มาเถอะ! ทำร้ายกันให้สุด!

สมาชิกส่วนหนึ่งใน ‘กลุ่มแลกเปลี่ยนไส้ใหญ่’ ขับรถกันเร็วปานสายฟ้าฟาด พอมาถึงช่วงท้ายของเส้นทาง เมื่อพวกเขาเจอรถคันอื่น ก็จะกะพริบไฟสูงสามครั้ง รถคันหน้าก็จะบีบแตรตอบสามครั้งเป็นการตอบรับ

นี่คือรหัสลับที่ตกลงกันไว้ในกลุ่ม ปกติช่วงกลางคืนรถก็ไม่ค่อยเยอะอยู่แล้ว พอทำแบบนี้ปุ๊บ ก็หากลุ่มเจอทันที

รถสิบกว่าคันรวมตัวกันมุ่งหน้าไปยังถนนฉีซาน สภาพการณ์แบบนี้ คนไม่รู้คงนึกว่าพวกเขารวมทีมกันไปแดนซ์บนหลุมศพ!

ไม่นาน ขบวนรถก็มาถึงตีนเขาฉี หลังจากจอดรถเรียบร้อย ชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนก็ลงมาจากรถ แล้วมองหน้ากันพลางยิ้ม ทุกคนมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ หวังปิน ส่งให้ทันที

จากระยะไกล ก็มองเห็นแผงลอยของ ซูเฉิน และกลุ่มคนที่กำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขาต่างเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น บรรยากาศในที่นั้นยิ่งคึกคักขึ้นเรื่อยๆ

ชายร่างใหญ่กำยำหลายคนพอเห็น ซูเฉิน ก็รู้สึกเหมือนคนรักที่จากกันไปนาน ในที่สุดก็ได้กลับบ้านเสียที แต่ละคนขอบตาร้อนผ่าว รู้สึกตื้นตันใจ

“เถ้าแก่! คุณมาทำอะไรที่นี่!”

“นี่ถึงกับหนีพวกเราเลยเหรอ รู้ไหมว่าพวกเราตามหาคุณแทบตายแค่ไหน!”

“โอ้พระเจ้า! ผมไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม เถ้าแก่… เถ้าแก่จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?”

“......”

เหล่าลูกค้าเก่าต่างผลัดกันพูด ทั้งตัดพ้อ ทั้งชื่นชม ทั้งคร่ำครวญ ทั้งโอดครวญ เสียงโวยวายที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเบิกตาโพลง ในแววตาสาดประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็น …นี่มันดีจริงๆ มีบาร์บีคิวให้กิน แถมยังมีละครฉากใหญ่ให้ดูฟรีอีก คุ้มจริงๆ!

มีลูกค้าคนหนึ่งเห็นท่าทางตลกๆ ของเพื่อน ก็หันไปแซวเพื่อนว่า

“อยากให้ฉันตบหน้าสักสองทีไหม จะได้รู้ว่าไม่ใช่ฝัน?”

“ไม่เอา ไม่เอา ให้เถ้าแก่ยื่นเนื้อย่างมาทิ่มปากฉันดีกว่า แบบนี้ชัวร์สุด!”

ชายร่างท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามา ชี้ไปที่เนื้อย่างเสียบไม้ที่ใกล้จะสุกแล้ว น้ำลายแทบไหลเหมือนเด็กไม่เคยได้กินของอร่อย

พอพูดจบประโยคนี้ เพื่อนที่อยู่ข้างๆ ก็เข้ามาขนาบซ้ายขวา ล็อกตัวชายท้วมไว้ พยายามจะลากเขาไปข้างหลัง

“ถุย! ไอ้ตะกละ นี่จะกินอยู่คนเดียวรึไง ไปไกลๆ เลย!”

ชายท้วมมีหรือจะยอมง่ายๆ เขาเกาะแผงลอยของ ซูเฉิน ไว้แน่น ไม่ยอมขยับไปไหน ถ้าโดนลากไปตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะได้สั่งของย่างเมื่อไหร่

“เถ้าแก่! เอาไม้ที่มีเนื้อทั้งหมดมาอย่างละห้าไม้เลย!”

เมื่อเห็นมีคนเปิดฉากสั่ง คนที่อยู่ข้างหลังหลายคนก็มีปฏิกิริยาทันที ต่างพากันสั่งของย่าง

“ผมเอาหอยนางรมหนึ่ง เนื้อแกะเสียบไม้กับหมูสามชั้นเอาอย่างละสิบไม้!”

“เถ้าแก่ ผมเอา...”

“......”

