ข้าชอบแม่สาวน้อยแบบนี้ต่างหากเล่า...

ซูเฉิน ขับรถไปตามระบบนำทางมุ่งหน้าไปยังเลขที่ 10 ถนนหย่งฝู ในตอนนั้น ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลงแล้ว

เมื่อมาถึงถนนหย่งฝู แสงไฟสว่างไสวเจิดจ้าตระการตา ทุกหนทุกแห่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความฟุ้งเฟ้อหรูหรา บนถนน แสงไฟนีออนของร้านคาราโอเกะส่องประกายวูบวาบ บรรยากาศของบาร์ดูเคลิบเคลิ้ม โรงแรมก็หรูหราไฮเอนด์... ร้านค้าต่างๆ ละลานตาไปหมด

จุดหมายปลายทางของ ซูเฉิน คือ จินหลานจุนซ่าง (金澜尊尚) นี่คือคลับเฮาส์ที่รวบรวมทั้งร้านอาหาร ที่พัก ห้องอาบน้ำ และความบันเทิงครบวงจรไว้ในที่เดียว

ภายนอกของคลับเฮาส์ดูโอ่อ่าสง่างาม สไตล์สถาปัตยกรรมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ป้ายสีทองส่องประกายเจิดจ้าภายใต้แสงไฟที่สว่างไสว

ซูเฉิน มองดูอยู่สองแวบ แล้วก็เบนสายตาไปยังพื้นที่ว่างข้างๆ คลับเฮาส์ ที่นั่นมีแผงลอยเล็กๆ อยู่สองสามแผงแล้ว

หลังจากจอดรถเสร็จ ซูเฉิน ก็จัดแผงขายของให้เรียบร้อย ไก่ตุ๋นสี่สิบตัวถูกจัดแสดงอย่างหรูหราอยู่ในตู้โชว์อุ่นอาหาร

ในตอนนี้ เวลาที่เหมาะสมมาถึงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องโชว์เสน่ห์ที่แท้จริงแล้ว!

ซูเฉิน รำพึงในใจประโยคหนึ่งว่า ‘ขอโทษด้วยนะทุกคน…’ จากนั้นก็เปิดกระจกชั้นบนสุดของตู้โชว์ออก

ในชั่วพริบตา กลิ่นไก่ตุ๋นที่หอมเข้มข้นจนน่ามัวเมา ก็ราวกับอสูรกายยุคบรรพกาลที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน สลัดหลุดจากพันธนาการของกรงขังในทันที พุ่งทะยานออกไปรอบทิศทางอย่างบ้าคลั่ง

ในชั่วขณะหนึ่ง แผงลอยข้างทางทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายบาร์บีคิว, จีดั้นก้วนปิ่ง (โรตีไข่), โปโปจี, โอเด้ง และอื่นๆ ต่างก็ได้รับสัญญาณพร้อมกัน หันขวับมามองยังแผงลอยของ ซูเฉิน

หืม? ไอ้หน้าใหม่นี่ มีของดีนี่หว่า!

ใส่เครื่องปรุงหนักขนาดนี้ ไม่เหลือทางให้คนอื่นทำมาหากินเลยเรอะ!

เจ้าของแผงหลายคนขมวดคิ้ว ขยี้จมูกตัวเอง ตั้งใจจะตั้งสติทำงานในมือของตัวเองต่อไป แต่ไอ้กลิ่นไก่ตุ๋นบ้าๆ นี่ มันช่างเย้ายวนจนแทบจะดูดวิญญาณ ระลอกแล้วระลอกเล่า ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด พวยพุ่งผ่านไปมาในอากาศ กลิ่นหอมนั้นช่างกร่างอย่างยิ่ง ยั่วยวนโพรงจมูกของพวกเขาอย่างไม่ปรานี เรียกร้องให้พวกเขารีบเข้าไปพิสูจน์มัน!

แต่ว่า… จะให้ไปน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก คนในวงการเดียวกันที่ไหนจะไม่เป็นศัตรูกัน ตัวเองยังไม่มีลูกค้าเลย จะให้ไปอุดหนุนแผงคนอื่น นั่นมันสมองมีปัญหาแล้วล่ะมั้ง!

ดังนั้น เหล่าเจ้าของแผงจึงได้แต่ฝืนทนกลิ่นหอมที่ลอยมาในอากาศ พร้อมใจกันหันหน้าหนีไป

ในตอนนั้น พนักงานต้อนรับสองคนที่หน้าประตูคลับเฮาส์กำลังจ้องมองไปยังทิศทางของลานจอดรถ เตรียมพร้อมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่จะขับรถมาถึงได้ทุกเมื่อ พวกเธอสวมชุดกี่เพ้าแบบเดียวกัน ขับเน้นเรือนร่างที่งดงามอรชรอยู่แล้วให้ดูเย้ายวนยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่นาน จมูกของทั้งสองคนก็สูดฟุดฟิดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกันในทันที จากนั้นสายตาก็หันไปยังทิศทางของกลุ่มแผงลอยข้างทางพร้อมกัน

กลิ่นอะไรเนี่ย หอมชะมัด! หรือจะเป็นร้านอาหารใหม่แถวนี้?

