ขอบคุณสำหรับของขวัญจากธรรมชาติ~
อู๋ซวง เดินไปยังเก้าอี้พับที่ ซูเฉิน จัดไว้ แล้วนั่งแหมะลงไป
“เถ้าแก่คะ ต้องรอนานแค่ไหนคะ?”
“ชูครีมต้องทำสดๆ ครับ ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เค้กจะนานกว่านั้นอีก คุณจะไปเดินเล่นในเขตท่องเที่ยวก่อนก็ได้ครับ” ซูเฉิน มือก็ยุ่งอยู่กับงาน ปากก็ตอบไป
อู๋ซวง ได้ยินดังนั้น ก็นึกถึงฉากที่ตัวเองโดนโจรลิงชิงของไป ก็ส่ายหน้าไม่หยุด
“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันนั่งรอตรงนี้แหละ เถ้าแก่ไม่ต้องสนใจฉันหรอก”
หนึ่งชั่วโมงก็ไม่สั้นเลยนะ อู๋ซวง ว่างๆ อยู่ก็ว่างๆ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูวิดีโอที่โพสต์ไปก่อนหน้านี้ เพราะลิงในเขตท่องเที่ยวจู่ๆ ก็ดังขึ้นมา ความคิดเห็นใต้วิดีโอของเธอก็เยอะมากเช่นกัน อาศัยกระแสนี้ อู๋ซวง ก็เลยโพสต์คลิปนักเรียนประถมที่เพิ่งถ่ายเมื่อกี้ขึ้นไปด้วย
………………………
เมื่อเข้าประตูเขตท่องเที่ยว คุณครูก็พานักเรียนเดินไปตามทางเดินหิน ค่อยๆ มุ่งหน้าขึ้นไปบนเขาซีสือ
ปกติแล้ว แค่เหยียบย่างเข้ามาในภูเขานี้ บนบันได บนทางเดินเล็กๆ บนสะพานเล็กๆ บนตอไม้ บนโซ่เหล็ก แทบจะทุกที่ก็จะมีเงาของฝูงลิงกระโดดโลดเต้นอยู่
แต่ตอนนี้ก็เพราะมีเด็กๆ กลุ่มนี้ขึ้นเขามา ฝ่ายบริหารของเขตท่องเที่ยวจึงจงใจจัดผู้คุมลิงสองสามคนมา รับผิดชอบงานรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ
พวกเขาสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองสะดุดตา ยืนอยู่ข้างรั้ว ในมือถือหนังสติ๊ก ไล่ฝูงลิงทั้งหมดไปอยู่ที่ที่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร
นักเรียนประถมที่ซื้อเค้กได้แล้ว ก็ปีนเขาไปพลาง เอาเค้กเข้าปากไปพลาง แทบจะไม่มีเวลาพูดคุยกันเลย เด็กที่เหลือก็จ้องเขม็ง อยากกินจนน้ำลายยืดแล้ว ทนไม่ไหวจริงๆ ก็ได้แต่หน้าด้านเข้าไปขอแบ่งจากเพื่อนร่วมชั้นหน่อยหนึ่ง แล้วสัญญาว่าจะซื้อคืนให้ตอนขาลง
หลังจากต่อรองราคากันอยู่พักหนึ่ง เด็กๆ ก็ถือเค้กกินคำโตอย่างพึงพอใจ บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะใสๆ ดังออกมาเป็นระลอก
พวกเขามีความสุข แต่ฝูงลิงที่อยู่ในรั้วกลับต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส สองวันนี้โดนเค้กทรมานจนเกือบตายไม่ต้องพูดถึง ลิงบางตัวถึงกับร้องไห้จนขาดน้ำ!
ในตอนนี้เมื่อเห็นวานรสองขาตัวเล็กๆ แต่ละคนถือเค้กอยู่ พวกมันก็คันไม้คันมือจนทนไม่ไหว อยากกินจนหมุนตัวอยู่กับที่ เกาหูเกาแก้ม ส่งเสียงกรีดร้องแหลมคมออกมาเป็นระลอก!
มีลิงใจกล้าตัวหนึ่ง รู้ซึ้งดีว่าโชคลาภอยู่ในความเสี่ยง อาศัยท่าทีแกล้งทำเป็นยืดแขนลิง ขาลิง แอบสั่งสมพลัง กล้ามเนื้อทั้งตัวของมันเกร็งแน่น ก้นกระดกขึ้น กระเด้งตัวพุ่งออกไปโดยตรง ก่อนจะกางกรงเล็บแล้วกระโจนไปข้างหน้าเหมือนลูกศร พุ่งตรงไปที่เค้ก!
