบอุ่นไปในกลุ่มด้วย

พอข้อความถูกส่งออกไป ทำเอาเพื่อนๆ ชาวขาหมูหลายคนถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกลางทาง ร้องไห้โหยหวนเสียงดังกลางดึก!

…………………………

วันต่อมา โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักประจำเมือง แพทย์หวง ตั้งแต่เข้างานตอนบ่ายสองโมงเป็นต้นมา ก็เหมือนกับลูกข่างที่ถูกไขลาน วิ่งไปมาระหว่างวอร์ดผู้ป่วยกับห้องตรวจต่างๆ ฝั่งแผนกก็ยังคงเร่งเร้าให้เขาส่งเอกสารเคสผู้ป่วยไม่หยุด

เข็มนาฬิกาชี้ไปที่หกโมงอย่างเงียบเชียบ แพทย์หวง ถึงได้พบว่าตัวเองดันลืมสั่งอาหารแล้ว เลยเวลานี้ไป โรงอาหารก็ไม่มีข้าวแล้ว ทำได้แค่สั่งเดลิเวอรี่หรือซื้อข้างนอกแทน

ด้วยความจนใจ แพทย์หวง ก็หันไปพึ่ง พยาบาลเจียง กับเพื่อนของเธออีกครั้ง ให้เด็กสาวพวกนั้นแนะนำของอร่อยให้หน่อย ต้องยอมรับเลยว่า ของที่เด็กหนุ่มสาวพวกนี้สั่ง รสชาตินั่นก็ไม่เลวจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่นไส้ใหญ่ผัดพริกดองที่เมื่อวานช่วยซื้อมาให้ ไส้ใหญ่เป็นวงๆ สีสันสดใสเหลืองเกรียม เข้าปากก็ดังกรุบๆ แห้งหอมเข้าเนื้อไม่เลี่ยน เคี้ยวหนึบแถมยังมันนุ่ม ประกอบกับพริกดองที่เผ็ดเปรี้ยวสดชื่น เจริญอาหาร ช่างทำให้คนยอมสละหัวเข่าแก่ๆ ห้าสิบกว่าปีของตัวเองอย่างจริงใจ กินแล้วก็อยากกินอีก!

เสียดายที่เถ้าแก่ร้านเขาจะมาขายตั้งแต่สี่ทุ่ม ต้องรอไปอีกยาวเลย ช่างทรมานจริงๆ!

พยาบาลเจียง ก็ยุ่งมาทั้งบ่าย ในตอนนี้ ในที่สุดก็ได้พักผ่อนเล็กน้อยในห้องเล็กๆ เพลิดเพลินกับอาหารเย็น บนโต๊ะวางไว้ด้วยไส้ใหญ่ผัดพริกดองที่เธอจงใจซื้อเผื่อไว้เมื่อตอนดึก เพิ่งจะอุ่นในไมโครเวฟมา ยังมีไอร้อนลอยกรุ่นอยู่เลย

พยาบาลเจียง เพิ่งจะหยิบตะเกียบขึ้นมา กำลังจะกินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงเคาะประตูที่เร่งรีบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

“เชิญค่ะ”

ทันใดนั้น ประตูก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ ร่างที่คุ้นเคยของ แพทย์หวง ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู

กลิ่นหอมของไส้ใหญ่ฟุ้งออกมาอย่างแรง ทำให้ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว กลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่

พยาบาลเจียง รีบวางตะเกียบในมือ สีหน้าดูอ้ำอึ้งทันที

“คะ–คุณหมอหวงคะ… มีธุระอะไรเหรอคะ?”

แพทย์หวง ได้ยินคำถามนี้ ถึงได้รู้สึกตัว ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแหยๆ กลบเกลื่อน

“เสี่ยวเจียง คือว่า…มีเรื่องเล็กน้อยน่ะ”

ผ่านไปไม่กี่นาที หลังจากอ้อนวอนสลับกับกดดัน ในที่สุด แพทย์หวง ก็ถือไส้ใหญ่ครึ่งส่วนในกล่องข้าว กลับไปยังห้องทำงานอย่างมีความสุข

กริ๊งๆๆ— หัวหน้าพยาบาลโทรเข้ามา

“คุณหมอหวงคะ! ทำไมยังไม่เข้าห้องผ่าตัดอีกล่ะ? คุณฉินรออยู่แล้วนะค่ะ รีบหน่อยสิคะ!”

“อ๋อๆๆ ครับ กำลังไปเดี๋ยวนี้เลย!”

แพทย์หวง สะดุ้งสุดตัว รีบคีบไส้ใหญ่สองสามคำยัดเข้าปาก ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ

……………………………

(1)[ตั้งใจปลูกดอกไม้ดอกไม้ไม่บาน ไม่ตั้งใจปักกิ่งหลิวกลับเติบโตเป็นร่มเงา (有心栽花花不开,无心插柳柳成荫) – เป็นสุภาษิตที่รู้จักกันดี มีความหมายว่า เรื่องบางเรื่องเมื่อตั้งใจทำอย่างเต็มที่กลับไม่สำเร็จ แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดหรือไม่ตั้งใจทำกลับประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย ในที่นี้ใช้เปรียบเปรยถึงการที่พวกเขาพยายามตามหาร้านขาหมูอย่างจริงจังแต่กลับไม่พบ แต่กลับมาเจอร้านโดยบังเอิญในขณะที่มาทำธุระอื่นเสียได้]

(2)[ความเงียบ คือสะพานเคมบริดจ์ในค่ำคืนนี้ (沉默是今晚的康桥) – เป็นการอ้างอิงถึงบรรทัดสุดท้ายของบทกวีชื่อดังของ สวี จื้อหมอ (徐志摩) ที่ชื่อว่า ‘อำลาเคมบริดจ์อีกครั้ง’ (再别康桥) ในบริบทปัจจุบัน วลีนี้มักถูกนำมาใช้ในเชิงขบขันหรือประชดประชันเพื่อแสดงถึงความรู้สึก ‘พูดไม่ออก’ หรือ ‘ไม่รู้จะพูดอะไรดี’ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดหรือแปลกประหลาด]

ตอนก่อน

จบบทที่ บางครั้งตั้งร้านคนเดียว ก็อยากจะแจ้งตำรวจจริงๆ!

ตอนถัดไป