พนักงานต้อนรับคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเลียปาก ริมฝีปากสีแดงระเรื่อสั่นระริก

“กลิ่นแบบนี้… เหมือนพะโล้เลยนะ อยากลองชิมจังเลย…”

ขณะที่กำลังพูดอยู่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นในล็อบบี้ เมื่อเห็นผู้จัดการล็อบบี้มองมา ก็พลันทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เก็บซ่อนท่าทางน้ำลายสอเมื่อครู่นี้ไว้ พยายามกลับมาทำท่าทางสง่างาม

พนักงานต้อนรับอีกคนเห็นเข้า ก็หันหน้าหนีไปอย่างรู้งาน แต่ว่า กลิ่นตุ๋นหอมกรุ่นนั้นที่ไหนเลยจะยอมเปลี่ยนไปตามใจคน มันจะหอมก็ต้องหอมอย่างเกรี้ยวกราด แทรกซึมไปทั่วทุกอณู ทะลุทะลวงไปทุกที่

สาวสวยทั้งสองคนทำงานไปพลางก็ยืนแทบไม่ติดแล้ว บนตัวราวกับมีปูมาหนีบ แต่งานสายนี้ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพ! ทำได้เพียงข่มความกระวนกระวายในใจไว้ แล้วยืนประจำตำแหน่งอย่างเงียบๆ

เกือบจะในเวลาเดียวกัน ในห้องส่วนตัวชั้นสองของคลับเฮาส์ที่อยู่ใกล้กับถนน ลูกค้าหลายคนต่างก็สูดหายใจเข้าพร้อมกัน

ลูกค้าคนที่ 1: “โห หอมชะมัดเลย คุณได้กลิ่นไหม?”

พนักงานนวด: …….

ผู้ชายที่นี่มาแล้วก็ไป ระลอกแล้วระลอกเล่า ทุกคนล้วนใช้คำพูดซ้ำซากจำเจแบบนี้ เบื่อแล้วเบื่ออีก “คุณลูกค้าคะ อย่าล้อเล่นเลยค่ะ ฉันเป็นหมอนวดจริงๆ ไม่ได้ให้บริการแบบนั้นนะคะ…”

ลูกค้าคนที่ 1: “หา??? ใครพูดเรื่องนั้นกันเล่า! ฉันดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ? อีกอย่าง คืนนี้กลับไปข้ายังต้องส่งเสบียงหลวง(1)อีกนะ…”

ลูกค้าคนที่ 2: “เฮ้ย เบอร์ 88! ไม่ใช่ว่าฉันโม้นะ สิบเอ็ดเดือนสิบเอ็ดปีนี้ (วันคนโสด) บริษัทฉันทำกำไรโคตรจะดี แค่ไม่กี่วันก็โกยเงิน…”

พนักงานนวด: “ว้าว พี่สุดยอดจริงๆ คะ! งั้นทำไมไม่สมัครบัตรสมาชิกไว้สักใบล่ะคะ จะได้ใช้บริการแบบวีไอพีทุกครั้งเลย~”

ลูกค้าคนที่ 2: “…โธ่เอ๊ย กำลังคุยกันเพลินๆ ดันมาเรื่องบัตรอีก… ว่าแต่ กลิ่นอะไรเนี่ย หอมชะมัด! ครัวมีเมนูใหม่เหรอ? เอามาเสิร์ฟที่ห้องนี้เลยนะ พี่ไม่อั้นหรอกเรื่องเงิน!”

………………………

ในตอนนั้นเอง ที่หน้าประตูคลับเฮาส์ รถคาดิลแลคคันหนึ่งก็ค่อยๆ ขับเข้ามา เมื่อประตูรถเปิดออก ชายร่างกำยำสี่คนก็ทยอยกันลงมาจากรถ

“วันนี้มือพี่หยวนโคตรเฮง โดยเฉพาะตาสุดท้ายชิงอี๋เซ่อเผิงเผิงหู(2) ปิดเกมได้สุดยอด!”

พี่หยวนได้ฟัง ก็เงยหน้าหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ โชคดีล้วนๆ! วันนี้พี่เลี้ยงพวกเอ็งคนละสองชั่วโมงไปเลย!”

“พี่หยวน ใจถึงสุดยอด!”

“ไปๆๆ...”

พนักงานต้อนรับสาวสองคนที่หน้าประตูเห็นร่างที่คุ้นเคย ดวงตาก็พลันเป็นประกาย

“ยินดีต้อนรับค่ะ...”

