ของบริสุทธิ์เก้าสิบเก้าส่วน ของหายาก!

ช่วงบ่าย เวลาใกล้เข้ามาแล้ว ซูเฉิน ขนเต้าหู้เหม็นและน้ำจิ้มที่เตรียมไว้ขึ้นรถขายอาหาร เตรียมจะออกไปตั้งร้าน

ในตอนนั้นที่เขตตะวันตกของถนนไท่ผิง โดยมีต้นประดู่สูงใหญ่ที่เขียวชอุ่มเป็นศูนย์กลาง พื้นที่ว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังต่างก็เต็มไปด้วยลูกค้าเก่าที่กำลังชะเง้อคอรอคอย

เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่มีเพียงกลุ่มขาหมูมากลุ่มเดียว วันนี้กลุ่มไส้ใหญ่ก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกัน นอกจากคนที่ไม่ว่างจริงๆ โดยพื้นฐานแล้วก็คือมีเท่าไหร่มาเท่านั้น ล้อมรอบสถานที่ตั้งร้านจนแน่นขนัด ถนนก็ดูจะคับแคบและแออัดขึ้นมาบ้าง

ผู้คนเบียดเสียดไหล่ชนกัน ด้วยหัวใจที่รอคอยไอดอลมาถึง ใบหน้าแต่ละคนตื่นเต้นสุดๆ

แม่ของ เล่อเล่อ ที่เมื่อคืนไม่ได้กินเต้าหู้เหม็น วันนี้ก็จงใจไปรับลูก แล้วรีบมาก่อนเวลา ใครจะคาดคิดว่า ยังไม่ทันจะเดินไปถึงที่ ก็ถึงกับอึ้งตาค้างไปเลย

ถนนฝั่งตะวันตกมีคนเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอตั้งใจฟังดีๆ ก็ได้ยินคำว่า เถ้าแก่, เต้าหู้เหม็น ปรากฏขึ้นมาบ่อยครั้ง คนเหล่านี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นคนที่มาซื้อเต้าหู้เหม็นอย่างแน่นอน

แต่ว่า เธอได้ลบโพสต์โต่วอินอันนั้นไปแล้วไม่ใช่เหรอ? นี่ฉันไปแหย่รังอะไรเข้าแล้ว?

…………………………….

กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุด ซูเฉิน ก็มาถึง

จากระยะไกล มองดูกระแสคนที่หลั่งไหลอยู่ข้างหน้า ก็รู้สึกว่าก้าวเดินได้ยากลำบากจริงๆ ชีวิตนี้ของเขาราวกับเดินอยู่บนน้ำแข็งบางๆ จะสามารถเดินไปถึงฝั่งตรงข้ามได้จริงๆ หรือ?

เมื่อเห็นรถที่คุ้นเคย เหล่าลูกค้าเก่าก็ส่งเสียงโห่ร้องเฮดังลั่นออกมา

“ระวัง! เถ้าแก่จะถึงแผงในอีกห้าวินาที เตรียมตัวลุย!”

“เร็วๆ เถ้าแก่มาแล้ว ทุกคนหลบทาง!”

“หลีกไป หลบไป คนไม่เกี่ยวรีบออกไป!”

“......”

เสียงตะโกนดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ทั่วทั้งถนนฝั่งตะวันตกก็พลันครึกครื้นขึ้นมาทันที บางคนยังอาสาเปิดทางให้รถขายอาหารของ ซูเฉิน อีกด้วย

ภาพที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ทำเอาคนเดินถนนตกใจไปตามๆ กัน คนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ยังนึกว่ามีดาราซูเปอร์สตาร์ดังคนไหนมา ถึงกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะถ่ายรูป พอเห็นว่าเป็นแค่ ‘เต้าหู้เหม็น’ เท่านั้น ต่างก็อึ้งตะลึง

อะไรจะอร่อยขนาดนั้น?! เห็นคนล้นหลามขนาดนี้ ไม่กี่คนที่ตั้งใจมาเดินเล่นก็พลอยเข้าแถวตามไปด้วย ไม่นาน แถวก็ยาวไปถึงกลางถนนแล้ว

แผงของพี่ชายคนขายน้ำแข็งไสแทบจะถูกเบียดจนล้ม ตอนนี้พอทรงตัวได้แล้ว ก็รีบช่วยยกเก้าอี้พับมาจัดวางเหมือนเมื่อวาน มีพี่ใหญ่อยู่ด้วย วันนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องธุรกิจอีกแล้ว

เมื่อเห็นว่าคนเยอะขนาดนี้ ซูเฉิน ก็รีบแกะฝาถังน้ำมันถังหนึ่ง เทลงในกระทะเสียงดังซู่ซ่า รอจนอุณหภูมิน้ำมันสูงขึ้น เขาก็ค่อยๆ ใส่เต้าหู้เหม็นสีดำคล้ำลงในกระทะทีละชิ้น

ในชั่วพริบตาเสียง ‘ฉี่ฉ่าๆๆ’ ที่ไพเราะก็ดังขึ้น

“โฮ่งงง...โฮ่งงง...” ในตอนนั้นเอง ไม่ไกลออกไป จู่ๆ ก็มีเสียงร้องแหลมสูงดังขึ้นมา นี่ไม่ใช่เสียงกรีดร้อง แต่เป็นเสียงปืนนัดแรกของเจ้าฮัสกี้ที่ประกาศสงครามเพื่อ ข้าจะกินเต้าหู้เหม็น!

