ความทรงจำจากยุค 80

ข้อความพร้อมที่อยู่โดยละเอียดและรูปภาพถูกโพสต์ลงในกลุ่ม ในกลุ่มขาหมูก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที

“เฮ้ย ตาฉันฝาดไปรึเปล่า? จินหลานจุนซ่างเหรอ!?”

“อ๊ากกกก! เถ้าแก่นี่มันไอ้ตัวแสบชัดๆ ไปตั้งแผงขายอยู่หน้าคลับได้ไงวะ!”

“เท่าที่รู้ คลับนี้ไม่ใช่ที่ขาวสะอาดเท่าไหร่ด้วยนะ!”

“หืม? เล่าให้ละเอียดได้ปะ? แบบนี้ถึงว่าเราหาไม่เจอ ปกติคนธรรมดาใครมันจะไปนวดเท้ากันล่ะ!”

“เฮ้อ เถ้าแก่แม่งโผล่ไปทั่วจริงๆ…”

“เอาเถอะ ยังเหลือแค่หกตัว คงไม่ทันกินแน่ ใครอยู่ใกล้ๆ รีบไปดักเลย!”

“......”

ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ข้อความในกลุ่มก็เด้งไปถึง 99+ แต่ว่า ถนนหย่งฝูอย่างไรเสียก็เป็นย่านใจกลางเมือง คนส่วนใหญ่ในกลุ่มอาศัยอยู่ชานเมืองทางเหนือของเมือง ห่างจากที่นี่ไม่ใกล้เลย คนที่มีปัญญาสามารถอาศัยอยู่ใกล้ๆ เวลานี้ส่วนใหญ่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานล่วงเวลาอยู่ที่บริษัท กลับมาไม่ทัน

อีกอย่าง ไก่ตุ๋นแค่หกตัวเองมันจะไปพอให้ใครกิน! ถ้าหากลำบากลำบนไปแล้ว แม้แต่ท้ายรถของเถ้าแก่ก็ยังไล่ไม่ทัน แบบนั้นมันคงจะห่อเหี่ยวเกินไปแล้ว

เมื่อเห็นว่าหลายคนในกลุ่มยอมแพ้ ลูกสะใภ้ของคุณตาเจิ้งกำลังไถโทรศัพท์มือถือ ในใจก็ดีใจจนแทบจะเต้น

“คุณพ่อคะ ไปกันเถอะ! เจอเถ้าแก่ขาหมูแล้ว อยู่ใกล้ๆ บ้านเราแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเองค่ะ ตอนนี้เหลือไก่ตุ๋นแค่หกตัวเอง ถ้าพวกเราไม่รีบไปก็จะหมดแล้วนะคะ...”

จะว่าไปแล้วก็ถือว่าคุณตาเจิ้งมีบุญปาก เดิมทีท่านอาศัยอยู่ในบ้านเก่าใกล้ๆ สวนสาธารณะมาโดยตลอด ลูกชายกับลูกสะใภ้ไปเยี่ยมผู้สูงอายุติดต่อกันหลายสุดสัปดาห์ เห็นว่าท่านเบื่ออาหาร นับวันก็ยิ่งผ่ายผอมลง ในฐานะลูกหลานเห็นแล้ว อย่างไรเสียก็ยังคงเป็นห่วงอยู่

สุดสัปดาห์ที่แล้ว พวกเขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงได้รับผู้สูงอายุไปอยู่ด้วยกัน แบบนี้แล้ว ทั้งสามคนในครอบครัวทุกวันก็จะได้ยินผู้สูงอายุพร่ำเพ้อว่าขาหมูคำนั้นมันอร่อยขนาดไหน แต่ทุกครั้งที่พูดถึงตอนจบ ผู้สูงอายุก็มักจะถอนหายใจยาว ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายและตัดพ้อว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้กินอีกแล้ว

จริงๆ แล้วอายุมากขนาดนี้แล้ว การที่จะมีความอยากอาหารที่รุนแรงต่ออาหารชนิดหนึ่งได้ขนาดนี้ ก็หาได้ยากยิ่ง พวกเขาก็พอจะสนับสนุนอยู่บ้าง ดังนั้น ภายใต้การซักไซ้ไม่หยุดของลูกสะใภ้ ถึงได้รู้ว่ามีกลุ่มนักกินอยู่ด้วย ในกลุ่มจะมีโอกาสหาเถ้าแก่เจอได้มากกว่า

เพียงแต่ว่ากลุ่มแลกเปลี่ยนขาหมูหลังจากที่ได้ซึมซับประสบการณ์จากกลุ่มไส้ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งแล้ว ก็เริ่มเก็บค่าเข้ากลุ่มด้วย ผู้สูงอายุมักจะประหยัดเสมอ ไม่ยอมเสียเงินห้าสิบหยวนนี้ ก็เลยถูกขับไล่ออกจากกลุ่มอย่างไม่ใยดี

พอรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย ลูกสะใภ้แทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย ก็แค่ห้าสิบหยวนเองนะ ค่าชานมสองแก้ว จะต้องมาคิดอะไรกันอีก เข้า! รีบเข้าเลย! ดังนั้นหลังจากเข้ากลุ่มได้ไม่ถึงสองวัน ก็ได้รับข่าวดีที่ไม่เคยมีมาก่อนแบบนี้

“คุณพ่อคะ อย่าวิ่งเร็วนักสิ! หนูตามไม่ทันแล้ว!” ลูกสะใภ้ที่อยู่ข้างหลังหอบหายใจแฮ่กๆ

มองดูคุณพ่อสามีที่อยู่ข้างหน้าที่เดินเหินราวกับเหาะ ที่ไหนจะมีท่าทีแก่ชราจนหลังค่อมอยู่ครึ่งส่วน ตัวเองทั้งตกตะลึงทั้งตกใจไปเลย

“คุณพ่อ...คุณพ่อ...”

เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันกลับมา ผู้สูงอายุวิ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย พริบตาเดียว แกก็ไปผลุบโผล่ที่หน้าประตูคลับเฮาส์

“ยินดีต้อ…”

สาวสวยสองคนที่ทำหน้าที่ต้อนรับอยู่หน้าประตู คำว่ายินดีต้อนรับยังไม่ทันจะพูดจบ ครึ่งหลังก็กลืนกลับลงไปทันที ตกใจไปเลยทีเดียว นี่...คุณปู่คุณตาท่านนี้จะมานวดเท้าเหรอ? กระบี่ล้ำค่ามิเคยเก่า ยังฟิตปั๋งอยู่เลยว่างั้น! แบบนี้คงต้องหาใครมาดูแลดีๆ ซะแล้วสิ…

วินาทีต่อมา คุณตาเจิ้งก็เบรกตัวลงที่หน้าแผงของ ซูเฉิน

“พ่อหนุ่ม! จริงๆ ด้วย เป็นเจ้าจริงๆ ใช่ไหม! นี่มัน…ไก่ตุ๋นเต๋อโจวรึ!?”

ซูเฉิน ไม่นึกเลยว่าจะเร็วขนาดนี้ก็มีลูกค้าเก่ามาถึงอีกแล้ว แอบชมในใจว่าคุณตาตาถึง แล้วยิ้มตอบกลับไป

“ใช่ครับ! แท้ๆ เลย ยังร้อนๆ อยู่ด้วยครับ!”

“แค่กๆ! เร็วเข้า! เอามาให้ข้าหนึ่งตัว!”

กลิ่นหอมของไก่ตุ๋นเต๋อโจวของแท้ คุณตายังคงจำได้ดี นึกถึงตอนนั้นที่ซื้อไก่บนรถไฟ รสชาตินั้นต่อให้ผ่านการชะล้างอันยาวนานของกาลเวลา ชาตินี้ก็ยากที่จะลืมเลือน… กลิ่นหอมห้าเครื่องเทศที่ลุ่มลึกและเย้ายวน ติดทนนานยิ่ง เหมือนกับที่อยู่ตรงหน้านี้ ราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน

ไม่นาน ไก่ตุ๋นก็มาถึงมือแล้ว คุณตาไม่แม้แต่จะสวมถุงมือ ฉีกน่องไก่ชิ้นหนึ่งออกมาถือไว้ในมือโดยตรง เนื้อนี้พอถูกน้ำซุปตุ๋นชะโลมขนาดนี้ ในมือก็เปียกชุ่มไปหมด สัมผัสแล้วนุ่มนิ่มอยู่บ้าง

กินเข้าไปแล้วเปื่อยแต่ไม่เละ แค่ใช้ลิ้นดุนเบาๆ เนื้อเส้นก็หลุดออกจากกระดูก รสชาติสด เค็ม หวาน เบ่งบานอยู่บนปุ่มรับรส น้ำซุปตุ๋นที่ข้นคลั่กกลมกล่อมแต่ไม่เลี่ยน ราวกับสายฝนอันชุ่มฉ่ำ ไหลลงสู่กระเพาะที่แห้งผากมานานของเขา

ฮ้า... ไก่ตุ๋นเต๋อโจวคำนี้มันคืออาหารทิพย์อะไรกัน...

คุณตายังคงจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ในช่วงยุค 80 ตอนนั้นเขาเพื่อที่จะไปเยี่ยมญาติ ได้ซื้อตั๋วรถไฟไปปักกิ่งใบหนึ่ง รถไฟในตอนนั้นเป็นรถไฟตู้สีเขียวที่วิ่งช้ามาก พอข้ามแม่น้ำเหลือง ก็ค่อยๆ มาถึงสถานีรถไฟเต๋อโจว เวลาก็พอดีกับตอนเที่ยงวัน

รถไฟยังไม่ทันจะจอดสนิท พ่อค้าแม่ค้าบนชานชาลาก็กรูกันเข้ามา นักเดินทางหลายคนในมือถือธนบัตรแปดหยวน ชูมือขึ้นสูง เบียดเสียดกันไปมา เพียงเพื่อที่จะแย่งชิงไก่ตุ๋นเต๋อโจวมาให้ได้สักตัว ปีนั้น เขาท้องร้องด้วยความหิว หิวจนตาลาย พอได้กลิ่นไก่ตุ๋นบนชานชาลาถ้าไม่คลั่งก็คงจะแปลกแล้ว!

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถผ่านหน้าต่างรถ ในที่สุดก็ได้ซื้อไก่ตุ๋นเต๋อโจวที่ห่อด้วยกระดาษไขมาตัวหนึ่ง พอแกะกระดาษไขชั้นนั้นออก ไก่ตุ๋นตัวไม่ใหญ่ ประมาณครึ่งกิโลกว่าเห็นจะได้ น้ำมันบนตัวไก่ได้ซึมเข้าไปในกระดาษไขแล้ว แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างรถกระทบกระดาษไขจนแสบตา หัวไก่กับขาไก่ของไก่ตุ๋นนั้นค่อนข้างเล็ก ตอนนั้นดูเหมือนจะยังไม่มีฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจะเป็นไก่บ้าน สีเป็นสีเหลืองไหม้ หนังไก่เป็นมันวาว สามารถส่องเห็นเงาคนได้เลย

ไก่ตุ๋นพอฉีกก็ขาดออกจากกัน เนื้อกับกระดูกแค่ดึงเบาๆ ก็แยกออกจากกัน เค็มๆ อร่อยดี เขากินเนื้อเสร็จ แม้แต่ก้นไก่ก็ไม่เว้น ยังคงแทะกระดูกเหล่านั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เคี้ยวจั๊บๆ อย่างเอร็ดอร่อย สุดท้าย ถึงได้เช็ดน้ำมันบนปากท่ามกลางสายตาที่อิจฉาของคนอื่น เรอออกมาอย่างพึงพอใจ แล้วก็หลับไปอย่างสบาย

เกือบ 40 ปีผ่านไปแล้ว ไก่ตุ๋นในปัจจุบันไม่ว่าจะกรรมวิธีดีแค่ไหน ก็กินไม่ได้รสชาติของปีนั้นแล้ว ไม่นึกเลยว่าวันนี้ ที่นี่กลับจะได้กินรสชาติในวัยเยาว์แบบนั้นอีกครั้ง…

ไม่! กระทั่งยังอร่อยกว่าในความทรงจำเสียอีก!

เมื่อนึกถึงความทรงจำที่สวยงามบนรถไฟตู้สีเขียวที่วิ่งช้าๆ ขบวนนั้น คุณตาแทบจะน้ำตาคลอเบ้า ตื่นเต้นจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ จากนั้นก็เริ่มกินไก่ตุ๋นคำโตๆ

ไม่นาน พอสะใภ้ตามมาถึง ก็เห็นคุณพ่อสามีของตัวเองแทะจนหน้ามันวาว เนื้อไก่ถูกกินไปจนเกือบจะหมดแล้ว แต่ในปากของเขายังคงอมกระดูกไว้ดูดอย่างไม่ยอมคาย แถมยังเลียนิ้วด้วยสายตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

ลูกสะใภ้ถึงกับตะลึงงันอ้าปากค้างไปเลย คุณพ่อคะ…นี่มันเกินไปแล้ว…ถ้ามีคนมาเห็น คงคิดว่าพวกเธอลูกๆ หลานๆ ทรมานคนแก่ ไม่ให้อะไรท่านกินแน่ๆ!

ในตอนนั้น ผู้สูงอายุก็สังเกตเห็นแล้วว่าใครมา แต่เปลือกตาของเขาก็ไม่ได้ยกขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ยื่นนิ้วที่มันเยิ้มข้างหนึ่งออกมา ชี้ไปยังรถขายอาหารของ ซูเฉิน แล้วสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งใดๆ

“ไก่ตัวนี้ยังไม่ได้จ่าย ไปจ่ายซะ แล้วเอามาเพิ่มอีกสี่ตัว!”

ลูกสะใภ้: ……

ตอนก่อน

จบบทที่ ความทรงจำจากยุค 80

ตอนถัดไป