ชุดกี่เพ้าของสาวสวยทั้งสองผ่าลึกมาก พร้อมกับท่าทางการโค้งคำนับ รอยผ่าด้านข้างก็ค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นเรียวขาสีขาวสองเส้น แลเห็นขอบลูกไม้สีดำรำไร คลื่นที่หน้าอก ยิ่งกระเพื่อมไหวจนแสบตา

ชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ตรงกลางจ้องมองอย่างเหม่อลอย วิญญาณแทบจะถูกดูดออกไป ไม่ต้องบอกก็รู้ ดูท่าทางแบบนี้แล้ว ก็คือคนที่ไม่เคยเข้าคลับเฮาส์มาก่อน

พี่หยวนเห็นดังนั้น ก็ใช้แขนกระแทกข้อศอกใส่ชายคนนั้นอย่างแรง ส่งสัญญาณให้เขาทำตัวให้เหมือนผู้ช่ำชองหน่อย อย่าได้คุมตัวเองไม่อยู่แบบนี้ ท่าทางเหมือนคนไม่เคยเห็นโลก มันน่าอายมากขนาดไหน อีกสองคนข้างๆ ก็พูดไม่ออกเช่นกัน ประคองเขาเตรียมจะก้าวเข้าไปข้างใน

ทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นระลอกหนึ่งก็ลอยผ่านมา หลายคนเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างแรง ท้องก็ร้องโครกครากขึ้นมาอย่างไม่รักดี

พวกเขาเล่นไพ่นกกระจอกมาทั้งบ่าย สั่งแฮมเบอร์เกอร์แห้งๆ มาสองสามชิ้นกินรองท้องไปไม่กี่คำ ก็รีบมานวดกันแล้ว พอได้กลิ่นตุ๋นหอมกรุ่นนี้ ก็แทบจะไม่มีแรงต้านทานเลย

“อะไรวะ กลิ่นนี่สุดยอดจริงๆ หอมเกินไปแล้ว ดีกว่าไอ้เบอร์เกอร์ห่วยๆ นั่นไม่รู้กี่เท่า!”

“ใช่ แค่ได้กลิ่นก็นึกภาพออกแล้วว่าต้องอร่อยขั้นเทพแน่ๆ!”

“งั้น… แวะไปชิมก่อน แล้วค่อยไปนวดเป็นไง?”

ทั้งสามคนเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ เมื่อเห็นว่าชายคนที่อยู่ตรงกลางไม่พูดอะไร นึกว่าเขามีความเห็นอะไร ใครจะรู้ว่าไอ้ทึ่มคนนี้กำลังจ้องพนักงานต้อนรับสาวตาไม่กะพริบ ไม่รู้ว่าได้ยินที่พวกเขาพูดกันหรือเปล่าด้วยซ้ำ

พี่หยวน ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากไอ้ทึ่มคนนั้นอย่างแรงโดยไม่ให้ปฏิเสธ แล้วก็เดินก้าวฉับๆ ไปตามกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น

ไอ้ทึ่มคนนั้นถึงกับงงไปเลย นี่มันมาถึงก้าวสุดท้ายก่อนจะถึงเส้นชัยเข้าคลับเฮาส์แล้วแท้ๆ กลับมาถูกขัดจังหวะเอาดื้อๆ เขาอ้าปาก ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง อีกสองคนก็เข้ามาขนาบซ้ายขวาที่แขนของเขา ลากกึ่งดึงพาเขาไปยังทิศทางนั้น

มุมปากของไอ้ทึ่มกระตุกโดยไม่รู้ตัว ดวงตายังคงส่งสายตาหวานเยิ้มให้พี่สาวสองคนนั้น

ไม่เอาหน่า พวกเอ็งอยากกินก็ไปกินกันเองสิ! ข้าน่ะ… ชอบแค่พวกแม่สาวน้อยแบบนี้ต่างหากเล่า!

…………………………

(1)[ส่งเสบียงหลวง (交公粮) – เป็นคำสแลง มีความหมายโดยนัยถึงการปฏิบัติหน้าที่ของสามีที่มีต่อภรรยาในเรื่องบนเตียง]

(2)[ชิงอี๋เซ่อเผิงเผิงหู (清一色碰碰胡) – เป็นรูปแบบการชนะไพ่นกกระจอกที่ได้คะแนนสูงมาก โดยไพ่ในมือทั้งหมดต้องเป็นสีเดียวกัน (ชิงอี๋เซ่อ, 清一色) และประกอบด้วยชุดไพ่ตองหรือคู่เท่านั้น (เผิงเผิงหู, 碰碰胡)]

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าชอบแม่สาวน้อยแบบนี้ต่างหากเล่า...

ตอนถัดไป