วิธีการตอบแทนบุญคุณของพวกคนแก่นี่มันจะพิเศษขนาดนี้เลยเหรอ?

เที่ยงคืนพอดี ความเงียบปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง

ซูเฉิน ขับรถค่อยๆ มุ่งหน้าไปยังสุสานแห่งนั้น ไฟหน้ารถของรถขายอาหารดูเล็กน้อยอย่างยิ่งในความมืดที่หนาทึบ ราวกับจะถูกความมืดกลืนกินได้ทุกเมื่อ

ในที่สุด ก็มาถึงสถานที่ตั้งร้านของเมื่อวาน ซูเฉิน สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลงมาจากห้องคนขับ

ลมพัดโชยมาเบาๆ พงหญ้ารอบๆ ส่งเสียงซ่าๆ เขาให้กำลังใจตัวเองในใจไม่หยุด ไม่เป็นไร… ตรงนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเลยสักหน่อย วันนี้ยังเตรียม ‘เซี่ยงจี๊’ มาด้วย อีกเดี๋ยวพวกชาวบ้านคงมาเหมือนเดิมแน่ๆ

ในตอนนั้นเอง ข้างหลังก็พลันมีเสียงแผ่วๆ ดังขึ้น

“เฮ้อ...”

ในสุสานที่เงียบสงัดนี้ เสียงนั้นล่องลอยอย่างเกียจคร้าน ฟังดูเหมือนเสียงถอนหายใจ ไม่! นั่นไม่น่าจะใช่แค่เสียงถอนหายใจ แต่ก็เหมือนเสียงเรียกหาเขาอยู่เหมือนกัน

อะไรนะ…??? บ้าชะมัด ที่นี่มันจะไม่น่าปลอดภัยเกินไปหน่อยเหรอ?!

ซูเฉิน พลันขนลุกไปทั้งตัว สมองขาวโพลนไปหมด แทบจะหยุดหายใจ

“เฮ้อ...”

“พ่อหนุ่ม...”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น หัวใจ ซูเฉิน กระตุกวูบ เอ๋…? หรือว่าจะเป็นคุณลุงคนนั้นที่บอกว่าจะมารอ จริงๆ?

ซูเฉิน ตั้งสติ รีบหันกลับไปมองแวบหนึ่ง ในตอนนั้นเอง ทันใดนั้น เงาดำแถวหนึ่งก็พรวดพราดออกมาโดยไม่มีลางบอกเหตุ

อาศัยแสงไฟจากรถขายอาหาร ซูเฉิน เห็นเงาแถวหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าคนซีดขาวทีละใบหน้าภายใต้แสงไฟชวนขนลุกปรากฏให้เห็น

ซูเฉิน ถึงกับตะลึงไปเลย! ค้างไปเลย!!!

อะไรกันเนี่ย?!

นี่มันอะไรกัน?!

ทำไมถึงมีคุณลุงจรมาพร้อมกันตั้งหลายคน?!

ก่อนที่ ซูเฉิน จะตั้งสติได้ คุณลุงจรที่เจอเมื่อคืนรีบพูดเสียงดังเหมือนโอ้อวด

“พ่อหนุ่ม ข้ามาตอบแทนเจ้าแล้ว”

“หา? อะไรนะครับ?? เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่…”

เมื่อมองดูกลุ่มคุณลุงจรที่เดินเข้ามาหาตัวเอง ซูเฉิน ตกใจจนถอยหลังลนลาน ในความสับสนก็ชนเข้ากับต้นไม้ข้างหลังแทบหงายล้มคะมำ

นี่มันอะไรกัน?! ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยสักนิด! นึกว่าจะได้อะไรดีๆ ตอบแทน สุดท้าย…ไปลากพากลุ่มพวกคุณลุงจรมาหาเนื้อย่างกิน ก็ถือว่าตอบแทนข้าแล้ว? ให้ตาย แบบนี้ไม่ฆ่าข้าเพราะตกใจตายก็บุญแล้ว!

“พ่อหนุ่ม เจ้าจะกลัวทำไม ข้าพาพวกเขามากินเนื้อย่างน่ะสิ” ชายชราตะโกนสุดเสียง

“อ๋อ ผมรู้แล้วครับ…” ซูเฉิน เช็ดเหงื่อเย็นพลั่กบนหน้าผาก รีบพยักหน้า

กลางค่ำกลางคืน มารอตัวเองอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพื่อของกินแล้วจะมาทำอะไรได้?

