ความสุขจากอาหารคือการปลอบโยนที่แท้จริง
เนื้อไก่ลงท้องไปแล้ว ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ตลอดมา พวกเขาคิดเสมอว่าความสุขจากเรื่องบนเตียงสามารถเติมเต็มร่องลึกในใจได้…
คิดว่าการจมดิ่งอยู่ในดินแดนแห่งความอ่อนโยนจะสามารถค้นพบที่พักพิงของจิตวิญญาณได้ แต่ทว่า… เมื่อความเร่าร้อนจางหายไป ความอบอุ่นที่หลงเหลือจากความสุขก็มลายสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่กลับเป็นเพียงความว่างเปล่าและความสับสนที่ไร้ที่สิ้นสุด
จนกระทั่งวินาทีที่ไก่ตุ๋นคำนี้เบ่งบานอยู่บนปลายลิ้น เนื้อที่สดนุ่มเคี้ยวหนึบ น้ำพะโล้ที่เค็มหอมกำลังดี แถมยังเจือไปด้วยรสหวานจางๆ ทั้งหมดนั้นมันช่างจริงแท้และมั่นคงเหลือเกิน
เมื่อไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร ก็ช่วยปลอบประโลมร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้าทุกตารางนิ้ว ในที่สุดก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้หยั่งรากลงดินเสียที
ที่แท้แล้ว เมื่อเทียบกับความสุขทางกามารมณ์ ความพึงพอใจที่ได้จากอาหารต่างหากที่เป็นการปลอบโยนที่สามารถหยั่งรากลึกในจิตใจได้อย่างแท้จริง
รสชาตินี้… ความรู้สึกนี้มันก็เหมือนกับแผ่นดินแห้งแล้งมานาน และในที่สุดก็ได้รับสายธารอันชุ่มฉ่ำ เหมือนถ้ำหินที่แห้งผาก แล้วจู่ๆ ก็มีน้ำพุใสไหลพรูออกมา~
แทะกระดูกเสร็จแล้ว ก็ลองดมกลิ่นบนมือตัวเองดู ไอ๊หยา… กลิ่นนี่มันสุดยอดจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนอยู่ด้วยกัน แทบจะอยากจะดูดนิ้วทีละนิ้วให้เกลี้ยงเลย
“ยังไม่ทันจะได้กินเต็มๆ เลย ไหงหมดซะแล้วล่ะ?”
“ผู้จัดการหวัง! พรุ่งนี้สองทุ่ม จองห้องส่วนตัวให้ผมด้วยนะ ต้องเป็นหมอนวดเบอร์ 26… ผมจะกินไก่ตุ๋นไปพลาง นวดไป!”
“โอยยย ไอ้หนุ่มเอ๊ย! เบอร์ 26 เมื่อคืนก็แทบยืนไม่ไหวแล้วนะ คุณยังไม่ให้เค้าพักอีกเหรอ … แต่เอาเหอะ ผู้จัดการ! ผมก็จองห้องด้วยคนนะ!”
“ฉันด้วยๆ…”
“......”
ในชั่วพริบตา เสียงก็ดังขึ้นระงมไปทั่ว ผู้จัดการหวัง แอบหัวเราะอยู่ในใจไม่หยุด ในนี้มีหลายคนที่เป็นแขกประจำรายสัปดาห์ของคลับเฮาส์ สัปดาห์หนึ่งมาได้ครั้งหนึ่งก็บุญหัวแล้ว คราวนี้ดีล่ะ… คลับเฮาส์กลับได้อานิสงส์จากไก่ตุ๋นไปด้วย ถ้าคนกลุ่มนี้มานวดกันทุกวัน ยอดขายของเขาจะไม่พุ่งพรวดๆ ขึ้นไปเหรอ
เขารีบพยักหน้า แล้วก็แจกบุหรี่ให้ทุกคนอีกรอบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกันนั้นในใจก็ครุ่นคิดว่า เดี๋ยวพอเสร็จงานแล้วต้องหาทางไปจัดการกับหน่วยงานเทศกิจให้ดีเสียหน่อย
…………………….
อีกด้านหนึ่ง ซูเฉิน ขับรถกลับบ้าน ไก่ตุ๋นยังเหลืออีกสี่ตัวที่ขายไม่หมด พอดีเลย… เป็นมื้อดึกคืนนี้กับมื้อเช้าพรุ่งนี้ ไม่เหลือทิ้งแม้แต่นิดเดียว เพอร์เฟกต์!