วินาทีต่อมา ‘ฟิ้ว~’ หนังสติ๊กของผู้คุมลิงปล่อยเม็ดกระสุนพอดี โดนเข้าที่ลิงตัวนั้นจนร้องลั่น ก่อนจะวิ่งหัวซุกหัวซุนหนีไป
หึๆ ลิงมาแล้วจะทำไม ต่อหน้าฝูงลิงเอาชนะจ่าฝูงลิงได้ ข้าก็คือจ่าฝูงลิงแล้ว ใครยังจะกล้าก่อกบฏอีก?!
“เก่งจัง! คุณลุงเสื้อกั๊กเหลืองสุดยอดเลย! โตขึ้นผมก็อยากเป็นคนดูแลลิงบ้าง!” ในแถวมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตบมือโห่ร้องอย่างตื่นเต้น ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ
ผู้คุมลิงได้ฟังดังนั้น ก็ยิ่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขาชอบปีนเขา ชอบยิงหนังสติ๊ก ทำงานที่นี่ไม่เพียงแต่จะสนุก ยังได้รับคุณค่าทางอารมณ์จากไอ้หนูพวกนี้อีกด้วย เผลอแป๊บเดียวก็กลายเป็นไอดอลของเด็กไปแล้ว ฟินชิบหายเลย!
ไม่ไกลนัก ลิงโดนดีเข้าให้ แต่ละตัวก็นั่งยองๆ อยู่ไกลๆ แยกเขี้ยวแยกฟันร้องโหยหวน น้ำลายในปากไหลเป็นทางเหมือนน้ำตก หลังจากหยุดพักครู่หนึ่ง พวกมันก็กรูกันเข้ามาอีกครั้ง
ผู้คุมลิงก็ไม่เกรงใจ หนังสติ๊กในมือยิงไม่หยุด ยิงจนฝูงลิงวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ลิงพวกนี้โดนเค้กคำหนึ่งล่อไว้ เหมือนกับซอมบี้ที่ตีไม่ตาย เพิ่งจะโดนไล่ไป พริบตาเดียวก็รวมพลกันใหม่ บุกเข้ามาอีกครั้ง
สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายอย่างยิ่ง มีเด็กผู้หญิงบางคนตกใจกลัว มีเด็กผู้ชายบางคนก็หัวเราะจนตัวงอ
ภายใต้การนำของครู พวกเขาก็เดินไปตามทางเดินหินไม่หยุด เลี้ยวโค้งหนึ่ง ถึงได้เดินมาถึงที่ที่ไม่มีลิง
ไม่นานนัก นักเรียนประถมร่างท้วมคนหนึ่งก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะได้ยินเสียงซวบซาบๆ
“หือ?” เขาเอียงศีรษะ มองเข้าไปในพุ่มไม้อย่างสงสัย
ที่แท้ก็เป็นกระรอกน้อยตัวหนึ่ง! ขนปุยสีน้ำตาลละเอียดอ่อนทั้งตัว ข้างหลังลากหางฟูฟ่องใหญ่ๆ ดวงตากลมโตน่ารัก ปากก็ยังขยับไม่หยุด เล็งไปที่เศษเค้กที่เพื่อนนักเรียนข้างหน้าทำตกไว้โดยไม่ตั้งใจ ซัดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
“ว้าว! ดูสิ มีกระรอกตัวน้อยด้วย!” เจ้าอ้วนน้อยชี้ไปที่กระรอก
เสียงเพิ่งจะดังขึ้น ก็กลัวว่าจะทำให้สัตว์น้อยน่ารักตัวนี้ตกใจจึงรีบกดเสียงพูดให้เบาลง นักเรียนหลายคนได้ยินเสียง ก็พากันหันไปดู
กระรอกป่านี่เป็นของดีเลยนะ! ยังได้ดูใกล้ๆ ขนาดนี้ ยิ่งแปลกไปใหญ่
เด็กๆ คนอื่นหันไปเห็นก็ร้องว้าวกันยกใหญ่
“ว้าว มันชอบเค้กมากเลยนะ!”
“แก้มตุ่ยๆ ขยับไปมา น่ารักสุดๆ เลย!”
นักเรียนสองสามคนพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุด เด็กๆ ดีใจกันจนกระโดดโลดเต้น เจ้ากระรอกตัวต้นเรื่อง เดิมทีกินอย่างเอร็ดอร่อย ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่ร้อนแรงนับไม่ถ้วนมองมาที่ตัวเองก็ตกใจจนไม่กล้าขยับ กรงเล็บเล็กๆ ก็หดเข้ามา แต่ก็ไม่ได้จากไปไหน เพราะเศษเค้กตรงหน้านั้นช่างหอมยั่วยวนเกินห้ามใจจริงๆ
“กร้วม…กร้วม…” กระรอกหน้าตาดีมาก น่ารักจนใจจะละลาย บวกกับนิสัยตะกละตะกลาม ย่อมมีเจ้าตัวแสบมนุษย์น้อยๆ เสนอหน้าไปป้อนอาหาร
เจ้าอ้วนน้อยก็โยนเนื้อเค้กชิ้นใหญ่ไปให้ กระรอกรีบตะครุบไว้ หางสั่นเป็นใบพัดด้วยความดีใจ จากนั้น กระรอกน้อยอีกหลายตัวก็โผล่มาร่วมวง เด็กๆ ยิ่งกรี๊ดกร๊าดใหญ่ ขนมก็ยิ่งถูกโยนออกไปไม่ยั้ง
กระรอกแต่ละตัวแก้มเคี้ยวไปมา เนื้อบนหน้าก็สั่น! ดูตลกทั้งน่าเอ็นดูสุดๆ
นี่มันเหมือนสวรรค์ของกระรอกชัดๆ!
……………………………
ยิ่งเดินไปข้างหน้า นักเรียนประถมก็เดินช้าลงเรื่อยๆ เค้กกินไปตลอดทาง ก็ร่วงเป็นผงไปตลอดทาง ลมพัดโชยมา นำพาเสียงใบไม้เสียดสีและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่ามาด้วย
พรึ่บๆๆ~ ไม่รู้ว่าจู่ๆ ก็มีนกบางตัวโผล่ออกมาจากไหน นกสิบกว่าตัวพร้อมใจกันกระพือปีก เพื่อเศษเค้กบนพื้นก็แย่งชิงกัน จะงอยปากของพวกมันอ้ากว้าง คำแล้วคำเล่าก็คาบของขวัญจากธรรมชาติเข้าปาก กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เด็กหลายคนปกติก็ชอบให้อาหารนกพิราบอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกสนุก ใจร้อนขึ้นมาทันที ก็โยนเค้กในมือออกไป เชิญท่านนกทั้งหลายมาลิ้มลอง
คราวนี้ดีเลย ในท่ามกลางเสียงจอแจของการแย่งชิงอาหารนี้ ก็ดึงดูดนกมาอีกฝูงหนึ่ง บินกรูกันเข้ามา
เด็กๆ ที่ไหนจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ เค้กในมือก็ไม่เอาแล้ว รีบร้อนโยนเข้าไปในฝูงนก ตัวเองก็ตกใจจนถอยหลังไม่หยุด
ในท่ามกลางความสับสนนี้ คุณครูก็ตามเข้ามาห้าม
“ไม่เป็นไรนะทุกคน! ห้ามให้อาหารนกแล้ว อันตรายนะ แถมเค้กมีน้ำตาลสูง กินมากๆ จะไม่ดีต่อร่างกายพวกมัน อีกอย่างนี่คือขนมที่พวกเธออุตส่าห์ต่อคิวซื้อมา พวกเธอยังกินไม่ทันอิ่มเลยไม่ใช่เหรอ...”
นักเรียนประถมได้ยินดังนั้น ก็เหมือนลูกนกกระทา พากันไปหลบอยู่ข้างหลังคุณครู พวกเขาโผล่หัวออกมา มองดูนกทีหนึ่ง แล้วก็มองดูมือที่ว่างเปล่าของตัวเองทีหนึ่ง ถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมาทีหลัง
ไม่จริงน่า! เค้กชิ้นใหญ่ขนาดนั้นของฉันล่ะ? เค้กครีมที่ตัวเองตั้งตารอคอยซื้อมาล่ะ? ทำไมถึงกลายเป็นบุฟเฟ่ต์ให้สัตว์ตัวน้อยกินไปหมดแล้ว?
ฮือๆๆ...