เห็นเพียงชายชรายื่นมือเข้าไปล้วงในกระเป๋า หยิบถุงพลาสติกที่สะอาดออกมาใบหนึ่ง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดข้างในออกมา เปิดออกทีละชั้น ถึงได้เห็นธนบัตรที่ยับยู่ยี่สองสามใบ

“พ่อหนุ่ม อย่าได้รังเกียจเลยนะ นี่คือเงินที่พวกเราหาได้จากการเก็บขยะขายนะ”

ซูเฉิน กวาดตามองไปทีหนึ่ง ถึงได้พบว่าเสื้อผ้าของชายชราดูเหมือนจะเก่าขาดกว่าเมื่อวานเสียอีก บนนั้นยังมีรูขาดเพิ่มขึ้นมาอีกสองสามแห่ง ด้ายก็หลุดลุ่ยออกมา เหมือนกับถุงผ้าที่ถูกฉีกขาด

ชายชราดูเหมือนจะเข้าใจในทันที ยิ้มแห้งๆ เอ่ยเสียงเรียบ:

“โดนหมาไล่กัดน่ะ ไม่เป็นไร ยังใส่ได้อยู่” พูดจบยังแยกเขี้ยวยิงฟันหลอๆ ยิ้มให้อีกด้วย

ซูเฉิน ได้ฟังดังนั้นแล้วทั้งขำทั้งสงสาร ในใจพลันอบอุ่นเมื่อมองดูท่าทีที่จริงใจของชายชรา จากนั้นก็รีบจัดร้านเตรียมย่างเนื้อ เหล่าลุงๆ ต่างก็ไปนั่งพิงต้นไม้เงียบๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้

เนื้อแกะเสียบไม้ส่งเสียงฉ่าๆ บนถ่านไฟ กลิ่นหอมค่อยๆ กระจายออกมา เกาะกุมจมูกของคุณลุงจรสองสามคนไว้อย่างแรง ชายชราทั้งหลายหอมจนตัวสั่น อยากจะให้จมูกจูงเดินไปเลย มุมปากก็มีน้ำลายไหลยืดเป็นสาย

แปะๆๆ’ หยดลงบนพื้นไม่หยุด

ชายชราคนเมื่อวานเช็ดมุมปากทีหนึ่ง รีบพูดกับ ซูเฉิน

“เอ่อ…พ่อหนุ่ม อย่าย่างเยอะเลยนะ เงินพวกเรามีไม่มาก กินคนละไม้ก็พอแล้ว”

ซูเฉิน ที่กำลังยุ่งอยู่กับการพลิกเนื้อแกะเสียบไม้ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นก็ตอบกลับไป

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ร้านผมเพิ่งเปิดทุกวันจะมีโปร ซื้อหนึ่งแถมสาม แถมผักฟรีอีกด้วยนะ จำกัดแค่ในนาทีแรกเท่านั้น รับรองว่าไม่เก็บเงินพวกคุณลุงเกินแน่นอนครับ”

บรรดาคุณลุงจรได้ยินดังนั้น ก็สบตากัน ในดวงตาที่ขุ่นมัวเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความขอบคุณ

“โอ๊ย พ่อหนุ่ม ขอบใจจริงๆ! ขอบใจมากๆ!”

มุมปากของ ซูเฉิน ยกขึ้น รอยยิ้มนั้นภายใต้แสงไฟของถ่านไฟดูจริงใจเป็นพิเศษ เนื้อคนละสี่ไม้ แถมยังแถมผักอีกอย่างหนึ่ง ผักนี่ก็ต้องเป็นมะเขือยาวแล้วกัน มะเขือยาวลูกใหญ่กินแล้วอิ่มท้องแถมยังแก้เลี่ยนอีกด้วย

ขณะที่คิด เขาก็ย่อตัวลงหยิบมะเขือยาวสดๆ สองสามลูกออกมาจากตู้แช่ หั่นครึ่ง แล้วทาเครื่องปรุงที่ปรุงไว้อย่างดีเป็นชั้นๆ รอจนผิวนอกของมะเขือยาวกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ก็ย้ายไปไว้ที่ไฟอ่อนแล้วค่อยๆ ย่าง

กลิ่นหอมที่โดดเด่นของมะเขือยาวก็กระจายออกมาท่ามกลางการทาน้ำมันและโรยเครื่องปรุงไม่หยุด ใกล้จะได้ที่แล้ว ก็โรยกระเทียมสับละเอียดลงไปบนเนื้อมะเขือยาวอย่างสม่ำเสมอ