เมื่อมาถึงประตูหน้าหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างสูงก็เป็นคนคุ้นเคยเช่นกัน เมื่อเห็นรถขายอาหารของ ซูเฉิน ก็รีบทักทายอย่างเป็นกันเอง
“คุณซู กลับบ้านแล้วเหรอครับ ยินดีต้อนรับครับ~”
ซูเฉิน พยักหน้า แล้วขับรถไปยังวิลล่าของตัวเอง กระจกตู้โชว์ในรถขายอาหารปิดแล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นหอมอยู่เส้นหนึ่ง ดื้อดึงเล็ดลอดออกมาจากรอยแยก ล่องลอยไปมาในความมืดของยามค่ำคืนอย่างอิสระ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองตาม ซูเฉิน จากไป กลิ่นตุ๋นหอมกรุ่นก็พุ่งเข้ามาทันที เขาสูดหายใจเข้าอย่างตะกละตะกลาม จากนั้นก็กะพริบตาปริบๆ นึกถึงเสียง ‘กุ๊กๆ กั๊กๆ’ ที่ได้ยินตอนลาดตระเวนเมื่อเช้านี้ ก็เผยสีหน้าที่เข้าใจในทันที
ดูท่าทางแล้ววันนี้ คุณซู จะขายไก่ตุ๋นสินะ!
ในฐานะคนรวยที่เก็บตัวที่สุดและมีรสนิยมแปลกประหลาดที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของพวกเขาก็จับทางได้หมดเปลือกแล้ว
คุณซู จะต้องออกไปตั้งร้านทุกสัปดาห์ แต่เวลาและของที่ขายนั้นไม่แน่นอน บางครั้งก็ไปตอนกลางวันแสกๆ บางครั้งก็ไปตอนดึกสงัด ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ก็เคารพ ขอแค่ไม่สร้างความลำบากให้ทีมรักษาความปลอดภัยและนิติบุคคลของพวกเขา ก็ถือว่าเป็นลูกบ้านที่ดีแล้ว
ว่าแต่ ไก่ตุ๋นที่ คุณซู ขายนี่มันหอมเกินไปแล้วนะ ดึกดื่นป่านนี้ นี่มันเป็นการปลุกหนอนในท้องชัดๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้เลยโว้ย...
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลืนน้ำลายลงคอ หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า เปิดแอปเดลิเวอรี่เจ้าหนึ่ง แล้วพิมพ์คำว่าไก่ทั้งตัวในช่องค้นหา ก็ไม่รู้ว่าไก่ทั้งตัวของวอลเลซ กินแล้วจะกลายเป็นนักรบไอพ่นหรือเปล่า(1) แต่เขาก็เป็นแค่ รปภ. ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ได้กินแค่นี้ก็ดีแล้ว ไม่เลือกมาก!
ทางนั้น ซูเฉิน ก็กลับถึงวิลล่าแล้ว เขานำไก่ตุ๋นที่เหลือออกมาจากรถขายอาหาร ใส่ไว้ในตู้เย็น จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นสอง ไปดู หนัวหนัว ที่ห้องเด็ก
เจ้าตัวเล็กหลับตาอยู่ ขนตาที่ดำและยาวงอนตกลงมา ท่ามกลางการละเมอ ก็พลิกตัวเบาๆ แขนป้อมๆ ดั่งท่อนรากบัว กำหมัดเล็กๆ แกว่งไปมาในอากาศ ผ้าห่มที่นุ่มนวลก็ถูกเตะเปิดออกเป็นมุมเล็กๆ เผยให้เห็นพุงกลมๆ
“เฮ้อ เด็กคนนี้จริงเชียว~” ซูเฉิน ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ช่วยเธอห่มผ้าห่มให้ดี ปรับแอร์ในห้องให้สูงขึ้น ถึงได้ออกจากห้องไป
ราตรีสวัสดิ์นะ ลูกรักของพ่อ~
…………………………
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเฉิน โซ้ยไก่ตุ๋นเต้าโข่วไปทั้งตัวเป็นอาหารเช้า ยังไม่ทันจะรอให้ผู้จัดการติงกับแม่บ้านทั้งสามมาถึง ก็เริ่มลงมือฆ่าไก่แล้ว
เมื่อวานธุรกิจก็ดีอยู่หรอก ถ้าไม่ใช่ว่ามาเจอเทศกิจกลางทาง ไก่ 40 ตัวก็คงจะขายหมดแล้ว ก็ไม่รู้ว่าวันนี้เทศกิจจะมาตรวจอีกหรือเปล่า เพื่อที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ ก็เตรียมไว้สัก 50 ตัวก่อนแล้วกัน แต่ว่า… วันนี้เขาตั้งใจจะเปลี่ยนรสชาติหน่อย ลองทำไก่ตุ๋นเต๋อโจวดูบ้าง