เมื่อน้ำมันในกระทะแทรกซึมเข้าไปในใจกลางเต้าหู้เหม็น กลิ่นเหม็นก็เหมือนกับผิวน้ำที่สงบนิ่งถูกโยนหินลงไป ก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นชั้นแล้วชั้นเล่า กลิ่นหอมเหม็นระดับนรกค่อยๆ แผ่กระจายออกไปข้างนอก

ในชั่วพริบตา พายุหมุนน้อยนามฮัสกี้ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าแผงของ ซูเฉิน มันเห่าเสียงดังไม่หยุดใส่เขา

“อ๊าววว~ อ๊าวววว~” ใช่ๆๆ! คือกลิ่นนี้แหละ! อาหารครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะถูกตา แต่ยังถูกใจอีกด้วย กลิ่นเหม็นทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ ของบริสุทธิ์เก้าสิบเก้าส่วนอย่างแท้จริง นี่แหละของหายาก!

เจ้าฮัสกี้ตื่นเต้นอย่างยิ่ง ดีใจจนแทบจะคลั่ง มันใช้กลยุทธ์ยั่วยวนโดยตรง นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น งออุ้งเท้าเข้าหากัน เผยให้เห็นหน้าท้องที่นุ่มนิ่มของตัวเองต่อหน้า ซูเฉิน อย่างไม่ปิดบัง หางข้างหลังก็กวัดแกว่งไปมาเบาๆ ท่าทางเหมือนยอมให้เชือดแต่โดยดี

ซูเฉิน หัวเราะออกมาอย่างจนปัญญา ก่อนหน้านี้มีแมวรังเกียจ ตอนนี้มีสุนัขคลั่งไคล้ อย่างที่ว่ากัน สุนัขเลิกกิน...เจ้าสิ่งนั้น...ไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าสุนัขตัวนี้ …จะไม่ใช่ว่าเข้าใจว่า ‘เต้าหู้เหม็น’ เป็นอย่างอื่นไปแล้วใช่ไหม? แต่ถ้าไม่ราดน้ำจิ้มล่ะก็… ชิมสักสองสามชิ้นก็น่าจะถูกปากเจ้าสุนัขน้อยอยู่ไม่น้อย

สองนาทีต่อมา เต้าหู้เหม็นที่ทั้งเหม็นทั้งหอมในที่สุดก็ออกจากกระทะแล้ว

เจ้าฮัสกี้ในฐานะสุนัขที่ได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากทุกคน เมื่ออาหารอยู่ตรงหน้า ซูเฉิน ก็ดูแลเป็นพิเศษให้มันตามธรรมเนียม เขาคีบเต้าหู้เหม็นร้อนๆ ชิ้นหนึ่งขึ้นมา เป่าที่ริมฝีปากเบาๆ

“จุ๊ๆๆ มาๆ เจ้าหมาน้อย รับไปเลย~”

ซูเฉิน พูดพลาง ก็โยนเต้าหู้เหม็นขึ้นไปในอากาศ หูของเจ้าฮัสกี้ขยับทีหนึ่ง มันลุกขึ้นจากพื้นอย่างว่องไว สองขาหน้าถีบตัวอย่างแรง กระโดดขึ้นไป จากนั้นก็อ้าปากแล้วก็งับเต้าหู้เหม็นชิ้นนั้นไว้ในปากได้อย่างง่ายดาย

กลิ่นเหม็นโชยเข้าจมูก กระตุ้นความตื่นเต้นที่มาจากยีนส์ของเจ้าฮัสกี้ให้พองตัวขึ้นไม่หยุด พอกินเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ก็วิ่งพล่านไปมาในปากสุนัข เจ้าฮัสกี้ตื่นเต้นจนร้องออกมาเสียงดังลั่น ในตอนนี้ มันคือสุนัขที่มีความสุขที่สุดในโลก

สวีอิ๋ง ที่อยู่ในแถวเห็นภาพนี้ มุมปากก็กระตุกไม่หยุด วันนี้เธอมาคนเดียว ไม่ได้พา ถัวถัว มาด้วย เหตุผลหลักก็คือกลิ่นของเต้าหู้เหม็นมันติดงอมแงมเกินไปแล้ว ตั้งแต่วันก่อนที่ได้กินเต้าหู้เหม็นไป ก็ถูกเจ้าแมวของตัวเองรังเกียจจะตายอยู่แล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่ยอมมาคลอเคลียจุ๊บๆ ยังจงใจมาอึ๊อึตอนที่เธอกินข้าวอีกด้วย พออึเสร็จก็ไม่ยอมกลบ เอาแต่เขี่ยๆ ให้เธอไปดู