“อืม! หอมจริงๆ!” ควันไฟลอยอบอวลจนมองไม่เห็นใบหน้าของ ซูเฉิน มีเพียงกลิ่นกระเทียมที่ทะลุผ่านชั้นควันเข้ามาในจมูกของเหล่าชายชรา

“เสร็จแล้ว ทุกคนกินตอนร้อนๆ เลยนะครับ” ซูเฉิน ทักทายอย่างเป็นกันเอง แจกเนื้อเสียบไม้กับมะเขือยาวให้เหล่าชายชรา

ชายชราทั้งหลายกล่าวขอบคุณไม่หยุด สองมือสั่นเทารับเนื้อเสียบไม้มา กัดเข้าไปคำโต สีหน้าก็พลันบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย แต่เป็นเพราะความอร่อยนี้มาเร็วเกินไป ชั่วขณะหนึ่งแทบจะทำให้พวกเขามีความสุขจนแทบสลบไป

กินไปกินมา ชายชราสองสามคนก็พากันปิดหน้าร้องไห้ฮือๆ เสียงสะอื้นดังปนกับเสียงเคี้ยวไปทั่วสุสานที่เงียบงัน ซูเฉิน ก็เผลอกระชับเสื้อโดยไม่รู้ตัว

ไม่ใช่นะพวกลุงๆ … มาร้องไห้กลางค่ำกลางคืน กลางสุสานกันแบบนี้ มันไม่หลอนเกินไปหน่อยเหรอ…

ชายชราสองสามคนนั่งอยู่บนพื้น แต่ละคนโซ้ยไปสามไม้ก็ยังไม่ยอมทิ้ง พวกเขาเอาปลายแหลมของไม้ไผ่ใส่เข้าไปในปาก แล้วดูดอย่างแรง ไม้เสียบเลื่อนไปมาในปาก ส่งเสียง ‘จ๊วบๆ’ ลิ้นของชายชราพันรอบไม้เสียบอย่างคล่องแคล่ว ไม่ปล่อยให้เศษเนื้อเหลืออยู่แม้แต่น้อย

แต่ละคนดูดไม้ไผ่จนเกลี้ยง ในแสงไฟยังสะท้อนแสงออกมาเลย มะเขือยาวย่างนั่นก็ไม่รอด กินเนื้อมะเขือยาวเสร็จ ก็ยัดทั้งเปลือกเข้าปาก เคี้ยวคำใหญ่ๆ แล้วก็ใช้นิ้วล้วงเข้าไปในกระดาษฟอยล์ แคะเครื่องปรุงข้างในออกมาทีละนิด แล้วดูดอย่างเพลิดเพลิน กินจนมือและหน้ามันเยิ้มไปหมด ก็ไม่รู้ตัวเลย

ในตอนนั้นเอง แสงไฟอ่อนๆ สิบกว่าสาย ก็ส่ายไปมามาจากที่ที่มืดสนิท ซูเฉิน ก็มองไปทางนั้นโดยไม่รู้ตัว

โอ๊ะ ชาวบ้านมากันแล้ว! เมื่อวานเพื่อที่จะซุ่มคน รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจอดไว้ไกลลิบเลย วันนี้ดีเลย ขับตรงเข้ามาเลย

“ฮ่าๆๆๆ เถ้าแก่! คุณอยู่นี่จริงๆ ด้วย! ไม่ได้ผิดนัดพวกเราจริงๆ!”

“ใช่สิ ฉันก็นึกว่าคนหนุ่มๆ แบบคุณแค่คึกชั่วคราวซะอีก”

“เถ้าแก่ เอามาเลยเนื้อย่างสองไม้ เร็วเข้า ไม่ไหวแล้ว วันนี้ไม่มีแรงทำงานเลย ขาอ่อนยังกะเส้นก๋วยเตี๋ยว!”

“……”

ชาวบ้านแต่ละคนพูดคุยหัวเราะ ก่อนพากันลงจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซูเฉิน ทักทายไปพลาง สายตาก็เผลอกวาดไปที่ที่ที่คุณลุงจรสองสามคนเคยนั่งอยู่เมื่อครู่ กลับว่างเปล่าไร้เงา

สงสัยพวกเขาไม่อยากให้คนเห็น เลยรีบหลบไปแล้ว…

ตอนก่อน

จบบทที่ วิธีการตอบแทนบุญคุณของพวกคนแก่นี่มันจะพิเศษขนาดนี้เลยเหรอ?

ตอนถัดไป