จะว่าไปแล้ว ไก่ตุ๋นเต๋อโจวก็มีชื่อเสียงมากเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวงการไก่ตุ๋นเลยทีเดียว นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าสามร้อยปีแล้ว แถมยังมีเคล็ดลับที่ยอดเยี่ยมในรูปแบบที่แตกต่างกันกับไก่ตุ๋นเต้าโข่วอีกด้วย ล้วนแต่เปื่อยนุ่มจนหลุดออกจากกระดูก ใช้ตะเกียบคีบเบาๆ เนื้อไก่กับกระดูกไก่ก็จะแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย กินง่ายสะดวกสุดๆ
วัตถุดิบของไก่ตุ๋นเต๋อโจวก็มีความพิถีพิถันอย่างยิ่ง ที่ระบบจัดหามาให้ล้วนเป็นไก่ที่อายุได้สองเดือน น้ำหนักประมาณ 0.7 กิโลกรัม ไก่อ่อนในระยะการเจริญเติบโตนี้ เนื้อสัมผัสจะละเอียดอ่อน ทำให้โมเลกุลของเครื่องเทศสามารถแทรกซึมเข้าไปตามลายเส้นได้อย่างล้ำลึก เข้าเนื้อทั้งข้างนอกและข้างใน และในขณะที่เคี้ยวก็สามารถให้ประสบการณ์ที่นุ่มฉ่ำ ทุกคำจะได้ลิ้มรสของน้ำซุป
ซูเฉิน ตั้งหม้อใบใหญ่ไว้ในสวนหลังบ้าน รอจนน้ำในหม้อร้อนจนเริ่มมีฟองปุดๆ ก็หันไปที่กรงไก่ คว้าลูกไก่ที่คึกคักมีชีวิตชีวาออกมาตัวหนึ่ง ก็ยังคงทำเหมือนเดิม ตัดหลอดลมปล่อยเลือด ถอนขนจนเกลี้ยง ปลายนิ้วพลิกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ลูกไก่เปลือยเปล่าตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จากนั้นก็ตัดก้นออก เอาเครื่องในออก นำไปล้างใต้ก๊อกน้ำ
ในระหว่างนั้น เสียงไก่ร้องก็ดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ซูเฉิน กระทั่งยังแอบสงสัยว่า …ไก่พวกนี้กำลังเรียกตัวเองว่าพญายมตัวเป็นๆ หรือเปล่านะ แต่ว่า เขากล้ารับประกันเลยว่า พอไก่ตุ๋นทำเสร็จ ไก่พวกนี้จะรู้สึกว่าตายไปก็คุ้มค่าแล้ว เพราะใครล่ะไม่อยากมี ‘ช่วงพีกสุดท้ายของชีวิต’ ก่อนสิ้นใจ
………………………
“ทำไมวันนี้พวกคุณมากันเช้าจังครับ?” ซูเฉิน มองดูเวลา ยังไม่ถึงแปดโมงเลย ผู้จัดการติงกับแม่บ้านก็มาทำงานก่อนเวลาแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เลยมาช่วยแต่เช้า คุณซูพักผ่อนได้เลย เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง” มาทำงานเช้าก็ช่วยงานได้เร็ว เดี๋ยวก็ได้กินของอร่อยของเจ้านายเร็วขึ้นด้วย!
“งั้นก็ดี บ่ายนี้กลับก่อนเวลาได้เลยครับ” ทั้งสามคนพยักหน้ายิ้มๆ จริงๆ แล้วให้พวกเขาเลิกงานช้าหน่อย แล้วแถมมื้อเย็นอีกมื้อก็ไม่เลวเหมือนกัน
ทั้งสี่คนก้มหน้าก้มตาทำงานกันเกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ฆ่าไก่ทั้งหมดเสร็จ
การจัดการไก่ตุ๋นเต๋อโจวจะแตกต่างกับไก่ตุ๋นเต้าโข่วเล็กน้อย ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดก็คือไม่ต้องจัดทรงเป็นเงินหยวนเป่า แต่จะใช้ทรงนอนคว่ำ และต้องเก็บขาไก่ไว้ด้วย
ซูเฉิน หยิบลูกไก่ขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วสาธิตวิธีการจัดทรงให้ผู้จัดการติงกับแม่บ้านทั้งสองคนดู เอาขาสองข้างไขว้กัน แล้วยัดเข้าไปในท้องไก่ เอาปีกสองข้างลอดผ่านคอแล้วไขว้ออกมาทางปาก ไก่ทั้งตัวก็จะอยู่ในท่านอนคว่ำ มองไกลๆ ก็เหมือนเป็ดที่ลอยอยู่ในน้ำ ไม่สิ สวยกว่าเป็ด เหมือนเป็ดแมนดาริน
งดงามนัก …ดุจดั่งหยกยูงเคียงคู่ว่ายน้ำ คาบขนนกในปากเสียจริง
…………………………….
(1)[วอลเลซ / นักรบไอพ่น (华莱士, Wallace) – เป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดราคาประหยัดในจีนที่โด่งดังมากบนโลกอินเทอร์เน็ตในเรื่อง (ที่ล้อเลียนกัน) ว่ามักจะทำให้ลูกค้าท้องเสียอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นคำสแลงเรียกคนที่กินแล้วท้องเสียว่า ‘นักรบไอพ่น’ (喷射战士)]