เฮ้อ… ถัวถัว แมวที่บ้านของตัวเองนี่มันโง่ไปหน่อย ไม่เหมือนเจ้าฮัสกี้ตัวนี้เลย ฉลาดนัก แถมรู้จักของอร่อยอีกต่างหาก กินซะมีความสุขเชียว

ในตอนนั้น หวังปิน ที่ถูกเจ้าสุนัขลืมไปจากสมองแล้วก็รีบร้อนมาถึง เมื่อเห็นว่าลูกนอกคอกของตัวเองได้กินเต้าหู้เหม็นฟรีไปก่อนแล้ว ส่วนเขายังต้องลำบากไปต่อคิวอยู่ท้ายแถว อย่างไรเสียแฟนสาวก็ไม่ได้มาด้วย ทันใดนั้น หวังปิน ก็โยนความอายทิ้งไป แกล้งทำเป็นเขินอายแล้วเห่า ‘โฮ่ง’ ใส่ ซูเฉิน ไปทีหนึ่ง

คราวนี้ เหล่าลูกค้าที่ต่อคิวอยู่ถึงกับหมดคำพูด

“ไปๆๆ นายโตป่านนี้แล้ว อย่ามาอ้อนเถ้าแก่ให้เสียบรรยากาศเลย!”

“ใช่ๆๆ นายไม่ใช่หมา จะมีสิทธิแซงคิวได้ไง!”

“เฮ้อ… ทุกวันนี้ ‘หมา’ กลายเป็นคำชมแล้วหรือไง?”

“.......”

หวังปิน จนปัญญา ยิ้มแห้งๆ แล้วก็เดินไปท้ายแถว เฮ้อ พลาดไปแล้ว แค่สร้างมลพิษทางสายตาให้เหล่าลูกค้าเท่านั้น ยังนึกว่าเผื่อเถ้าแก่จะทนดูไม่ไหว เกิดคึกขึ้นมา จะโยนให้เขาสักหน่อยก็ยังดี!

“เถ้าแก่ เอามาสองชุด ราดน้ำเยอะๆ หน่อยนะ!”

ยังคงจำกัดการซื้อเหมือนเดิม แต่โชคดีที่มีแค่รสชาติเดียว ทำให้ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะเลือกไม่ถูก กระทะหนึ่งสามารถทำได้หลายชุด ลูกค้าเก่ากลุ่มขาหมูหลายคนที่เมื่อวานไม่มีโอกาสได้มา ในที่สุดก็ได้สมปรารถนาเสียที

พอรับเต้าหู้เหม็นจากมือของ ซูเฉิน ก็แทบจะอยากจะยัดเข้าไปทั้งถ้วย แค่เป่าลวกๆ สองทีก็ยัดเข้าปากแล้ว ก็โดนลวกตามคาด

“ซี๊ด! ฮ่า~ ร้อนโคตร!” เขาอ้าปาก ซี้ดซ้าดอยู่สองสามที แล้วก็รีบเคี้ยวต่อไม่หยุด

ใครจะไปคิดว่า เต้าหู้เหม็นนี้ภายนอกจะดำคล้ำกรอบแข็ง แต่ภายในกลับนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด ของสิ่งนี้เมื่อเทียบกับขาหมูตุ๋นแล้ว หนึ่งคือโฉมงามชุดดำผู้ลึกลับ อีกหนึ่งคือนารีโฉมสะคราญผู้เอิบอิ่ม

โฉมงามชุดดำนั้นงามอย่างมีเอกลักษณ์ งามอย่างโดดเด่น! ทันทีที่ฉีกกระชากแพรไหมสีดำอันลึกลับนั้นออก รสสัมผัสที่น้ำทะลักออกมาก็ราวกับจุมพิตอันลึกซึ้งของโฉมงาม ทำให้ตื่นตะลึงจนยากจะหยุดยั้ง

ส่วนขาหมูตุ๋น ด้วยรูปร่างที่อวบอิ่มสมบูรณ์ ใบหน้าที่งดงามน่าหลงใหล คำเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้คนจมดิ่งสู่ดินแดนแห่งความอ่อนโยน ไม่อยากจะตื่นขึ้นมานานแสนนาน

ทั้งสองอย่างนี้เรียกได้ว่าไม่แพ้กันเลย ต่างก็มีเสน่ห์เย้ายวนในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะชอบแบบไหน หรือว่าจะชอบทั้งสองอย่าง ล้วนเป็นของอร่อยล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง!

ตอนก่อน

จบบทที่ ของบริสุทธิ์เก้าสิบเก้าส่วน ของหายาก!

ตอนถัดไป