ซูเฉิน ฟังแล้วถึงกับใจสั่น สัปดาห์นี้เดิมทีเป็นภารกิจแบบกำหนดเวลา พวกคุณมากันหมดแบบนี้ มันยุ่งยิ่งกว่าภารกิจแบบกำหนดปริมาณเสียอีก สวรรค์เท่านั้นที่รู้ เขาแค่อยากจะเป็นปลาเค็มไปวันๆ เท่านั้นเอง!

“เถ้าแก่ครับ! สัปดาห์นี้จะขายแต่ที่สุสานจริงเหรอ?”

“ออกมาตั้งร้านขายกี่โมง เลิกกี่โมงครับ?”

“เถ้าแก่ แล้วสัปดาห์นี้เถ้าแก่มีวันหยุดไหม?”

“......”

หลังจากลูกค้าสั่งอาหารเสร็จ คำถามต่างๆ ก็ตามมาไม่ขาดสาย ทั้งน้ำเสียงและคำพูด ช่างช่ำชองจนน่าใจหาย ถ้ามีวันหยุด ก็คือมีโอกาสกินได้น้อยลงนั่นเอง

“สัปดาห์นี้ไม่หยุดครับ เปิดขายตั้งแต่เที่ยงคืนยันตีสาม” ซูเฉิน ยืนอยู่หน้าเตาย่าง ใช้ไขควงงัดเปิดหอยนางรมอย่างแรง แล้ววางทั้งเปลือกย่างบนเตาถ่าน พร้อมกับหาเวลาตอบคำถามของทุกคน

เหล่าลูกค้าถึงกับส่งเสียงร้องแหลมออกมาทันที โธ่เอ๊ย! เที่ยงคืนเป็นเวลาที่อึมครึมที่สุดแล้วนะ! เถ้าแก่ นี่คุณสืบทอดสายเลือด หลิน เจิ้งอิง หรือยังไง?! ทำเหมือนกลัวว่าจะไม่ได้เจอผีอย่างนั้นแหละ

แต่ในเมื่อพวกเขากล้ามา ก็ย่อมไม่ใช่พวกไก่อ่อนเช่นกัน ผีนักกินไม่กลัวผีร้ายอยู่แล้ว

“เถ้าแก่ ทั้งที่ที่ขายก็หลอนแล้ว เวลายังจะหลอนอีกเหรอ?!”

“แต่ไม่เป็นไร แค่รู้ว่า เถ้าแก่ อยู่ที่ไหน ต่อให้ไกลแค่ไหน ผมก็จะมา!”

“สู้ๆ เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นอนชดเชยได้สบาย!”

“......”

อีกด้านหนึ่ง หานหลิง กับพวกพ้อง เพื่อที่จะหาตัวเถ้าแก่ให้ได้จากหลายๆ ช่องทาง พวกเธอจึงเข้ากลุ่มทั้งสองฝั่ง และในที่สุดวันนี้ ก็ได้รับข่าวของเถ้าแก่จนได้ ในฐานะสมาชิกของทีมปั่นจักรยาน เธอมักจะเป็นคนใจกล้าอยู่แล้ว ตอนนี้กระดูกที่หักยังไม่หายดีเท่าไหร่ เธอก็ส่งข้อความวีแชทหา เฉียงจื่อ กับหลี่เคอ ทันที ให้พวกเขามารับเธอ

ส่วนเพื่อนสาวในกลุ่มที่ไม่มีรถก็ลำบากหน่อย เวลานี้! คงไม่มีคนขับรถคนไหนจะรับงานไปที่นั่นแน่

“โห ไกลเกินไป! ที่อย่างนั้นใครจะไปส่งกันล่ะ?”

“ใช่เลย ใจอยากไป แต่กำลังกายไม่อำนวยนะ!”

“ในกลุ่มมีพี่สาวคนไหนให้ติดรถไปได้บ้างคะ ค่าน้ำมันฉันออกเอง…”

“ฉันๆๆ! พวกเราสองสาวกลัวอยู่เหมือนกัน รถเรานั่งได้สาม ต้องการเฉพาะผู้หญิงด้วยกันนะ ใครสนใจลงชื่อเลย!”

“......”

หน้าแผงลอยของ ซูเฉิน กลุ่มลูกค้าเก่ารายล้อมกันอยู่ รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ข้างๆ กันนั้น เจ้าฮัสกี้ที่พวกเขาคุ้นเคยกำลังใช้เท้าหน้าเหยียบไม้เสียบไม้ไว้ แล้วกัดเนื้อดึงออกมา กินอย่างเอร็ดอร่อย

“เอื๊อก...” เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นเป็นระยะๆ อยากกินโว้ย! บ้าเอ๊ย ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งพวกเขาจะต้องมาอิจฉาหมาตัวหนึ่ง

หันไปดู หวังปิน อีกที หลับตาเคี้ยว ลืมตาเคี้ยว ดูดเนื้อเข้าปากคำหนึ่งแล้วเคี้ยวต่อ แหงนหน้าถอนหายใจยาวแล้วกินต่ออีกคำ...

เหล่าลูกค้าเก่าแทบจะทนดูไม่ไหว ต้องเบือนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างเงียบๆ ถึงได้สังเกตเห็นว่า นอกจากพวก หวังปิน และกลุ่มชาวบ้านแล้ว ยังมีหนุ่มน้อยที่ดูเหมือนนักศึกษาสี่คนอยู่ด้วย! รู้สึกว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มของพวกเขานะ

ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว สู้เข้าไปคุยด้วยเลยดีกว่า

“พวกนายใช้ชื่ออะไรในกลุ่ม ทำไมถึงมาก่อนพวกเราได้ล่ะ?”

“กลุ่ม? กลุ่มอะไรครับ? พวกคุณมีกลุ่มกันด้วยเหรอ?”

คำถามสามดอกรวดของ หลัวหาว กับพวกพ้อง ทำเอาเหล่าลูกค้าเก่าถึงกับอึ้ง

เฮ้ย! ดูจากท่าทีแล้ว พวกนี้ไม่ใช่คนในกลุ่มจริงๆ ด้วย …นี่หรือว่าพวกเขาตามหา เถ้าแก่ กันเอง?

หลังจากพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง เหล่าลูกค้าเก่าก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาเสียงดัง เชี่ย!

“อะไรนะ? เถ้าแก่เคยขายโร่วเจียหมัวด้วยเหรอ?!”

ถึงว่าทำไมก่อนหน้านี้ตามหาให้ตายยังไงก็ไม่เจอ ที่แท้หนีไปอยู่วัดฝูเจ๋อนี่เอง หนีไปขายโร่วเจียหมัวที่วัด เถ้าแก่ก็ใจเด็ดเกินไปแล้ว! นี่มันเป็นการท้าทายพระซึ่งๆ หน้าชัดๆ!

“อยากรู้จังเลยว่ารสชาติโร่วเจียหมัวเป็นยังไง จะอร่อยแค่ไหน” เมื่อเห็นมีคนพึมพำเสียงแผ่ว หลัวหาว ก็เริ่มแนะนำด้วยความกระตือรือร้น

“โอ้ อร่อยมาก! มีทั้งเนื้อหมูตุ๋น เนื้อวัวผัดยี่หร่า ผ้าขี้ริ้ววัวก็มี หรือกุ้งเครฟิชก็มี ตัวแป้งก็มีทั้งแบบซูผีหมัว (แป้งพายกรอบ) แล้วก็ไป๋จี๋หมัว...…”

“พอ! พอเถอะ! หยุดได้แล้ว ขอร้องล่ะ!” ลูกค้าเก่าคนหนึ่งยกมือปิดหู แทบจะสิ้นสติไปตรงนั้น

ตอนแรกนึกว่าไส้ใหญ่ผัดพริกที่เคยกินไปนั้นเป็นสุดยอดเมนูแล้ว ไม่นึกเลยว่าเถ้าแก่จะแอบไปเล่นท่ายากลับหลังพวกเขาอีกตั้งเยอะ แบบนี้… มันต่างอะไรกับการไปเจอว่าเมียผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ของตัวเอง แอบไปทำคอนเทนต์วาบหวิวบนอินเทอร์เน็ตลับหลังกันเล่า!!

บางคนพนมมือร้องขอชีวิต บางคนนั่งไม่ติดที่แล้ว สถานการณ์กลายเป็น ‘มาเถอะ! ทำร้ายกันให้สุด!’

“พวกนายไม่รู้หรอกว่า ไส้ใหญ่ผัดพริกของเถ้าแก่นี่เด็ดขนาดไหน เนื้อนุ่มทั้งแน่น ทั้งเผ็ดร้อน ทั้งหอมมันครบรส…”

“มาๆๆ ดูรูปนี่สิ…”

เพราะกลัวว่าพวก หลัวหาว จะไม่เชื่อ ลูกค้าเก่าจึงซูมรูปสวยๆ ของไส้ใหญ่ผัดพริกจ่อหน้าเหล่านักศึกษา ก้อนสีทองที่อวบอิ่มสมบูรณ์เหล่านี้ เปล่งประกายเสน่ห์อันเย้ายวนจนแทบจะดูดวิญญาณได้ มันช่างยั่วน้ำลายจริงๆ

คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกอยากจะร้องไห้ ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ลิ้มลองของโปรดของอีกฝ่าย นี่คงเป็นความเหลื่อมล้ำของโลกใบนี้สินะ… เวรเอ๊ย!

ตอนก่อน

จบบทที่ มาเถอะ! ทำร้ายกันให้สุด!

ตอนถัดไป